- หน้าแรก
- บันทึกประจำวันของราชันย์เซียน
- บทที่ 30 สองหญิงปะทะกัน ต้องมีสุนัขตาย (ความวายป่วง)
บทที่ 30 สองหญิงปะทะกัน ต้องมีสุนัขตาย (ความวายป่วง)
บทที่ 30 สองหญิงปะทะกัน ต้องมีสุนัขตาย (ความวายป่วง)
บทที่ 30 สองหญิงปะทะกัน ต้องมีสุนัขตาย (ความวายป่วง)
ผู้อำนวยการซือแห่งมัธยมหกสิบ กับผู้อำนวยการเซี่ยแห่งมัธยมห้าสิบเก้า ใครที่เคยไปขุดประวัติมืดของสองคนนี้ จะรู้ว่านี่คือคู่แค้นตลอดกาล ทั้งคู่จบจากมหาวิทยาลัยครุศาสตร์ผู้บำเพ็ญเพียร ซึ่งเป็นสถาบันชั้นนำรองจากมหาวิทยาลัยระดับท็อป 211 (โครงการ 211 คือโครงการพัฒนามหาวิทยาลัยชั้นนำของจีนในโลกจริง)
ตอนจบมาใหม่ๆ ทั้งคู่เคยทำงานร่วมกันที่มัธยมหกสิบระยะหนึ่ง ต่อมาอาจารย์ซือได้รับเลือกเป็นผู้อำนวยการฝ่ายปกครอง ส่วนอาจารย์เซี่ยโดนบีบให้ออก จนต้องย้ายไปอยู่มัธยมห้าสิบเก้า
หลายปีมานี้ มัธยมห้าสิบเก้าพัฒนาอย่างรวดเร็ว ผู้อำนวยการเซี่ยที่เพิ่งรับตำแหน่งใหม่กำลังรุ่งโรจน์ ความแค้นที่โดนบีบในอดีต ย่อมต้องชำระคืน
ดังนั้น ความบาดหมางระหว่างมัธยมห้าสิบเก้ากับหกสิบ ส่วนใหญ่มาจากความขัดแย้งของสองผู้อำนวยการนี่แหละ มิตรภาพของผู้หญิงสร้างได้ด้วยกระบี่บินชาแนลเล่มเดียว แต่พอเกิดสงคราม สองกระบี่ปะทะกัน ความวายป่วงย่อมบังเกิด...
ความสัมพันธ์ระหว่างสภานักเรียนสองโรงเรียนก็ไม่ค่อยจะลงรอยกัน... ผู้อำนวยการยังขนาดนี้ การแข่งขันชิงดีชิงเด่นทั้งในที่ลับและที่แจ้งของนักเรียน ย่อมสืบทอดเจตนารมณ์ผู้บริหารมาเต็มๆ
แต่หวังลิ่งรู้สึกมาตลอดว่า ในบรรดาสามโรงเรียนมัธยมทั่วไปในเขตเผยหยวน วินัยนักเรียนมัธยมหกสิบถือว่าดีใช้ได้เลย
เพิ่งเดินมาถึงหน้าอาคารเรียน ยังไม่ทันก้าวเข้าไป หวังลิ่งก็เห็นเด็กหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกัน ใส่ชุดนักเรียนสีน้ำตาลเข้มสุดเชย เดินอาดๆ ออกมาจากอาคารเรียน ข้างหลังมีเด็กหนุ่มอีกสี่คนเดินตามมา รวมเป็นห้าคน
ในห้าคนนั้น คนนำหน้าชื่อถังจิ้งเจ๋อ ท่าทางสุขุมเยือกเย็น เป็นประธานนักเรียนมัธยมห้าสิบเก้า และเป็นขาใหญ่ในวงสังคมโรงเรียน รู้ตื้นลึกหนาบางของสามโรงเรียนในเขตเผยหยวนเป็นอย่างดี คนที่ยืนข้างถังจิ้งเจ๋อชื่อฟางหัวชิง รองประธานนักเรียนมัธยมห้าสิบเก้า เป็นหนุ่มหน้ามนคนหน้าขาว ข้างหลังพวกเขาคือสามพี่น้องตระกูลเหลียงแห่งมัธยมห้าสิบเก้า เหลียงเวย เหลียงเจิ้ง และเหลียงเฟย
ก่อนมาร่วมงาน ตาแก่โบราณให้ทุกคนทำการบ้านมาแล้ว แม้จะเจอกันครั้งแรก แต่ทุกคนในมัธยมหกสิบรู้ข้อมูลอีกฝ่ายดี
ถังจิ้งเจ๋อโค้งคำนับตาแก่โบราณเล็กน้อย: "ท่านนี้คงเป็นอาจารย์หวังสินะขอรับ? ยินดีต้อนรับอาจารย์หวังและน้องๆ จากมัธยมหกสิบสู่มัธยมห้าสิบเก้า สี่วันนี้ข้าจะเป็นคนดูแลทุกคนเอง หากมีอะไรขาดตกบกพร่อง ต้องขออภัยด้วยนะขอรับ"
คำทักทายอันอบอุ่น กลับทำให้คนมัธยมหกสิบทุกคนตื่นตัวทันที...
ใครๆ ก็รู้ความสัมพันธ์ระหว่างมัธยมห้าสิบเก้ากับหกสิบ ไร้เรื่องดีดีมาเอาใจ... ต้องมีแผนร้ายแน่นอน!
แถมก่อนหน้านี้ มัธยมห้าสิบแปดก็เคยมาแลกเปลี่ยนที่มัธยมห้าสิบเก้าด้วยจุดประสงค์เดียวกัน แต่ตามข้อมูลวงในของตาแก่โบราณ นักเรียนมัธยมห้าสิบแปดพ่ายแพ้ยับเยินในการทดสอบแลกเปลี่ยนทุกรายการ...
สายตาของถังจิ้งเจ๋อกวาดมองทุกคนอย่างคุกคาม ถังจิ้งเจ๋อทำการบ้านมาดี รู้ข้อมูลทุกคนในมัธยมหกสิบทะลุปรุโปร่ง
คุณหนูใหญ่เครือฮัวกั่วสุ่ยเหลียน ซุนหรง... น่าจะเป็นคนเดียวในมัธยมหกสิบที่พอจะเชิดหน้าชูตาได้
ต่อมา ก็เจ้าอ้วนสอนประวัติศาสตร์หัวหน้าทีม หวังจู่คัง...
เด็กเรียนหลินเสี่ยวอวี่...
หัวหน้าฝ่ายกีฬาเฉินเชา...
ตัวแทนวิชาการเมืองกัวหาว...
และ...
เดี๋ยวนะ มารดามัน! คนสุดท้ายนี่... บัดซบ! มันชื่ออะไรวะ?
"......"
ถังจิ้งเจ๋อเหงื่อตก... สมองขาวโพลน นึกชื่อเด็กหนุ่มผมหน้าม้าที่ยืนอยู่หลังสุดไม่ออก
ความรู้สึกควบคุมไม่ได้แบบนี้ทำให้ถังจิ้งเจ๋อกังวลใจ
เขาพลาดเหรอ?
ไม่... เขาเตรียมตัวมาดีแน่นอน
แต่ทว่า ข้อมูลของเด็กหนุ่มผมหน้าม้าคนนี้ เขาจำไม่ได้เลยสักนิด
นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?
ความจริงแล้ว นี่คือผลจาก "มหาเวทปิดกั้น" ของหวังลิ่ง วิชานี้เหมือนสกิลติดตัวในเกม ตั้งแต่หวังลิ่งเรียนรู้ตอนห้าขวบ เปิดใช้งานแล้วก็ไม่เคยปิดอีกเลย
ผลของมันคือ ตราบใดที่เปิดวิชานี้ ก่อนจะได้เจอหน้าหวังลิ่งตัวจริง ข้อมูลเกี่ยวกับหวังลิ่งที่ได้จากช่องทางใดก็ตาม จะถูกลืมจนหมดเกลี้ยงในพริบตา
ในฐานะรุ่นพี่ที่อยู่มาสองปี ขาใหญ่ที่คลุกคลีในวงการโรงเรียนมาตั้งแต่ประถม ถังจิ้งเจ๋อคิดว่าตัวเองแค่ความจำเสื่อมชั่วคราว
ไม่นาน ถังจิ้งเจ๋อก็ยิ้มร่า ตบมือเรียกคนยกน้ำชาที่เตรียมไว้มาเสิร์ฟ: "ทุกคนมาถึงมัธยมห้าสิบเก้า ก็ถือเป็นแขกผู้มีเกียรติแล้ว เข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตาม ดื่มชาสักถ้วย ไม่ทราบน้องๆ มัธยมหกสิบคนไหนจะเป็นตัวแทน ดื่มชาแห่งมิตรภาพถ้วยนี้ให้หมด"
ตาแก่โบราณเห็นสีน้ำชา หนังตากระตุกยิกๆ
น้ำชาสีน้ำตาลอมเขียว ส่งกลิ่นเหม็นไหม้ผสมสารเคมีจางๆ ถ้าให้ตาแก่โบราณหาคำบรรยายที่แม่นยำ ก็เหมือนเอากางเกงในที่ไม่ซักสามร้อยวันมาผสมกับปลาเค็มตากแห้งสี่สิบเก้าวัน แล้วเหยาะน้ำปลาร้าสวีเดนลงไปแต่งกลิ่น
ในฐานะนักกินผู้โชกโชน พ่อค้าขนมเถื่อนชื่อดังแห่งมัธยมหกสิบ แม้แต่ตาแก่โบราณยังหน้าถอดสี ทุกคนก็รู้ทันที...
—— ชานี้ มีพิษ
และเป็นกับดักอย่างแน่นอน
ถังจิ้งเจ๋อเห็นดังนั้น ยิ้มบางๆ: "น้ำชานี้ ผสมจากน้ำผักผลไม้เข้มข้นสองร้อยเท่า มีสรรพคุณเสริมสร้างกระดูกและเส้นเอ็น คนทั่วไปเราไม่ให้กินหรอกนะ แน่นอนว่ากลิ่นอาจจะแปลกไปนิดหน่อย แต่ในฐานะธรรมเนียมของโรงเรียนเรา และเป็นพยานแห่งมิตรภาพ น้องๆ มัธยมหกสิบไม่คิดว่าจะควรมีใครสักคนกล้าหาญออกมาเป็นตัวแทนโรงเรียนหน่อยเหรอ?"
ที่แท้ก็น้ำผักผลไม้...
คนมัธยมหกสิบถึงบางอ้อ ของพรรค์นี้มันคือยาพิษในตำนานของโรงเรียนชัดๆ!
แต่จะว่าไป ของสิ่งนี้ก็มีความเกี่ยวข้องกับเครือฮัวกั่วสุ่ยเหลียน เพราะผงน้ำผักผลไม้พวกนี้ เครือฮัวกั่วสุ่ยเหลียนเป็นคนวิจัยเองกับมือ
แต่น้ำผักผลไม้ที่เครือฮัวกั่วสุ่ยเหลียนวางขาย ความเข้มข้นผ่านการคำนวณมาอย่างดี แม้ซุนหรงจะไม่ปฏิเสธว่ารสชาติมันห่วยแตก แต่อย่างน้อยก็ยังพอกลืนลงคอได้
ที่สำคัญคือ ของสิ่งนี้มีสรรพคุณเสริมสร้างกระดูกและเส้นเอ็นอย่างที่ถังจิ้งเจ๋อว่าจริงๆ
แต่เงื่อนไขคือ เจ้าต้องดื่มให้หมดหยดสุดท้ายโดยไม่พุ่งออกมาซะก่อน!
ซุนหรงนึกไม่ถึงว่า พวกนี้จะใช้วิธีรับน้องโหดแบบนี้
ชัดเจนว่าไม่เห็นหัวคุณหนูใหญ่อย่างนางเลยสักนิด!
ปกติ ความเข้มข้นสิบเท่าก็กลืนไม่ลงแล้ว...
ความเข้มข้นยี่สิบเท่า เรียกได้ว่านรกแตก
ความเข้มข้นสองร้อยเท่า นี่กะเอาให้ตายกันเลยทีเดียว!
ข้างหลัง ฟางหัวชิงและเหลียงเวยต่างแอบหัวเราะ ตอนนั้นไอ้พวกโง่จอมอวดดีจากมัธยมห้าสิบแปด แย่งกันดื่ม สุดท้ายอ้วกแตกอ้วกแตนหน้าอาคารเรียน ขายขี้หน้าประชาชี
ถึงจะรู้ว่าแกล้งกัน แต่พวกเจ้ามัธยมหกสิบ จะมีปัญญาแก้อะไรได้?
และในขณะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดจนเกือบจะแข็งค้าง ถังจิ้งเจ๋อก็เห็นเด็กหนุ่มที่เขาเรียกชื่อไม่ถูก ซึ่งยืนเงียบอยู่หลังสุดมาตลอด เดินสาวเท้าก้าวมายืนข้างหน้า
จากนั้น
ยกถ้วยชาขึ้น
ดื่มรวดเดียวหมดแก้ว............
...
...