- หน้าแรก
- ไซอิ๋ว ศิษย์รักได้โปรดปล่อยอาจารย์ไปตายเถอะ
- บทที่ 9: กวนอิม หากท่านแน่จริงก็ตบข้าให้ตายเสียสิ!
บทที่ 9: กวนอิม หากท่านแน่จริงก็ตบข้าให้ตายเสียสิ!
บทที่ 9: กวนอิม หากท่านแน่จริงก็ตบข้าให้ตายเสียสิ!
บทที่ 9: กวนอิม หากท่านแน่จริงก็ตบข้าให้ตายเสียสิ!
“เจ้าหนูน้อย... เจ้ารู้จักนามของเล่าซุนด้วยอย่างนั้นหรือ?”
เมื่อฝุ่นควันจางหายไปจนหมดสิ้น พระถังซัมจั๋งก็เก็บผ้าขาวกลับเข้าย่ามไปตามเดิม ซุนหงอคงเงยหน้าขึ้นแล้วเอ่ยถามด้วยสุ้มเสียงทุ้มต่ำ
เฉินเสวียนจ้างถอนหายใจยาวก่อนจะทรุดกายลงนั่งขัดสมาธิ “รู้จักสิ ไฉนข้าจะไม่รู้จักเล่า!”
“ซุนหงอคง พญาวานรโสภาแห่งเขาฮัวกั่วซาน ผู้บุกบาดาลทะเลตะวันออก เดินทางไกลข้ามน้ำข้ามทะเลเพื่อเสาะหาอาจารย์จนได้เป็นศิษย์ของพระอาจารย์โพธิแห่งถ้ำเสียเย่ว์ซานซิงบนเขาหลิงไถฟางชุ่น เมื่อสำเร็จวิชาเขาก็หาญกล้าบุกขึ้นสวรรค์ชั้นสามสิบสามถึงสามครา จนได้รับแต่งตั้งเป็น ‘ฉีเทียนต้าเซิ่ง’ มหาเทพผู้เสมอฟ้าดิน ก่อนจะอาละวาดบนสรวงสวรรค์จนปั่นป่วน และสุดท้ายก็ถูกพระพุทธองค์ทรงกำราบไว้ใต้ขุนเขาแห่งนี้...”
“ชื่อเสียงอันเกรียงไกรของเจ้านั้นเล่าขานสืบต่อกันมาหลายชั่วอายุคน มีใครบ้างที่ไม่รู้จัก มีใครบ้างที่ไม่เคยได้ยินนามของเจ้า?”
“เล่าซุน... นี่เล่าซุนมีชื่อเสียงโด่งดังถึงเพียงนั้นเชียวหรือ? ฮ่าๆๆ!”
ซุนหงอคงแหงนหน้าหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง เฉินเสวียนจ้างไม่ได้เอ่ยแทรกแต่อย่างใด เขาปล่อยให้อีกฝ่ายหัวเราะไปพลางรอคอยอย่างเงียบสงบ
ผ่านไปครู่ใหญ่ ซุนหงอคงจึงหยุดหัวเราะ แววตานั้นเปลี่ยนเป็นคมปราบ แฝงไปด้วยความสุขุมเยือกเย็นต่างจากท่าทางลนลานในคราแรก “ในเมื่อเจ้ารู้จักบารมีอันยิ่งใหญ่ของข้า แล้วเหตุใดจึงไม่รีบแกะยันต์ปลดปล่อยเล่าซุนออกไป เพื่อที่เล่าซุนจะได้คุ้มครองเจ้าไปตลอดเส้นทางเล่า?”
“เอ่อ... ก่อนอื่น เจ้ายินดีจะฟังเรื่องเล่าจากข้าสักเรื่องก่อนหรือไม่?”
เฉินเสวียนจ้างมิได้หวั่นไหวไปกับถ้อยคำของซุนหงอคง แต่เขากลับยื่นข้อเสนอแทน
ใช่แล้ว... เพื่อเป็นการให้เกียรติแก่มหาเทพผู้เสมอฟ้าดิน เขาตั้งใจจะเล่า ‘เรื่องจริง’ ให้วานรตนนี้ฟัง! และในขณะเดียวกัน มันก็เป็นส่วนหนึ่งของแผนการแสวงหาความตายอันยิ่งใหญ่ของเขาด้วย!
เขาตั้งใจจะแฉเล่ห์กลของทั้งฝ่ายพุทธและฝ่ายสวรรค์ให้ซุนหงอคงฟังอย่างละเอียดถี่ถ้วน! เขาไม่เชื่อหรอกว่าหากซุนหงอคงล่วงรู้ความจริงทั้งหมดแล้ว ยังจะเต็มใจออกเดินทางอัญเชิญพระไตรปิฎกไปกับเขาอีก!
และหากโชคดี บางทีวานรตนนี้อาจจะพิโรธจนฟาดกระบองใส่เขาให้ตายในทีเดียว... นั่นย่อมหมายความว่าเขาจะบรรลุโควตาการตายไปอีกหนึ่งครั้งไม่ใช่หรือ?
“ว่ามาสิ”
ซุนหงอคงมองพระถังซัมจั๋งด้วยความสนเท่ห์ ขณะที่เหนือหมู่เมฆขึ้นไป เหล่าเทพคุ้มครองทั้งสิบสองและเทพราตรีต่างก็คอยเงี่ยหูฟังด้วยความอยากรู้อยากเห็นว่าภิกษุรูปนี้จะกล่าวสิ่งใด
“กาลครั้งหนึ่งเมื่อแรกเริ่มความโกลาหล มีไข่มหึมาถือกำเนิดขึ้น...”
“ผานกู่ปรารถนาจะเบิกฟ้าเพื่อบรรลุมหาเต๋า แต่เทพปีศาจทั้งสามพันตนในความโกลาหลมีหรือจะยอม...”
“หลัวหูพ่ายแพ้ หงจวินบรรลุเป็นเซียน...”
เฉินเสวียนจ้างค่อยๆ เล่าขาน เริ่มตั้งแต่การสร้างโลกของผานกู่ มหาภัยพิบัติหงส์มังกร การขึ้นเป็นมหาเซียนของหงจวิน การบรรลุธรรมของหกมหาเซียน ไปจนถึงมหาภัยพิบัติระหว่างเผ่าเทพขิงและเผ่าปีศาจ...
เวลาล่วงเลยไปครึ่งค่อนวัน ในที่สุดเฉินเสวียนจ้างก็เล่ามาถึงจุดจบของมหาภัยพิบัติห้องสิน
มาถึงจุดนี้ ซุนหงอคงถึงกับตะลึงงันจนพูดไม่ออก!
เมื่อครั้งที่เล่าซุนอาละวาดบนสวรรค์ เง็กเซียนฮ่องเต้ผู้นั้นที่มุดอยู่ใต้โต๊ะ แท้จริงแล้วคือศิษย์ของมหาเซียนหงจวินผู้หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับเต๋างั้นหรือ? เป็นตัวตนที่ผ่านมหาภัยพิบัติมาถึงสามพันสี่ร้อยคราและบำเพ็ญเพียรมากว่าสี่ร้อยห้าสิบล้านปีเชียวหรือ?
และบนสรวงสวรรค์นั้น แท้จริงแล้วยังมีผู้เก่งกล้าเหนือระดับต้าหลัวและกึ่งเซียนอยู่อีกนับไม่ถ้วน? ทั้งยังมีของวิเศษอีกมากมายมหาศาล... แล้วเมื่อห้าร้อยปีก่อน เล่าซุนได้อาละวาดบนสวรรค์จริงๆ หรือเปล่าเนี่ย?
แต่เหตุใดมหาเทพเหล่านั้นถึงไม่มีใครออกมาหยุดข้าเลยสักคนเดียว?
ซุนหงอคงอดไม่ได้ที่จะหวนนึกถึงปีเหล่านั้นบนสวรรค์... ดูเหมือนว่านอกจากตำหนักหลิงเซียว, สวนท้อ, วังตู่สิเต๋า, แท่นประหารปีศาจ และโรงม้าสวรรค์แล้ว เขาไม่เคยได้เหยียบย่างเข้าไปในตำหนักอื่นเลยจริงๆ!
ไม่ว่าจะเป็นหอโภคทรัพย์, ตำหนักมหาเทพสายฟ้า, หอแห่งดวงดาว, วิมานสุริยัน, วิมานจันทรา... แม้แต่ชื่อของเบญจมหาเถระหรือจตุรเทพมหาจักรพรรดิ เขาก็ไม่เคยได้ยินชื่อเสียด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับการหาทางเข้าไป!
“เจ้า... สิ่งที่เจ้าพูดมาทั้งหมดเป็นความจริงอย่างนั้นหรือ?”
โลกทัศน์ของซุนหงอคงดูเหมือนจะถูกทุบจนแหลกสลายแล้วสร้างขึ้นใหม่ นี่โลกใบนี้ยังมีตัวตนที่ทรงพลังอยู่อีกมากมายถึงเพียงนี้เชียวหรือ?
เขารู้ซึ้งถึงฝีมือของตนเองดีกว่าใคร เขาเป็นเพียงเทพขั้นไท่อี้จินเซียนตัวเล็กๆ แถมพลังส่วนใหญ่ยังมาจากการขโมยกินยาอมฤตเข้าไปด้วยซ้ำ... ตอนนี้เขาเริ่มสงสัยแล้วว่า ตนเองบุกเข้าไปถึงตำหนักหลิงเซียวและอาละวาดจนสวรรค์ปั่นป่วนได้อย่างไรในตอนนั้น?
“มหาเทพ... ข้าเชื่อว่าท่านย่อมรู้ดีกว่าใครว่าสิ่งที่ข้ากล่าวไปนั้น จริงหรือเท็จประการใด”
เฉินเสวียนจ้างจ้องมองซุนหงอคงด้วยสายตาลึกซึ้ง ก่อนจะตั้งท่าจะเปิดเผยความลับขั้นต่อไป “ท่านรู้หรือไม่ว่าท่านมิได้เป็นผู้ที่ไร้หัวนอนปลายเท้าหรอกนะ ในทางกลับกัน เบื้องหลังของท่านนั้นยิ่งใหญ่อย่างน่าสะพรึงกลัว! และนี่คือเหตุผลที่ท่านสามารถอาละวาดบนสวรรค์ได้!”
“อะไรนะ?! ใครคือบุพการีของข้า?!”
ซุนหงอคงตื่นเต้นจนแทบจะพุ่งเข้าไปคว้าตัวเฉินเสวียนจ้าง การกำเนิดจากศิลามีเพียงตัวคนเดียวไร้ที่พึ่งพิงคือปมด้อยที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในใจเขาเสมอมา แต่ตอนนี้เขากลับได้ยินจากปากเฉินเสวียนจ้างว่าเขาไม่ใช่ผู้ที่ไร้หัวนอนปลายเท้าอย่างนั้นหรือ?!
แล้วตลอดหลายปีที่ผ่านมา พวกเขาอยู่ที่ไหนกัน? เหตุใดเบื้องหลังที่สั่นสะเทือนฟ้าดินตามที่เฉินเสวียนจ้างว่าไว้ ถึงไม่เคยมาหาเขาเลยตลอดห้าร้อยปีที่ผ่านมา!
ด้วยความตื่นเต้น พลังในกายของซุนหงอคงระเบิดออกมาจนขุนเขาห้าธาตุสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง แทบจะรั้งเขาไว้ไม่อยู่! จนกระทั่งยันต์ทองของพุทธองค์ส่องแสงเจิดจรัสขึ้นอีกครั้งเพื่อกดทับภูเขาไว้ให้มั่นคง เขาจึงยังไม่สามารถทะยานออกมาจากใต้ภูเขาได้โดยไม่ต้องพึ่งพาพระถังซัมจั๋ง!
“เรื่องนี้มัน...”
ในขณะที่เฉินเสวียนจ้างกำลังจะเอ่ยต่อ แสงสีขาวบริสุทธิ์พลันสว่างวาบขึ้นในพริบตา! พระโพธิสัตว์กวนอิมเสด็จมาถึงแล้ว!
“เสวียนจ้าง!”
“โอ้? พี่สาวกวนอิม ท่านมาแล้วหรือ?”
เฉินเสวียนจ้างเงยหน้าขึ้นพลางโบกไม้โบกมืออย่างไม่ยี่หระ... เขาเดินทางออกมาจากมหาถังตั้งไกลแล้ว รอบตัวก็ไม่มีราษฎรที่เป็นมนุษย์อยู่เลย มีอะไรที่เขาต้องเกรงกลัวอีก?
หากท่านแน่จริงก็ฟาดข้าให้ตายด้วยฝ่ามือเดียวเสียเลยสิ! อย่างไรเสียร่างจริงของท่านก็ไม่ใช่คนอยู่แล้ว!
“เสวียนจ้าง ข้าไม่รู้ว่าเจ้าไปล่วงรู้ความลับสวรรค์เหล่านี้มาจากที่ใด แต่บางเรื่องก็มิอาจแพร่งพรายออกมาได้!”
พระโพธิสัตว์กวนอิมถูกเทพคุ้มครองเรียกตัวมาด่วน ตอนนี้พระนางเริ่มระสัยแล้วว่าต้องมีใครบางคน... ไม่สิ ต้องมีระดับ ‘มหาเซียน’ เข้ามาแทรกแซงการจาริกสู่ทิศตะวันตกในครั้งนี้แน่นอน! มิเช่นนั้น พระถังซัมจั๋งจะไปล่วงรู้ความลับเหล่านี้ได้อย่างไร?
ความลับบางอย่าง แม้แต่เทพเทวาที่ถือกำเนิดขึ้นมาพร้อมกับโลกยังไม่รู้แจ้งเท่าเฉินเสวียนจ้างเสียด้วยซ้ำ! ตัวพระนางเองก็เพิ่งเคยได้ยินเรื่องการสร้างโลกมาจากพระอาจารย์หยวนสื่อเทียนจุนเพียงไม่กี่ส่วน และความลับบางเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องสงครามระหว่างเผ่าเทพขิงและปีศาจ พระนางยังไม่รู้ชัดเท่าที่เฉินเสวียนจ้างเล่าเลย!
ยกตัวอย่างเช่น พระนางไม่เคยรู้เลยว่าสาเหตุที่ดวงอาทิตย์ทั้งสิบดวงแผดเผาโลกจนโฮ่วอี้ต้องยิงธนูดับตะวัน และชนวนเหตุของสงครามครั้งนั้น แท้จริงแล้วเป็นฝีมือเบื้องหลังของมหาเซียนจวิ้นถี! แม้แต่บทกวีของโจ้วหวังที่หลบหลู่เทพธิดาหนี่วา ก็ยังเป็นแผนการของมหาเซียนจวิ้นถีด้วยเช่นกัน!
อย่างไรก็ตาม เรื่องเหล่านั้นผ่านพ้นมาหลายพันปีแล้ว หากเสวียนจ้างจะเล่าไป มหาเซียนจวิ้นถีก็คงไม่ใส่ใจนัก... แต่หากเขายังคงพูดต่อไป โดยเฉพาะเรื่องการจาริกสู่ทิศตะวันตกซึ่งเกี่ยวข้องกับแผนการของฝ่ายพุทธโดยตรง เรื่องนี้ยอมให้เกิดขึ้นไม่ได้เด็ดขาด!
ในขณะที่เอ่ยเตือนเสวียนจ้าง พระโพธิสัตว์กวนอิมก็ทรงคาดเดาถึงตัวตนเบื้องหลังของเขาไปด้วย... จะเป็นมหาเซียนทงเทียน? หรือจะเป็นหยวนสื่อเทียนจุนกันแน่?
“ข้าจะพูด! ในเมื่อฝ่ายพุทธกล้าทำ แล้วเหตุใดจึงไม่กล้ารับเล่า? หากท่านแน่จริงก็ฆ่าข้าเสียเลยสิ!”
เฉินเสวียนจ้างเชิดหน้าขึ้นอย่างท้าทาย... ตอนนี้เขาแทบจะกราบกรานขอให้ตัวเองตายอยู่แล้ว มีหรือจะหวาดกลัวหากพระโพธิสัตว์กวนอิมจะลงมือ?
ซุนหงอคงจ้องมองภาพเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยความอัศจรรย์ใจ... อาจารย์ราคาถูกของเขานี่ช่างใจกล้าบ้าบิ่นถึงเพียงนี้เชียวหรือ? พระโพธิสัตว์กวนอิมที่แม้แต่เล่าซุนยังไม่กล้ายั่วโมโห เขากลับกล้าประจันหน้าท้าทายอย่างไม่ลดละ?
พระโพธิสัตว์กวนอิมนิ่งเงียบไป ใบหน้าเปลี่ยนสีจากขาวเป็นเขียวสลับกันไปมาด้วยความโกรธระคนลำบากใจ...
หากพระนางลงมือได้ พระนางก็อยากจะตบเขาให้ตายคามือไปเสียนเดี๋ยวนี้! แต่เมื่อใดที่พระนางลงมือ พระนางมิอาจแบกรับภาระต่อ ‘มหาภัยพิบัติปีศาจ’ ที่จะตามมาได้!
หากเขาตายลงเพียงครั้งเดียว มหาภัยพิบัติปีศาจจะทวีความรุนแรงขึ้นถึงสวรรค์ชั้นสามสิบสามทันที!
“เสวียนจ้าง! ข้าไม่สนใจว่าใครจะอยู่เบื้องหลังเจ้า แต่บางเรื่องกระทำได้แต่พูดไม่ได้! เจ้าต้องเข้าใจข้อนี้ไว้ให้ดี!”
พระโพธิสัตว์กวนอิมถลึงตาใส่เฉินเสวียนจ้างอย่างดุดัน ก่อนจะสลัดกิ่งหลิวในมือ... ใบหลิวใบหนึ่งร่วงหล่นลงมาแล้วพุ่งตรงเข้าปิดปากของเฉินเสวียนจ้างไว้ทันที!
“ข้าได้ผนึกปากของเจ้าไว้แล้ว นับจากนี้ไปเรื่องที่เกี่ยวกับการจาริกสู่ทิศตะวันตก เจ้าจะเอ่ยออกมาแม้เพียงครึ่งคำมิได้! เฉินเสวียนจ้าง จงเดินทางไปอัญเชิญพระไตรปิฎกให้ดี และอย่าได้ก่อเรื่องวุ่นวายอีก! มิเช่นนั้น วันที่เจ้าเหยียบย่างขึ้นสู่เขาหลิงซาน จะเป็นวันที่เจ้าต้องจบชีวิตลง! อย่าได้คิดว่าเพียงเพราะเจ้ามีเก้าชีวิตแล้วจะกระทำการตามใจชอบได้!”
“ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ต้องรอให้ถึงเขาหลิงซานหรอก! หากท่านแน่จริงก็ฆ่าข้าเสียตอนนี้เลย!”
เฉินเสวียนจ้างยังคงพยายามจะโต้เถียง แต่ก็น่าเสียดายที่พระโพธิสัตว์กวนอิมเลิกสนใจเขาเสียแล้ว หลังจากผนึกความลับบางประการไว้ พระนางก็ทรงประทับดอกบัวทองเหาะจากไปทันที โดยไม่เปิดโอกาสให้เขาได้ยั่วโมโหอีกเลยแม้แต่น้อย...