เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 445 หลงโส่วจิง

ตอนที่ 445 หลงโส่วจิง

ตอนที่ 445 หลงโส่วจิง


หลงโส่วจิงมองดูวังจากระยะไกลและหยุดนิ่งอยู่กับที่

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขามาเยือนวังกลุ่มดาวหมีใหญ่ วังที่อยู่ต่อหน้าเขาทรุดโทรมมากกว่าครั้งสุดท้ายที่เขามา  แต่ไม่ได้มีบรรยากาศถดถอยเสื่อมโทรมแต่อย่างใด

ความมีชีวิตชีวาและพลังงานดวงดาวเต็มอยู่ในอากาศเพราะเป็นเมืองหลวง พลังงานดวงดาวจึงเข้มข้นมากกว่าที่อื่นๆ

“ความเข้มข้นของพลังดวงดาวเท่าไหร่?”  หลงโส่วจิงถามโดยไม่หันหน้ากลับมา

ตาขององครักษ์ข้างๆตัวเขาเป็นประกายวาบ ตัวเลขปรากฏในสายตาเขาและหายไปอย่างรวดเร็ว เขาคำนับ  “ฝ่าบาท ความหนาแน่นของพลังดวงดาวร้อยละสิบสี่”

หลงโส่วจิงถอนหายใจ  หน้าของเขาซีดขาว สีหน้าของเขาเศร้าใจร่างของเขาอ่อนลงเล็กน้อยเหมือนกับว่าเขาจะถูกลมพัดได้ทุกเมื่อ

ดรุณีน้อยกระโปรงเขียวที่อยู่ข้างเขาอดแย้งไม่ได้และพูดขึ้น“พี่โส่วจิง, นี่เราไม่มีโอกาสจริงๆ หรือ?”

หลงโส่วจิงส่ายศีรษะอย่างเงียบๆมองดูวังพญาหมีไกลออกไป อารมณ์ของเขาเลือนราง “ไม่การสูญเสียกองกำลังสะท้านภูผาก็คือการสูญเสียโอกาสสุดท้ายของเรา”

“ทำไมเราไม่ร่วมกับสมาพันธ์ชาวยุทธ?”  เด็กหญิงพูดอย่างไม่สบายใจ

“อย่างนั้นเราจะสูญเสียหนักกว่า  พวกเขาโลภยิ่งกว่า”  หลงโส่วจิงลูบศีรษะเด็กหญิง

ดรุณีน้อยผู้นี้อายุสิบสามสิบสี่ปี  นางมีชีวิตชีวาและน่ารัก  หัวของนางรูปร่างเหมือนแอปเปิ้ลสีโอลด์โรสนางค้อนด้วยอารมณ์ของเด็ก วงหน้าแอปเปิ้ลของนางปรากฏรอยยิ้มสดใสผมของนางปลิวพริ้วอยู่ในสายลม

แต่ดรุณีน้อยรู้สึกได้ถึงอารมณ์ของหลงโส่วจิงนางปั้นสีหน้าไม่พอใจ

นางตอบอย่างไม่พอใจ  “ฮึ่ม, ฝ่าบาทและพวกที่เหลือใช้ไม่ได้เลยจริงๆ!  ถอนตัวกะทันหันแบบนี้! โชคดีที่เรายังมีพี่โส่วจิง!”

องครักษ์ที่อยู่ข้างตัวหลงโส่วจิงแสดงท่าทางโกรธเช่นกัน อันตรายที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนซึ่งกลุ่มดาวมังกรเผชิญอยู่ทำให้ทุกคนจนใจ  องค์ชายหลงโส่วจิงคิดหาวิธีได้อัตโนมัติ แต่เขาคิดไม่ถึงว่าเจ้าปกครองกลุ่มดาวฉวยโอกาสจากสถานการณ์เพื่อประโยชน์ของตนเองทิ้งตำแหน่งเจ้าปกครองกลุ่มดาวแม้กระทั่งผู้สืบทอดทั้งสามคนก็เลวร้าย คนหนึ่งหนีไปตอนกลางคืน และอีกสองคนแกล้งป่วย

ในที่สุดความรับผิดชอบมาตกอยู่ที่องค์ชายสี่หลงโส่วจิง

องครักษ์รอบตัวเขาเป็นยอดฝีมือดีที่สุดของกลุ่มดาวมังกร การกระทำของเจ้าปกครองกลุ่มดาวและผู้สืบทอดสองสามคนทำให้พวกเขารู้สึกอับอาย ถ้าไม่ใช่เพราะความจริงที่ว่าเขาอาศัยอยู่ในชายคาของกลุ่มดาวมังกรมาเป็นเวลานาน ตระกูลของเขาเป็นตระกูลใหญ่และถ้าไม่ใช่เพราะการกระทำขององค์ชายโส่วจิงที่ปลอบประโลมพวกเขาขึ้นมาบ้าง  พวกเขาคงไปจากกลุ่มดาวมังกรนานแล้ว

เหลียงฟงมองดูหลงโส่วจิงด้วยความสนใจอยู่บ้างเดิมทีก็ไม่ใช่กงการอะไรของเขา แต่ความคิดที่ติดอยู่ในใจของเขาจากวันนั้นยังไม่หายไป การเข้าร่วมกันของสี่กลุ่มดาวเป็นพันธมิตรเดียวกันทำให้กลุ่มดาวหมีใหญ่มีคุณสมบัติกลายเป็นผู้ทรงอิทธิพลยังรบกวนจิตใจของเหลียงฟง หลังจากมีปฏิสัมพันธ์กับปิงมากขึ้นและสังเกตทหารทั้งสองกองทัพจากระยะไกลเขามีความมั่นใจมากขึ้น

เขาตระหนักได้ว่าภายใต้คำแนะนำของปิง พลังของกองทัพจักรกลขนาดใหญ่กำลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

มีผู้นำทหารที่ทรงพลังมากขนาดนั้นและมีกองกำลังที่โดดเด่ดถึงสองกองทัพ ศักยภาพในอนาคตของกลุ่มดาวหมีใหญ่ย่อมไม่มีขีดจำกัด  การตัดสินครั้งนี้ทำให้เขาลงมือก่อน  แม้ว่าเขาจะเป็นนักสู้ระดับเซียน  แต่เขาก็มีปัญญาเช่นกัน  สงครามจะไม่สิ้นสุดในช่วงเวลาสั้นๆและจะรุนแรงมากขึ้น และสวรรค์วิถีทั้งหมดจะถูกฉุดลากเข้ามาด้วย  แม้ว่าเขาจะเป็นนักสู้ระดับเซียนคนหนึ่งแต่ในช่วงเวลาที่ยากลำบากอย่างนั้น ชีวิตอ่อนแอเหมือนหญ้า

เขารู้จักประวัติศาสตร์ดีทุกครั้งที่โลกตกอยู่ในกลียุค นักสู้ระดับเซียนหลายคนจะปรากฏตัวขึ้น

ไม่มีอะไรลับฝีมือนักสู้ได้ดีกว่าการต่อสู้จริงๆและไม่มีอะไรช่วยให้นักสู้ได้ก้าวหน้าได้ดีกว่าสนามรบจริงๆ  การรบต่อสู้จะทำให้นักสู้กลายเป็นผู้แข็งแกร่งขึ้นและพลังของพวกเขาจะเพิ่มขึ้นช่วยให้กองทัพใหญ่ขึ้นและแข็งแกร่งขึ้น

นอกจากนี้เขาไม่ได้อยู่เพียงลำพัง  เขายังมีครอบครัวและศิษย์ของเขา

กลุ่มมหาอำนาจที่กำลังพัฒนาทุกแห่งมีความปรารถนาต้องการให้มีความสามารถมากกว่ามหาอำนาจที่มีเสถียรภาพแล้ว

เหลียงฟงตัดสินใจเดินทางพร้อมกับหลงโส่วจิงและการกระทำของหลงโส่วจิงเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาทำให้เขายอมรับ

มีแต่ในช่วงเวลาคับขันจึงจะมีคนจริงปรากฏตัวขึ้น

ในวันเวลาปกติทายาทสามคนแรกโดดเด่นรุ่งเรืองมากกว่าผู้ใด ขณะที่องค์ชายโส่วจิงทุกคนไม่เคยรู้สึกว่าเขายังคงอยู่ ถ้าไม่ใช่เพราะเขาริเริ่มแนะนำให้เข้าร่วมกับกลุ่มดาวหมีใหญ่ทุกคนคงลืมไปว่าเขาคือทายาทอีกคนหนึ่ง

หลังจากจัดการความยุ่งเหยิง  องค์ชายโส่วจิงเปิดใจเตรียมไปเยี่ยมเยือนผู้บัญชาการของอีกฝ่ายด้วยตนเองทันทีจากนั้นเขาใช้เวลาเดินทางไปยังกลุ่มดาวหมีใหญ่หนึ่งวันหนึ่งคืนเต็ม

เมื่อเห็นองค์ชายโส่วจิงทำงานหนักพวกเขาทุกคนต่างแสดงความนับถือเขา

หลงโส่วจิงได้ยินคำพูดของดรุณีน้อยก็หัวเราะจากนั้นลูบศีรษะนางกล่าว “เสี่ยวจื๋อจือ (ส้มน้อย) อย่าหงุดหงิดไปเลยสถานการณ์ตอนนี้ไม่ย่ำแย่ขนาดนั้น เจ้าดาวมังกรไม่ใช่จะทำงานกันง่ายๆ เป็นหุ่นเชิดยังจะง่ายกว่า”

“แต่ว่า...” เสี่ยวจื๋อจือตอบอย่างกังวล

“เราแพ้นะ” หลงโส่วจิงมองดูเสี่ยวจื๋อจือสีหน้าของเขาสงบ  “ผู้แพ้ต้องจ่ายบรรณาการมูลค่าเพียงเท่านี้นับว่าเบาแล้ว”

เขาคุกเข่าลงยิ้มและจับไหล่นาง “และนี่ก็เหมือนย้อนกลับไปในช่วงชีวิตเก่าๆ ของเราสงัดและสงบสุข”

เขายืนขึ้นและก้าวเดินไปข้างหน้า  “ไปกันเถอะ ไปพบบุรุษผู้เรียกตัวเองว่าหนุ่มชาวฟ้ากัน”

วังพญาหมี

ถังเทียนมีใบหน้าบิดเบี้ยวเหยเก

“ทูตจากสำนักยุทธอมตะขอเข้าพบเจ้ากลุ่มดาว”

“ทูตกลุ่มดาวอินทรีขอเข้าพบเพื่อส่งคำเชิญ....”

“ท่านเจ้ากลุ่มดาว, ราคาสินค้าพุ่งกระฉูด  การค้าทั้งหลายปิดตัวลง”

“ท่านเจ้ากลุ่มดาวมีคนที่ไม่ทราบฝ่ายปรากฏตัวที่ประตูดวงดาวต่างๆ”

……

ถังเทียนรู้สึกเหมือนกับว่าสมองของเขาพองโตแทบจะระเบิดบริวารทั้งหมดได้แต่มองดูเขา บริวารของเขาทุกคนเป็นกลุ่มนักสู้ชาวหมาป่าผู้คล่องแคล่วและมีสติปัญญาริเริ่มเพื่อทำกิจกรรมต่างๆคอยอยู่ข้างตัวถังเทียน

หลังจากนั้นทุกๆกิจการส่งเข้ามาถึงถังเทียน เหมือนกับแม่น้ำร้อยสายพลันบรรจบลงที่ทะเล

ถังเทียนตะลึงงงงวยหนุ่มชาวฟ้าไม่เคยคิดถึงเรื่องเหล่านี้เลย...

อาเฮ่อยังไม่กลับมาปิงประจำอยู่ที่กลุ่มดาวมังกร แม้แต่หัวหม่าเอ๋อกอยู่ที่กลุ่มดาวหมาป่า ถังเทียนตะลึง พบว่าเขาไม่มีคนอื่นอยู่เลย โอ๊ะ มีอยู่คนหนึ่ง

“เสี่ยวซิ่วซิ่ว  เจ้ามีความคิดอะไรดีๆ บ้างไหม?”ถังเทียนมองเขาอย่างคาดหวัง

หลิงซิ่วหันหน้ามามองและพูดด้วยความมั่นใจ  “เรื่องหมูๆ”

ถังเทียนมีความสุขทันที  “ทำไงเหรอ?”

หลิงซิ่วชูหอกและตอบด้วยท่าทีมาดมั่น“ทิ่มพวกแม่ม..คนละหอกให้ตายไปก็สิ้นเรื่อง!”

ถังเทียน“....”

ข้าน่าจะรู้อยู่แล้วว่า  ข้าฉลาดกว่าเสี่ยวซิ่วซิ่วอยู่นิดเดียวถังเทียนคร่ำครวญในใจ

“ท่านเจ้ากลุ่มดาว, ทูตของกลุ่มดาวมังกรรอพบท่านอยู่”

กลุ่มดาวมังกรใจของถังเทียนมีรายการสมบัติที่ปิงยื่นให้ผุดขึ้นมา

สามร้อยพันล้านเหรียญดาวอสูรสะท้านภูผาระดับแปดจำนวนสิบตัว สมบัติระดับทองสองชิ้น การ์ดสุดยอดวิชาโดดเด่นสิบใบแร่ผลึกมังกรสี่ร้อยตัน

ผู้มีอิทธิพลตัวจริง!

มีอิทธิพลขนาดนั้นเราจะปล่อยให้เขารอได้ยังไง?ข้านึกหาวิธีรีดทรัพย์ให้ได้สักหน่อยจะดีกว่า...

“รีบเชิญเขาเข้ามา!”  ถังเทียนยิ้มทันทีทิ้งเรื่องกังวลหนักสมองไว้ข้างๆ ทั้งหมด

“หลงโส่วจิงแห่งกลุ่มดาวมังกรถวายบังคมฝ่าบาท!”

หลงโส่วจิงทักทายด้วยความเคารพ

“เรียกข้าว่าถังเทียนก็พอ”  ถังเทียนอึดอัดกับคำว่าฝ่าบาทเป็นอย่างมาก และเริ่มจ้องดูหลงโส่วจิงมิน่าเล่าเขาถึงเรียกว่าผ้าเช็ดหน้า (โส่วจิน เป็นคำพ้องเสียงแต่คนละความหมาย)  เขาดูเหมือนจะปลิวได้ทุกเมื่อยามเมื่อลมพัดแรง..เอ่, ทำไมสง่าราศีของเจ้าหนุ่มโส่วจิน (ผ้าเช็ดหน้า) รู้สึกว่าคล้ายกับเสี่ยวเฮ่อ..โอว.. คนที่ดูเหมือนกันอย่างนั้น พวกเขาดูเหมือนจะฉลาดทุกคน

หลงโส่วจิงก็ลอบจับตาดูถังเทียน

ชื่อของหนุ่มชาวฟ้านั้นโด่งดังคับฟ้า  มีความมหัศจรรย์มากมายอยู่ในตัวถังเทียน  เขาเป็นเหมือนปริศนาที่ถูกสร้างขึ้นมาจากสิ่งมหัศจรรย์

ปฏิกิริยาแรกของหลงโส่วจิงก็คืออายุน้อยมาก  การยกย่องว่าเป็น “หนุ่ม”อายุของเขาจะต้องไม่สูงอย่างแน่นอน แต่เห็นกับตาตนเอง ถังเทียนดูอายุน้อยกว่าสิบเจ็ดหรือสิบแปดปีมองดูเหมือนกับเด็กนักเรียนธรรมดา ทำให้เขาเริ่มใจสั่น

เขามีความสุขกับชีวิตที่เรียบง่ายไม่ชอบการดิ้นรนต่อสู้ แต่เกี่ยวกับพรสวรรค์ของตัวเขาเอง เขารู้ตัวว่าเขาทำอะไรได้บ้าง ไม่ได้บ้าง แต่เมื่อเห็นว่าถังเทียนยังอายุเยาว์มาก สมาธิของเขาเริ่มฟุ้งซ่าน

ไม่ว่าเขาจะทำยังไงเขาไม่อาจเป็นเหมือนถังเทียนได้ อายุเยาว์แต่กลับสร้างรากฐานได้ใหญ่โต

ตอนนั้นข้ายังคงเรียนอยู่ในสถาบันศึกษาอยู่เลย ยังสนุกเพลิดเพลินกับชีวิต...

หลงโส่วจิงไม่ใช่เพียงคนเดียวที่ตกตะลึงพรึงเพริด  แม้แต่เหลียงฟงที่มาพร้อมกับเขาเมื่อเห็นสายตาของถังเทียน เขามีท่าทางเหมือนกับเห็นภูตผี  ในฐานะนักสู้ระดับเซียน สถานะของเหลียงฟงในกลุ่มดาวมังกรถือว่าสมบูรณ์พร้อมเด็กมีพรสวรรค์นับไม่ถ้วนยินดีจะโขกศีรษะเพื่อเข้ามาในสวนกระบี่ของเขา  เขาได้เห็นคนมีพรสวรรค์มานับไม่ถ้วนแต่ไม่เคยเห็นคนมีพรสวรรค์ที่ดันทุรังเหมือนเด็กหนุ่มที่ต่อหน้าเขาเลย

เขาคือนักสู้ระดับเซียน สายตาของเขาแหลมคมและเฉียบขาด  และในสายตาของเขาปรากฏฉากภาพที่น่ากลัวโผล่ออกมา

พลังดวงดาวทั้งหมดของกลุ่มดาวหมีใหญ่ไหลเวียนอยู่ในร่างของถังเทียนจากนั้นทะลักออกมาอีกครั้งและหายไปในอากาศและภาคพื้น

ความจริงถังเทียนกลายเป็นศูนย์กลางพลังงานของกลุ่มดาวหมีใหญ่!

นักสู้ระดับเซียนคนใดที่เห็นภาพนั้นก็คงรู้สึกจิตใจเต็มไปด้วยความหวาดกลัว  กระแสพลังดวงดาวไม่เร็วตรงกันข้ากลับช้ามากซึ่งนักสู้ระดับธรรมดาไม่สามารถตระหนักได้  แต่ปริมาณของมันน่าประหลาดใจและภาพการไหลเวียนอย่างช้าๆ ก็น่ามหัศจรรย์

ภาพลวงตาที่เขาเห็นทันทีที่ก้าวเข้ามาในวังไม่ใช่ภาพลวงตา!

เขามีแผ่นเงินขนาดเหรียญดาวซ่อนอยู่ในแขนเสื้อและขณะต่อมาเขาก้มศีรษะกวาดตาดู ประกายแสงปรากฏวูบในดวงตาเขาทันที

ร้องละยี่สิบเจ็ด

ความหนาแน่นของพลังดวงดาวในวังความจริงมากถึงร้อยละยี่สิบเจ็ด

จำนวนขนาดนั้นเทียบเท่ามาตรฐานของสิบตำหนักระนาบสุริยะแล้ว

ความหนาแน่นของพลังดวงดาวถึงร้อยละยี่สิบเจ็ดไม่เคยปรากฏให้เห็นในห้ากลุ่มดาวขั้วขอบฟ้ามาก่อนและเหลียงฟงยังทราบได้อย่างแน่นอนว่าความเข้มข้นของพลังยังคงเพิ่มขึ้นอีก

แน่นอนว่านั่นไม่ใช่เหตุผลที่แท้จริงซึ่งทำให้เขาประหลาดใจ  ด้วยพลังเซียนของเขา  แม้แต่สิบสองตำหนักสุริยุปราคาก็ยังจะปฏิบัติต่อเขาราวกับอาคันตุกะผู้มีเกียรติ  ปัจจุบันนี้สำหรับเขาความหนาแน่นของพลังดวงดาวที่เพิ่มขึ้นไม่ได้ช่วยอะไรเขามากแต่อย่างใด

สิ่งที่เขาไม่อาจเชื่อได้และไม่เคยได้ยินมาก่อนก็คือสมบัติระดับเซียนจะยินดีช่วยเขาเหมือนกับที่ช่วยถังเทียน

กระดูกหมีเดียวดาย...

มันฝากความหวังและคาดหวังอะไรไว้กับถังเทียนกันแน่

ทันใดนั้นเขาคิดเรื่องหนึ่งได้ ทำให้ร่างกายของเขาแข็งค้างทันที

เป็นไปได้ไหมว่า...กลุ่มดาวหมีใหญ่ทำลายมรดกซึ่งอยู่ภายในกระดูกหมีเดียวดาย?

ทันใดนั้นเขาได้ยินเสียงมีความสุขของถังเทียนทันที

“เฮ้ โส่วจิน(จงใจเรียกเพี้ยนหมายถึงผ้าเช็ดหน้า) ถ้าอาหารขายเกินราคามากร้านค้าปิดตัวหลายร้าน ท่านจะทำยังไง?”

หลิงซิ่วที่อยู่ข้างๆเบิกตากว้างเหมือนกับแมวที่รู้สึกถึงอันตรายหนีบหางขยับออกห่างที่สุดเมื่อเจ้าบ้าถังใช้สำเนียงพูดแบบนั้นคนที่อยู่ท้ายสุดมีแนวโน้มว่าจะโชคร้าย

หลงโส่วจิงที่ตะลึงตอนแรกรีบตอบทันที  “ต้องมีผู้คอยตรวจการณ์ตลาด, ข่มขู่ร้านเล็กๆตอนกลางคืนและจากนั้นค่อยๆ สร้างและปรับปรุงตลาด”

เป็นไปตามคาด...โส่วจิน (ผ้าเช็ดหน้า) ฉลาดจริงๆ

ถังเทียนฉีกยิ้มจนแก้มปริเขากล่าว “โส่วจิน (ผ้าเช็ดหน้า) ท่านช่วยข้าสักเรื่องได้ไหม?”

หลงโส่วจิงค่อยรู้สึกถึงลางสังหรณ์บางอย่างในใจเขา  แต่เขาได้แต่แข็งใจตอบ “โปรดบอกมาเถิด ฝ่าบาท,ถ้าไม่เกินความสามารถที่โส่วจิงทำได้..”

“ข้ารู้ว่าโส่วจิน (ผ้าเช็ดหน้า)เป็นคนตรงอยู่แล้ว” ถังเทียนขัดจังหวะหลงโส่วจิงโดยไม่ลังเลเขาหันไปทางกลุ่มนักสู้ชาวหมาป่าที่กำลังประสานมือคารวะ  “ปัญหาทุกอย่างที่พวกเจ้ามี จงไปถามเขา”

หลงโส่วจิงมีสีหน้ามึนงงถูกคลื่นนักสู้รุมล้อมทันที

ที่ประตูทางเข้าวังถังเทียนค่อยย่องถอยหลังและเผ่นหนีไปอย่างตำตา

จบบทที่ ตอนที่ 445 หลงโส่วจิง

คัดลอกลิงก์แล้ว