- หน้าแรก
- บันทึกประจำวันของราชันย์เซียน
- บทที่ 39 กายบริหารยามเช้าแสนอันตราย
บทที่ 39 กายบริหารยามเช้าแสนอันตราย
บทที่ 39 กายบริหารยามเช้าแสนอันตราย
บทที่ 39 กายบริหารยามเช้าแสนอันตราย
ตัวตนของตาแก่โบราณเป็นปริศนามาตลอด วันนั้นที่ตาแก่โบราณเผยฝีมือที่แท้จริงต่อหน้าซุนหรง ความจริงซุนหรงก็ส่งคนไปสืบประวัติอย่างลับๆ แต่ที่น่าแปลกคือ สืบอะไรไม่เจอเลย...
ขนาดตระกูลซุนยังสืบไม่เจอ คนอื่นยิ่งไม่ต้องพูดถึง ยากยิ่งกว่าเข็นครกขึ้นภูเขา
แน่นอน ถ้าอยากรู้ หวังลิ่งมีวิธีสืบมากมาย หนึ่งในสามพันมรรคาวิถี มหาเวทระลึกชาติ ครอบคลุมความสามารถหลายอย่าง ทั้ง "แทนที่ความทรงจำ" "ลบความทรงจำ" และ "ค้นความทรงจำ"
ก่อนหน้านี้ หวังลิ่งเคยค้นความทรงจำของตาแก่โบราณ พบว่ามีความทรงจำช่วงหนึ่งถูกผนึกไว้ ถ้าเขาฝืนเจาะเข้าไป จะสร้างความเสียหายทางจิตใจให้ตาแก่โบราณอย่างรุนแรง
ดังนั้นสุดท้าย แม้หวังลิ่งจะอยากรู้แค่ไหน ก็ต้องยอมตัดใจ
แน่นอน เรื่องนี้ยังมีช่องทางอื่น เช่น อธิการบดีเฉิน หรือผู้อำนวยการซือ ในฐานะผู้บริหารมัธยมหกสิบ พวกเขาอาจรู้ตื้นลึกหนาบางของตาแก่โบราณ แต่ในเมื่อตาแก่โบราณเลือกที่จะปิดบังตัวตน หวังลิ่งก็คิดว่าไม่จำเป็นต้องไปขุดคุ้ย
สำหรับหวังลิ่ง แม้ตัวตนของตาแก่โบราณจะลึกลับ แต่ถ้ามองข้ามเรื่องนั้นไป ตาแก่โบราณก็เป็นแค่ครูสอนประวัติศาสตร์จอมตะกละที่ชอบเม้าท์มอย บทจะตลกก็ตลก บทจะติสท์ก็ติสท์ และนี่คือภาพลักษณ์อาจารย์ผู้บำเพ็ญเพียรที่ตาแก่โบราณพยายามสร้างให้เด็กๆ เห็นมาตลอดสิบกว่าปีที่สอนหนังสือ
ต้องยอมรับว่า ตาแก่โบราณซ่อนตัวได้เนียนมาก
...
หลังจบการประชุมครูช่วงเช้าสั้นๆ หวังลิ่งเข้าใจตาแก่โบราณมากขึ้นอีกขั้น ที่แท้ตาแก่โบราณใน "โหมดติสท์" มีสกิลติดตัวที่สามารถพิชิตใจมนุษย์ป้าได้... หวังลิ่งถึงกับคิดว่าตาแก่โบราณน่าจะไปเขียนหนังสือสักเล่ม ชื่อว่า "หนุ่มติสท์กับสาวนักมโน"
ขอแค่ตาแก่โบราณรวบรวมคำคมเด็ดๆ ที่สะสมไว้ในโหมดติสท์ตลอดหลายปีมาเขียนลงไป หวังลิ่งเชื่อว่าสามารถพิชิตใจสาวโสดวัยดึกได้ทั่วหล้า
เรื่องความรักมันก็เหมือนผีเน่ากับโลงผุ ขอแค่คลิกกันก็พอ
แต่ความรักระหว่างหนุ่มติสท์กับสาวนักมโน... หวังลิ่งบอกเลยว่า เขาดูไม่รู้เรื่องจริงๆ
ผู้หญิงสายมโนช่างน่ากลัวนัก! ไม่ว่าจะสาวรุ่นเล็กหรือรุ่นป้า...
หวังลิ่งคิดในใจ
ฤดูใบไม้ผลิของผู้อำนวยการเซี่ยกับตาแก่โบราณจะเริ่มขึ้นหรือไม่ หวังลิ่งไม่สน แต่กายบริหารยามเช้าฤดูใบไม้ผลิกำลังจะเริ่มแล้ว
...
...
เมืองซงไห่ต้นฤดูใบไม้ผลิยังมีความหนาวเย็นหลงเหลืออยู่ ด้วยทำเลที่ตั้งใกล้ทะเลน้ำแข็ง เมืองซงไห่จะเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิช้ากว่าเมืองอื่น และเข้าสู่ฤดูหนาวเร็วกว่าเมืองอื่นทุกปี... ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าปราณเย็นจากทะเลน้ำแข็งจะส่งผลกระทบต่อรากฐานของผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขตสร้างรากฐานที่ไม่มั่นคง
เพื่อเห็นแก่รากฐานของนักเรียน โรงเรียนมัธยมต่างๆ จึงงดกิจกรรมกายบริหารยามเช้าหลังจากเปิดเทอมได้ไม่นาน ซึ่งหวังลิ่งก็รอดตัวไปได้ระยะหนึ่ง
แต่น่าเสียดาย วันนี้อากาศที่เมืองซงไห่ดันอุ่นขึ้นกะทันหัน...
หลังจากสอนนักเรียนมัธยมห้าสิบเก้าไปสองคาบ การประชุมครูของตาแก่โบราณเพิ่งจบไปไม่นาน... เก้าโมงครึ่งเป๊ะ เสียงตามสายของโรงเรียนก็ดังขึ้น นักเรียนตั้งแถว เดินตามคนตัวเตี้ยประจำห้องไปยังสนามกีฬาทีละห้อง
คนมัธยมหกสิบทั้งห้า ในฐานะแถวจากต่างโรงเรียน ก็ไปต่อท้ายแถวในสนามกีฬา
หวังลิ่งยังคงเลือกยืนตำแหน่งท้ายสุด
ตั้งแต่ก่อตั้งประเทศหัวซิ่ว กายบริหารยามเช้ามีวิวัฒนาการมาหลายพันปี ชื่อท่าก็ยิ่งแฟนตาซีและเข้าถึงจิตวิญญาณมากขึ้นเรื่อยๆ
จากกายบริหารชุดที่หนึ่ง "ตะวันรุ่ง" สู่ "ทายาทแห่งสุริยัน"...
จาก "อินทรีเหินเวหา" สู่ "ปักษาพญาเผิงกางปีก"...
จาก "พลังหนุ่มสาว" สู่ "ไฟฝันแห่งการสร้างรากฐาน"...
จาก "เต้นสะบัดวัยมันส์" สู่ "ยุทธ์สะท้านฟ้าดิน"...
ชื่อกายบริหารยามเช้าเปลี่ยนจากแนวแอโรบิกมวลชน ค่อยๆ กลายเป็นแนวแฟนตาซีผู้บำเพ็ญเพียรเต็มรูปแบบ ไม่เพียงสรรเสริญดอกไม้ของชาติ แต่ยังสดุดีพลังชีวิตอันพุ่งพล่านของผู้บำเพ็ญเพียรรุ่นใหม่
บางคนเชื่อว่าชื่อของกายบริหารยามเช้า เป็นสัญลักษณ์ของการพัฒนาและความก้าวหน้าของยุคสมัย
อย่างเช่น กายบริหารยามเช้าสำหรับนักเรียนมัธยมชุดที่สองร้อยห้าสิบที่ใช้กันทั่วประเทศในตอนนี้ —— "โลกอันสมบูรณ์แบบ"!
แค่ชื่อ ก็เห็นถึงความหวังอันไร้ขีดจำกัดที่ประเทศหัวซิ่วมีต่อการสร้างอนาคตที่สดใส!
ก่อนหน้านี้ลำโพงโรงเรียนมัธยมห้าสิบเก้าโดนหวังลิ่งทำพังไปแล้ว แต่ที่หวังลิ่งคาดไม่ถึงคือ มัธยมห้าสิบเก้ายังมีวงดนตรีสด!
อาจารย์ดนตรีมัธยมห้าสิบเก้าหลายคนถือเครื่องดนตรีมาเอง ทั้งตีฆ้อง ตีกลอง... สร้างบรรยากาศอันยิ่งใหญ่ตระการตาอยู่ข้างหน้า
"......" คนคำนวณมิสู้ฟ้าลิขิตจริงๆ
ภาพตรงหน้าทำเอาหวังลิ่งสูดปากด้วยความหนาวเหน็บ
ดนตรีจังหวะสุดมันส์ดังขึ้น เพลงนำกายบริหารชุดที่สองร้อยห้าสิบจบลง...
ครูพละยืนอยู่บนโพเดียม ใช้วิชาราชสีห์คำรามขยายเสียง ตะโกนให้จังหวะพร้อมเสียงดนตรีสด และเต้นนำไปด้วย
"ทุกคน เต้นตามจังหวะข้า กายบริหารยามเช้าชุดที่สองร้อยห้าสิบ 'โลกอันสมบูรณ์แบบ' ท่าเตรียม ย่ำเท้า~ อยู่กับที่! หนึ่งสองสามสี่ห้าหกเจ็ดแปด... สองสองสามสี่ เอาอีกรอบ..."
แม้ชื่อกายบริหารจะเปลี่ยนไปหลายรอบ แต่ท่าทางโดยรวมไม่ได้เปลี่ยนไปมาก จบท่าเตรียม ก็ต่อด้วยท่ายืดเส้น ท่าขยายอก... ท่าผ่อนคลายพวกนี้ หวังลิ่งยังพอรับไหว แม้จะขยับตัวเยอะหน่อย แต่แทบไม่ต้องออกแรง
จนกระทั่งถึงท่าเตะขาและท่ากระโดดตบ หวังลิ่งเริ่มนั่งไม่ติดแล้ว
ยิ่งตอนนี้ยันต์ผนึกอ่อนกำลังลงมาก... ไม่ว่าจะท่าเตะขาหรือกระโดดตบ ถ้าหวังลิ่งเผลอคุมแรงไม่อยู่ ผลที่ตามมาอาจแก้ไขไม่ได้...
แผ่นดินไหวเฉพาะจุด เปลือกโลกเคลื่อนตัว ภูเขาถล่ม สึนามิ โคลนถล่ม... เรื่องพวกนี้ มีโอกาสเกิดขึ้นได้ทั้งนั้น!
เพื่อหลีกเลี่ยงสถานการณ์ดังกล่าว กายบริหารของหวังลิ่งจึงยึดหลัก "นุ่มนิ่ม" มาตลอด ดูอ่อนปวกเปียก ไม่กล้าออกแรงมาก... ถ้าใช้คำพูดครูพละ ก็คือกระดูกอ่อนและตุ๊ดแต๋ว
ด้วยเหตุนี้ ตอนสมัยอยู่มัธยมต้นที่หกสิบ ครูพละมักจะยกหวังลิ่งมาเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีอยู่บ่อยครั้ง ในที่ประชุมหมวดพละ ถึงขั้นเอาหวังลิ่งมาวิจารณ์อย่างหนักหน่วง...
แน่นอน หวังลิ่งเข้าใจความรู้สึกของครู โดยเฉพาะครูพละ ย่อมอยากเห็นนักเรียนอกผายไหล่ผึ่ง กระฉับกระเฉงมีชีวิตชีวาในสนามกีฬา แต่หวังลิ่งคิดว่าถ้าเขาเอาจริงขึ้นมา แล้วเกิดความผิดพลาด ใครจะรับผิดชอบไหว?
ท่ามกลางสายตาเอือมระอาของครูรอบข้าง หวังลิ่งทนแรงกดดันเต้นกายบริหารจนจบ
เยี่ยม... ลมสงบคลื่นสงบ ไม่มีอุบัติเหตุ ไม่มีผู้บาดเจ็บล้มตาย
สมัยนี้ แค่เต้นกายบริหารยังต้องลุ้นจนตัวเกร็ง หวังลิ่งคิดว่าคงไม่มีใครเหมือนเขาอีกแล้ว
ตอนเด็กๆ แรงยังน้อย ยังพอคุมได้ แต่พอโตขึ้น ระดับพลังและค่าสถานะต่างๆ พุ่งกระฉูดจนคุมไม่อยู่ หวังลิ่งรู้สึกว่าชีวิตช่างยากลำบากขึ้นทุกวัน แค่เต้นกายบริหารยังต้องอกสั่นขวัญแขวน
หวังลิ่งรู้สึกว่า ถึงเวลาต้องเปลี่ยนแปลงสถานการณ์นี้แล้วจริงๆ...
เช่น ในคืนพระจันทร์เต็มดวงครั้งหน้า ใช้ "มหาเวทอ่านจันทรา" ล้างสมองคนทั้งโลก ปฏิรูประบบกายบริหารยามเช้าใหม่ยกชุด! เปลี่ยนเป็นรูปแบบที่เขาพอรับได้
รำไทเก๊กก็น่าจะเข้าท่า!
หรือ... PPAP ก็ยังพอกล้อมแกล้มรับได้อยู่นะ…
(Pen-Pineapple-Apple-Pen เพลงของ Pikotaro น่ะครับ 555)