- หน้าแรก
- บันทึกประจำวันของราชันย์เซียน
- บทที่ 26 ชีวิตประจำวันของเหล่ากั้ง
บทที่ 26 ชีวิตประจำวันของเหล่ากั้ง
บทที่ 26 ชีวิตประจำวันของเหล่ากั้ง
บทที่ 26 ชีวิตประจำวันของเหล่ากั้ง
ที่มาของกระบี่ไม้เล่มนี้ค่อนข้างแปลกประหลาด มันคือของที่หวังผู้พ่อไปขุดเจอในตลาดนัดต้นไม้และสัตว์เลี้ยง ซื้อมาในราคาเก้าร้อยเก้าสิบแปดหยวน หวังลิ่งจำได้ว่าเขาเห็นกระบี่ไม้เล่มนี้ครั้งแรกตอนอายุสามขวบ
กระบี่ไม้เล่มนี้เติบโตมาพร้อมกับหวังลิ่ง ทำให้เขามีความรู้สึกพิเศษกับมัน
ตอนนี้หวังลิ่งอายุสิบหกปี กระบี่ไม้เล่มนี้ก็อยู่ข้างกายเขามาสิบสามปีเต็มๆ
มันเป็นแค่ของแบกะดินที่หวังผู้พ่อซื้อมา แต่สิ่งที่น่าอัศจรรย์ที่สุดคือ ในเนื้อไม้ท้อของตัวกระบี่ ดูเหมือนจะมีสสารลึกลับบางอย่างแทรกซึมอยู่ ซึ่งแม้แต่หวังลิ่งก็มองไม่ทะลุ และมันมีผลสำคัญในการจำกัดพลังของหวังลิ่ง ดังนั้นเมื่อเทียบกับกระบี่วิญญาณแบรนด์ดังราคาแพงระยับในท้องตลาด กระบี่ไม้หน้าตาธรรมดาเล่มนี้กลับเป็นกระบี่ที่ทนทานต่อพลังทำลายล้างของหวังลิ่งได้ดีที่สุด
และเมื่อหกปีก่อน ตอนที่ประตูมิติปรากฏขึ้นบนโลกมนุษย์ กระบี่ไม้เล่มนี้กลับให้กำเนิดภูตกระบี่ขึ้นมาอย่างปาฏิหาริย์
มันนามว่า จิงเคอ
...
ตกดึก หวังลิ่งรื้อค้นข้าวของในห้องพักใหญ่ กว่าจะเจอนาฬิกาอัจฉริยะของตัวเอง
สำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะพวกนี้ หวังลิ่งไม่ค่อยได้ใช้และไม่ค่อยอินเท่าไหร่ เพราะถ้าเขาควบคุมอารมณ์ไม่ได้นิดเดียว นาฬิกาก็จะพังเพราะคลื่นแม่เหล็กทันที
แน่นอนว่ายังมีเหตุผลสำคัญอีกข้อ เพราะนาฬิกาเรือนนี้หวังหมิงเป็นคนสร้างและมอบให้เขาเองกับมือ
เมื่อเทียบกับสินค้าอัจฉริยะอื่นๆ อะไรก็ตามที่ผ่านมือหวังหมิงมา มักจะไม่พังง่ายๆ ด้วยฝีมือเขา หวังหมิงอ้างว่ามอบนาฬิกาให้เป็นของขวัญ แต่หวังลิ่งมองทะลุแผนการเล็กๆ ของหวังหมิงได้ทันที
...ผู้ชายคนนี้พยายามจะเอาชนะเขามาตั้งแต่เด็ก ดังนั้นนาฬิกาเรือนนี้จึงซ่อนซอฟต์แวร์ติดตามตัวไว้ ซึ่งสามารถส่งข้อมูลกิจกรรมประจำวันของเขากลับไปให้หวังหมิงได้
นี่ไม่ใช่สิ่งที่หวังลิ่งมโนไปเอง แต่เป็นสิ่งที่เขาอ่านได้จากใจของหวังหมิงในวันเกิดครบรอบสิบห้าปีของเขา
หวังลิ่งจ้องมองนาฬิกาอยู่นาน สุดท้ายก็หน้าบึ้งสวมมันไว้ที่ข้อมือ: "......"
ถ้าไม่ใช่เพราะต้องออกไปทำกิจกรรมนอกสถานที่หลายวัน เขาไม่มีทางปลดผนึกนาฬิกาเรือนนี้ง่ายๆ แน่...
หวังลิ่งรู้วิธีใช้นาฬิกาพื้นฐาน การทำงานคล้ายกับสมาร์ทโฟนที่เคยฮิตในอดีต เพียงแต่ผสานเทคโนโลยีโลกเสมือนจริงเข้าไปมากกว่า
ซอฟต์แวร์ข้างในติดตั้งมาให้เสร็จสรรพ หวังลิ่งมองดูแถวไอคอนซอฟต์แวร์ที่ฉายอยู่กลางอากาศ สุดท้ายสายตาก็หยุดอยู่ที่ไอคอนสีเขียวของ "วีแชต"
ไม่นาน หวังลิ่งก็เข้าสู่หน้าจอ
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่หวังลิ่งใช้วีแชต ถ้าไม่ใช่เพราะเขาเกิดมาไม่ถูกกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ หวังลิ่งก็นับว่าเป็นผู้ใช้วีแชตรุ่นเก๋าคนหนึ่ง
ใช้ความทรงจำค้นหาบัญชีที่เคยสมัครไว้ ล็อกอิน แล้วสแกนคิวอาร์โค้ดตามรายการที่ระบุ เพื่อเข้ากลุ่มวีแชต
ไม่นาน ระบบก็แจ้งเตือน...
(ผู้ใช้ 'ลิ่ง' ได้เข้าร่วม 'กลุ่มวีแชต' ชีวิตประจำวันของเหล่ากั้ง!)
(ผู้ใช้นี้และสมาชิกในกลุ่มไม่ได้เป็นสหายกัน โปรดระวังความปลอดภัยของทรัพย์สินและข้อมูลเท็จ!)
หวังลิ่งกวาดตามองสมาชิกในกลุ่ม พบว่าคนที่ไปร่วมงานแลกเปลี่ยนพรุ่งนี้เข้ามากันครบแล้ว และเขาเป็นคนสุดท้าย
ซุนหรง: "!!!"
หลินเสี่ยวอวี่: "ลิ่ง? หรือว่านี่คือวีแชตของสหายนักเรียนหวังลิ่ง?"
เฉินเชา: "ชื่อแฝงกลิ่นอายแห่งความเรียบง่ายสูงสุด สมกับเป็นสไตล์ของสหายนักเรียนหวังลิ่งจริงๆ สหายนักเรียนหวังลิ่ง? ทักทายหน่อยสิ?"
หวังลิ่งมองข้อความที่เด้งขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ตอบกลับไปด้วยจุดไข่ปลาตามความเคยชิน: "......"
อาจารย์เอ้อร์ตั้นส่งสติ๊กเกอร์หน้ากวน: "ตัวจริงเสียงจริง จุดไข่ปลามายืนยันตัวตนสหายนักเรียนหวังลิ่งแล้ว"
จากนั้น หวังลิ่งก็ส่งจุดไข่ปลาไปอีกชุด: "......" และกลุ่มวีแชตก็ตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ
หลังจากรู้จักกันมาสองสัปดาห์ เพื่อนร่วมห้องส่วนใหญ่ก็เริ่มชินกับความพูดน้อยของหวังลิ่งแล้ว มีแต่อาจารย์เอ้อร์ตั้นที่ยังรู้สึกอึดอัด เพราะไอ้มนุษย์น้ำแข็งจอมเย็นชานี่ ดันเป็นสหายร่วมโต๊ะของเขา!
ทั้งสองคนเจอกันทุกวันแท้ๆ แต่นับตั้งแต่เปิดเทอมมาคุยกันยังไม่ถึงสิบประโยค ตอนนี้ขนาดคุยในแชตยังทำวงแตก —— เจ็บจี๊ดเลยว่ะเพื่อน!
โชคดีที่ตาแก่โบราณรีบทำหน้าที่เทวดาผู้กอบกู้บรรยากาศ: "นักเรียนทุกคน พรุ่งนี้เช้าแปดโมง เจอกันหน้าโรงเรียนให้ตรงเวลานะ!"
แทบจะพร้อมกัน ทุกคนส่งสติ๊กเกอร์ OK
ซุนหรง: "ทุกคนเตรียมกระบี่วิญญาณพร้อมหรือยัง?"
ตาแก่โบราณส่งสติ๊กเกอร์ปิดหน้าหัวเราะ: "นักเรียนซุนพูดถูกจุดเลย งานแลกเปลี่ยนกระบี่วิญญาณของโรงเรียนเราครั้งนี้เป็นไฮไลท์สำคัญ ผู้บริหารโรงเรียนต่างๆ จะมาร่วมงานด้วย เผลอๆ อาจมีผู้บริหารระดับเมืองมาดูงาน หวังว่าทุกคนจะเตรียมกระบี่วิญญาณคู่กายมาให้พร้อมนะ"
แม้จะเพิ่งเปิดเทอมได้ไม่ถึงสองสัปดาห์ วิชากระบี่วิญญาณก็เรียนไปไม่ถึงสามคาบ แต่การศึกษาวิชากระบี่วิญญาณนั้นเริ่มกันตั้งแต่เด็ก
กระบี่วิญญาณคู่กาย หลังจากทำสัญญาแล้ว อย่างน้อยต้องใช้เวลาปรับจูนห้าปีขึ้นไปถึงจะเข้ามือ และการจะฟูมฟักภูตกระบี่นั้นยิ่งยากกว่า ต้องใช้ความอดทนกับการดูแลเอาใจใส่อย่างยาวนาน
แน่นอนว่ากระบี่วิญญาณเกรดเอหรือกระบี่เซียนแบรนด์ดังตามท้องตลาด ล้วนมีภูตกระบี่ที่เพาะเลี้ยงขึ้นมา แต่แม้จะมีอานุภาพร้ายกาจ การควบคุมก็ยังไม่เข้าขามีใจสื่อถึงกันเหมือนภูตกระบี่ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ
ไม่นาน เฉินเชาก็โพสต์รูป
ในรูปคือกระบี่วิญญาณที่เฉินเชาใช้อยู่ปัจจุบัน ฝักกระบี่สีแดงสดสะท้อนบุคลิกเลือดร้อนของผู้ใช้ ด้ามกระบี่แกะสลักคำว่า "เชา" นูนต่ำ ซึ่งสีเริ่มซีดจางลงบ้างแล้ว
เฉินเชา: "มันชื่อลี่เชา เป็นของขวัญวันเกิดที่พ่อแม่ให้ตอนสิบขวบ ทำสัญญากันแล้ว ปรับจูนมาหกปี..."
ตาแก่โบราณส่งสติ๊กเกอร์ยกนิ้วโป้ง: "ชื่อลี่เชาเหรอ? สมเป็นสไตล์เฉินเชาจริงๆ! แค่ดูความเงางามของฝักกระบี่ ก็รู้แล้วว่าปกติเฉินเชาดูแลกระบี่วิญญาณดีมาก!"
(ลี่ มาจากคำว่า 力 ที่แปลว่าพลัง เชา มาจากชื่อเฉินเชา แปลมาเชาจอมพลัง)
"อาจารย์ชมเกินไปแล้วขอรับ..." เฉินเชาส่งสติ๊กเกอร์ถอนหายใจ: "น่าเสียดายที่จนป่านนี้ลี่เชาก็ยังไม่ให้กำเนิดภูตกระบี่เลย"
"การให้กำเนิดภูตกระบี่ไม่ใช่เรื่องที่จะทำได้ในวันสองวัน นักเรียนเฉินมีความอดทนขนาดนี้ เชื่อว่าวันนั้นคงอีกไม่ไกลหรอก!"
ตาแก่โบราณให้กำลังใจเสร็จ ก็เริ่มเข้าสู่โหมดให้ความรู้: "การเพาะเลี้ยงภูตกระบี่ ทุกคนต้องมีความอดทน ถ้าไม่ถึงที่สุดจริงๆ ห้ามล้มเลิกเด็ดขาด เมื่อกระบี่วิญญาณให้กำเนิดภูตกระบี่ ตัวกระบี่ก็จะมีวิญญาณ และกระบี่ที่มีวิญญาณ ก็สามารถอัปเกรดได้เหมือนผู้บำเพ็ญเพียรทั่วไป! แน่นอนว่าจำกัดเฉพาะภูตกระบี่ที่เกิดตามธรรมชาติเท่านั้น ภูตกระบี่เทียมถูกกำหนดค่ามาแล้ว อัปเกรดไม่ได้"
"หา? เป็นงั้นเหรอ? อาจารย์ช่วยเล่าอีกหน่อยสิ!" นักเรียนในกลุ่มแสดงความสนใจอย่างมาก
ตาแก่โบราณส่งข้อความเสียงยาวเหยียด อธิบายอย่างใจเย็น: "ตอนนี้วิชากระบี่วิญญาณที่พวกเธอเรียนเป็นแค่พื้นฐานการดูแลรักษากระบี่ วิชากระบี่วิญญาณขั้นสูงอย่างการขี่กระบี่เหินเวหาและวิธีเพาะเลี้ยงภูตกระบี่ ต้องรอเข้ามหาวิทยาลัยถึงจะได้เรียนเจาะลึก ภารกิจของพวกเธอตอนนี้คือพยายามสร้างความผูกพันกับกระบี่วิญญาณ พยายามให้กำเนิดภูตกระบี่ก่อนจบการศึกษาให้ได้"
พูดถึงตรงนี้ ตาแก่โบราณก็ส่งข้อความเสียงที่สอง: "นักเรียนเฉินโชว์กระบี่ของตัวเองแล้ว นักเรียนคนอื่นก็เอารูปมาโชว์บ้างสิ มาแลกเปลี่ยนกัน?"