- หน้าแรก
- เกิดใหม่ในเกมออนไลน์
- บทที่ 12 เจ้าหนุ่มนั่นชื่อ 'เทียนเจี้ยงเจิ้งอี้'
บทที่ 12 เจ้าหนุ่มนั่นชื่อ 'เทียนเจี้ยงเจิ้งอี้'
บทที่ 12 เจ้าหนุ่มนั่นชื่อ 'เทียนเจี้ยงเจิ้งอี้'
บทที่ 12 เจ้าหนุ่มนั่นชื่อ 'เทียนเจี้ยงเจิ้งอี้'
บุคคลลึกลับผู้ปิดบังชื่อ ID เพียงคนเดียว กลับสามารถล้มสมาชิกกิลด์เดียวกันได้ถึง 3 ปาร์ตี้ มิหนำซ้ำยังทิ้งคำพูดสุดโหดว่า 'เจอครั้งไหนฆ่าครั้งนั้น' เรื่องราววีรกรรมเด็ดดวงเช่นนี้ย่อมเป็นที่โปรดปรานของชาวเกมเมอร์
ในเวลาสั้นๆ เพียงสิบกว่านาที คลิปวิดีโอที่ถูกถ่ายไว้ก็พุ่งทะยานขึ้นสู่อันดับยอดนิยมในเว็บบอร์ดเกม และยังมีคนแชร์ต่อกันไปไม่หยุดหย่อน
-เผชิญหน้ากับชายฉกรรจ์ 15 คน หนุ่มน้อยใจกล้าเลือกที่จะทำสิ่งนี้!-
-หนุ่มน้อยผู้กล้าหาญ ไม่เกรงกลัวอำนาจมืด หมาหมู่รังแกคนเดียว สุดท้ายกลายเป็นตัวตลก-
-กิลด์เทพสงคราม? น้ำยาแค่นี้?-
กระทู้ทำนองนี้ผุดขึ้นเต็มบอร์ดไปหมด เนื่องจากกระแสของแดนศักดิ์สิทธิ์นั้นแรงมาก เว็บไซต์วิดีโอชื่อดังต่างๆ ก็พากันดันคลิปการต่อสู้นี้ขึ้นหน้าหนึ่ง
พฤติกรรมสุดห้าวหาญของเจิ้งอี้ในครั้งนี้ ถึงกับดึงดูดผู้เล่นหน้าใหม่ให้ตบเท้าเข้ามาเล่นแดนศักดิ์สิทธิ์เพิ่มขึ้นอีกจำนวนไม่น้อย
ทุกคนต่างมองว่าแดนศักดิ์สิทธิ์นั้นช่างยุติธรรม ต่อให้อีกฝ่ายคนเยอะกว่า แต่ขอแค่ฉันเก่งจริง ก็สามารถเป็นยอดขุนพลสู้หนึ่งต่อพันได้ เพราะเกมเมอร์คนไหนบ้างล่ะที่จะไม่ฝันถึงฉากบุกตะลุยเดี่ยวฝ่ากองทัพนับล้านไปเด็ดหัวแม่ทัพข้าศึก
อันที่จริง กิลด์ส่วนใหญ่เลือกที่จะซุ่มเก็บตัวพัฒนาเงียบๆ เพราะช่วงต้นเกมเลเวลคือหัวใจสำคัญ ใครไปถึงเลเวล 30 ก่อน ก็มีสิทธิ์สร้างกิลด์เป็นคนแรกของเซิร์ฟเวอร์
การพัฒนาในระยะยาวต้องดูที่การบริหารและศักยภาพของกิลด์ แต่คนส่วนใหญ่มักจะจดจำ 'ที่หนึ่ง' ได้แม่นยำที่สุด การชิงความได้เปรียบในก้าวแรกจึงจะนำไปสู่ความได้เปรียบในทุกๆ ก้าว
และเพราะกิลด์ส่วนใหญ่มัวแต่ก้มหน้าก้มตาเก็บเลเวลนี่เอง ที่เปิดช่องให้ผู้เล่นอิสระคนหนึ่งได้มีโอกาสแจ้งเกิด
คนอื่นอาจดูไม่ออกว่าคนในคลิปคือใคร แต่คนของกิลด์โถงรวมธรรมจำได้ในทันที คนที่แย่งเฟิร์สคิลบอสระดับซิลเวอร์ในหมู่บ้านมือใหม่ แถมตอนออกจากหมู่บ้านยังถือครองแอกโกรของผู้พิทักษ์ค่ายกล
แม้จะเป็นคนแรกที่ออกจากหมู่บ้านมือใหม่ แต่บนบอร์ดจัดอันดับกลับไม่มีชื่อ ID แปลกหน้าปรากฏขึ้น มาตอนนี้กลับสามารถสังหารผู้เล่นระดับแนวหน้าถึง 15 คนได้ทั้งที่เลเวลยังต่ำขนาดนั้น เป็นเรื่องที่น่าตกใจจริงๆ
แม้เลเวลจะไม่ได้บ่งบอกถึงความเก่งกาจทั้งหมด แต่ก็มีผลต่อค่าสถานะพื้นฐาน การเรียนสกิล หรือแม้กระทั่งอุปกรณ์ที่สวมใส่
"คนคนนี้ ไม่ดึงมาเป็นพวก ก็ต้องรีบกำจัดทิ้งตั้งแต่เนิ่นๆ"
หัวหน้ากิลด์โถงรวมธรรม 'อี้ป๋อหยุนเทียน' กล่าวกับลูกน้องรอบกายเนิบๆ ขณะกำลังเร่งเก็บเลเวล
ตอนนี้พวกเขากำลังไล่ล่าโจรเลเวล 18 และเลเวลของอี้ป๋อหยุนเทียนก็กำลังจะแตะ 15 แล้ว
กิลด์อื่นๆ มีท่าทีต่อเจิ้งอี้แบ่งออกเป็นสองฝั่งชัดเจน บางคนชื่นชอบพวกฉายเดี่ยวใจถึงแบบนี้และคิดจะดึงตัวมาร่วมทีมให้ได้ ส่วนบางคนมองว่าคนประเภทนี้คงไม่ยอมทำตามคำสั่งทีม ดังนั้นถ้าไม่เลี่ยงไปเลย ก็ต้องเหยียบให้จมดินทันทีที่มีผลประโยชน์ขัดกัน
ส่วนเจิ้งอี้ไม่มีเวลาไปสนใจกระทู้พวกนั้น เขาเสียเวลามามากพอแล้ว ประจวบเหมาะกับที่สามปาร์ตี้ของกิลด์เทพสงครามถูกส่งกลับเมืองไป มอนสเตอร์แถวนี้จึงเกิดทันให้เขาเก็บเลเวลคนเดียวพอดี
การข้ามรุ่นไปฆ่ามอนสเตอร์ที่เลเวลสูงกว่าถึง 4 เลเวล แถมยังลุยเดี่ยว ทำให้เลเวลของเจิ้งอี้พุ่งแตะ 12 อย่างรวดเร็ว ระหว่างนั้นคนของกิลด์เทพสงครามก็ไม่ได้กลับมาหาเรื่องอีก
ขณะที่เจิ้งอี้กำลังคิดจะย้ายโซนเก็บเลเวล ห่างออกไปไม่ไกลเกิดความผันผวนของมิติ สายฟ้าสีม่วงฉีกกระชากอากาศ บอสประจำโซนหมาป่าสีเทาเกิดแล้ว
ผู้เล่นรอบๆ สังเกตเห็นความผิดปกติ แต่ไม่ใช่ทุกคนจะรู้ว่านั่นคือสัญญาณการเกิดของบอส
กว่าคนอื่นจะตั้งสติได้ บอสก็เข้าสู่ระยะยิงของเจิ้งอี้แล้ว เวทมนตร์ระยะไกลหลายสายถูกยิงออกไป ทันทีที่บอสปรากฏตัว สกิลก็พุ่งถึงเป้า แย่งชิงค่าแอกโกรมาได้พอดิบพอดี
การตัดสินใจที่แม่นยำและการตอบสนองที่รวดเร็ว นี่คือกุญแจสำคัญที่ทำให้เจิ้งอี้ชิงความได้เปรียบได้เสมอในชาติก่อน
หมาป่าสีเทา (Grey Wolf)
เลเวล: 15
ระดับ: ซิลเวอร์
HP: 50,000
เลือด 5 หมื่นดูเหมือนไม่เยอะ เจิ้งอี้โจมตีมอนสเตอร์ทั่วไปเข้าดอกละ 200-300 แต่พอยิงใส่บอสเหลือแค่ราวๆ 150
สกิลธาตุไฟจะทำดาเมจใส่บอสแรงขึ้นนิดหน่อย ส่วนธาตุดินดาเมจเบาสุด แต่ช่วยขัดจังหวะการโจมตีของบอสได้ดี
ด้วยวีรกรรมกวาดล้างสามปาร์ตี้ก่อนหน้านี้ ทำให้ผู้เล่นรอบข้างไม่กล้าเข้ามาแย่งบอส แม้จะมองด้วยความอิจฉาตาเป็นมัน แต่ก็ไม่มีใครกล้าลองดีกับคนโหดแบบนี้
เจิ้งอี้สบายใจเฉิบ การรับมือบอสระดับซิลเวอร์ตัวเดียวไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเขา แม้บอสจะเร็วและตีแรง แต่ด้วยสเต็ปการเดินหลบและการใช้สกิลควบคุม ปริมาณยาเลือดที่มีก็เพียงพอให้เขายืนระยะได้อย่างปลอดภัย
ระหว่างนั้นมีคนส่งคำเชิญเข้าปาร์ตี้มาเพียบ หวังจะมาขอส่วนบุญด้วย แต่เจิ้งอี้ปฏิเสธเรียบ
บอสมีท่าโจมตีหลักๆ คือ ตะปบ ข่วน กัด พอเลือดลดเหลือ 50% มันก็ส่งเสียงเห่าหอนเรียกสมุนรอบๆ มาช่วยรุม
หมาป่าสีเทานับสิบตัวพุ่งเข้าใส่เจิ้งอี้พร้อมกัน เล่นเอาตึงมือใช่ย่อย ความเร็วบวกกับจำนวนขนาดนี้ ต่อให้สเต็ปเทพแค่ไหนก็หลบได้ไม่หมด
"ฮ่าๆๆๆ พี่น้อง โอกาสมาถึงแล้ว ซ้ำเติมตอนมันเพลี่ยงพล้ำ ฆ่ามันซะ!"
จ้านเสินเทียนเซี่ยนำขบวนลูกน้องโผล่ออกมาจากที่ไหนสักแห่ง
ข้างหน้ามีฝูงหมาป่าไล่กวด ข้างหลังมีผู้เล่นดักรอ ถ้าหยุดวิ่ง เจิ้งอี้โดนรุมทึ้งตายคาที่แน่นอน
"กิลด์เทพสงครามก็นะ อดทนเก่งชะมัด รอตั้งนานเพื่อจะมาซ้ำเติมคนอื่น"
"ชู่ว ถ้าไอ้หมอนั่นตาย เราค่อยหาจังหวะแย่งสิทธิ์ครอบครองบอสมา"
ผู้เล่นรอบๆ หยุดตีมอนสเตอร์ หันมามุงดูความสนุกอีกครั้ง บ้างก็ด่าว่ากิลด์เทพสงครามหน้าด้าน บ้างก็จ้องจะลาสบอส และบางส่วนก็รอดูเผื่อใครตายจะได้เข้าไปรูทของ
เจิ้งอี้แปลกใจนิดหน่อยที่กิลด์เทพสงครามโผล่มา แต่ก็ไม่ได้กังวลอะไร ก็แค่พวกกระจอกกลุ่มหนึ่ง ถ้าไม่ใช่เพราะเขายังไม่มีสกิลโจมตีหมู่ ก็คงไม่ต้องวิ่งลากเลือดขนาดนี้
"บอกแล้วไงว่าเจอครั้งไหนฆ่าครั้งนั้น พวกแกนี่ไม่กลัวตายกันจริงๆ" เจิ้งอี้ไม่มีท่าทีเกรงกลัว กลับวิ่งลากฝูงหมาป่าพุ่งตรงเข้าใส่กลุ่มก้อนของกิลด์เทพสงคราม
"ไอ้หนู ยอมรับว่าแกเก่ง แต่ยังไงก็เป็นแค่นักเวท ต่อให้ฝีมือ PK พวกฉันจะสู้ไม่ได้ แต่ขอแค่ถ่วงเวลาแกไว้สักวินาทีสองวินาที ฝูงหมาป่านั่นก็ขย้ำแกเละแล้ว" จ้านเสินเทียนเซี่ยพูดอย่างได้ใจ
เจิ้งอี้ไม่ตอบโต้ แต่ปรับความเร็วในการวิ่ง รักษาระยะห่างระหว่างฝูงหมาป่ากับคนของกิลด์เทพสงครามให้พอดีกัน
เจิ้งอี้เข้าใกล้กิลด์เทพสงครามมากขึ้นเรื่อยๆ ฝูงหมาป่าก็ตามมาติดๆ ทั้งสองฝ่ายเข้าสู่ระยะโจมตีของกันและกัน กิลด์เทพสงครามไม่รอช้า สาดสกิลระยะไกลใส่เจิ้งอี้ทันที ส่วนฝูงหมาป่าก็กระโจนเข้าใส่เจิ้งอี้
'หยุดเวลา'
สกิลของทั้งสองฝ่ายหยุดค้างกลางอากาศ ฝูงหมาป่าค้างอยู่ในท่ากระโจนกัด เจิ้งอี้เดินอ้อมไปด้านหลังกองทัพกิลด์เทพสงครามอย่างใจเย็น แล้วโยนสกิลเวทมนตร์ใส่หลังพวกนักบวชของอีกฝ่ายแบบส่งๆ
สกิลหยุดเวลาสิ้นสุดลง สกิลของกิลด์เทพสงครามพลาดเป้า บ้างก็ไปโดนฝูงหมาป่าที่พุ่งเข้ามา
ฝูงหมาป่าที่เสียเป้าหมายการโจมตีไป พอพลาดเป้าแล้วเห็นเจิ้งอี้อยู่หลังกิลด์เทพสงคราม ก็เตรียมพุ่งเข้าใส่ต่อ แต่คราวนี้คนที่ขวางทางอยู่คือคนของกิลด์เทพสงคราม
แนวหน้าเกิดความชุลมุน แนวหลังอย่างนักบวชก็ไม่รอด เจิ้งอี้ที่ดักรออยู่ข้างหลังปล่อยสกิลที่เตรียมไว้ใส่เต็มๆ เหล่านักบวชที่ไม่ได้ทันระวังตัวโดนเก็บเรียบวุธในพริบตา
[ท่านทำการสังหาร 'จ้านเสินนาน่า' 'จ้านเสินโหรวโหรว' 'จ้านเสินเม่ยเม่ย' โดยเจตนา ผู้เล่นในปาร์ตี้ดังกล่าวมีสิทธิ์ตอบโต้ท่านได้อย่างถูกต้อง]
ชื่อ ID ที่ซ่อนไว้ของเจิ้งอี้ปรากฏขึ้นเหนือหัว พร้อมกับเปลี่ยนเป็นสีแดงเถือก
"เวรละ ลืมไปเลยว่าพวกมันยังไม่ได้โจมตีโดนเรา"
"เฮ้ย ดูนั่น เจ้าหนุ่มนั่นชื่อ 'เทียนเจี้ยงเจิ้งอี้'"