เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 20 อาวุธสังหารอันดับหนึ่งที่ซ่อนอยู่ในโรงเรียน

บทที่ 20 อาวุธสังหารอันดับหนึ่งที่ซ่อนอยู่ในโรงเรียน

บทที่ 20 อาวุธสังหารอันดับหนึ่งที่ซ่อนอยู่ในโรงเรียน


บทที่ 20 อาวุธสังหารอันดับหนึ่งที่ซ่อนอยู่ในโรงเรียน

ซุนหรงจำได้ว่าครั้งสุดท้ายที่นางถูกคุ้มกันเข้มงวดแบบปิดตายขนาดนี้ คือตอนเรียนอยู่มัธยมต้นขอบเขตกลั่นลมปราณ

ตอนนั้นมีพวกนักเลงหัวไม้ย่านนั้นไม่ดูตาม้าตาเรือ มาหาเรื่องนาง แถมยังขู่ว่าจะลักพาตัว

ผลคือวันรุ่งขึ้น เครือฮัวกั่วสุ่ยเหลียนก็จ้างผู้บำเพ็ญเพียรยอดฝีมือจำนวนมาก มาถล่มรังของแก๊งอันธพาลและผู้มีอิทธิพลมืดแถวนั้นจนราบเป็นหน้ากลอง แม้แต่ยายแก่ที่ชอบแกล้งล้มตบทรัพย์ตรงปากซอยยังไม่รอด โดนเนรเทศออกจากเมืองไปเลย

หลังจากเหตุการณ์นั้น ผู้มีอิทธิพลมืดทั้งหลายต่างขึ้นบัญชีดำชื่อซุนหรงไว้เป็นบุคคลอันตรายอันดับหนึ่ง ไม่มีใครกล้าแหยมกับคุณหนูใหญ่คนนี้อีก

แน่นอนว่า สถานการณ์ครั้งนี้ต่างออกไปเล็กน้อย

เงาพรายเป็นองค์กรนักฆ่าระดับอินเตอร์ พวกจิ๊กโก๋ปากซอยเทียบไม่ติด นักฆ่าเลือดเย็นพวกนี้อาจลงมือระหว่างทางที่พาซุนหรงหนีออกจากโรงเรียน อธิการบดีเฉินคำนึงถึงจุดนี้ จึงปฏิเสธข้อเสนอของเบื้องบน

นี่น่าจะเป็นการป้องกันที่แน่นหนาที่สุดในประวัติศาสตร์การก่อตั้งโรงเรียนมัธยมที่หกสิบ ชั้นในสามชั้น ชั้นนอกสามชั้น สวน ทางเดิน หรือแม้แต่ห้องน้ำ ก็ยังมีอาจารย์หรือหน่วย รปภ. เฝ้าเวร

ห้องพักอาจารย์ที่ซุนหรงถูกจัดให้ไปอยู่คือห้องในสุดของชั้นหนึ่ง ทางออกด้านข้างห้องถูกปิดตาย และในห้องกว้างใหญ่นั้น มีเพียงตาแก่โบราณอยู่เพียงคนเดียว

"นักเรียนซุนดูเครียดๆ นะ? กินขนมหวานแก้เครียดหน่อยไหม?" ตาแก่โบราณตรวจการบ้านไปพลาง เปิดลิ้นชักโต๊ะทำงานไปพลาง ลิ้นชักนี้ตาเฒ่าทำไว้ใส่ขนมส่วนตัวโดยเฉพาะ

ซุนหรงมองโครงสร้างมิติภายในลิ้นชักแล้วอึ้งกิมกี่ ขนมในลิ้นชักนี้เยอะยิ่งกว่าสต็อกสินค้าของซูเปอร์มาร์เก็ตซะอีก!

ซุนหรงถอนหายใจ ส่ายหน้าอย่างหมดอารมณ์ แม้จะไม่ใช่ครั้งแรกที่เจอสถานการณ์แบบนี้ แต่ครั้งนี้มันทำให้นางหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก

เพราะต้นเหตุของเรื่องนี้มาจากการเดตที่คฤหาสน์ใหญ่สกุลเซียว พอนึกถึงเดตสุดกระอักกระอ่วนครั้งนั้น ซุนหรงพลันหงุดหงิดขึ้นมา นางรู้สึกเหมือนลืมอะไรไปบางอย่าง

แม้สุดท้ายจะมีคนลึกลับมาช่วยไว้ แต่คนลึกลับที่ปกป้องนางกับสหายนักเรียนหวังลิ่ง... คือใครกันนะ?

"ฮี่ๆๆ นักเรียนซุนกลุ้มใจเพราะนักเรียนหวังลิ่งขนาดนี้ เจ้าหนุ่มนั่นโชคดีจริงๆ"

ตาแก่โบราณก็เคยหนุ่มมาก่อน ย่อมรู้ดีว่าซุนหรงคิดอะไรอยู่: "อยากจะสนิทกัน ก็ต้องเอาใจให้ถูกจุด เข้าใจไหม?"

หน้าของซุนหรงแดงซ่านทันที: "...แต่ข้าไม่รู้ว่าสหายนักเรียนหวังลิ่งชอบอะไรนี่นา"

"ถ้าไม่รู้ ก็ถามอาจารย์สิ"

ตาแก่โบราณยิ้มเจ้าเล่ห์ หยิบขนมห่อเล็กๆ ออกมาจากลิ้นชัก

"บะ... บะหมี่อบแห้งกินดิบ?"

ตาแก่โบราณผงกหัวรัวๆ เหมือนไก่จิกข้าว: "ใช่แล้ว นักเรียนหวังลิ่งมาซื้อกับอาจารย์บ่อยๆ"

ซุนหรงตะลึงตาค้าง: "...อาจารย์หวัง ท่านขายขนมด้วยเหรอ?"

ตาแก่โบราณถอนหายใจ: "เดี๋ยวนี้กระทรวงศึกษาฯ ห้ามอาจารย์เปิดสอนพิเศษ อาจารย์เลยต้องขายขนมหารายได้เสริมไง ลำพังเงินเดือนอาจารย์มันพอยาไส้ที่ไหนล่ะ"

"......" ซุนหรงจ้องมองซองบะหมี่บนโต๊ะ พลางครุ่นคิดหนัก

...

ขณะที่ซุนหรงกำลังคิดฟุ้งซ่าน ปฏิบัติการลอบสังหารอีกด้านหนึ่งก็ได้เปิดฉากขึ้นอย่างเป็นทางการ

ที่ห้องน้ำชายชั้นหนึ่ง รปภ. คนหนึ่งถูกยิงยาสลบจากระยะไกล สลบเหมือดคาห้องส้วม

ชายหนุ่มที่ลอบเข้ามาทางช่องระบายอากาศจัดการถอดชุดเครื่องแบบของ รปภ. คนนั้นออกจนหมด และเพื่อป้องกันไม่ให้ รปภ. ฟื้นขึ้นมาแจ้งข่าว เขาจึงไม่เหลือแม้แต่กางเกงในไว้ให้

การสวมรอยเป็นวิชาบังคับของนักฆ่า และชายคนนี้ชำนาญเรื่องนี้เป็นอย่างดี

สวีเฟิง คุณชายรองแห่งแก๊งซังไอ่ นักฆ่าอันดับสิบหกของโลก ไม่ได้มีชื่อเสียงเพราะโชคช่วย

เขาส่องกระจก จัดชุดเครื่องแบบและเนกไทให้เรียบร้อย แล้วใช้วิชาแปลงโฉมเปลี่ยนใบหน้าให้เหมือนกับรูปในบัตรประจำตัว รปภ. เป๊ะๆ ก่อนจะเดินออกจากห้องน้ำไปอย่างเป็นธรรมชาติ

แม้จะไม่รู้สถานการณ์ของพี่ใหญ่อิ่งและน้องเล็กเจี้ยน แต่สวีเฟิงเห็นว่าสัญญาณภารกิจยังไม่หายไป

สองคนนั้นคงไปติดพันอะไรสักอย่างล่ะมั้ง?

สวีเฟิงไม่คิดมาก มุ่งหน้าตรงไปยังทิศทางของสัญญาณเป้าหมายทันที

ใกล้จุดสัญญาณ มีห้องพักอาจารย์อยู่สามห้อง สองห้องถูกปิดตาย มีแค่ห้องในสุดที่ยังเปิดไฟอยู่

เป้าหมายสังหาร อยู่ที่นั่น!

การป้องกันภายนอกโรงเรียนแน่นหนาจนหยดน้ำยังลอดไม่ผ่าน แต่ตรงระเบียงทางเดินหน้าห้องเป้าหมาย กลับไม่มี รปภ. แม้แต่คนเดียว

สวีเฟิงยิ้มเยาะ แผนเปิดประตูเมืองโล่งโจ้งแบบนี้ใช้กับเงาพรายไม่ได้ผลหรอก ก่อนสาส์นท้าดวลจะส่งถึงโรงเรียน เงาพรายได้แอบติดเครื่องติดตามสัญญาณไว้ที่ตัวซุนหรงแล้ว ไม่ว่านางจะอยู่ที่ไหน ก็หนีการติดตามไม่พ้น

สวีเฟิงล้วงกระเป๋ากางเกง เดินไปหยุดหน้าประตูห้องพักอาจารย์ที่มีแสงไฟลอดออกมา แผ่จิตสัมผัสออกไปตรวจสอบ

นอกจากเป้าหมายแล้ว ในห้องมีอาจารย์คุ้มกันอยู่แค่คนเดียว... แถมยังเป็นคนอ้วนที่เอาแต่กินขนมอีกต่างหาก

สวีเฟิงรู้สึกว่าเงาพรายโดนดูถูกอย่างแรง

โรงเรียนมัธยมกระจอกๆ นี่ กล้าดียังไงมาทำท่าทีแบบนี้กับองค์กรนักฆ่าระดับโลก?

ช่างเถอะ...

ยืนอยู่หน้าประตูห้อง สวีเฟิงถอนหายใจยาว ในฐานะนักฆ่าผ้าคาดแดงมือหนึ่งของเงาพราย เขาจะทำให้พวกที่ดูถูกเงาพราย ต้องชดใช้อย่างสาสม

คิดได้ดังนั้น สวีเฟิงก็ผลักประตูห้องเข้าไป

ภายในห้อง ตาแก่โบราณกำลังยืนอยู่หน้ากระดานดำเล็กๆ ถกเถียงเรื่องความรักกับซุนหรงอย่างออกรส

ใบหน้าของตาแก่โบราณขรึมลงทันที เขาสัมผัสได้ถึงจิตสังหารอันรุนแรงของสวีเฟิง

วินาทีต่อมา ประกายมีดวูบผ่าน อีกฝ่ายไม่พูดพร่ำทำเพลง ซัดมีดบินเข้ามาทันที

"อาจารย์ ระวัง!"

ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วปานสายฟ้าแลบ ตั้งแต่ชักมีดจนถึงซัดมีดใช้เวลาไม่ถึงวินาที ซุนหรงมองตามวิถีมีดไม่ทันเลยด้วยซ้ำ รู้ตัวอีกที มีดบินมรณะเล่มนั้นก็ถูกคีบไว้อย่างมั่นคงระหว่างนิ้วมือของตาแก่โบราณ

"แก่นทองคำขั้นปลายระดับสูงสุด สมกับเป็นนักฆ่าผ้าคาดแดงของเงาพราย ร้ายกาจจริงๆ" ตาแก่โบราณยิ้มบางๆ เสียง 'เคร้ง' ดังขึ้นเมื่อเขาวางมีดลงบนโต๊ะ

สวีเฟิงตะลึงงัน มีดนี้เขาใส่แรงเต็มที่ เล็งจุดตาย ความเร็วเป็นรองแค่กระสุนปืน แถมใบมีดยังผ่านการเสริมพลัง เจาะทะลุกายเนื้อขอบเขตแก่นทองคำได้สบายๆ

ตั้งแต่เดินเข้าประตูจนถึงซัดมีด สวีเฟิงใช้เวลาไม่ถึงสามวินาที แต่ที่คาดไม่ถึงคือ อาจารย์โรงเรียนมัธยมบ้านนอกที่ไม่เคยฝึกการต่อสู้ กลับรับมีดมรณะของเขาได้อย่างแม่นยำ

"เจ้าเป็นใคร?" สวีเฟิงรู้สึกคุ้นๆ กับท่วงท่าของคนตรงหน้า

"ข้าจะเป็นใคร ไม่สำคัญหรอก" ตาแก่โบราณยิ้ม

ซุนหรงที่อยู่ข้างๆ ยกมือปิดปาก ไม่อาจซ่อนความตกตะลึงในแววตาได้

ตาแก่โบราณตรงหน้า ยังคงดูใจดีและมีรอยยิ้มหยีตาเป็นเอกลักษณ์เหมือนตอนสอนหนังสือ แต่กลิ่นอายรอบตัวกลับทำให้ซุนหรงรู้สึกว่า... ต่างไปจากปกติอย่างสิ้นเชิง

สวีเฟิงหน้าถอดสี การรับมีดบินของเขาได้ แสดงว่าฝีมือไม่ด้อยไปกว่าเขาเลย โรงเรียนมัธยมธรรมดา จะมียอดฝีมือแบบนี้โผล่มาเฉยๆ ได้ไง?

แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาสงสัย

สวีเฟิงรู้ดีว่าอยู่นานไม่ได้ ขอแค่ฆ่าซุนหรงได้ ภารกิจย่อมถือว่าจบ

เขาสะบัดมือ ปืนพกสีดำพร้อมที่เก็บเสียงพลันปรากฏขึ้นในมือ เล็งไปที่ซุนหรงทันทีโดยไม่ลังเล 'ปัง' กระสุนวิญญาณพุ่งออกจากปากกระบอกปืน กระสุนยังไม่ทันถึง ลมปราณก็ปะทะใบหน้าแล้ว!

"ตายซะ!"

ความเร็วของกระสุนวิญญาณเร็วกว่ามีดบินถึงสิบเท่า สวีเฟิงไม่เชื่อหรอกว่าตาแก่โบราณจะรับกระสุนด้วยมือเปล่าได้!

ตาแก่โบราณปรายตามองสวีเฟิง ยังคงนิ่งสงบ นั่งมั่นคงดั่งขุนเขาไท่ซาน แววตาไร้ความหวั่นไหว

วูบ...

เขายื่นมือออกไปอย่างนุ่มนวล ช้าๆ จนซุนหรงมองเห็นทุกการเคลื่อนไหว

น่าอัศจรรย์ยิ่งนัก สองนิ้วนั้นคีบหัวกระสุนไว้ได้อย่างแม่นยำราวกับคีบแมลงวัน: "วรยุทธ์ใต้หล้า แพ้ชนะวัดที่ความเร็ว... มีเพียงความเร็วเท่านั้น ที่ไร้เทียมทาน!"

จากนั้น ทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบงัน

ซุนหรงตกตะลึงจนพูดไม่ออก: "......"

ส่วนสวีเฟิง แข็งเป็นหินไปแล้ว: ไอ้บ้านี่มันเป็นใครวะเนี่ย!?

"หลายปีมานี้ เงาพรายตกต่ำลงไปเยอะนะ คนที่ปั้นออกมาก็ยิ่งไม่ได้เรื่อง" ตาแก่โบราณหน้าขรึม ถอนหายใจยาว

น้ำเสียงนี้ทำให้สวีเฟิงสะดุ้งเฮือก! น้ำเสียงแบบนี้... ฝีมือระดับนี้ คนที่สวีเฟิงนึกออกมีอยู่แค่คนเดียว!

วินาทีต่อมา เหงื่อกาฬของสวีเฟิงไหลพราก!

...นี่คือบุคคลที่เขาแหยมไม่ได้เด็ดขาด!

"ผู้อาวุโส ข้าขออภัยที่ล่วงเกิน!"

สวีเฟิงรีบโค้งคำนับ เตรียมจะชิ่งหนี

"บทจะมาก็มา บทจะไปก็ไป... ไม่เห็นหัวข้ากันเกินไปหน่อยมั้ง?" ตาแก่โบราณโยนหัวกระสุนลงถังขยะ แล้วหยิบเศษชอล์กในรางชอล์กขึ้นมา

"คิดจะทำร้ายนักเรียนของข้า งั้นก็ต้องจ่ายค่าตอบแทนกันหน่อย..."

สวีเฟิงสัมผัสได้ถึงอันตรายตามสัญชาตญาณ: "ผู้อาวุโสจะทำอะไร?"

"ไม่ทำอะไรหรอก"

ตาแก่โบราณยิ้มมุมปาก: "แค่อยากจะสอนบทเรียนให้สักบทเท่านั้นเอง"

"ฟิ้ว! ——"

สิ้นเสียง แสงสว่างจ้าพุ่งออกจากปลายนิ้วของตาแก่โบราณ! ดีดออกไปด้วยความเร็วเหนือกระสุนวิญญาณ ทะลวงผ่านความว่างเปล่า

สวีเฟิงเบิกตากว้างจนแทบถลนออกมา ตอบสนองไม่ทันแม้แต่นิดเดียว

"อึก..."

แต่แล้วเสียงก็เงียบหายไป

เขาก้มลงมองด้วยความไม่อยากเชื่อ

เศษชอล์กชิ้นนั้น เจาะทะลุหน้าอกของเขาจนเป็นรูพรุน...

จบบทที่ บทที่ 20 อาวุธสังหารอันดับหนึ่งที่ซ่อนอยู่ในโรงเรียน

คัดลอกลิงก์แล้ว