เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 734 เตรียมสู้ศึก

ตอนที่ 734 เตรียมสู้ศึก

ตอนที่ 734 เตรียมสู้ศึก


คนกลุ่มหนึ่งเดินทางออกจากเมือง  ไม่มีใครกล้าบินและได้แต่เดินไปตามทางภูเขาน้อย  ถ้าพวกเขาถูกหลูเทียนเหวินพบ หอกของเขาคงได้แทงใส่พวกเขาทุกคนแน่และพวกเขาจะตายก่อนได้กรีดร้องเสียอีก

“ข้าไม่เชื่อ”

เบนสันยังคงเฉยเมย

“ข้าก็ไม่เชื่อเหมือนกัน”  วิคเตอร์เห็นด้วย

“ข้าสู้กับเขามาก่อน ไม่มีใครเปลี่ยนเป็นแข็งแกร่งทรงพลังในช่วงเวลาสั้นๆ เป็นแน่”  เบนสันหน้าดำยังคงมีสีหน้าเฉื่อยชา  น้ำเสียงของเขาทุ้มต่ำและทรงพลัง  และคำพูดของเขาน่าเชื่อถือพอกัน

คู่ต่อสู้คือหลูเทียนเหวินไม่ใช่คนอื่น แต่เป็นสุดยอดผู้แข็งแกร่งอันดับที่ 39 ในทำเนียบนักสู้นั่นเป็นระดับไหนกันแล้ว?  ต่อให้พวกเขาที่เป็นคนสำคัญในเมืองจื่อจวนร่วมมือกันสู้  แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าหลูเทียนเหวิน  พวกเขาเป็นแค่สวะ

ไม่มีใครเชื่อว่าบุรุษหน้ากากผีสามารถสู้กับคนน่ากลัวอย่างนั้นได้

“เราจะรู้กันในอีกสองวัน”  สวี่เย่เพิ่งฟื้นจากอาการตกใจจากเมื่อสองวันก่อน  และไม่แยแสสนใจ  “หลูเทียนเหวินบาดเจ็บเสียหายครั้งใหญ่  เขาจะไม่ยอมปล่อยแน่นอน”

“ดังนั้นเราจะไปเฝ้าดูในป่าอีกสองสามวันนี้ใช่ไหม?”  โรแลนด์ซูที่ทำตัวเหมือนกับว่านางไม่เคยฟังคำพวกเขาเลยพูดขึ้นมาทันที

ไม่ใช่เรื่องที่ควรแก่การฉลองเลยกับการอยู่ในที่ป่าเถื่อนนั้น  มีทั้งคลื่นสายรุ้ง, สัตว์ป่า เป็นต้น  อันตรายมีนับไม่ถ้วน ไม่มีที่อาบน้ำสำหรับสุภาพสตรีถ้าเป็นไปได้  พวกนางไม่มีทางอยู่ในที่ป่าเถื่อน  และจากน้ำเสียงของสวี่เย่ มันไม่ใช่แค่วันเดียว

“ข้าไม่รู้” สวี่เย่ตอบตามตรง “ไม่มีใครรู้ว่าเมื่อใดหลูเทียนเหวินจะหายดีและกลับไปอีก”

หน้าของโรแลนด์ซูเหยเก  แต่นางไม่พูดสักคำเพราะนางรู้ความร้ายแรงของเรื่อง เมื่อคิดถึงเรื่องเดิมพันของนางเองแล้ว นางมีความสุขอีกครั้ง บุรุษหน้ากากผีสามารถป้องกันต่อต้านหลูเทียนเหวินได้  ถ้บุรุษหน้ากากผีไม่ตาย  อย่างนั้นเรื่องดีๆอย่างนี้สำหรับตระกูลโรแลนด์ถือว่ามีค่าต่อเมือง

ตอนนี้นางได้แต่ภาวนาให้บุรุษหน้ากากผีไม่ตาย เป็นเรื่องที่แน่นอนว่าเขาจะไม่สามารถเอาชนะหลูเทียนเหวินได้ ตราบใดเขาสามารถรอดชีวิตจากการโจมตีของหลูเทียนเหวิน เขาจะมีคุณสมบัติขึ้นทำเนียบรายชื่อนักสู้ผู้ทรงอำนาจทันที

ในเมืองจื่อจวนมีแต่เพียงฉินเจิ้นที่เข้าไปอยู่ในทำเนียบรายชื่อนักสู้ผู้ทรงอำนาจได้

การได้มีนักสู้ติดในรายชื่อนักสู้ผู้ทรงอำนาจเป็นการลงทุนที่ประสบความสำเร็จแน่นอน  ตระกูลโรแลนด์พยายามทำมาหลายปีนัก  นางอดมองดูวิคเตอร์ไม่ได้  เมื่อคิดในใจนางว่า เขาก็มีสายตาที่แหลมคม  สามารถคิดเองได้ในช่วงเวลาที่สำคัญอย่างนั้น

อารมณ์ของนางฝืนทนจริงๆ

วิคเตอร์ได้แต่ฝืนยิ้มเมื่อคิดว่าผู้อาวุโสในตระกูลเขางี่เง่าทั้งนั้น ถ้าบุรุษหน้ากากผีถูกหลูเทียนเหวินฆ่า ก็ดีไป  แต่ถ้าเขาไม่ถูกฆ่า...

‘พลังของบุรุษหน้ากากผีจะต้องมีการทบทวนกันใหม่’

“อาจต้องใช้เวลาสองสามวัน อาจจะทำให้เรื่องสำคัญที่พวกท่านรับผิดชอบทั้งหมดต้องล่าช้า  แต่จงเชื่อเถอะ”  สวี่เย่กล่าว

คนที่เหลือไม่พูดสักคำและทุกคนสงวนท่าที

ฉินเจิ้นเป็นบุรุษที่ทะเยอทะยานมากทำให้ตระกูลอื่นตกอยู่ภายใต้แรงกดดัน  ตระกูลโซเบ็ทยินดีพึ่งพาอาศัยตระกูลฉิน  แต่ตระกูลที่เหลือไม่ยินดีทำเช่นนั้นภายใต้แรงกดดันนั้นทุกคนต้องมองหาตัวแปรอื่น

วิคเตอร์มองดูเด็กสาวแฝดข้างตัวเบนสันและอดยิ้มไม่ได้  “คนหน้าดำ!  สายตาเจ้าดีจริงๆไปได้แฝดที่งดงามนี้มาจากไหน?”

เบนสันเตือนอย่างเฉื่อยชา  “เจ้าอย่าไปตอแยพวกนางจะดีกว่า  พวกนางเพิ่งผ่านอบรมแทบเป็นแทบตายมาไม่นาน”

หน้าของทุกคนมองไปที่สตรีทั้งสองเปลี่ยนไปทันที

“องครักษ์เหล็กรุ่นใหม่หรือนี่?”  โรแลนด์ ซูอดถามไม่ได้ ทุกคนสนิทกันและพวกเขารู้ดีว่าการอบรมเป็นตายนี้เป็นการฝึกฝนรุนแรงเด็ดขาดสำหรับตัดสินให้เป็นองครักษ์เหล็กตระกูลมัวร์

ด้วยรูปร่างที่สูงโปร่งของพวกนางและชุดรบอย่างดี  พวกนางมีใบหน้ารูปไข่ละเอียดผมรวบเป็นหางม้า  ตากลมโตเป็นประกาย  และทั้งสองมองดูเหมือนกัน  ไม่มีใครสามารถแยกทั้งสองออกจากกันได้

“ใช่แล้ว ข้าพาพวกนางมาหาประสบการณ์”  เบนสันตอบอย่างเฉยเมย

“คารวะผู้อาวุโส”  เด็กสาวทั้งสองคนพูดขึ้นพร้อมกัน

“ข้า..เสี่ยวหวี่”  “ข้า..เสี่ยวเย่”

“โปรดแนะนำสั่งสอนเราด้วย!”  ทั้งสองคนพูดขึ้นพร้อมกัน

ทุกคนอึ้งเด็กสาวทั้งสองคนเสียงมีพลังและไพเราะ แทบไม่มีใครสามารถเชื่อมโยงพวกนางเข้ากับองครักษ์ตระกูลมัวร์ได้

แต่ทุกคนรู้สึกตัวในเวลาอันรวดเร็ว  เบนสันยังคงเก่งที่สุด!  ‘ใช่แล้ว  ทำไมเราถึงไม่คิด!’ทุกคนมีสีหน้าเสียใจ  การต่อสู้ที่เกี่ยวพันกับหลูเทียนเหวิน  นักสู้ผู้มีจุดยืนแตกต่างกันอาจถูกพบเจอ ก็เป็นพยานในการต่อสู้ของเขาได้   นั่นจะนำมาซึ่งผลประโยชน์ที่ดี

ไม่ว่าบุรุษหน้ากากผีจะชนะหรือแพ้ก็ตาม  เบนสันจะได้ประโยชน์จากการนี้

แม้สวี่เย่เองก็ยากจะแสดงความเสียใจ  สำหรับตระกูลใดๆก็ตามการตัดสินอนาคตของคนรุ่นอนาคตยังไม่เพียงพอ ‘ข้าให้ความสำคัญของผลประโยชน์และอนาคตของตระกูลทำไมข้าต้องคิดเรื่องนี้ด้วยเล่า?’

นี่คือความคิดของทุกคนอารมณ์ของทุกคนสลดลงทันที

“เราอยู่ที่นี่แหละ” สวี่อันจงที่เงียบมาตลอดการเดินทางพูดขึ้นทันที  หน้าของเขาซีดขาว  แต่ราศีของเขาดีขึ้นมาก  หลังจากประสบกับความทรมานทางจิตใจ  แม้ว่าอาการบาดเจ็บภายในของเขาจะไม่เบา  แต่ไม่ได้ทำร้ายเขาในการเดินทางไกล  ตราบใดที่เขาเอาชนะความว้าวุ่นสับสนในจิตใจได้พลังของเขาจะเปลี่ยนแปลงอีกครั้งหนึ่ง

พวกเขาอยู่ในที่ๆเขาดูการต่อสู้ครั้งก่อน

ทุกคนตกใจจากจุดที่พวกเขาอยู่ ปราสาทเขาสะท้อนเป็นแค่จุดเล็ก

“นี่มันไกลไปหน่อยนะ”  วิคเตอร์พึมพำ

สวี่อันจงกล่าวอย่างเชื่องช้า  “ใครที่เข้าไปใกล้จะทำให้พวกเขาสังเกตเห็นเรา”

หน้าของทุกคนเปลี่ยนนี่คือพลังของนักสู้ในทำเนียบผู้ทรงพลังอำนาจหรือนี่?

“ตอนนี้เราแค่ต้องรอ”  สวี่เย่หัวเราะ  แม้ว่าตระกูลโรแลนด์จะเคลื่อนไหวก่อน  แต่เขามีเบี้ยต่อรองมากกว่า  ด้วยนักโทษหน่วยสุญญตาในมือของเขาเขามีคุณสมบัติวางเดิมพัน

พวกเขาต้องการดูกันทุกคน ว่าบุรุษหน้ากากผีสามารถรอดจากเงื้อมมือของหลูเทียนเหวินได้หรือไม่

******************

ปราสาทเขาสะท้อน

“บุรุษหน้ากากผีฝึกอยู่หรือ?”  เสี่ยวเหยาถามอย่างกังวลใจ  “เขาไม่ส่งเสียงใดๆเลยในช่วงสองสามวันที่ผ่านมา

“เราควรทำงานของเราให้ดี”  หมิงจูยังคงสงบ  เหมือนกับว่านางไม่ได้รับผลกระทบอะไร นางเพียงแต่กำแขนเสื้อแน่นแสดงให้เห็นว่านางกังวล  คุณชายอยู่ในห้องของเขาสามวันเต็มโดยไม่ปรากฏตัวออกมา

ถ้าไม่ใช่เพราะบางครั้งก็มีเสียงตะโกนออกมาจากข้างใน  พวกนางคงเข้าตรวจดูเขานานแล้ว

หมิงจูอยู่ในอาการงุนงง อนาคตของตระกูลเซวียอยู่ในมือของคุณชายหน้ากากผีจริงๆ

ในสนามฝึกที่ว่างและมืดมิด มีแต่ร่างของถังเทียนที่มีแสงเลือนรางอยู่โดยรอบการฝึกต่อเนื่องทำให้ตัวเขามีเหงื่อหยดทั่วร่าง

ถังเทียนดูเหมือนตกอยู่ในภวังค์ฝึกมือดาบของเขาครั้งแล้วครั้งเล่าดาบมารพิฆาต

เหงื่ออาบหน้าผากและแก้มของเขา  ร่างของเขาเหมือนกับเพิ่งขึ้นมาจากน้ำ  ไอร้อนปรากฏอยู่ภายใต้แสงฉายอย่งเลือนลาง  เขายังคงทุ่มสมาธิถึงสามวันสามคืนเพื่อฝึกดาบมารพิฆาตซ้ำๆ นับครั้งไม่ถ้วน

แก่นต้นกำเนิดชีวิตที่เขาซึมซับเข้ามาในตัวถูกกระตุ้นการทำงานแล้วพลังต้นกำเนิดเสริมความแข็งแกร่งเขาอย่างต่อเนื่อง

‘แยกส่วนแล้วบรรจบกันอีก ฝึกแล้วก็ฝึก...’

กระบวนการฝึกที่คุ้นเคยกลับมาหาเขา

เหงื่อไม่เคยโกหกคำนี้จะตราตรึงอยู่ในใจของถังเทียนตลอดไป เขาไม่รู้หลักการอะไรหลายอย่าง แต่เขาไม่กล้าลืมหลักการนี้เด็ดขาด

ตัวเขาเองไม่รู้ว่าฝึกฝนไปกี่ครั้งแล้ว  นานมากแล้วตั้งแต่เขาได้ฝึกฝนอย่างนี้

แรงลมพัดในอากาศรอบตัวหายไป  เขายังคงยืนอยู่หยาดเหงื่อทุกหยดปกคลุมหน้าของเขา ตาของเขามีประกายเจิดจ้าเหมือนดวงดาว

แอ๊ดดดด..ประตูโรงฝึกเปิดออก

ถังเทียนเดินออกมาโดยไม่พูดอะไรสักคำ

สมาชิกหน่วยสุญญตาทุกคนที่กำลังฝึกฝนต่างฝืนใจหยุดกันทุกคน  แต่ไม่มีใครส่งเสียงเลย  สีหน้าของถังเทียนเคร่งขรึม ทั่วร่างของเขาเปล่งรังสีต่อสู้ที่เยือกเย็นมาก เขาเดินผ่านสนามฝึกและเดินออกไปที่ประตูของปราสาท  เขานั่งขัดสมาธิบนกำแพงปราสาทและหลับตาทำสมาธิ

เขากำลังรอหลูเทียนเหวิน

ร่างนั้นนั่งนิ่งเหมือนรูปสลักต้านกระแสลมที่พัดผ่านประตูเข้ามาเป็นภาพที่ทุกคนเห็นประจักษ์

สมาชิกหน่วยสุญญตาทุกคนที่เหงื่อออกดวงตาเป็นประกายด้วยความตื่นเต้น รังสีต่อสู้ในร่างกายเปล่งออกอย่างเงียบงัน ความเคลื่อนไหวของถังเทียนเป็นเครื่องบ่งชี้ว่าเจ้านายเขาพร้อมแล้ว

อาโมรี่ยืนขึ้นและคว้าดาบยักษ์หนาและพาดไว้บนไหล่พรึ่บ.. เพลิงสุญญตาน้อยลุกโพลงไปตามตัวดาบและโคจรอยู่รอบตัวดาบ

“ทุกคน, เตรียมพร้อมสู้ศึกแล้ว!”  อาโมรี่โห่ร้อง

พวกเขาแต่ละคนชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อคอนดาบยักษ์ไว้บนไหล่ หน้าของทุกคนมีแววกระตือรือร้นสูงและความตั้งใจต่อสู้

“ประจำตำแหน่งรบของพวกเจ้า”

เนี่ยชิวผู้นั่งขัดสมาธิอยู่ที่มุมหนึ่งพูดขึ้นทันที

บนหินปูพื้นจะมีแนวเส้นเป็นเครื่องหมายไว้  เครื่องหมายทั้งหมดคือตำแหน่งที่วางแผนกำหนดไว้โดยเนี่ยชิว  ทุกตำแหน่งได้มาหลังจากสำรวจสถานที่ทั้งหมด

ทุกคนรีบวิ่งไปประจำตำแหน่งของตน

“สูดลมหายใจลึกเข้าไว้”

เสียงของเนี่ยชิวที่ปกติจะสงบและนุ่มนวลกลายเป็นเคร่งขรึมและเย็นชา  ‘ยอดฝีมือจากทำเนียบผู้ทรงพลังอำนาจน่ะหรือ?  ข้ารอไม่ไหวที่จะได้ทดสอบเจ้าแล้ว!’

อาโมรี่และทุกคนวางดาบยักษ์ลงและหลับตาสูดหายใจ  ทุกคนสูดหายใจพร้อมกันและเสียงทุ้มต่ำดังกระหึ่มไปทั้งปราสาท

หมิงจูปิดปากสีหน้าของนางแสดงถึงอาการตกใจ นางไม่เคยเห็นสิ่งอย่างนี้มาก่อน กลุ่มคนกำลังหายใจพร้อมกัน ในขณะที่ตกใจอยู่นั้น กลุ่มคนที่อยู่ข้างหน้าดูเหมือนกับว่ากลายเป็นสัตว์ร้ายขนาดใหญ่และเก็บออมความแข็งแรงของมันไว้

เหงื่อของพวกเขาค่อยๆแห้ง  ผิวทองแดงของพวกเขามองดูเหมือนโลหะทั้งหกสิบสี่คนในสนามนั่งนิ่งไม่เคลื่อนไหวเหมือนกับรูปหล่อทองแดง 64 รูป

เนี่ยชิวที่นั่งเงียบอยู่ในร่มเงาเป็นเหมือนหลวงจีนแก่ตาสีเทาของเขาหมองไร้ประกาย

ลึกลงไปในหุบเขาหลูเทียนเหวินค่อยๆ ลืมตา ขณะนั้นไม่มีความโกรธแค้นอยู่ในสายตาของเขามีแต่ความสงบเท่านั้น

บาดแผลในร่างกายทั้งหมดของเขาฟื้นฟูแล้ว แต่เขายังไม่เร่งสู้ไปตามทางมุ่งสู่ปราสาทเขาสะท้อน  แต่ใช้เวลาในการกล่อมเกลาความรู้สึกของเขา  นี่คือสภาพปกติของเขา  เขารู้ว่าการบุ่มบ่ามมีแต่จะก่อให้เกิดเรื่องผิดพลาด  เขาใช้เวลาสองสามวันหล่อเลี้ยงสภาพจิตใจ จนกระทั่งวันสุดท้ายสภาพใจของเขาอยู่ในสภาพดีที่สุด

ในช่วงก่อนหน้านี้ส่วนใหญ่เป็นเพราะเขาดูแคลนศัตรู แต่ครั้งนี้ไม่ว่ายังไง เขาจะไม่มีทางประมาทศัตรู

ในใจเขา  เขาให้ความสำคัญบุรุษหน้ากากผีถังเทียนไว้ในระดับเดียวกับเขา

เขายืนขึ้นคว้าหอกพายุสายฟ้าและค่อยๆ เดินออกมาจากหุบเขา

ในท้องฟ้าเขาเห็นคลื่นสายรุ้งใกล้เข้ามาอย่างรวดเร็ว

‘ข้าจะแก้ปัญหานี้ให้เสร็จก่อนที่คลื่นสายรุ้งจะมาถึง’

ร่างของหลูเทียนเหวินกระพริบประกายลมและสายฟ้าสีเขียว  และร่างของเขาหายไปในท้องฟ้า

“หลูเทียนเหวินกำลังมา!”

สวี่เย่ที่นั่งหลับตาทำสมาธิพูดขึ้นทันทีทำให้คนที่เหลือตื่นตัวทันที ทุกคนระวังตัว

ประกายสีเขียวพุ่งเป็นทางเหมือนสายฟ้าเสียงหวีดหวิวดังตรงมาทางด้านพวกเขา

รอยทางสีเขียวพุ่งวาบผ่านไปทำให้ท้องฟ้าสั่นสะเทือนด้วยเสียงก้องเหมือนฟ้าผ่า  จากระยะไกลเสียงเหมือนกับคลื่นถาโถม

พลังนั้นสร้างความตกตะลึงให้กับทุกคน

‘นั่นคือหลูเหวินเทียน?  ยอดฝีมือในทำเนียบผู้ทรงพลังอำนาจ?’

บนกำแพงถังเทียนลืมตาขึ้น

ด้านหลังประตูใหญ่  เสียงหายใจหยุดลง

ในมุมหนึ่งผมของเนี่ยชิวกระพือแม้ว่าจะไม่มีลม

จบบทที่ ตอนที่ 734 เตรียมสู้ศึก

คัดลอกลิงก์แล้ว