- หน้าแรก
- ผมไม่ได้เปิดโปร แค่สกิลแม่นระดับจักรวาล
- บทที่ 47 - ค้นพบขุมทรัพย์
บทที่ 47 - ค้นพบขุมทรัพย์
บทที่ 47 - ค้นพบขุมทรัพย์
บทที่ 47 - ค้นพบขุมทรัพย์
เรือยอร์ชของจางเฮ่อแล่นเข้าสู่เขตเศรษฐกิจจำเพาะของนิวกินีโดยไม่รู้ตัว เพราะปิดระบบนำทางเอาไว้
เมื่อเข้าใกล้เส้นศูนย์สูตร อากาศบนดาดฟ้าเรือก็ร้อนระอุจนทุกคนต้องกระโดดลงน้ำเพื่อคลายร้อน
"เอ๊ะ ตรงนี้มีเกาะใต้น้ำอีกแล้วแฮะ"
พอดำลงไปในน้ำ ก็มองเห็นพื้นทะเลอยู่ลึกลงไปแค่ไม่กี่เมตรใต้เท้าพวกเขา
แสงแดดส่องทะลุผิวน้ำลงไป กระทบกับโคลนทราย โขดหิน และแนวปะการังขนาดใหญ่ที่มีกุ้งหอยปูปลาแหวกว่ายอยู่เต็มไปหมด
ที่นี่น่าจะเคยเป็นเกาะมาก่อน แต่พอระดับน้ำทะเลสูงขึ้น มันเลยจมหายไปอยู่ใต้น้ำ
"จะมีไข่มุกอีกไหมนะ"
"ต่อให้ไม่มีไข่มุก ที่นี่ก็สวยชะมัด"
น้ำลึกแค่สี่ห้าเมตร นอกจากพวกผู้หญิงแล้ว หนุ่มๆ แทบไม่ต้องใส่ชุดดำน้ำ แค่กลั้นหายใจดำลงไปเล่นก็สบายแล้ว
เล่นกันไปสักพักก็พบว่าที่นี่ไม่มีไข่มุก หอยที่เจอก็มีแค่หอยเล็กๆ ที่พอเอามาทำอาหารได้เท่านั้น
แต่ถึงอย่างนั้น ที่นี่ก็อุดมสมบูรณ์ไปด้วยปลา กุ้ง และหอย ซึ่งล้วนเป็นวัตถุดิบชั้นยอดของเขตร้อน ทุกคนเลยตื่นเต้นกันใหญ่
"ในที่สุดก็ได้ตกปลาแล้ว เอาเบ็ดมาเร็วเข้า" จางเฮ่อสั่ง
แต่เสี่ยวคุนแย้ง "จะเอาเบ็ดมาทำไม ร้อนจะตายชัก ลงไปจับด้วยมือเปล่าเลยสิ"
ทุกคนเห็นดีเห็นงาม ต่างพากันไล่จับปลาที่ตัวเองรู้จักในน้ำอย่างสนุกสนาน
แต่ผ่านไปสิบกว่านาที ทุกคนก็โผล่ขึ้นมาบ่นอุบ "ยากชะมัดเลย เสี่ยวโม่ นายจับปลาด้วยมือเปล่าได้ไงเนี่ย"
เมื่อหลายวันก่อนพวกเขาเห็นโม่ฉยงจับปลาด้วยมือเปล่าดูง่ายดายมาก เลยอยากลองทำดูบ้าง
แต่พอมาเจอของจริง กลับโดนฝูงปลาหลอกล่อจนหัวหมุน
โม่ฉยงหัวเราะ "ตาไว มือไว ก็แค่นั้นแหละ"
ไอ้ที่ว่าตาไว มือไว ของเขา คือขอแค่แตะโดนตัวปลาได้ ปลาก็หนีไปไหนไม่รอดแล้ว
"ฟลุ๊คหรือเปล่า ปลาที่นี่เปรียวจะตาย นายลองจับให้ดูอีกทีซิ" เสี่ยวคุนท้า เขาออกทะเลมาบ่อย รู้ดีว่ามันยากแค่ไหน
โม่ฉยงไม่พูดพร่ำทำเพลง กระโดดตูมลงไปในน้ำ ฟองคลื่นยังไม่ทันหาย เขาก็โผล่พรวดขึ้นมาพร้อมปลาอินทรีตัวใหญ่ในมือ
"เชี่ย..." ทุกคนอ้าปากค้าง นี่มันยังไม่ถึงห้าวินาทีเลยนะ
"เดี๋ยวๆ ขออีกที นายจับยังไงขอดูชัดๆ หน่อย" ทุกคนรีบดำน้ำลงไปมุงดูโม่ฉยงจับปลา
โม่ฉยงยิ้มมุมปาก ดำลงไปช้าๆ ค่อยๆ เข้าใกล้ฝูงปลา แล้วตวัดมือวูบเข้าไปกลางวง
ปลาตัวหนึ่งโดนเขาตบเข้าให้ มันพยายามดิ้นหนีอย่างตื่นตระหนก แต่ไม่ว่าจะดิ้นยังไงก็หนีไม่พ้นฝ่ามือยูไลของโม่ฉยง
โม่ฉยงกดปลาแนบอก มืออีกข้างที่รอจังหวะอยู่แล้วก็สอดนิ้วเข้าไปเกี่ยวเหงือกปลาทันที
"เอ้า..." โม่ฉยงโผล่พ้นน้ำ ชูปลาหราให้ดู
ทุกคนโผล่ตามขึ้นมาด้วยความทึ่ง พวกเขาเห็นกับตาว่าโม่ฉยงมือเหนียวขนาดไหน ปลาลื่นๆ ดิ้นพล่านยังหนีไม่หลุด
"ทำยังไงปลาถึงไม่ลื่นหลุดมืออ่ะ" จางเฮ่อถาม
โม่ฉยงตอบหน้าตาย "ไม่มีอะไรมาก แค่ความชำนาญ"
"ฉันชอบกินปลา จับปลาในน้ำมาตั้งแต่เด็ก ฝึกบ่อยๆ มันก็ชินมือไปเอง"
พูดไปโม่ฉยงก็ขำตัวเอง นึกถึงฉินหยาขึ้นมา เดิมทีเขาไม่ได้มีของโปรดอะไรเป็นพิเศษ แต่พอโกหกบ่อยเข้า ชักจะเริ่มเชื่อตัวเองแล้วว่าชอบกินปลาจริงๆ
หลังจากจับปลาโชว์อีกสองสามตัว เขาก็ฉวยโอกาสตบปลาตัวหนึ่งให้พุ่งไปทางจีพีเอสที่ขาดการติดต่อไป
ไม่ใช่สิ ต้องบอกว่าพุ่งไปทาง 'กระป๋อง' ต่างหาก กระป๋องทุกใบเขาทำเครื่องหมายไว้หมด เว้นแต่จะมีปลาคาบกระป๋องไป ไม่งั้นมงกุฎต้องอยู่ข้างๆ กระป๋องนั่นแหละ
เป็นไปตามคาด ปลาที่โดนโม่ฉยงตบ พุ่งฉิวหลุดออกจากฝูง ทิ้งเพื่อนฝูงว่ายลิ่วไปทางหนึ่ง
โม่ฉยงรีบว่ายตามไป เห็นปลาตัวนั้นมุดหายเข้าไปในดงปะการัง
"อืม... โดนปะการังพวกนี้ทับถมจนมิดสินะ"
โม่ฉยงสังเกตเห็นว่าปะการังแถวนั้นมีรอยแตกหัก เขาแงะปะการังออกดู ก็เห็นแต่โคลนทราย แต่มีรูเล็กๆ รูหนึ่ง ซึ่งเจ้าปลาตัวเมื่อกี้กำลังเอาหัวมุดเข้าไปอย่างทุลักทุเล
รูนั้นเอียงลงไปในดิน มีรอยไถลเป็นทางยาวหลายเมตร เหมือนมีวัตถุบางอย่างพุ่งเสียบลงไปในดิน
"สมบัติอยู่ข้างล่างนี่เอง กระป๋องของฉันพุ่งชนจนพัง จีพีเอสเลยเสีย"
คิดได้ดังนั้น โม่ฉยงก็จ้องมองรูเล็กๆ นั่น เห็นทรายฟุ้งออกมาตามกระแสน้ำเหมือนควัน
แปลว่าเจ้าปลายังมุดอยู่ ถ้ามันหยุดเมื่อไหร่ ก็แปลว่าถึงเป้าหมายแล้ว
นับในใจสักพัก โม่ฉยงก็พบว่าความเคลื่อนไหวหยุดลง ประเมินว่าสมบัติน่าจะฝังลึกจากพื้นดินลงไปประมาณสองเมตร
โม่ฉยงยิ้มกริ่ม รีบกลบเกลื่อนร่องรอยกระป๋อง เอาปะการังมาปิดทับไว้เหมือนเดิม
จากนั้นก็กลับไปจับปลาอีกสองตัวขึ้นเรือ
เล่นกันต่ออีกพักใหญ่ โม่ฉยงก็เริ่มแผนการ เขาว่ายตามหลังจางเฮ่อ พอจางเฮ่อว่ายเข้าใกล้โซนปะการังเป้าหมาย เขาก็เป่าลมออกจากปากวูบหนึ่ง
ก้อนอากาศพุ่งแหวกน้ำดุจลูกธนู พุ่งตรงเข้าไปในดงปะการัง
โม่ฉยงรู้ดีว่าอากาศต้องมุดเข้าไปในรูเล็กๆ นั่นแน่ เขาเลยสะกิดไหล่จางเฮ่อ
จางเฮ่อหันมามองงงๆ เห็นโม่ฉยงชี้มือไปที่ดงปะการัง บอกให้ดู
พอมองตามไป ก็เห็นฟองอากาศผุดออกมาจากแนวปะการัง ราวกับมีตัวอะไรกำลังพ่นฟองเล่นอยู่ข้างล่าง
มันคืออากาศที่โม่ฉยงเป่าเข้าไปแล้วลอยย้อนกลับขึ้นมานั่นแหละ
แต่จางเฮ่อไม่รู้ คิดว่าต้องมีกุ้งยักษ์หรือตัวอะไรอยู่แน่
ทั้งคู่โผล่พ้นน้ำ จางเฮ่อกระซิบ "ฟองเยอะขนาดนั้นต้องเป็นตัวเบิ้มแน่ เราล้อมกรอบซ้ายขวา เย็นนี้เสร็จโก๋แน่"
โม่ฉยงกลั้นขำ "จัดไป"
ทั้งคู่สูดหายใจลึก ดำลงไปอีกรอบ แยกกันโอบล้อมดงปะการัง แล้วชะโงกหน้าเข้าไปดูตามซอกหลืบ
พอไม่เห็นอะไร จางเฮ่อก็เริ่มงัดแงะปะการังออก
กุ้งยักษ์ไม่เจอ เจอแต่รูเล็กๆ รูหนึ่ง
ถึงรูจะโดนโคลนทรายอุดไว้บ้าง แต่หลังจากโดนปลาทะลวงรอบแรก และโดนอัดอากาศรอบสอง รูมันก็ขยายใหญ่ขึ้นจนสังเกตเห็นได้ชัด
จางเฮ่อหมอบลง ล้วงมือเข้าไปควานหาในรู
จู่ๆ เหมือนจับโดนอะไรบางอย่าง พอชักมือออกมา ดันกลายเป็นปลาตัวเล็กๆ ตัวหนึ่ง
เจ้าปลาดิ้นหลุดมือหนีไปได้ จางเฮ่อถึงกับเซ็ง
จังหวะเดียวกัน โม่ฉยงก็เริ่มลงมือขุด ขยายปากรูให้กว้างขึ้นและขุดลึกลงไปเรื่อยๆ
จางเฮ่อนึกว่าโม่ฉยงกะจะขุดหากุ้งยักษ์ให้ได้ เลยช่วยขุดด้วยอีกแรง
ดินทรายใต้น้ำร่วนซุย ขุดแป๊บเดียวก็ได้ลึกครึ่งเมตร
แต่จู่ๆ จางเฮ่อก็หยุดมือ ส่งสัญญาณให้โม่ฉยงขึ้นไปหายใจ
พอโผล่พ้นน้ำ จางเฮ่อส่ายหัว "นั่นไม่น่าใช่รูกุ้งนะ"
"ฉันก็ว่างั้น ลึกก็ลึก แคบก็แคบ แถมมีฟองอากาศออกมาอีก นายว่าตัวอะไร?" โม่ฉยงแกล้งโง่
จางเฮ่อคิดจนหัวแตก ก็ยังปักใจเชื่อว่าเป็นกุ้งยักษ์อยู่ดี
"แปลกแฮะ... รูเล็กนิดเดียว แต่อากาศที่ออกมามันเยอะเกินกว่ากุ้งเล็กๆ จะทำได้ ต้องเป็นกุ้งยักษ์แน่ๆ ถึงจะตดออกมาเยอะขนาดนี้" จางเฮ่อวิเคราะห์
โม่ฉยงหัวเราะ "ขุดดูเดี๋ยวก็รู้"
จางเฮ่อพยักหน้า "งั้นขึ้นเรือไปเอาอุปกรณ์กัน"
ความลับแห่งท้องทะเลต้องลงมือค้นหาถึงจะรู้แจ้ง จางเฮ่อคือนักเดินเรือสายอุดมคติ ความอยากรูอยากเห็นสูงปรี๊ด นี่คือเหตุผลที่โม่ฉยงเลือกเขามาด้วย
ถ้าเป็นพวกเสี่ยวคุน ป่านนี้คงเลิกสนใจไปนานแล้ว
หลังจากใส่ชุดดำน้ำและคว้าอุปกรณ์ ทั้งคู่ก็กลับมาที่เดิม เริ่มลงมือขุดอย่างจริงจัง
ขุดลงไปได้เมตรกว่าๆ ก็เจอกระดูก
ถูกฝังดินแช่น้ำทะเลมาไม่รู้กี่ปี จนแทบจะกลายเป็นผุยผง
จางเฮ่อขุดเจอหลายชิ้นเข้า ถึงเพิ่งดูออกว่าเป็นกระดูกมนุษย์
"เชี่ย..." จางเฮ่อรีบดีดตัวขึ้นผิวน้ำ
พอโม่ฉยงตามขึ้นมา เขาก็โวยวาย "ผีหลอกกลางวันแสกๆ หรือศพมันถอนหายใจวะเนี่ย"
ขุดเจอโครงกระดูกใต้ทะเลถือเป็นเรื่องปกติ ไม่รู้ว่าตายมานานกี่ร้อยปีแล้ว
โม่ฉยงยิ้ม "แค่กระดูกเอง กลัวอะไร"
จางเฮ่อส่ายหัว "ไม่ได้กลัว... แค่ไม่นึกว่าจะขุดเจอคน"
พูดจบเขาก็ตาเป็นประกาย ตะโกนลั่น "เสี่ยวโม่ ขุดต่อเว้ย แถวนี้อาจจะมีของดี!"
"ทำไมล่ะ?" โม่ฉยงแกล้งถาม นึกว่าจางเฮ่อรู้เรื่องสมบัติแล้ว
จางเฮ่อหัวเราะ "กระดูกนี่ดูทรงแล้วน่าจะอยู่มาหลายร้อยปี รอบๆ อาจจะมีของใช้โบราณเก่าแก่ฝังอยู่ด้วยก็ได้"
"เสี่ยวโม่ เชื่อฉัน ตรงนี้มีเซอร์ไพรส์แน่นอน"
โม่ฉยงร้องอ๋อ ที่แท้ของดีในความหมายของเขาก็คือเศษวัตถุโบราณ
เห็นได้ชัดว่าจางเฮ่อไม่ได้นึกถึงขุมทรัพย์โจรสลัดเลย สำหรับเขา แค่เจอของใช้ติดตัวคนตายที่หลงเหลือมาถึงปัจจุบัน ก็ถือว่าเป็นสมบัติล้ำค่าแล้ว
ว่าแล้วจางเฮ่อก็ฮึด ดำกลับลงไปใหม่
แต่จางเฮ่อผู้ไม่รู้อีโหน่อีเหน่เลือกขุดขยายวงกว้าง เคลียร์ปะการังรอบๆ แล้วขุดหน้าดินออก พบโครงกระดูกฝังอยู่อีกเพียบ
ส่วนโม่ฉยงมุ่งหน้าขุดแนวดิ่ง ขุดลึกลงไปที่จุดเดิมอย่างไม่ลดละ
ที่ความลึกประมาณสองเมตร โม่ฉยงก็ขุดเจอหีบใบหนึ่ง
เป็นหีบไม้แดงที่ผิวชำรุดเสียหาย พอปัดโคลนออก สิ่งแรกที่เห็นคือกระป๋องของเขาเอง
"มงกุฎอยู่ในหีบ กระป๋องของฉันพุ่งชนจนหีบแตกเลยแฮะ" โม่ฉยงจนใจ
สภาพกระป๋องบี้แบน จีพีเอสข้างในคงเละไปแล้ว เห็นชัดว่าการเบียดเสียดแทรกตัวลงมาลึกสองเมตรทำเอากระป๋องทนสภาพไม่ไหว
โม่ฉยงกอดกระป๋องไว้ ว่ายออกมาจากหลุม อาศัยจังหวะจางเฮ่อเผลอ โยนกระป๋องทิ้งไปไกลๆ ให้มันไล่ตามฝูงปลาหายลับไป
สักพักจางเฮ่อหันมามอง โม่ฉยงทำมือเรียก
พอจางเฮ่อว่ายเข้ามาดูในหลุม เห็นหีบสมบัติเข้า ก็ถึงกับตะลึงตาค้าง
รอยแตกของหีบเผยให้เห็นอัญมณีจำนวนมหาศาลข้างใน และที่วางเด่นอยู่ด้านบนสุด คือมงกุฎอันวิจิตรตระการตาที่ประดับด้วยไข่มุกกว่าสี่สิบเม็ด
"นี่มันขุมทรัพย์!" ไม่ต้องให้ใครบอก จางเฮ่อรู้ตัวทันที
เขาพยายามจะยกหีบขึ้น แต่หีบหนักอึ้ง ยกคนเดียวแทบไม่ขึ้น
แต่จังหวะที่ขยับหีบ เขาก็เห็นมุมของหีบอีกใบโผล่ออกมาจากโคลนข้างๆ
"รอบๆ ยังมีอีก!" จางเฮ่อส่งสัญญาณบอกโม่ฉยง
โม่ฉยงพยักหน้า ช่วยกันขุดจนเจอหีบอีกหลายใบ ยิ่งขุดก็ยิ่งเจอ
ทั้งคู่เล่นน้ำมานาน แถมมาออกแรงขุดอีก อากาศในถังเริ่มร่อยหรอ จึงต้องจำใจขึ้นสู่ผิวน้ำ
"เชี่ยยย! ตรงนั้นมีขุมทรัพย์ฝังอยู่!" พอโผล่พ้นน้ำ จางเฮ่อก็ตะโกนอย่างบ้าคลั่ง
โม่ฉยงแกล้งตื่นเต้น "นี่เหรอของดีที่นายบอก?"
จางเฮ่อคว้าไหล่โม่ฉยงเขย่า "ดียิ่งกว่าดีอีก! ฉันนึกว่าจะแค่เหรียญโบราณนิดๆ หน่อยๆ ไม่คิดว่าจะเป็นหีบสมบัติเป็นลังๆ ขุมทรัพย์ของจริง! นายเข้าใจคำว่าขุมทรัพย์ไหมเนี่ย!"
โม่ฉยงเห็นเขาตื่นเต้นขนาดนี้ ก็ลองหยั่งเชิง "แต่หีบตั้งเยอะแยะ เราจะขนกลับยังไง?"
จางเฮ่อตอบทันที "เจอขุมทรัพย์แล้วจะกลัวขนกลับไม่ได้เหรอ? ไป! เรียกทุกคนมาช่วย ขุดหีบขึ้นมาให้หมด ของในหีบพวกนั้นมูลค่ามหาศาลแน่ๆ"
"งั้นพวกเราก็รวยเละเลยสิ?" โม่ฉยงทำหน้าดีใจสุดขีด
แต่จางเฮ่อกลับหัวเราะร่าอย่างเดียว "ฉันเจอขุมทรัพย์ว่ะ ครั้งแรกในชีวิตเลยเว้ย! ฮ่าๆๆๆ!"
"เสี่ยวโม่นายรู้ไหม ในวงการนักสำรวจทางทะเล การเจอขุมทรัพย์คือความฝันสูงสุด พวกตัวท็อปที่ฉันรู้จัก แค่งมเจอเหรียญโบราณหรือเศษไหแตกๆ ก็คุยโวได้ว่าเป็นนักล่าสมบัติแล้ว..."
"แต่พวกเราเจอแหล่งขุมทรัพย์ของจริง! หีบพวกนี้ต้องถูกฝังมาหลายร้อยปีแล้ว นี่มันขุมทรัพย์ใต้สมุทรขนานแท้!"
"ฮ่าๆ ไม่น่าเชื่อว่าเราจะเจอมันง่ายๆ แบบนี้!"
"ฉันนี่มันนักสำรวจผู้ถูกเลือกชัดๆ! ปล่อยจอย ต่อไปนี้ออกทะเลฉันจะปล่อยจอยทุกรอบ!"
...
[จบแล้ว]