เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 549 บุ่มบ่ามเป็นมาร

ตอนที่ 549 บุ่มบ่ามเป็นมาร

ตอนที่ 549 บุ่มบ่ามเป็นมาร


“ข้าไม่มีเวลาจริงๆ!” ถังเทียนอธิบายให้โส่วจิงเหมือนกับว่าชีวิตของเขาขึ้นอยู่กับมัน  “ข้าจะต้องไป...”

โส่วจิงพยายามตัดบทเขา “ข้าขอเวลาเพียงสิบนาที สิบนาทีเท่านั้น! กับงานราตรีสโมสรอย่างนั้นถ้าฝ่าบาทไม่ปรากฏตัว  อย่างนั้นจะเป็นการผิดธรรมเนียมต่อคนทุกระดับ!  ทั้งกับงานใหญ่กับคณะทูตานุทูตจากหลายกลุ่มดาว ทั้งหมดนั้นเป็นคนสำคัญจากกลุ่มของพวกเขา ถ้าฝ่าบาทไม่ปรากฏตัว แล้วเราจะอธิบายแก้ต่างให้ได้ยังไง?”

โส่วจิงแสดงสีหน้าว่า “ถ้าเจ้ากลุ่มดาวยังคงยืนกราน  อย่างนั้นนั้นเขาจะตายเพื่อแสดงความจริงใจ”ทำให้ถังเทียนรู้สึกปวดหัว โส่วจิงเป็นคนดีทุกอย่าง แต่เมื่อถึงคราวยืนกราน ต่อให้กระทิงเปลี่ยวเก้าตัวก็ฉุดเขาไม่อยู่

โส่วจิงจับตัวถังเทียนแน่นและไม่ยอมปล่อยมือไม่ว่ายังไงก็ตาม  ขณะที่ผี่ผาแอบขำอยู่ข้างๆ

ถ้าเป็นคนอื่น ถังเทียนคงอาละวาดทุบตีไปแล้ว  แต่โส่วจิงมีร่างกายอ่อนแอและปกติถังเทียนไม่กล้าแตะต้องเขา  ถ้าขาดมือขาดเท้าอย่างโส่วจิงไปนั่นนับเป็นปัญหาใหญ่เลยทีเดียว

ถังเทียนตะลึงอยู่กับที่เมื่อโส่วจิงจับตัวเขาไว้  เขาไม่กล้าใช้กำลังใดๆ ได้แต่ยอมตามเขา  “ก็ได้ 10 นาที  แค่ 10 นาทีเท่านั้นนะ ไม่มีแถมแม้แต่วินาทีเดียว  10 นาทีเท่านั้น!”

โส่วจินทวนคำทันที “ข้าต้องการเวลาฝ่าบาทเพียงสิบนาทีเท่านั้น!”

ดีแล้ว เอาตามนั้น...

ถังเทียนแอบฉลองในใจ เขาอยู่ห่างจุดนัดพบกับเชียนฮุ่ย 15 นาที ถ้าถึงเวลาแล้วถังเทียนจะไม่สนใจเรื่องคณะทูตของกลุ่มดาวจะมีอะไรนักหนาเมื่อเทียบกับเรื่องของเชียนฮุ่ย!

ภายใต้การฉุดลากของโส่วจิงถังเทียนฉีกยิ้มแล้วค้างเอาไว้ในทุกที่ๆ เขาปรากฏตัว

“ไฮ้..สวัสดีทุกท่าน!”

“สบายดีนะ  สบายดีไหม!”

“ช่าย ช่ายช่ายแล้ว ยินดีที่ได้พบปะทุกท่าน ยินดีที่ได้พบทุกท่าน!”

……

ถังเทียนต้อนรับทุกคนเหมือนกับเครื่องจักรกระแสผู้คนปรากฏตัวอยู่ต่อหน้าเขา ใบหน้าที่จู่ๆ ก็ยื่นเข้ามาใกล้ ทำให้เขาตกใจเสียงที่ดังจอแจไม่รู้จักจบสิ้นทำให้ถังเทียนปวดหัวและเบื่อหน่าย  อีกนิดเดียว ถังเทียนพึมพำในใจ  เขารู้สึกจะเป็นลม สติของเขากำลังจะหลุดเหมือนกับว่าเขาอยู่ในสนามรบและมีศัตรูอยู่ทุกที่รายล้อมเขาหนาแน่นไปหมด

ข้ารู้สึกเหมือนอยากกวาดล้างสถานที่ให้หมด...

โชคดีที่ถังเทียนไม่สูญเสียสติ  เนื่องจากเขารู้ตัวว่ายังอยู่ในงานเลี้ยง

บุ่มบ่ามเป็นมาร บุ่มบ่ามเป็นมาร.. แต่เป็นมารก็แข็งแกร่งดีนี่  จะเอายังไงดีหว่า...

ถังเทียนยังคงแปะยิ้มไว้บนใบหน้า  แต่ในใจของเขานับเวลาถอยหลังเช่นกัน  ไม้ตายนับถอยหลังของข้าคือ... ไม่นะ, รอเดี๋ยว,นับเวลาถอยหลังอีก 10 นาที...

เทียบกับเขาแล้วอาเฮ่อที่อยู่ด้านข้างยังดูสุภาพและสง่างามยิ้มอย่างสดใสหมดจดเหมือนลมในฤดูใบไม้ผลิ  ท่าทางของเขางามสง่าดึงดูดสายตาหลายคู่ได้เป็นอย่างดี หลิงซิ่วสวมชุดนักรบพาหนะน้ำแข็งเงินสีขาวขลิบทองยืนตัวตรงแน่วเหมือนคันทวนด้วยสีหน้าที่เย็นชามองดูเหมือนครูฝึกที่สง่างามแต่โหดห้าวมีแต่เว่ยเว่ยอันที่อยู่ใกล้ตัวอยู่ในใจเขาเท่านั้น

ถังเทียนผู้น่าสงสารถูกโส่วจิงคล้องแขนฉุดดึงไว้แน่นคล้ายเกรงว่าเขาจะหลุดหนีหายไป

“เฮ้, ถังเทียน!”

อังเดรผมทองสะดุดตาของถังเทียน  ในที่สุดก็ได้พบคนที่เขาคุ้นเคยบ้าง  ถังเทียนถอนหายใจ  “อังเดร, เจ้าก็มาเหมือนกัน”

“ดูสีหน้าของเจ้า ดูเหมือนเจ้าจะไม่สนุกกับงานนี้เลย”  อังเดรพูดตามตรง  นอกจากคนอื่นที่เรียกเขาว่าฝ่าบาทมีอังเดรนี่แหละที่เรียกชื่อถังเทียนโดยตรง ทั้งสองคนเคยพบกันมาก่อนและนี่เองทำให้รู้สึกสนิทกันอยู่บ้าง

“ความจริงข้ายินดีออกไปต่อสู้ยังจะดีกว่า!” ถังเทียนเปิดเผยความรู้สึกและฝืนยิ้ม

เหลืออีกแปดนาที....

“ถูกแล้ว, สมรภูมิคือบ้านของลูกผู้ชาย!”  อังเดรมีท่าทางเข้าใจจากนั้นผลักสการ์เล็ตที่อยู่ข้างหลังเขามาข้างหน้า  “นี่คือสการ์เล็ตน้องสาวของข้า”

เมื่อสการ์เล็ตปรากฏตัวก็ดึงดูดสายตานับคู่ไม่ถ้วนได้ทันที ผู้คนที่รายล้อมถังเทียนเงียบเสียงลงทันที

สการ์เล็ตเป็นสตรีที่งดงามมากหลังจากผ่านการประทินโฉมอย่างละเอียดประณีต ผมบลอนด์ของนางหยักสลวยและชุดยาวผ้ามันระยับสีฟ้ามีภาพดวงอาทิตย์ฉายแสงทองทั่วแผ่นผืนทะเลที่ใสเหมือนผลึก ไหล่ที่เปลือยเผยให้เห็นกระดูกไหปลาร้าที่บอบบางประกอบกับอกที่เต็มอวบอิ่มของนางดูน่าลุ่มหลง  เอวที่โค้งคอดกิ่วของนางทำให้ผู้คนไม่สามารถละสายตาจากนางได้เลย

“คารวะหนุ่มชาวฟ้า!”

เสียงอบอุ่นยั่วยวนใจเหมือนสายน้ำดึงดูดใจผู้คนยิ่งนัก

แสงสีทองและความมันระยับจากชุดราตรีภายใต้แสงจันทร์ส่องสะท้อนเป็นพิเศษทำให้ถังเทียนไม่สามารถมองเห็นได้ชัดเจน เกิดความเงียบอย่างฉับพลัน เสียงของสการ์เล็ตทำให้หัวใจของถังเทียนที่กำลังเร่งเวลาแทบบ้ารู้สึกสะดุ้ง

รัศมีอะไร!

หรือว่าจอมมารจะออกมา...

ดวงตาของถังเทียนเป็นประกายแวววาว เกือบจะใช้วิชายุทธออกมาแล้วแต่เมื่อในที่สุดถังเทียนเห็นว่าเป็นใบหน้าของสุภาพสตรีคนหนึ่ง  เขาข่มความรู้สึกร้ายกาจในใจลงจนได้....

ช่างเป็นสมรภูมิที่น่ากลัวจริงๆ...

หลังของถังเทียนหลั่งเหงื่อเยียบเย็น ภาพที่อยู่ต่อหน้าเขาเป็นสมรภูมิที่น่ากลัวที่สุด  มีศัตรูแปลกประหลาดมากมายอยู่ตรงนั้นและเขายังต้องต่อสู้กับความชั่วร้ายในจิตใจ

เขาเกือบพ่ายแพ้ต่อมารในใจแล้ว... อันตรายนัก...

ถังเทียนยังมีความกลัวเหลืออยู่ในใจ  เขาฝืนยิ้มขณะทักทายสการ์เล็ต  “แม่นางสการ์เล็ต”

เหลือเวลาอีกเจ็ดนาทีครึ่ง

ทำไมเวลาถึงคืบคลานผ่านไปช้านัก

ถังเทียนไม่ได้รู้สึกว่า“เวลากำลังคืบคลาน”มานานแล้ว ในสถานที่ยุ่งเหยิงเช่นนั้น ช่างทรมานจริงๆ  เขาสัญญากับตนเองว่า จะไม่เข้าร่วมงานเลี้ยงใดๆอีกเลย  ให้เขาไปฝึกฝนหรือต่อสู้ดีกว่ากลับมายังที่ซึ่งน่ากลัวแบบนี้

“ร่างกายของหนุ่มชาวฟ้ารู้สึกไม่ดีหรือ?”  สการ์เล็ตถามด้วยความห่วงใย  “หน้าของเจ้าดูเหมือนจะซีดเล็กน้อย”

เสียงของนางอบอุ่นและน่าหลงใหลมากและมีแฝงด้วยความห่วงใย  บุรุษที่อยู่ใกล้ๆทุกคนแสดงอาการเหมือนกับมึนเมา

มันเกือบทำให้ข้าฆ่าเจ้าเสียแล้ว...

ถังเทียนเกือบโพล่งออกมา ก็ได้ สการ์เล็ตยังไร้เดียงสา  แต่นี่ไม่ใช่วิถีที่ควรเป็นหน้าของเขาแสดงรอยยิ้มซึ่งน่าเกลียดยิ่งกว่าร้องไห้เสียอีก  “ฮะฮะ, ข้าไม่ค่อยสบายเล็กน้อย  พวกท่านเชิญสนุกกันต่อนะ  ข้าจะไปทักทายทุกคนก่อน”

เหลืออีกเพียงเจ็ดนาที!

ก่อนที่ทั้งสองคนจะได้ทันตอบ ถังเทียนลอบพาโส่วจิงซึ่งจับมือเขาไว้แน่นและใช้มืออีกข้างหนึ่งแหวกขอทางคนข้างหน้าและเบียดฝูงคนออกไปอย่างรวดเร็วจากนั้นถามโส่วจิงเสียงอ่อย “เหลืออีกเจ็ดนาที รีบบอกมาจะให้ข้าไปทักทายใครอีก?”

เมื่อเห็นด้านหลังถังเทียนสีหน้าสการ์เล็ตกลายเป็นเย็นชา นางปฏิเสธบุรุษทุกคนที่ตามพัวพันนางและตามอังเดรไปที่มุมหนึ่ง

นางไม่ยอมละสายตาจากถังเทียนเลย

“อะไรกัน? เจ้าแพ้เสียแล้วหรือ?” อังเดรชูแก้วและมองร่างที่เหมือนหมดแรงของถังเทียนและหัวเราะเบาๆ  “นานแล้วนะตั้งแต่ข้าเห็นเจ้าทำสีหน้าพ่ายแพ้”

สการ์เล็ตเม้มริมฝีปากแน่น นางไม่เชื่อสิ่งที่เกิดขึ้น ตั้งแต่แรกถังเทียนยังมองนางอยู่เลยและนางไม่เคยพบประสบการณ์เช่นนั้นมาก่อน

นางใช้ความสามารถมากมายและคิดเรื่องการแต่งหน้าและทักทายเขา  หลังจากคิดอยู่นานนางคาดไม่ถึงว่าถังเทียนจะไม่ตื่นเต้น นางสามารถเห็นได้ว่าถังเทียนยิ้มให้นางอย่างสุดฝืนและยากลำบาก

นานแค่ไหนกันแล้วตั้งแต่นางเผชิญกับการทักทายที่เย็นชาอย่างนั้น

ไม่เคยมาก่อน!

ตั้งแต่อายุน้อยตราบใดที่นางยิ้มคนนับไม่ถ้วนล้วนยินดีจะทำทุกอย่างเพื่อนาง  รูปร่างนางงดงาม ทำให้นางเป็นคนพิเศษสุดในโลกและนางเชื่อว่านางสามารถข่มโลกได้

แต่, นางล้มเหลว

นางล้มเหลวจริงๆ

แรงกระทบใจครั้งนี้หนักขณะที่นางจับแก้วไว้แน่นนางใช้แรงมากโดยไม่รู้ตัวจนนิ้วของนางซีดขาว

ฉากภาพที่ปรากฏหลายคนได้เห็น  หมิงเยี่ยเลิกคิ้วความจริงสการ์เล็ตก็สดสวยงดงามจนแม้แต่นางก็ยังตะลึง  แต่ถังเทียนไม่ยอมมองดูนาง  นางมองดูหวีจีที่อยู่ข้างนาง  แม้ว่าหวีจีจะแตกต่างจากสการ์เล็ตก็ตามแต่หมิงเยี่ยรู้สึกว่าความคิดของเบื้องบนไม่มีทางสำเร็จได้

ถังเทียนรู้สึกละลานตาไปหมดและจำใครไม่ได้สักคนและมีสิ่งเดียวที่เขาทำก็คือนับเวลาอยู่ในใจ

เหลืออีกสองนาที

ทันใดนั้นมีเสียงหนึ่งดังแว่วเข้าหูเขา

“ข้าสงสัยจริงๆว่าฝ่าบาทจะรู้จักผู้อาวุโสกุ่ยอู๋หรือไม่?” บุรุษผมแดงจ้องมองตาถังเทียนที่มองตอบเขา และเขาลุกขึ้นพูด “ข้ากันหาวจากองค์การวิญญาณมืด”

ผู้อาวุโสกุ่ยอู๋!

ใจที่มึนชาของถังเทียนพลันตื่นตัวขึ้นทันที

กันหาวจงใจไม่ลดเสียงและผู้คนโดยรอบที่ได้ยินเสียงเขาตะลึงทันที กุ่ยอู๋ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในสามเซียนสุดยอดขององค์การวิญญาณมืด  เพราะจู่ๆ กันหาวถามเรื่องนั้นขึ้น จึงเหมือนกับโยนระเบิดลงในท่ามกลางผู้คน

สถานะของกุ่ยอู๋ได้รับการเคารพนับถือเป็นอย่างมากถูกจัดอยู่ในสุดยอดสามเซียนในประวัติศาสตร์องค์การวิญญาณมืด ความคงอยู่ที่แข็งแกร่งขนาดนั้นเป็นเรื่องที่ไม่สามารถนึกเรื่องเช่นนี้ออกได้ในวันนี้

เรื่องนี้ทำให้ทุกคนคาดเดาไปต่างๆ นานาถังเทียนและผู้อาวุโสกุ่ยอู๋มีความเกี่ยวข้องกันยังไง?

ผู้อาวุโสจากคณะทูตของกลุ่มดาวคันชั่งตาเป็นประกายกันทุกคน พวกเขามักคาดเดาอยู่เสมอว่ากลุ่มดาวหมีใหญ่มีสมบัติมากมายและด้วยข้อสงสัยของกันหาวทำให้พวกเขาเห็นความเป็นไปได้ทันที

สถานที่เงียบลงทันที

หลายคนลอบตื่นเต้น จากตั้งแต่แรกสถานะและพื้นหลังของถังเทียนมักเป็นความลับอยู่เสมอ และไม่มีใครรู้เรื่องเขา  แต่ถังเทียนกลับรุ่งเรืองขึ้นมาด้วยความเร็วอย่างน่าทึ่งและทำให้โลกตกตะลึง  หลายๆคนลอบคาดเดาว่าถังเทียนมาจากที่ซึ่งมีเบื้องหลังยิ่งใหญ่  ถ้าไม่อย่างนั้นเขาจะกลายเป็นผู้ทรงอำนาจอิทธิพลอย่างนั้นได้ยังไง

“ผู้อาวุโสกุ่ยอู๋?” ถังเทียนย้อนถามโดยไม่รู้ตัว

แม้ว่าเขาพยายามดิ้นรนออกจากความวุ่นวาย  แต่สมาธิของเขาอยู่ที่การนับถอยหลังเหลืออีกหนึ่งนาทีสี่สิบห้าวินาที....

“ถูกแล้ว!”  กันหาวใจเย็นกล่าวอย่างไม่สะทกสะท้าน  ตาของเขาร้อนแรง “จำได้ว่ากระบี่ดื่มเลือดเซียนเป็นของสะสมของผู้อาวุโสกุ่ยอู๋ องค์การวิญญาณมืดได้ตรวจสอบยืนยันในบันทึกแล้ว  ข้าหวังว่าฝ่าบาทจะอธิบายว่าทำไมกระบี่ดื่มเลือดเซียนตกไปอยู่ในมือของจิ่งหาว?”

“อธิบาย?”  ถังเทียนมองดูกันหาวด้วยท่าทีแปลกประหลาด  “ทำไมข้าต้องอธิบายด้วย?”

กันหาวหรี่ตาของเขา “ฝ่าบาท, ผู้อาวุโสกุ่ยอู๋ คือเซียนเทพเจ้าในองค์การวิญญาณมืด! ของสะสมของผู้อาวุโสกุ่ยอู๋ก็คือสิ่งที่องค์การวิญญาณมืดของข้าบอกได้ว่าจะไม่นั่งเฉยทนดูมันตกไปอยู่ในเงื้อมมือของคนอื่น”

เหลืออีกหนึ่งนาทียี่สิบวินาที...

ก่อนที่ถังเทียนจะพูด หลงโส่วจิงซึ่งเกาะถังเทียนไว้ตลอดลุกขึ้นโดยไม่ลังเลตอบอย่างเย็นชา“ประการแรก ท่านมีคุณสมบัติเป็นตัวแทนองค์การวิญญาณมืดหรือไม่?  ประการที่สององค์การวิญญาณมืดพยายามจะคุกคามกลุ่มดาวหมีใหญ่ของข้าใช่หรือไม่?”

กันหาวโบกมือและหัวเราะ “ทำไมเจ้าถึงพูดอย่างนั้น ท่านโส่วจิง? ข้าก็แค่ต้องการชี้แจง ถ้าข้าเสียมารยาท ข้าหวังว่าท่านจะยกโทษให้ข้าด้วย

เหลืออีกหนึ่งนาที...

ถังเทียนซึ่งไม่ได้ใส่ใจ เตรียมพร้อมจะออกไปแล้ว

กันหาวหรี่ตา เมื่อเห็นว่าถังเทียนเตรียมจะเดินจากไป  เขาตะโกน “ฝ่าบาท ได้โปรดรอก่อน  ข้า...”

รังสีอำมหิตในใจของถังเทียนไม่สามารถข่มเอาไว้ได้ในที่สุด

จบบทที่ ตอนที่ 549 บุ่มบ่ามเป็นมาร

คัดลอกลิงก์แล้ว