- หน้าแรก
- เกิดใหม่ในเกมออนไลน์
- บทที่ 59 แขกไม่ได้รับเชิญ
บทที่ 59 แขกไม่ได้รับเชิญ
บทที่ 59 แขกไม่ได้รับเชิญ
บทที่ 59 แขกไม่ได้รับเชิญ
เจิ้งอี้เดินออกมาจากจวนเจ้าเมืองด้วยสีหน้าจนปัญญา ครั้งแรกเลยที่เจอ NPC แจกภารกิจแต่ไม่มีของรางวัล เจ้าเมืองเสือขาวช่างขี้เหนียวจริงๆ
"รอบนี้เป็นดอกกระดูกงู รอบหน้าไม่รู้จะให้หาอะไรอีก NPC พวกนี้มันขาดแคลนต้นไม้ใบหญ้ากันหรือไง?" เจิ้งอี้บ่นพึมพำอย่างหงุดหงิด
ก่อนออฟไลน์ เขาแวะร้านยาเพื่อเติมของใส่กระเป๋าตามความเคยชิน
"ท่านทูตผู้ทรงเกียรติ! ท่านมาแล้ว! เชิญด้านในครับ ไอ้หนู ไปชงชามาให้ท่านทูตเร็วเข้า" เถ้าแก่ร้านยากุลีกุจอออกมาต้อนรับ กระตือรือร้นกว่าครั้งก่อนเสียอีก
"ไม่ต้องเกรงใจ ผมซื้อของแล้วก็จะไปแล้ว" เจิ้งอี้ลุยตีมอนสเตอร์มาทั้งวัน เหนื่อยจะแย่ ไม่มีอารมณ์มานั่งจิบชาในเกมหรอก
"ได้ยินมาว่า ท่านทูตกำลังจะไปหุบเขาอสรพิษหรือขอรับ?" เถ้าแก่ร้านยาหยั่งเชิงถาม
"หือ? รู้ได้ไง?"
"ทางร้านต้องการดีงูจำนวนหนึ่ง ไม่ทราบว่าท่านทูตจะช่วยนำติดไม้ติดมือกลับมาด้วยได้หรือไม่?"
เถ้าแก่ร้านยาไม่ตอบคำถาม แต่ยัดเยียดภารกิจให้ทันที
[ท่านต้องการรับคำร้องจากเถ้าแก่ร้านยาหรือไม่?] [รายละเอียด: รวบรวมดีงูพิษจากหุบเขาอสรพิษ ไม่จำกัดจำนวน เถ้าแก่ร้านยารับซื้อในราคาสูง] [ตกลง] [ปฏิเสธ]
เจิ้งอี้แปลกใจนิดหน่อย ไม่นึกว่าแค่มาซื้อยาก็รับภารกิจได้ ไหนๆ ก็ต้องไปตีมอนสเตอร์อยู่แล้ว ถือโอกาสหารายได้เสริมซะเลย เขาจึงกดรับอย่างไม่ลังเล
หลังรับภารกิจและซื้อยาเสร็จ ขณะกำลังจะเดินออกจากร้าน เถ้าแก่ร้านยาก็พูดด้วยน้ำเสียงประจบประแจงว่า "ท่านทูต ลองแวะไปร้านขายเกราะดูหน่อยไหมครับ?"
"ไปทำไม?" เจิ้งอี้งง
เถ้าแก่ร้านยาได้แต่ยิ้ม ไม่ยอมเฉลย
ความกระตือรือร้นกะทันหันของ NPC ทำให้เจิ้งอี้ทำตัวไม่ถูก แต่เพื่อสนองความอยากรู้อยากเห็น เขาเลยฝืนสังขารลากตัวเองไปที่ร้านขายเกราะ
"โอ้! ท่านทูตมาเยือน ไม่ทราบว่าต้องการสิ่งใดหรือครับ?" เถ้าแก่ร้านเกราะรีบออกมาต้อนรับ
"ผมไม่ได้จะซื้ออะไร เถ้าแก่ร้านยาบอกให้ลองมาดู"
เจิ้งอี้พูดความจริง ร้านนี้ขายแต่ของแพง แถมของดีที่สุดก็แค่ระดับซิลเวอร์
สินค้าส่วนใหญ่ในร้านรับซื้อมาจากผู้เล่นที่ขี้เกียจตั้งแผงขายเอง NPC จะกดราคาซื้อต่ำๆ แล้วเอามาขายต่อในราคาแพงหูฉี่
เถ้าแก่ร้านเกราะกลอกตาไปมา แป๊บเดียวก็เข้าใจสถานการณ์ รีบฉีกยิ้มกว้าง "ดูความจำข้าสิ ได้ยินว่าท่านทูตจะไปหุบเขาอสรพิษ? พอจะช่วยนำหนังงูกลับมาให้ข้าบ้างได้หรือไม่?"
[ท่านต้องการรับคำร้องจากเถ้าแก่ร้านเกราะหรือไม่?] [รายละเอียด: รวบรวมหนังงูพิษจากหุบเขาอสรพิษ ไม่จำกัดจำนวน เถ้าแก่รับซื้อในราคาสูง] [ตกลง] [ปฏิเสธ]
เจิ้งอี้ยืนงงเป็นไก่ตาแตก ปกติจะรับภารกิจสักทีต้องแย่งกันหัวแตก แต่นี่บทจะได้ก็ได้ง่ายๆ เหมือนล็อกเป้าไว้ให้เขาแล้ว แถมพวกนี้รู้ได้ยังไงว่าเขาจะไปหุบเขาอสรพิษ
พอรับภารกิจเสร็จจะเดินออก เถ้าแก่ร้านเกราะก็กระซิบอย่างมีลับลมคมใน "ท่านทูต ลองแวะไปร้านอาวุธดูหน่อยไหมครับ?"
"หือ? ยังมีอีกเหรอ?" เจิ้งอี้สงสัย
เถ้าแก่ร้านเกราะยิ้มแต่ไม่ตอบ
"อ้าว ท่านทูต มาได้จังหวะพอดี ทางเรากำลังจะผลิตลูกธนูล็อตใหม่ ขาดแคลนเอ็นสำหรับทำสายธนูพอดี ไม่ทราบว่าท่าน..."
"ไม่ทราบว่าผมพอจะช่วยหาเอ็นงูมาให้ได้ไหม ใช่หรือเปล่า?"
"ท่านช่างรู้ใจข้ายิ่งนัก ใช่แล้วๆ"
พอมาถึงร้านอาวุธ เจิ้งอี้ก็เดาทางได้ทันที เขาแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง ไปหุบเขาอสรพิษรอบเดียว ได้ทำถึงสี่ภารกิจ แถมสามภารกิจหลังยังรับซื้อไม่อั้นในราคาสูง ไม่รู้ว่าจะสูงขนาดไหน
คิดไปคิดมา เจิ้งอี้ก็ถึงบางอ้อ นี่คงเป็นเหตุผลที่เจ้าเมืองไม่ให้ของรางวัล และภารกิจพ่วงพวกนี้คงเป็นสวัสดิการของตำแหน่ง 'ทูตเมืองเสือขาว' นั่นเอง
เห็นสาวๆ ในสตูดิโอออฟไลน์กันหมดแล้ว เจิ้งอี้ก็อารมณ์ดีกดออกจากเกมบ้าง กะว่าจะกินข้าวให้อิ่มแล้วนอนพักสักงีบ
แต่พอถอดหมวกกันน็อค กลิ่นอาหารหอมๆ ที่คุ้นเคยกลับไม่มี แถมมีเสียงทะเลาะวิวาทดังมาจากห้องรับแขก
เจิ้งอี้ค่อยๆ ลงจากเตียง แง้มประตูห้องดู ก็เห็นแขกไม่ได้รับเชิญยืนอยู่กลางบ้าน เสียงเอะอะโวยวายมาจากคนกลุ่มนี้นั่นเอง
เขาแผ่พลังจิตออกไปเงียบๆ สัมผัสตำแหน่งของคนพวกนั้นได้ลางๆ มีกัน 5 คน จากแรงกดดันที่แผ่ออกมา น่าจะเป็นพวกนักเลงข้างถนน
"อิ่นฉิง เธอคิดว่ามาซ่อนตัวอยู่ที่นี่แล้วมันสนุกนักเหรอ ชีวิตเธอควรจะหรูหราสุขสบาย ไม่ใช่มุดหัวอยู่ในรูหนูเล่นเกมไปวันๆ แบบนี้" ชายที่เป็นหัวหน้าตะคอกเสียงดัง
"เฟิงเทา ฉันบอกนายหลายครั้งแล้ว ว่าฉันจะไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับพวกนาย และไม่มีวันเป็นผู้หญิงของนาย หวังว่านี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่นายเข้ามารบกวนชีวิตฉัน" อิ่นฉิงตอบเสียงแข็ง ไม่มีความเกรงกลัวแม้แต่น้อย
"นังตัวแสบ อย่าคิดว่าบ้านรวยแล้วฉันจะไม่กล้าทำอะไรนะ ออกจากปีกพ่อแม่มาแล้วเธอก็แค่ขยะเปียก"
"ก็ลองแตะต้องฉันดูสิ แล้วคอยดูว่านายจะเดินออกจากที่นี่ไปได้ไหม" อิ่นฉิงท้ากลับ
"หึๆ ระบบรักษาความปลอดภัยแน่นหนาแล้วไง สุดท้ายฉันก็เดินเข้ามาได้สบายๆ วันนี้จะปล่อยไปก่อน แต่เตือนไว้เลยว่าอย่าได้ก้าวขาออกจากบ้านเชียว" เฟิงเทาแสยะยิ้มข่มขู่
เจิ้งอี้กำลังฟังเพลิน ดันเผลอเอาตัวพิงประตูแรงไปหน่อย ประตูเปิดผัวะ ตัวเขาถลาหน้าคะมำไปจูบพื้นเต็มรัก
"หือ? นังแพศยา ทำเป็นวางมาดสาวบริสุทธิ์ ที่แท้ก็ซุกผู้ชายไว้ในห้อง" เฟิงเทาหันขวับมาจ้องเจิ้งอี้
"เอ้ยๆ อย่าเข้าใจผิด ผมตาบอด ผมมองไม่เห็นอะไรทั้งนั้น"
เจิ้งอี้สัมผัสได้ถึงรังสีอำมหิตจากสายตาคู่นั้น ดูท่าไอ้หมอนี่คงเคยฆ่าคนมาแล้วแน่ๆ
"เหลียงรุ่ย พาเขาเข้าห้องไป" อิ่นฉิงรีบสั่ง
"อย่าขยับ! ในเมื่อรังแกผู้หญิงมันไม่ดี งั้นขอระบายอารมณ์กับมันหน่อยก็แล้วกัน" เฟิงเทาโบกมือ สั่งลูกน้องจัดการเจิ้งอี้แก้ขัด
ลูกสมุนสี่คนเดินอาดๆ เข้ามาหาเจิ้งอี้อย่างไม่ลังเล ท่าทางไม่ได้ใส่ใจอะไรมาก คงเห็นว่าแค่คนตาบอดคงไม่มีปัญญาทำอะไร
ชายฉกรรจ์สี่คนรูปร่างกำยำ คนแรกง้างหมัดชกใส่หน้าเจิ้งอี้เต็มแรง แต่เจิ้งอี้เหมือนรู้ล่วงหน้า เอียงคอหลบหมัดนั้นได้อย่างง่ายดาย
"อย่าตีผม อย่าตีผม แผลผมเพิ่งจะหายเอง"
ปากร้องขอชีวิต แต่ตีนถีบยอดอก... เอ้ย ไม่ใช่ ถีบผ่าหมากชายคนแรกเต็มแรง
เพราะมีคนบังอยู่ เพื่อนข้างหลังเลยไม่เห็นว่าเกิดอะไรขึ้น เห็นแค่เพื่อนคนแรกตัวงอเป็นกุ้งด้วยความจุก
เจิ้งอี้แปลกใจตัวเอง เขาเดาทางหมัดมวยพวกนี้ได้แม่นยำยิ่งกว่าตาเห็นเสียอีก พอศัตรูขยับ เขาก็เตรียมท่าหลบรอแล้ว บวกกับวิชาเอาตัวรอดข้างถนนที่สั่งสมมาหลายปี งานนี้เลยได้เปรียบเห็นๆ