เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 48 - แบ่งสมบัติ

บทที่ 48 - แบ่งสมบัติ

บทที่ 48 - แบ่งสมบัติ


บทที่ 48 - แบ่งสมบัติ

โม่ฉยงมองจางเฮ่อที่กำลังดีใจจนเนื้อเต้น แล้วก็หัวเราะผสมโรงไปด้วย

หมอนี่มันจูนิเบียวเข้าเส้นจริงๆ เจอขุมทรัพย์ทั้งทีกลับไม่สนมูลค่า แต่ดันไปสนชื่อเสียงซะงั้น

แต่ก็ดี โม่ฉยงไม่ได้สนใจชื่อเสียงอยู่แล้ว ยินดียกเครดิตการค้นพบให้จางเฮ่อคนเดียวเลยด้วยซ้ำ

แต่พอได้ยินประโยคสุดท้าย โม่ฉยงถึงกับชะงัก

จะปล่อยจอยทุกรอบที่ออกทะเล? บ้าไปแล้ว นี่กะจะเอาชีวิตมาทิ้งเหรอ?

รอบนี้ที่มีเซอร์ไพรส์ก็เพราะมีโม่ฉยงอยู่ด้วยต่างหาก

ถ้าคิดว่าลอยเรือมั่วๆ แล้วโดดลงไปขุดจะเจอสมบัติทุกรอบ ก็คงไม่ต่างกับนอนรอให้กระต่ายวิ่งชนตอไม้ตายเอง

ทะเลอันตรายจะตายชัก ขืนทำแบบนั้นบ่อยๆ สักวันได้ตายจริงแน่

แต่ตอนนี้จางเฮ่อคงฟังอะไรไม่เข้าหู เขาตื่นเต้นลากโม่ฉยงกลับไปที่เรือยอร์ช

เรือจอดอยู่ไม่ไกล คนอื่นๆ เล่นน้ำจนเหนื่อย ขึ้นไปรออยู่บนเรือกันหมดแล้ว

พอเห็นทั้งคู่กลับมา เสี่ยวคุนก็ทัก "หายไปไหนกันตั้งไกล? เร็วเข้า! รอพวกนายมากินปลาย่างเนี่ย"

จางเฮ่อหัวเราะลั่น "ปลาย่างอะไร? ลงมาขุดสมบัติเร็ว!"

ทุกคนงง เสี่ยวคุนถาม "เจอไข่มุกอีกแล้วเหรอ?"

"มีไข่มุก แต่เป็นไข่มุกในหีบสมบัติ" จางเฮ่อฉีกยิ้ม

"ในหีบ?" ทุกคนยังไม่เก็ท

จางเฮ่อตะโกนใส่หน้า "ขุมทรัพย์ไงไอ้โง่! รีบมาขุดเร็ว!"

ทุกคนตาโต ในที่สุดก็ตั้งสติได้ รีบกระโดดน้ำตามลงไปดู

แต่โม่ฉยงเบรกไว้ "เดี๋ยวก่อน มันหนักมาก ขับเรือไปจอดเทียบข้างบนเลยดีกว่า"

จางเฮ่อพยักหน้า "เออ จริงด้วย"

พอขับเรือไปทิ้งสมอเหนือจุดขุมทรัพย์ แล้วดำลงไปดู

ทุกคนถึงกับตะลึง หีบที่จางเฮ่อกับโม่ฉยงขุดขึ้นมามีแม่กุญแจล็อกอยู่ มองไม่เห็นข้างใน

แต่หีบใบแรกมันแตก เอามือล้วงเข้าไปก็คว้าได้เครื่องประดับโบราณออกมาเต็มกำมือ

เสี่ยวคุนมองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นงานศิลปะยุคโบราณ ดีไซน์ต่างจากงานสมัยใหม่ลิบลับ

และที่ทำให้เขาแทบคลั่ง คือในหีบที่แตกนั้น มีมงกุฎอยู่หนึ่งวง!

"เชี่ยยย!" เสี่ยวคุนบ้าคลั่ง คว้ามงกุฎว่ายพุ่งขึ้นสู่ผิวน้ำ

ทุกคนรีบตามขึ้นไป ก็ได้ยินเสียงเขาตะโกนลั่น

"เร็ว! เร็วเข้า! ฉันจะกู้ชีพเจ้านี่ก่อน พวกนายรีบขนหีบที่แตกขึ้นมาบนเรือ!"

เขาประคองมงกุฎขึ้นเรือไปอย่างทนุถนอม แล้ววิ่งหาไดร์เป่าผมให้วุ่น

ทุกคนเห็นเขาดูแลมงกุฎอย่างดี ก็รู้ทันทีว่านี่คือโบราณวัตถุสำคัญ หีบมันแตกแล้ว ขืนแช่น้ำทะเลต่อไปคงพังหมด

หีบถึงจะหนัก แต่หลายคนช่วยกันก็ไม่ใช่เรื่องยาก หนุ่มๆ ช่วยกันขนหีบขึ้นเรือทีละใบ ส่วนสาวๆ ช่วยกันเคลียร์โคลนใต้น้ำ

จากนั้นหนุ่มๆ ก็ลงไปช่วยกันขุดต่อ ง่วนกันอยู่สองชั่วโมงกว่า ในที่สุดก็มั่นใจว่าหมดเกลี้ยงแล้ว

นับดูแล้ว พวกเขาขนหีบขึ้นมาได้ทั้งหมด 21 ใบ

"เหนื่อยโฮก..."

ทุกคนปีนขึ้นเรือมานอนแผ่หลาก็เห็นเสี่ยวคุนยังนั่งขัดมงกุฎอยู่ อดไม่ได้ที่จะบ่น "นายเอาแต่ห่วงไอ้นั่น ไม่มาช่วยกันเลยนะ"

เสี่ยวคุนไม่เงยหน้า "เครื่องเพชรพวกนั้นต่อให้เป็นของเก่าก็สำคัญสู้ไอ้นี่ไม่ได้ รู้ไหมว่ามงกุฎโบราณแบบนี้มีค่าขนาดไหน?"

ผู้หญิงคนหนึ่งถาม "ร้อยล้าน? หรือสองร้อยล้าน?"

"รู้ไม่จริงอย่าพูด! มันประเมินค่าไม่ได้! มงกุฎคือของที่ประเมินค่าไม่ได้!" เสี่ยวคุนเสียงสั่น "เคยได้ยินข่าวประมูลมงกุฎแล้วจบที่ราคาสูงเสียดฟ้าบ้างไหมล่ะ?"

หญิงสาวนึกสักพัก "มงกุฎเจ้าหญิงไดอาน่าก็เคยเอามาประมูลไม่ใช่เหรอ? จำได้ว่าไม่กี่ล้านเอง"

"นั่นไม่ใช่ของจริงเว้ย นั่นมันแค่งานฝีมือสมัยใหม่ที่ทำเป็นทรงมงกุฎ ไม่มีนัยสำคัญทางการเมือง ไม่ได้เป็นสัญลักษณ์แห่งอำนาจ ถ้าไม่ใช่เพราะเจ้าหญิงไดอาน่าเคยครอบครอง ของแบบนั้นฉันสั่งทำร้อยอันมาแจกเธอยังได้!" เสี่ยวคุนแย้ง

จางเฮ่อถาม "แล้วนายรู้ได้ไงว่าอันนี้มีนัยทางการเมือง? นายรู้เหรอว่าเป็นมงกุฎของอาณาจักรไหน?"

เสี่ยวคุนส่ายหน้า "ฉันจะไปรู้ได้ไง ประเทศเล็กประเทศน้อยในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีตั้งเยอะแยะ"

"แต่นี่มันงานฝีมือเมื่อหลายร้อยปีก่อนชัดๆ แถมเป็นสไตล์ศิลปะแบบจีนแท้ๆ สมัยนั้นนายคิดว่าใครจะทำมงกุฎใส่เล่นได้เหรอ? มงกุฎนี้ต้องเคยอยู่บนหัวกษัตริย์องค์ใดองค์หนึ่งแน่ๆ มันคือของจริง"

"มงกุฎของจริงเขาไม่เอาออกมาประมูลกันหรอก มงกุฎโบราณต้องเป็นสมบัติของชาติ ต่อให้เป็นอาณาจักรที่ล่มสลายไปแล้ว ก็ต้องถูกผู้พิชิตเก็บรักษา หรือไม่ก็โดนประเทศอื่นซื้อไป แต่ไม่มีทางหลุดมาประมูล สมัยก่อนราชวงศ์ฝรั่งเศสเคยอยากได้มงกุฎไบแซนไทน์ แต่ไม่มีปัญญาซื้อ สุดท้ายจ่ายแสนเหรียญทองซื้อได้แค่คทาอันเดียว"

"มาถึงยุคนี้ มงกุฎถ้าไม่อยู่ในพิพิธภัณฑ์ก็อยู่ในมือราชวงศ์ต่างๆ ต่อให้ขุดเจอมงกุฎโบราณในที่ดินส่วนตัว ก็ต้องมีรัฐบาลมาติดต่อขอซื้อคืนไปอยู่ดี จะหวังปั่นราคาให้สูงเสียดฟ้าเป็นไปไม่ได้"

"ของสิ่งนี้ คือสมบัติล้ำค่าที่ประเมินราคาไม่ได้"

โม่ฉยงฟังแล้วก็นับถือในใจ

เสี่ยวคุนยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่านี่คือมงกุฎริวกิว รู้แค่ว่าเป็นของประเมินค่าไม่ได้

คำว่าประเมินค่าไม่ได้ในที่นี้ หมายถึงมันจะไม่ได้รับอนุญาตให้ประมูลอย่างเปิดเผย ยกเว้นแต่จะไม่รู้ที่มาที่ไปจริงๆ ถึงจะมีโอกาสตกถึงมือเอกชน

ดังนั้นของชิ้นนี้ จะหวังขายเอากำไรมหาศาลคงยาก

จางเฮ่อถาม "แล้วจะจัดการกับมันยังไง?"

เสี่ยวคุนนิ่งคิดแล้วถาม "ตรงนี้ที่ไหน? น่านน้ำสากลรึเปล่า?"

จางเฮ่อรีบเปิดจีพีเอสเช็คพิกัด ส่ายหน้า "ไม่ใช่ อยู่ในเขตเศรษฐกิจจำเพาะของนิวกินี... เฮ้อ มีเกาะเล็กๆ ของพวกเขาอยู่ใกล้ๆ ถ้าไม่มีเกาะนั่น ตรงนี้ก็เป็นน่านน้ำสากลไปแล้ว"

"ไม่เป็นไร มันขุดขึ้นมาจากที่ไหน อยู่ที่เราจะพูด" เสี่ยวคุนตอบหน้าตาย

ทุกคนสีหน้าเรียบเฉย ไม่สนว่าที่นี่จะเป็นน่านน้ำสากลหรือไม่

โม่ฉยงเห็นแล้วก็แอบคิดในใจ 'เลวได้ใจจริงๆ แต่แบบนี้แหละฉันชอบ'

จากนั้นทุกคนก็เริ่มนับของที่ได้

รวมทั้งหมด 21 หีบ ในหีบที่แตกมีเครื่องประดับมากมาย

สร้อยไข่มุก 12 เส้น รวมไข่มุกกว่าสองร้อยเม็ด กำไลหยก จี้หยก เครื่องประดับหยก 30 ชิ้น แหวนหยก แหวนทอง 40 กว่าวง ยังมีที่ทับกระดาษหยกขาว พระพุทธรูปหยก ปลาหยก และงานศิลปะอื่นๆ อีกเพียบ

บางชิ้นมีสลักอักษรจีนคำว่า 'ต้าจวิน' (ท่านอ๋อง/กษัตริย์) ไว้ด้วย

เสี่ยวคุนแปลกใจ "ราชวงศ์ไหนใช้อักษรจีน? แถมเรียกว่าต้าจวิน? เกาหลีเหรอ? ไม่น่าใช่ มงกุฎเกาหลีไม่ใช่ทรงนี้ แล้วก็ไม่หรูหราขนาดนี้ด้วย"

จางเฮ่อขัด "รู้งูๆ ปลาๆ อย่าเพิ่งเดา กลับไปให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบดีกว่า"

พอเห็นว่าหีบใบอื่นยังปิดผนึกอยู่ ทุกคนก็จัดการงัดเปิดออกทั้งหมด

ปรากฏว่ามีเครื่องประดับแค่หีบเดียว ที่เหลืออีก 20 หีบ เป็นทองคำ 1 หีบ เงิน 18 หีบ และอีกหีบมีแค่รูปสลักไม้แกะสลักอันเดียว

"ไม่มีเครื่องทองสัมฤทธิ์หรือเครื่องประกอบพิธีเลยแฮะ..." เสี่ยวคุนผิดหวังนิดหน่อย อย่าว่าแต่เครื่องพิธีเลย แม้แต่ถ้วยชามเซรามิกก็ไม่มี

โม่ฉยงถาม "ทองกับเงินไม่นับเป็นโบราณวัตถุเหรอ?"

เสี่ยวคุนตอบ "นับ แต่มันถูกหลอมเป็นแท่งหมดแล้ว มูลค่าทางศิลปะแทบไม่เหลือ ตีราคาตามน้ำหนักทองคำเงินคำปัจจุบันได้เลย"

"อืม เครื่องประดับหีบนี้ ถ้าแยกประมูล ไม่รวมมงกุฎ น่าจะได้สักสองร้อยล้าน"

"ส่วนทองกับเงินที่เหลือ ชั่งน้ำหนักดูแล้ว รวมกันน่าจะแค่ยี่สิบล้าน"

หีบใบเล็ก ทองหนึ่งหีบหนักไม่ถึงห้าสิบกิโล เงินยิ่งเบากว่า

รวม 19 หีบ มูลค่าเทียบไม่ได้กับเครื่องประดับหีบเดียวเลยด้วยซ้ำ (ไม่ถึง 1 ใน 10)

แต่แค่นี้ก็เยอะมากแล้ว เสี่ยวคุนผิดหวังแค่แป๊บเดียวก็กลับมาตื่นเต้น

ของมูลค่ากว่าสองร้อยล้านกองอยู่ตรงหน้า ต่อให้พวกเขาไม่ขาดเงิน แต่ก็มองข้ามเงินก้อนนี้ไม่ได้

"สองร้อยกว่าล้าน จะแบ่งกันยังไง?" มีคนถามขึ้น

พอพูดเรื่องแบ่งเงิน บรรยากาศก็เร่าร้อนขึ้นมาทันที

นี่เป็นของที่ทุกคนช่วยกันงมขึ้นมา ส่วนเรื่องน่านน้ำสากลหรือไม่ ช่างหัวมัน พวกเขามีวิธีเสกให้มันกลายเป็นของจากน่านน้ำสากลได้อยู่แล้ว

มีแค่มงกุฎที่ยุ่งยาก ถ้าไม่เก็บเงียบไว้ดูเล่นคนเดียว ก็ต้องมีที่มาที่ไปชัดเจน

เพราะของระดับมงกุฎ ต้องมีทีมนักโบราณคดีมาตรวจสอบแน่ ถ้าบอกว่ามาจากน่านน้ำสากล ก็ต้องระบุพิกัดอีกว่าตรงไหน

เรื่องนี้เสี่ยวคุนคิดแผนไว้แล้ว

"จางเฮ่อ นายจะแบ่งยังไงฉันไม่รู้ แต่มงกุฎอันนี้ฉันจอง แต่พวกนายจำใส่หัวไว้เลยนะ มงกุฎกับเครื่องเพชรพวกนี้ไม่มีความเกี่ยวข้องกัน มงกุฎนี้ชาวนาในนิวกินีขุดเจอในที่ดินหลังบ้าน แล้วคนของโรงประมูลบ้านฉันไปเจอเข้า เลยขอซื้อกลับมา เข้าใจไหม?" เสี่ยวคุนกำชับ

ในนิวกินี ที่ดินเป็นกรรมสิทธิ์ส่วนบุคคล ใครเป็นเจ้าของที่ดิน ผลประโยชน์ทุกอย่างในนั้นก็เป็นของคนนั้น แม้แต่รัฐก็ก้าวก่ายไม่ได้

ดังนั้นในเรื่องเล่าของเสี่ยวคุน มงกุฎนี้จึงกลายร่างเป็นของที่ขุดเจอในที่ดินส่วนตัว แล้วขายต่อให้โรงประมูล

ส่วนว่าใครขุด ขุดเมื่อไหร่ ในที่ดินมีอะไรอีกไหม ที่บ้านเขามีทีมงานเตรียมจัดฉากให้เนียนกริบได้สบาย

จางเฮ่อหัวเราะ "ได้ๆ ไม่มีใครแย่งนายหรอก แต่ของนี่ขายเปิดเผยไม่ได้ นายซื้อไปแอบส่งมอบให้รัฐบาลเหรอ?"

เสี่ยวคุนตาโต "ส่งมอบแล้วจะทำลับๆ ล่อๆ ทำไม? ต้องเปิดเผย ตรวจสอบ ประโคมข่าว จัดงานประมูลใหญ่โตสิ ถึงตอนนั้นไม่ว่าประเทศไหนจะมาทวง ก็ต้องมาคุยกับเรา ถ้าเป็นของประเทศเรายิ่งดีใหญ่ บ้านฉันจะได้เคาะซื้อเองในราคาประวัติศาสตร์ แล้วค่อยบริจาคให้รัฐ"

ของเป็นของโรงประมูลบ้านเขา คนอื่นต่อให้รวยแค่ไหน ถ้าบ้านเขาตัดสินใจจะ 'ซื้อเอง' ก็ไม่มีใครแย่งไปได้ มีแต่จะปั่นราคาให้สูงขึ้น

ถึงราคาสูงจะเสียภาษีบาน แต่รัฐบาลต้องมีเงินอุดหนุนแน่ บวกกับชื่อเสียงที่จะได้รับ คุ้มยิ่งกว่าคุ้ม

จางเฮ่อทำเสียงจิ๊จ๊ะ หันไปถามคนอื่น "มีใครอยากได้เจ้านี่อีกไหม?"

ทุกคนส่ายหน้าพร้อมกัน "ไม่เอาๆ"

จางเฮ่อพยักหน้า "งั้นเอาตามนี้ ทองกับเงินหารเท่ากัน ส่วนเครื่องประดับพวกนี้ ยังไม่ได้ตีราคา ก็ผลัดกันเลือกเอา กะๆ ให้มูลค่าพอๆ กัน ใครตาดีได้ของแพงไปก็ถือเป็นดวง"

"พวกเราเก้าคนได้ของพวกนี้มาเพราะวาสนา เลือกไปแล้ว ห้ามมาบ่นทีหลังว่าใครได้มากได้น้อยนะ"

ทุกคนหัวเราะ "โห ท้าทายว่ะ งานนี้ต้องเล็งดีๆ แล้ว"

โม่ฉยงยืนเงียบ แต่พอได้ยินจางเฮ่อพูดว่า 'พวกเราเก้าคน' เขาก็รู้ว่าตัวเองรอดแล้ว

เขาได้เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มนี้อย่างสมบูรณ์

จางเฮ่อหันมาบอก "นายก็เลือกด้วยสิ"

"อันนั้นยังไม่ได้นับรวมเลยนะ" โม่ฉยงชี้ไปที่รูปสลักไม้

"เหมือนกัน ใครอยากได้ก็หยิบไป" จางเฮ่อบอก

โม่ฉยงเดินไปหยิบรูปสลักไม้มาถือไว้ทันที

เสี่ยวคุนเห็นแล้วก็แซว "เลือกเก่งนี่หว่า เลือกของที่ถูกที่สุดไปซะงั้น"

โม่ฉยงแย้ง "ยังไงก็เป็นวัตถุโบราณ งานศิลปะตั้งหลายร้อยปีก่อน คงไม่ถูกขนาดนั้นมั้ง?"

"ไม่ๆๆ ไอ้ตัวนี้อย่างมากก็หลักหมื่น เข้างานประมูลระดับกลางยังไม่ได้เลย" เสี่ยวคุนฟันธง

โม่ฉยงอึ้ง "หลักหมื่น? ถูกขนาดนั้นเชียว? ของหลายร้อยปีทำไมถูกจัง?"

"ไม่ใช่ว่ายิ่งเก่ายิ่งแพงเสมอไป ของเก่าก็ต้องดูคุณค่าในตัวมันด้วย รูปสลักนี่งานหยาบเกิน น่าจะเป็นของชาวบ้านทั่วไป เผลอๆ เป็นเครื่องรางของพวกโจรสลัด ฉันเดาว่าราชวงศ์นี้คงโดนโจรสลัดปล้นตอนหนีภัย ตอนโจรสลัดฝังสมบัติ ก็โยนเครื่องรางตัวเองลงไปด้วย" เสี่ยวคุนวิเคราะห์

โม่ฉยงยิ้มแห้ง ไม่นึกว่าจิ้มมั่วๆ จะได้ของกากสุดมา

ตอนแรกเห็นมันแยกอยู่หีบเดียว นึกว่าจะเป็นของดี ที่ไหนได้ โจรสลัดคงไม่ให้ราคามงกุฎ เลยจับยัดรวมกับเพชรนิลจินดา

พอฟังเสี่ยวคุนอธิบาย โม่ฉยงก็เข้าใจ ของสิ่งนี้อาจจะสำคัญกับเจ้าของเดิมมาก แต่ไม่ได้แปลว่าผ่านไปหลายร้อยปีแล้วมันจะมีราคาค่างวดอะไร

"ของสิ่งนี้ คงสำคัญแค่กับตัวราชาโจรสลัดเองคนเดียวสินะ"

...

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 48 - แบ่งสมบัติ

คัดลอกลิงก์แล้ว