- หน้าแรก
- บันทึกประจำวันของราชันย์เซียน
- บทที่ 40 นกแก้วเอ้อร์ตั้นผู้เย่อหยิ่ง
บทที่ 40 นกแก้วเอ้อร์ตั้นผู้เย่อหยิ่ง
บทที่ 40 นกแก้วเอ้อร์ตั้นผู้เย่อหยิ่ง
บทที่ 40 นกแก้วเอ้อร์ตั้นผู้เย่อหยิ่ง
หลังจากกายบริหารยามเช้าจบลง ในช่วงพักเที่ยง ตาแก่โบราณก็เรียกหวังลิ่งไปคุยปรับทัศนคติในมุมลับตาคน
ไม่มีเรื่องอื่นหรอก ก็เรื่องกายบริหารนั่นแหละ
ความจริงหวังลิ่งเข้าใจดี ครั้งนี้มาในนามตัวแทนโรงเรียน แถมยังอยู่ต่างถิ่น เรื่องภาพลักษณ์และบุคลิกภาพต้องระวังเป็นพิเศษ อาจารย์ส่วนใหญ่เชื่อว่า ต่อให้ควงกระบี่พริ้วแค่ไหน วาดยันต์เก่งเพียงใด กายบริหารยามเช้าธรรมดาๆ นี่แหละที่สะท้อนความกระตือรือร้นของนักเรียนได้ดีที่สุด
นั่นเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมจนถึงวันนี้ แม้จะอยู่ในยุคบำเพ็ญเพียรเชิงวิทยาศาสตร์ สถาบันการศึกษาต่างๆ ก็ยังไม่ยกเลิกกายบริหารยามเช้า
โชคดีที่ตาแก่โบราณเป็นคนอ่อนโยน ความเป็นกันเองคือจุดเด่นของตาแก่โบราณมาตลอด บวกกับดูเหมือนเขาจะพบรักในฤดูใบไม้ผลิจากการประชุมครูเมื่อเช้า อารมณ์เลยดีเป็นพิเศษ แค่กำชับหวังลิ่งสองสามประโยค ให้รักษาภาพลักษณ์นักเรียนมัธยมหกสิบ แล้วก็ตบก้น เดินกระโดดโลดเต้นจากไปอย่างร่าเริง
ตาแก่โบราณ จากไปอย่างแผ่วเบา... ดั่งเช่นตอนที่เขา มาอย่างแผ่วเบา...
เห็นท่าทางล่องลอยของตาแก่โบราณ บทกวีนี้ก็ผุดขึ้นมาในหัวหวังลิ่ง
(เป็นการล้อบทกวี "ลาจากแคมบริดจ์อีกครา" 再别康桥 ของสวีจื้อหมัว ที่ว่า "轻轻的我走了,正如我轻轻的来" ข้าจากไปอย่างเงียบงัน ดั่งเช่นที่ข้ามาอย่างเงียบงัน)
หนุ่มติสท์สายฮาที่ตกอยู่ในห้วงความรัก...
คนมีความรัก มักสมองกลับจริงๆ ด้วย!
เป็นครั้งแรกที่หวังลิ่งรู้สึกว่าตาแก่โบราณที่กระโดดโลดเต้นแบบนี้ ดูไม่ปกติเอาซะเลย
...
หลังจากคุยกับตาแก่โบราณ หวังลิ่งลองสมมติสถานการณ์ดู
ถ้าคนที่ลากเขามาคุยไม่ใช่ตาแก่โบราณ แต่เป็นอาจารย์พานที่อารมณ์รุนแรงกว่า หวังลิ่งคิดว่าด้วยนิสัยอาจารย์พาน อาจจะเผลอลงไม้ลงมือกับเขาไปแล้ว... คิดถึงตรงนี้ หวังลิ่งก็อดขนลุกไม่ได้
สวีอิ่ง คุณชายใหญ่แห่งแก๊งซังไอ่คนก่อนที่กล้าลงมือกับเขา ตอนนี้หญ้าบนหลุมศพคงสูงท่วมหัวแล้วมั้ง... ไม่ว่าจะยังไง เพื่อความรับผิดชอบต่ออาจารย์พาน และต่อคนรอบข้าง หวังลิ่งยิ่งมั่นใจว่าการล้างสมองคนทั้งโลกในคืนพระจันทร์เต็มดวงเป็นเรื่องจำเป็น!
...
บ่ายวันนั้น ตาแก่โบราณส่งวีแชตเรียกทุกคนไปรวมตัวที่โรงยิมมัธยมห้าสิบเก้า
เหลือเวลาอีกแค่สองวันก็จะถึงงานแลกเปลี่ยนกระบี่วิญญาณครั้งสำคัญ ในฐานะอาจารย์คุมทีม ตาแก่โบราณเห็นว่าควรมีการฝึกซ้อมกันสักหน่อย
โรงยิมมัธยมห้าสิบเก้าใหญ่มาก สมัยนี้โรงเรียนมัธยมปลายส่วนใหญ่ สถานที่ขนาดใหญ่มักจะซ่อนกลไกมิติไว้ข้างใน มองจากข้างนอกเหมือนไม่ใหญ่โต แต่ข้างในผ่านการขยายพื้นที่ด้วยวิชาขยายมิติมาแล้ว
ความจริง วิชาขยายมิติเป็นเรื่องปกติมาก ยกตัวอย่างใกล้ตัว เช่น กระเป๋ามิติในเสื้อนักเรียน หรือลิ้นชักขนมของตาแก่โบราณที่จุของได้เท่าซูเปอร์มาร์เก็ต... เทคโนโลยีการเพิ่มพื้นที่แบบนี้เสถียรมาก และถูกนำมาใช้ในชีวิตประจำวันอย่างแพร่หลาย
อีกทั้งข้อดีที่สุดคือ ช่วยกดราคาอสังหาริมทรัพย์ให้ต่ำลง
ทำให้นักเก็งกำไรที่ดินที่คนเกลียดเข้าไส้ ไม่สามารถปั่นราคาได้อีกต่อไป...
"แปลกจัง ทำไมอาจารย์หวังยังไม่มา?" หลินเสี่ยวอวี่ถามอย่างสงสัย พวกเขารออยู่ในโซนฝึกซ้อมส่วนตัวของโรงยิมมัธยมห้าสิบเก้ามาพักใหญ่แล้ว
ในความทรงจำของทุกคน ตาแก่โบราณเป็นคนตรงเวลาเสมอ
"รออีกหน่อยเถอะ" ซุนหรงขมวดคิ้ว รู้สึกแปลกใจเหมือนกัน ปกติถ้านัดเวลา ตาแก่โบราณจะมาก่อนเวลา หรือไม่ก็มาตรงเวลาเป๊ะๆ ไม่เคยสายเลย
"คงไม่ไปเจอเรื่องยุ่งยากอะไรเข้าหรอกนะ?" หลินเสี่ยวอวี่พูดอีก
"......" ซุนหรงเงียบไป
นางเคยเห็นความเก่งกาจของตาแก่โบราณมากับตา แถมประวัติยังลึกลับขนาดที่เครือฮัวกั่วสุ่ยเหลียนยังสืบไม่เจอ คนแบบนี้ ไม่ไปหาเรื่องชาวบ้านก็บุญโขแล้ว
"......" หวังลิ่งก็เงียบเหมือนกัน
เขาลองคิดตามคำพูดของหลินเสี่ยวอวี่ ก็พบว่าสาววายคนนี้พูดมีเหตุผล เพราะตาแก่โบราณกำลังเจอเรื่องยุ่งยากจริงๆ... ถ้าดวงนารีพิฆาตถือเป็นเรื่องยุ่งยากอะนะ
ขณะที่ทุกคนกำลังวิจารณ์ตาแก่โบราณ พูดถึงโจโฉ โจโฉก็มา...
เห็นเงาร่างมหึมาทอดตัวอยู่นอกโรงยิม แสงแดดจ้าส่องเข้ามา ทำให้เงาที่กว้างอยู่แล้วยิ่งยาวและสูงขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว
แม้จะมองไม่เห็นหน้า แต่ดูจากขนาดพื้นที่เงาบนพื้น ทุกคนก็รู้ว่าใครมา
และวินาทีต่อมา เงาบนพื้นก็เริ่มเต้นระบำอย่างบ้าคลั่ง ทำเอาทุกคนงง
จากนั้น ท่ามกลางความเงียบและความตะลึงงัน เจ้าอ้วนยักษ์ก็กระโดดดึ๋งๆ เข้ามาหาทุกคน... เฉินเชา กัวหาว ซุนหรง หลินเสี่ยวอวี่ อ้าปากค้าง
"......"
ตอนนี้ไม่ใช่แค่หวังลิ่ง แต่ทุกคนดูออกแล้วว่า... ตาแก่โบราณวันนี้ ผิดปกติอย่างแรง!
...
แก้มยุ้ยๆ ของตาแก่โบราณแดงระเรื่อ เหมือนดอกท้อบานสะพรั่ง หน้าตาอิ่มเอิบไปด้วยความสุข ทุกคนแทบจะมองเห็นแสงแดดส่องลอดออกมาจากรอยยิ้มกว้างนั่น ช่างเป็นฤดูใบไม้ผลิที่สดใสซะเหลือเกิน!
"นี่ถูกหวยเหรอ? หรือแรงค์เกมขึ้นระดับเทพ?" มุมปากเฉินเชากระตุก ทำหน้าไม่เข้าใจ ขนาดเขาที่ว่าเป็นคนเส้นตื้น ยังดูออกว่าตาแก่โบราณมีปัญหา... งั้นนี่ก็ไม่ใช่ปัญหาธรรมดาแล้ว! แต่เป็นปัญหาใหญ่มาก!
แน่นอนว่าทำไมตาแก่โบราณถึงดีใจขนาดนี้ ในบรรดานักเรียนมัธยมหกสิบที่นี่ คงมีแค่หวังลิ่งคนเดียวที่รู้ แต่น่าเสียดาย หวังลิ่งไม่ชอบเรื่องชาวบ้าน เลยรูดซิปปากเงียบกริบ
ทำเอาอาจารย์เอ้อร์ตั้นอกแทบแตกตาย...
ในฐานะกูรูข่าวกรองแห่งมัธยมหกสิบ หมอดูผู้หยั่งรู้ฟ้าดิน กัวหาวรู้สึกถึงวิกฤตศรัทธาที่จะสั่นคลอนฉายาของตัวเองเป็นครั้งแรก
"ดูท่า เจ้าก็ไม่ได้รู้ไปซะทุกเรื่องสินะ?" เฉินเชาแกล้งแหย่
"เจ้ากำลังท้าทายข้า?" กัวหาวเลิกคิ้ว
ยังมีเรื่องที่เขาไม่รู้อีกเหรอ?
ไม่มีทาง!
เขายื่นแขนออกไป เจ้านกแก้วเอ้อร์ตั้นกระโดดลงจากไหล่กัวหาวอย่างรู้งาน แล้วไซ้ขนสีขาวสะอาดของตัวเอง นกแก้วปกติมักจะพูดเลียนเสียงคน แต่เอ้อร์ตั้นเป็นนกแก้วมีองค์ ตามคำบอกเล่าของอาจารย์เอ้อร์ตั้นกัวหาว เอ้อร์ตั้นจะพูดก็ต่อเมื่อเขาอนุญาต ไม่งั้นแม้แต่ผายลมยังไม่กล้า
อีกทั้งทุกคนก็เชื่อคำโม้นี้สนิทใจ กัวหาวจึงได้ฉายา "อาจารย์เอ้อร์ตั้น" ไปครอง ในสายตาทุกคน นี่น่าจะเป็นสัตว์เลี้ยงที่อาจารย์เอ้อร์ตั้นฝึกมาได้ยอดเยี่ยมที่สุดตั้งแต่ทำธุรกิจสัตว์เลี้ยงมา
"ขนาดเจ้ายังไม่รู้เรื่องตาแก่โบราณ แล้วเจ้าหวังจะให้เอ้อร์ตั้นบอกเจ้ารึไง?" เฉินเชาหลุดขำ
"เอ้อร์ตั้น แสดงฝีมือให้เจ้าบ้านนอกนี่ดูหน่อย! อย่าให้เสียชื่อหอสัตว์วิญญาณตระกูลเรา!" กัวหาวชี้นิ้วไปที่เอ้อร์ตั้น ตะโกนจนน้ำลายกระเด็น หอสัตว์วิญญาณที่พูดถึง คือชื่อร้านสัตว์เลี้ยงของตระกูลเขานั่นเอง
ความจริงตั้งแต่เข้าเรียน หวังลิ่งก็สังเกตเห็นว่าเอ้อร์ตั้นไม่ธรรมดา หวังลิ่งแอบตั้งฉายาให้มันว่า "รูปปั้นน้ำแข็ง" เพราะมันไม่ชอบพูด จนป่านนี้ยังไม่มีบทพูดสักคำ ทำตัวเป็นทองไม่รู้ร้อน ปลงตกทางโลกตลอดเวลา
แม้หวังลิ่งจะเปิดวิชาทิพยโสต (อ่านใจ) ตลอดเวลา แต่ก็ไม่ได้ยินเสียงในใจของเอ้อร์ตั้นเลยแม้แต่นิดเดียว แสดงให้เห็นว่านกแก้วตัวนี้หยิ่งยโสขนาดไหน
จนกระทั่งตอนนี้ น้ำลายของกัวหาวกระเด็นไปโดนขนสีขาวที่เอ้อร์ตั้นภูมิใจหนักหนา... เอ้อร์ตั้นทนไม่ไหวแล้ว!
มันกลอกตามองบนใส่กัวหาวด้วยความรังเกียจ แล้วหวังลิ่งก็ได้ยินเสียงด่าในใจของเอ้อร์ตั้นชัดแจ๋ว: เจ้าปัญญาอ่อนนี้! ไม่รู้รึไงว่าข้ารักสะอาด!
เรื่องนี้ทำเอาหวังลิ่งที่เพิ่งเคยได้ยินเสียงใจเอ้อร์ตั้นครั้งแรก ถึงกับอึ้ง... นึกไม่ถึงว่าคาแรกเตอร์นกแก้วใบ้จะแตกเพราะความรักสะอาดของมันเอง... ดูท่า นี่จะไม่ใช่นกแก้วที่หยิ่งธรรมดา แต่เป็นนกแก้วขี้โมโหด้วย
และจากทัศนคติหยิ่งผยองที่ไม่ปิดบังในใจของเอ้อร์ตั้น หวังลิ่งรู้สึกว่า บางที... อาจารย์เอ้อร์ตั้นกัวหาว เจ้าของนกแก้ว ผู้เชี่ยวชาญการฝึกนกในสายตาทุกคน...
ดูเหมือนจะเข้าใจนกแก้วของตัวเองผิดไปหน่อยนะ...