- หน้าแรก
- บันทึกประจำวันของราชันย์เซียน
- บทที่ 25 แขกไม่ได้รับเชิญ
บทที่ 25 แขกไม่ได้รับเชิญ
บทที่ 25 แขกไม่ได้รับเชิญ
บทที่ 25 แขกไม่ได้รับเชิญ
หลังจากนั้น หวังลิ่งก็ได้รับรายการสิ่งของที่ต้องเตรียมไปสำหรับการแลกเปลี่ยนสี่วัน
นอกจากเครื่องเขียนและเสื้อผ้าสำหรับเปลี่ยนตอนกลางคืนแล้ว ในรายการยังระบุให้เตรียมกระบี่วิญญาณไปหนึ่งเล่มสำหรับกิจกรรมแลกเปลี่ยนวิชากระบี่ และบรรทัดสุดท้ายของรายการ เขียนเน้นด้วยตัวหนาตัวเป้งว่า: **ต้องใส่ชุดนักเรียน**
เรื่องชุดนักเรียน หวังลิ่งหมดแรงจะบ่น เพราะรสนิยมชุดนักเรียนทั่วประเทศมันก็เห่ยพอกัน เขาไม่เชื่อหรอกว่าชุดของมัธยมห้าสิบเก้าจะดูดีไปกว่านี้
ปัญหาเดียวในตอนนี้คือ จะทำยังไงให้ตัวเองดูจืดจางที่สุดตลอดสี่วันของการแลกเปลี่ยน
ไม่ว่าจะเป็นตาแก่โบราณที่เป็นหัวหน้าทีม หรืออีกสี่คนที่เหลือ ล้วนเป็นบุคคลที่หวังลิ่งต้องระวังตัวแจ
จ้องมองใบนัดหมาย หวังลิ่งถอนหายใจ
ไม่ว่าจะยังไง เรื่องนี้รับมือยาก ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ พฤติกรรมน่าสงสัยแค่นิดเดียว อาจทำให้คนอื่นจับตามองและสงสัยเขามากขึ้น
...
ในใบนัดหมายมีข้อควรระวังบางอย่าง ที่ต้องให้ผู้ปกครองเซ็นรับทราบ
ตอนค่ำ หวังลิ่งกลับถึงบ้าน ก็โยนใบนัดหมายให้หวังผู้พ่อ
หวังผู้พ่อก็ล้วงปากกาหมึกซึมออกมาจากกระเป๋าเสื้อ เซ็นชื่อหวัดๆ ลงไปทันที
"ท่านพ่อ? ท่านไม่อ่านหน่อยหรือ?" หวังลิ่งแปลกใจ
ปกติหวังผู้พ่อจะอ่านเอกสารจากโรงเรียนละเอียดยิ่งกว่าหนังสือพิมพ์เช้าเสียอีก
"กิจกรรมนอกโรงเรียน ก็แค่พวกความปลอดภัย ข้อควรระวัง ไม่มีอะไรน่าดูหรอก ใครจะไปสู้เจ้าได้?" หวังผู้พ่อตอบ
"......"
หวังผู้พ่อขยับแว่นกรอบดำ หยิบหนังสือพิมพ์เย็นบนโต๊ะขึ้นมาอ่าน: "สองสามวันนี้ข่าวเรื่องนักฆ่าเงาพรายโดนถล่มที่โรงเรียนเจ้าดังกระหึ่มเลยนะ คนที่ตายอนาถสุด ร่างกายแหลกละเอียด ได้ข่าวว่าจินตันแตกเป็นผุยผง ฝีมือเจ้าใช่ไหม?"
หวังลิ่ง: "......"
เห็นหวังลิ่งเงียบ หวังผู้พ่อถอนหายใจยาว: "ครั้งนี้ถือเป็นกรณีพิเศษ ช่างมันเถอะ คราวหน้าเพลาๆ มือหน่อยนะ"
หวังลิ่งผายมือ ตอบอย่างจนใจ: "มันลงมือก่อน ข้ายังไม่ได้ตอบโต้เลยด้วยซ้ำ"
หวังผู้พ่อวางหนังสือพิมพ์ ถอนหายใจ มองหวังลิ่งด้วยสายตาจริงจัง: "ถึงมันจะรนหาที่ตายเอง แต่ต่อไปเจ้าต้องคุมตัวเองหน่อย อย่างน้อยก็เหลือศพไว้ให้ครบๆ เจ้าดูสิ สร้างภาระให้หมอนิติเวชเขาต้องมานั่งต่อกระดูกทีละชิ้นๆ อีก"
"......"
"ช่างเถอะๆ ลิ่งลิ่งลำบากมามากแล้ว ถ้าไม่มียันต์ผนึกใบนั้น หมอนั่นคงโดนสะท้อนกลับจนไม่เหลือซากแล้วมั้ง" แม่หวังถือชามซุปปลาร้อนๆ เดินออกมาจากครัว วางบนโต๊ะอาหารแล้วถอดผ้ากันเปื้อน: "สองพ่อลูกไปล้างมือ มากินข้าวได้แล้ว!"
หวังลิ่งจ้องมองซุปปลาอยู่นาน: "ปลาลายดาว?"
หวังลิ่งจำได้ว่าปลาชนิดนี้รสชาติงั้นๆ แต่ราคาแพงระยับ นอกจากมีแขกสำคัญมาบ้าน แม่หวังจะซื้อก็ต่อเมื่อถึงเทศกาลเท่านั้น
ไม่ต้องรอให้หวังลิ่งพูด แม่หวังก็เข้าใจสายตานั้นทันที: "เดิมทีวันนี้เสี่ยวหมิงจะมา กะจะให้อยู่กินข้าวด้วย แต่ดันมีธุระด่วนต้องรีบกลับ เสียดายซุปปลาลายดาวที่อุตส่าห์เคี่ยวตั้งแปดชั่วโมง วันนี้สองพ่อลูกกินเยอะๆ นะ!"
หวังลิ่งถอนหายใจในใจ: หวังหมิงจริงๆ ด้วย!
หวังหมิงคือลูกพี่ลูกน้องของเขา ตอนเด็กๆ เคยป่วยไข้ขึ้นสูง แล้วจู่ๆ ก็เหมือนพลังวิญญาณตื่น สมองได้รับการกระตุ้นจนกลายเป็นอัจฉริยะแบบศาสตราจารย์เอ็กซ์ (X-Men) มีสติปัญญาสูงส่ง
ตอนเจ็ดขวบ หวังหมิงก็ได้รับเชิญเข้าสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และศัสตราวุธวิเศษ กลายเป็นนักวิชาการและที่ปรึกษาออกแบบของวิเศษที่อายุน้อยที่สุด
จนถึงตอนนี้ ตัวตนของหวังหมิงยังไม่ได้รับการเปิดเผย ถือเป็นความลับระดับชาติ
สำหรับกองทัพประเทศหัวซิ่ว สมองของผู้ชายคนนี้น่ากลัวยิ่งกว่าอาวุธระดับศักดิ์สิทธิ์เสียอีก
อีกทั้งยันต์ผนึกที่ติดอยู่ที่แขนหวังลิ่ง แม้หวังลิ่งจะวาดตามตำราโบราณ แต่ข้างในผสมผสาน "สสารต่อต้านหวังลิ่ง" ที่หวังหมิงค้นพบ ซึ่งช่วยกดทับพลังปราณต้นกำเนิดของหวังลิ่ง ทำให้เขาควบคุมพลังได้
หวังลิ่งรู้สึกมาตลอดว่าพี่ชายคนนี้เป็นพวกเจ้าเล่ห์และร้ายลึก แถมยังชอบเอาของวิเศษใหม่ๆ มาทดลองกับร่างกายเขา... เพราะหวังลิ่งอึดถึกทน ต่อให้การทดลองล้มเหลวก็ไม่เป็นไร
สำหรับหวังลิ่ง นี่คือคนที่น่ารำคาญแต่ก็ทำอะไรไม่ได้...
แต่พ่อแม่สกุลหวังกลับไม่คิดแบบนั้น มองว่าพี่น้องรักกันดี
ไม่งั้นหวังหมิงจะคอยเป็นห่วงเป็นใยเจ้าทำไม? กลัวเจ้าตายรึไง?
หวังลิ่งมองทั้งสองคน: "......" ก็ถูกของท่านทั้งสองนั่นแหละ! หวังลิ่งคิดว่าถ้าเขาตายจริงๆ เรื่องที่หวังหมิงเสียใจที่สุดคงเป็นเรื่องหาหนูทดลองที่เหมาะสมแบบนี้ไม่ได้อีกแล้ว
หวังผู้พ่อขมวดคิ้ว หันไปถามแม่หวัง: "วันนี้นานๆ ทีเสี่ยวหมิงจะมา ทำไมเจ้าไม่รั้งไว้เล่า? เสี่ยวหมิงไม่ได้มาตั้งนานแล้วนะ"
"เสี่ยวหมิงเห็นแก่ภารกิจของชาติเป็นหลัก ข้าจะไปรั้งอยู่ได้ไง เขาบอกว่ามีสหายต่างชาติคนหนึ่งคุมคลื่นสมองไม่อยู่ เลยเอาอมยิ้มสองอันปักหัวไว้เป็นตัวยับยั้ง ตอนนี้อมยิ้มมีปัญหา เขาเลยรีบไปช่วยวิเคราะห์สาเหตุ" (ล้อเลียนไซคิ คุสุโอะ จากเรื่องไซคิหนุ่มพลังจิตอลเวง)
แม่หวังบ่นเสียดาย: "คราวหน้าต้องให้เสี่ยวหมิงค้างที่นี่ นอนกับลิ่งลิ่ง พี่น้องจะได้กระชับความสัมพันธ์"
"......" หวังลิ่งคิดว่า เขาคงจะเผลอซัดหมัดแห่งปัญญาใส่หวังหมิงแน่ๆ...
หวังผู้พ่อนึกขึ้นได้: "เฮ้ย ไม่ได้! ห้ามนอนด้วยกันเด็ดขาด เกิดลิ่งลิ่งนอนดิ้น เผลอต่อยเสี่ยวหมิงตายจะทำยังไง?"
หวังลิ่ง: "......"
...
...
หลังจากคุยเรื่องไร้สาระกันพอหอมปากหอมคอ หวังผู้พ่อก็วกกลับเข้าเรื่อง: "ว่าแต่ เสี่ยวหมิงมาเรื่องอะไรคราวนี้?"
แม่หวังตบหน้าผากเกือบลืมเรื่องสำคัญ! นางหันไปถามหวังลิ่ง: "ลิ่งลิ่ง ลองคำนวณดูซิ ยันต์ผนึกของเจ้าจะอยู่ได้อีกกี่วัน?"
หวังลิ่งจำได้ว่าเปลี่ยนยันต์ครั้งล่าสุดเมื่อครึ่งปีก่อน ลองนับนิ้วดู... อืม อย่างต่ำสามวัน อย่างมากห้าวัน พลังวิญญาณในยันต์ผนึกจะหมดเกลี้ยง ถึงตอนนั้นกลิ่นอายของเขาจะรั่วไหลออกมาสู่โลกภายนอกอย่างสมบูรณ์
ถึงตอนนั้นจะเกิดอะไรขึ้น แม้แต่หวังลิ่งเองก็ยังไม่รู้
"เหลือเวลาแค่สามถึงห้าวันเหรอ? เสี่ยวหมิงบอกว่ายันต์รุ่นอัปเกรดจะส่งมาให้ภายในสัปดาห์นี้" แม่หวังเริ่มกังวล
เพราะครั้งก่อนที่กลิ่นอายของหวังลิ่งรั่วไหลออกมา ทำเอาเมืองซิงอวี่ไฟดับไปทั้งเมืองนานถึงสิบวัน!
"เรื่องเวลาน่าจะทันอยู่"
หวังผู้พ่อพยักหน้า มองแม่หวังที่คิ้วขมวด: "ถ้าไม่วางใจ ก็ให้จิงเคอตามไปด้วยสิ"
จิงเคอ คือกระบี่เล่มที่สองที่หวังผู้พ่อหามาให้หลังจากหวังลิ่งบีบกระบี่ชาแนลแตกตอนหนึ่งขวบ
กระบี่เล่มนี้อยู่กับหวังลิ่งมาตั้งแต่เด็ก และเป็นกระบี่วิญญาณเล่มเดียวที่ทำสัญญากับหวังลิ่งอย่างเป็นทางการ
เพียงแต่วัสดุของกระบี่เล่มนี้ค่อนข้างพิเศษ
มันไม่ใช่ทอง ไม่ใช่เงิน ไม่ใช่ทองแดง ไม่ใช่เหล็ก... แต่เป็นกระบี่ไม้เล็กๆ