เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 17 เรียกคะแนนสงสาร

บทที่ 17 เรียกคะแนนสงสาร

บทที่ 17 เรียกคะแนนสงสาร


บทที่ 17 เรียกคะแนนสงสาร

ยามที่เจ้าของร่างเดิมยังอาศัยอยู่ที่บ้าน ท่อนแขนของนางมักเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำดำเขียว ซึ่งชาวบ้านร้านตลาดต่างก็สังเกตเห็นกันทั้งนั้น

เมื่อได้เห็นสิ่งที่นางต้องเผชิญในครอบครัวนี้ตลอดหลายปีที่ผ่านมา พวกเขาก็อดรู้สึกเวทนาไม่ได้ แม้จะเป็นเรื่องภายในครอบครัวที่คนนอกไม่อาจยื่นมือเข้าไปยุ่งเกี่ยวได้มากนัก แต่ยามสบโอกาส พวกเขาก็มักจะหยิบยื่นความช่วยเหลือเล็กๆ น้อยๆ ให้เสมอ

"อาฉือ แต่งงานออกไปแล้วก็อย่าได้ยอมเหมือนเมื่อก่อน... ถ้าพวกเขาไม่รักเจ้า ก็แค่ตัดใจกลับไปอยู่บ้านสามีเสีย อย่ากลับมาที่นี่อีกเลย"

เจียงฉือส่ายหน้าเบาๆ "ยังไงพวกเขาก็เป็นครอบครัวของข้า... ต่อให้เขาทำกับข้าแบบนี้ ข้าก็ไม่อาจอกตัญญูได้ลงคอหรอกจ้ะ"

"เด็กโง่... จิตใจดีเกินไปแล้วลูกเอ๊ย"

เด็กดีขนาดนี้ ทำไมต้องมาเกิดในครอบครัวพรรค์นี้ด้วยนะ

เจียงฉือยิ้มบางๆ "ท่านน้า ท่านป้า ได้ระบายความในใจกับพวกท่านแล้วข้ารู้สึกดีขึ้นมากเลยจ้ะ"

หญิงคนหนึ่งกุมมือนางไว้แล้วเอ่ยว่า "อย่าเก็บความทุกข์ไว้คนเดียว ว่างเมื่อไหร่ก็ออกมาเดินเล่นบ้างนะ"

เจียงฉือพยักหน้า "ขอบคุณมากจ้ะ ข้าไม่เคยลืมข้าวทุกมื้อที่พวกท่านแบ่งปันให้ยามที่ข้าลำบาก หากวันหน้าข้าได้ดิบได้ดี ข้าจะกลับมาตอบแทนบุญคุณพวกท่านแน่นอน"

"เจ้าเป็นเด็กดีขนาดนี้ พวกข้าไม่ต้องการสิ่งตอบแทนหรอก ขอแค่เจ้ามีความสุขก็พอแล้ว"

"จ้ะ ท่านน้าไปทำงานต่อเถอะ ข้าขอเดินเล่นแถวนี้อีกสักหน่อย"

"ได้ๆ อย่าเก็บไปคิดมากนะ ไม่มีอุปสรรคใดที่ผ่านไปไม่ได้หรอก"

เจียงฉือเดินจากไป

"เฮ้อ... เด็กคนนี้ช่างน่าสงสาร ตั้งแต่เล็กจนโตเจอแต่เรื่องทุกข์ระทม แต่จิตใจกลับยังบริสุทธิ์และกตัญญูถึงเพียงนี้ ช่างเป็นเด็กดีจริงๆ"

"จะมีประโยชน์อะไร? ไม่มีแม่คอยปกป้อง ก็ไร้ที่พึ่งพิง เด็กดีมีแต่จะถูกรังแกเปล่าๆ"

หญิงทั้งสองส่ายหน้าด้วยความจนใจ

เจียงฉือเดินเล่นรอบหมู่บ้าน เจอคนคุ้นหน้าคุ้นตาก็ทักทายไปตามมารยาท ก่อนจะเดินวนกลับมาที่บ้าน

ทันทีที่ก้าวมาถึงหน้าประตู ก็ได้ยินเสียงร้องไห้โวยวายดังลั่นมาจากในลานบ้าน

"นั่นมันห้องของข้านะ ทำไมต้องให้นังตัวซวยนั่นเข้าไปอยู่ด้วย! มันโยนหีบสมบัติของข้าออกมาหมดเลย แล้วน้ำตาลปั้นสองก้อนที่ข้าอุตส่าห์เก็บไว้ก็หายไปไหนไม่รู้ ฮือๆๆ... ท่านพ่อ ท่านแม่ พวกท่านต้องจัดการให้ข้านะ!"

"เอาน่า... ให้มันอยู่ไปก่อน เดี๋ยวเจ้าไปนอนห้องเก็บของแทนแล้วกัน"

"ท่านพ่อ! ข้าไม่ไป! ข้าจะนอนห้องตัวเอง ให้พวกมันไปนอนห้องเก็บของสิ!"

"ตัดสินใจไปแล้ว อย่าเรื่องมาก"

เจียงฉือได้ยินเสียงก็รู้ทันทีว่า 'เจียงหมิงเยี่ยน' น้องสาวต่างแม่กลับมาแล้ว

นางยกยิ้มมุมปากแล้วเดินอาดๆ เข้าไปในลานบ้าน

"เกิดอะไรขึ้นหรือจ๊ะ? ร้องห่มร้องไห้เสียงดังลั่น นึกว่ามีใครตายเสียอีก ที่แท้ก็หมิงเยี่ยนนี่เอง ใครไปทำอะไรให้เจ้าขัดเคืองใจถึงได้ร้องไห้ฟูมฟายขนาดนี้?" เจียงฉือเอ่ยด้วยน้ำเสียงสมน้ำหน้าอย่างปิดไม่มิด

คำพูดของนางทำให้ทุกคนในที่นั้นหน้าถอดสี พวกเขารู้ดีว่านางจงใจพูดจายั่วโมโห หวังจะใช้เรื่องนี้บีบคั้นเพื่อทวงคืนกำไล

เจียงหมิงเยี่ยนตกใจกับคำพูดแรงๆ ของพี่สาว แต่เมื่อหันมาเห็นเจียงฉือที่ดูราวกับคนละคน สวยสง่าขึ้นผิดหูผิดตา โดยเฉพาะเสื้อผ้าอาภรณ์ที่สวมใส่ ทำเอานางตะลึงงันราวกับเห็นนางฟ้าลงมาจุติ

"เจียงฉือ วาจาเจ้าช่างสามหาวนัก อย่ามาลองดีกับข้านะ"

เจียงฉือรู้สึกสะใจทุกครั้งที่เห็นสีหน้าของเจียงเอ้อร์ที่โกรธจนอยากจะกินเลือดกินเนื้อนางแต่ทำอะไรไม่ได้

นางไม่ตอบโต้ด้วยคำพูด เพียงแค่จ้องตากลับด้วยสีหน้าท้าทาย แววตาเต็มไปด้วยความเหยียดหยาม

ใช้สายตาตอบโต้ได้ผลดีกว่าเปลืองน้ำลายเป็นไหนๆ

นี่เป็นครั้งแรกที่เจียงหมิงเยี่ยนเห็นเจียงฉือในมาดนี้ เมื่อก่อนนางไม่เคยกล้าหือแม้แต่น้อย ไม่ใช่เจียงฉือคนเดิมที่โดนตีปางตายก็ไม่กล้าร้องสักแอะ แต่ใบหน้านั้นกลับคุ้นเคยยิ่งนัก

นางหันไปมองนางโจว ผู้เป็นแม่ด้วยความงุนงง

นางโจวเห็นสายตาของลูกสาว ก็เข้าใจถึงความประหลาดใจนั้น จึงพยักหน้าให้เบาๆ

เจียงหมิงเยี่ยนนึกขึ้นได้ว่าห้องนอนตัวเองโดนยึด ข้าวของถูกโยนออกมาเกลื่อนกราด แม้แต่น้ำตาลปั้นที่ตัดใจกินไม่ลงก็ถูกแย่งไป พ่อแม่ไม่ช่วยทวงคืนแถมพ่อยังดุนางอีก

ความคับแค้นใจนี้กลืนไม่เข้าคายไม่ออกจริงๆ

"เจียงฉือ คืนห้องข้ามาเดี๋ยวนี้... เจ้าไปนอนห้องเก็บของซะ!"

แล้วถ้าข้าไม่คืนล่ะ?

เจียงหมิงเยี่ยนไม่เคยเจอเจียงฉือเวอร์ชันนี้มาก่อน ถึงกับไปไม่เป็น ได้แต่กระทืบเท้าเร่าๆ ด้วยความโมโห "เจ้า... เจ้า..."

" 'เจ้า' อะไร? เชื่อฟังพ่อเจ้าแล้วไปนอนห้องเก็บของซะดีๆ เถอะ ไม่งั้นจะหาว่าข้าไม่เตือน เดี๋ยวจะเจ็บตัวเปล่าๆ"

ทันใดนั้น ประตูห้องที่ปิดสนิทก็เปิดออก

ใบหน้าหล่อเหลาของโจวเฉิงปรากฏแก่สายตา ริมฝีปากประดับรอยยิ้มจางๆ น้ำเสียงนุ่มนวล "กลับมาแล้วหรือ?"

เจียงฉือยิ้มหวานตอบกลับ "ข้ารบกวนเวลาพักผ่อนของท่านหรือเปล่า?"

โจวเฉิงส่ายหน้า "ไม่หรอก ไม่มีใครกล้ามาเคาะประตู"

พูดจบ เจียงฉือก็หันหลังกลับแล้วปิดประตูใส่หน้าทุกคนดังปัง!

เจียงหมิงเยี่ยนเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงเมื่อเห็นชายหนุ่มในห้อง

นางหันไปถามแม่ด้วยความไม่อยากจะเชื่อ "ท่านแม่ ผู้ชายคนนั้นคือสามีของนางหรือเจ้าคะ?"

นางโจวพยักหน้า

ที่แท้สิ่งที่พี่หมิงฮุ่ยพูดเมื่อวานก็เป็นเรื่องจริง เจียงฉือโชคดีชะมัด ได้สามีหล่อเหลาปานเทพบุตรขนาดนี้

นางโจวลากตัวลูกสาวที่ยังตะลึงงันเข้าห้องไป

จากนั้นก็เตือนด้วยสีหน้าเคร่งเครียด "หมิงเยี่ยน สองสามวันนี้อย่าไปตอแยมันเชียวนะ นังเด็กนั่นไม่ใช่คนเดิมอีกแล้ว ร้ายกาจยิ่งกว่าอะไรดี ขนาดพ่อเจ้ายังไม่กล้าหือกับมันเลย"

เจียงหมิงเยี่ยนไม่คิดว่าเรื่องจะร้ายแรงขนาดนี้ "ขนาดท่านพ่อยังไม่กล้ายุ่ง มันมีอิทธิฤทธิ์สามเศียรหกกรหรือไงเจ้าคะ?"

"มันไม่ได้มีสามเศียรหกกรหรอก แต่มันมี 'ยมทูตมีชีวิต' คอยคุ้มกะลาหัวอยู่ต่างหาก... พ่อเจ้าโดนมันเล่นงานไปสองรอบแล้ว เชื่อแม่เถอะ มันอยู่ได้ไม่นานหรอก เดี๋ยวมันไปเมื่อไหร่ห้องก็กลับมาเป็นของเจ้าเหมือนเดิม"

วินาทีนี้เจียงหมิงเยี่ยนรู้สึกอิจฉาเจียงฉือขึ้นมาตงิดๆ โจวยมทูตผู้นั้นช่างหล่อเหลาแถมยังดูรักใคร่นางดีเหลือเกิน

"เหม่ออะไรอยู่? ได้ยินที่แม่พูดไหม?"

เห็นลูกสาวใจลอย นางโจวก็ขึ้นเสียงดังขึ้นอีกสองระดับ

เจียงหมิงเยี่ยนสะดุ้งตื่นจากภวังค์ "เข้าใจแล้วเจ้าค่ะแม่ ว่าแต่... ผู้หญิงอื่นเขากลับมาเยี่ยมบ้านแค่วันเดียวก็กลับ ทำไมพวกมันถึงหน้าด้านมานอนค้างบ้านเรา แถมยังทำตัวกร่างขนาดนี้?"

นางโจวไม่อยากปิดบังลูก "มันกลับมาคราวนี้เพื่อจะมาทวงกำไล"

"กำไลที่แม่มันทิ้งไว้ให้น่ะหรือเจ้าคะ?"

นางโจวพยักหน้า

"แต่อันนั้นยกให้เป็นสินเดิมของพี่หมิงฮุ่ยไปแล้วไม่ใช่หรือ? แล้วแบบนี้ถ้าไม่ได้คืน มันจะยอมกลับไปเหรอ?"

นางโจวเองก็ไม่แน่ใจ ฟังจากที่นางสวีวิเคราะห์ก็คิดว่าเจียงฉือคงอยู่ไม่นาน แต่แค่วันแรกก็ก่อเรื่องวุ่นวายขนาดนี้แล้ว ไม่รู้ว่าวันต่อๆ ไปจะสร้างวีรกรรมอะไรอีก

"เรื่องนั้นไม่ต้องห่วง จำไว้แค่ว่าอย่าไปยั่วโมโหมันก็พอ เดี๋ยวแม่ไปช่วยจัดห้องเก็บของให้"

แม้เจียงหมิงเยี่ยนจะไม่เต็มใจอย่างยิ่ง แต่ก็จำใจต้องเดินตามแม่ไป

เจียงฉือกลับเข้ามาในห้องแล้วล้มตัวลงนอนบนเตียง

นางตื่นตั้งแต่ไก่ยังไม่โห่ แถมยังต้องเดินข้ามเขามาตั้งไกล ร่างกายที่อ่อนแอของเจ้าของร่างเดิมคงหมดพลังไปนานแล้ว

"เหนื่อยไหม?" โจวเฉิงเอ่ยถามอย่างอ่อนโยน

"ก็ดีขึ้นแล้ว ข้าขอนอนพักสักงีบ เก็บแรงไว้ก่อน คืนนี้ยังมีเรื่องสนุกๆ รอพวกคนบ้านนี้อยู่"

จบบทที่ บทที่ 17 เรียกคะแนนสงสาร

คัดลอกลิงก์แล้ว