- หน้าแรก
- บันทึกประจำวันของราชันย์เซียน
- บทที่ 7 อาจารย์พานผู้อัศจรรย์
บทที่ 7 อาจารย์พานผู้อัศจรรย์
บทที่ 7 อาจารย์พานผู้อัศจรรย์
บทที่ 7 อาจารย์พานผู้อัศจรรย์
วีรกรรมอันเจิดจรัสของอาจารย์พานเซิ่งชง หวังลิ่งเคยได้ยินมาบ้างแล้ว อาจารย์มือหนึ่งของโรงเรียนมัธยมที่หกสิบที่เกษียณไปแต่ถูกจ้างกลับมาสอนใหม่ เคยปั้นนักเรียนที่มีศักยภาพระดับขอบเขตแก่นทองคำมาแล้วหลายคน แต่น่าเสียดายที่นักเรียนพวกนี้อีกนิดเดียวก็จะถึงฝั่งฝันอยู่แล้ว แต่จนจบการศึกษาก็ไม่มีใครบรรลุแก่นทองคำได้สักคน
แต่นี่... ไม่ใช่ความผิดของอาจารย์พานแน่นอน
ที่เขาว่า อาจารย์พาเข้าสำนัก ฝึกหลักวิชาอยู่ที่ตนเอง ไม่ขยันบำเพ็ญเพียร โตไปเดี๋ยวเศร้าใจเอง
ถึงจะมีเคสที่ล้มเหลวมากมาย แต่อาจารย์พานเซิ่งชงก็คว้าฟางเส้นสุดท้ายได้ทันในปีที่เกษียณอายุ —— ตำนานแห่งโรงเรียนมัธยมที่หกสิบ จัวอี้
ใช่แล้ว จัวอี้ตำนานผู้สร้างชื่อจากการสังหารคางคกกลืนสวรรค์คนนั้น เขาก็เคยเป็นลูกศิษย์อาจารย์พาน
ด้วยเหตุนี้ อาจารย์พานจึงได้รับความไว้วางใจอย่างท่วมท้นจากผู้บริหารโรงเรียน กลายเป็นอาจารย์มือหนึ่งที่ได้สิทธิพิเศษสูงสุด ทั้งที่มีระดับพลังต่ำเตี้ยเรี่ยดินที่สุดในบรรดาอาจารย์เกษียณที่ถูกจ้างกลับมาสอน...
เบื้องหลังจะมีเส้นสนกลในอะไร หวังลิ่งขี้เกียจไปใส่ใจ
เขาแค่หวังว่าอาจารย์พานคนนี้จะเป็นคนฉลาดสักหน่อย อย่าหาเรื่องมาให้เขาบ่อยนัก เพราะเขาพยายามทำตัวให้จืดจางที่สุดอยู่นะเว้ย!
เช่นเดียวกับอาจารย์ประจำชั้นทุกคน อาจารย์พานมีดวงตาที่ช่างสังเกตและหูที่ช่างได้ยิน
เช่น ตอนที่อาจารย์พานยังอยู่ที่ห้องพักอาจารย์ ก็ได้ยินเสียงนักเรียนเล่นกันในห้องดังลั่นไปไกล
หรือตอนที่อาจารย์พานเดินผ่านระเบียงทางเดิน ก็แอบเห็นห้องข้างๆ ตั้งใจเรียนกันเงียบกริบ แต่ห้องตัวเองกลับเละเทะไม่มีชิ้นดี
ดังนั้น อาจารย์พานจึงโกรธมาก พอเข้าห้องมาก็ฟาดสมุดรายชื่อลงบนโต๊ะหน้าชั้นดังปัง ประกาศความไม่พอใจทันที "ปีนี้เป็นปีที่แปดสิบที่ข้าสอนหนังสือที่โรงเรียนมัธยมที่หกสิบ ข้าสอนห้องหัวกะทิมาสิบรุ่น และพวกเจ้าคือรุ่นที่สิบ! เป็นรุ่นที่แย่ที่สุดที่ข้าเคยสอนมา!"
ประโยคนี้ทำเอาทุกคนในห้องอึ้งไปครู่หนึ่ง รู้สึกคุ้นๆ เหมือนเคยได้ยินที่ไหนมาก่อน
แต่ในฐานะอาจารย์หญิงที่รับมือยากที่สุดอันดับหนึ่งในประวัติศาสตร์โรงเรียนมัธยมที่หกสิบ ไม่มีใครกล้าลองของอาจารย์พานตั้งแต่วันแรกที่เปิดเทอม... ยกเว้นซุนหรง แต่อาจารย์พานก็ไม่ได้โง่ นางไม่หาเรื่องซุนหรงโดยไม่มีเหตุผลหรอก
ส่วนนักเรียนคนอื่น อาจารย์พานก็ยังไม่รู้จัก ดังนั้นในสถานการณ์แบบนี้ อาจารย์พานจึงรีบหาเหยื่อมาเชือดไก่ให้ลิงดู เพื่อแสดงอำนาจบาตรใหญ่ของอาจารย์ประจำชั้น
"คนไหนคือนักเรียนหวังลิ่ง?"
หวังลิ่งสะดุ้ง จากนั้นสายตาทั้งห้องก็พุ่งมาที่เขาเป็นตาเดียว
อาจารย์พาน: "เจ้านั่นแหละ เมื่อกี้ข้าได้ยินเสียงเจ้าดังไปถึงระเบียงทางเดิน!"
หวังลิ่ง: "......"
"ไม่ว่าพวกเจ้าจะเข้ามาที่นี่ด้วยวิธีใด ด้วยดวงหรือด้วยความสามารถ ในเมื่อมาอยู่ที่นี่แล้ว ในห้องเรียนที่ข้าสอน ข้าหวังว่าพวกหัวกะทิทุคนจะจำใส่กะโหลกไว้ให้ดี! ห้ามมาสาย ห้ามกลับก่อน ห้ามส่งเสียงดัง! ถ้าใครคิดจะงัดข้อกับข้า ข้าคงต้องเชิญผู้ปกครองมาพบ!"
นี่เป็นขั้นตอนปกติก่อนเริ่มเรียน ในฐานะคนพูดน้อยประจำห้อง หวังลิ่งมักจะโดนลูกหลงแบบนี้มาตั้งแต่เด็กจนโต
หวังลิ่งจำได้ว่าครั้งที่หนักที่สุดคือตอนอยู่ชั้นอนุบาลเตรียมฝึกปราณ เขาเผลอเรียกอุกกาบาตลงมาถล่มสนามโรงเรียน จนโรงเรียนต้องสั่งปิดไปตั้งสามวัน...
ยังดีที่ตอนนี้หวังลิ่งเรียนรู้วิธีควบคุมอารมณ์ตัวเองได้แล้ว
ไม่งั้นถ้าเกิดบ้าคลั่งขึ้นมาจริงๆ แม้แต่ตัวเขาเองยังกลัวเลย
......
วิชาหลักของอาจารย์พานคือวิชาจารึกยันต์ นอกจากสอนพื้นฐานการสร้างยันต์แล้ว ส่วนใหญ่จะเป็นเนื้อหาระดับสูงสำหรับห้องหัวกะทิ
ชาด, กระดาษยันต์, น้ำทิพย์, พู่กัน —— สี่วัตถุดิบพื้นฐานในการสร้างยันต์
สำหรับห้องหัวกะทิ เนื้อหาพื้นฐานมีน้อยมาก การเรียนการสอนทุกวิชาดำเนินไปอย่างรวดเร็ว แค่คาบแรก อาจารย์พานก็เตรียมวัตถุดิบทั้งสี่อย่างมาครบ พร้อมเริ่มสอนทันที
"ข้าไม่รู้ว่าเมื่อก่อนพวกเจ้าเคยเขียนยันต์กันมาหรือไม่? แต่ในวิชาของข้า ทุกอย่างต้องเริ่มจากศูนย์ ตอนนี้ข้าจะสอนพวกเจ้าเขียน 'ยันต์เรียกวิญญาณ'"
ยันต์เรียกวิญญาณ ตามชื่อเลย เป็นยันต์สำหรับอัญเชิญวิญญาณ จัดอยู่ในหมวดอัญเชิญ
เทียบกับยันต์สายโจมตี สายป้องกัน สายอรรถประโยชน์ หรือสายผนึกอื่นๆ ยันต์เรียกวิญญาณแม้ฟังดูน่ากลัว แต่กลับเป็นยันต์พื้นฐานที่สร้างง่ายที่สุด ต่อให้เป็นมือใหม่หัดขับ ก็มีโอกาสสำเร็จสูงมาก
พูดจบ อาจารย์พานก็ผสมชาดกับน้ำทิพย์เข้าด้วยกัน กางกระดาษยันต์ แล้วจรดพู่กัน
"ตอนนี้ข้าจะสอนพวกเจ้าเขียนยันต์เรียกวิญญาณ"
ทุกคนจ้องมองอาจารย์พานตาไม่กะพริบ เห็นอาจารย์พานตวัดพู่กันอย่างชำนาญ ขีดเขียนมั่วซั่วบนกระดาษยันต์ แป๊บเดียวก็ได้ลายเส้นไก่เขี่ยมาตรฐานออกมา สิ่งที่เหลือคือรวบรวมพลังวิญญาณ แล้วโยนยันต์เรียกวิญญาณขึ้นฟ้าอย่างแรง...
ต่อไป คือช่วงเวลาแห่งปาฏิหาริย์
ยันต์เรียกวิญญาณที่ลอยอยู่กลางอากาศ จู่ๆ หยุดนิ่ง ครู่ต่อมาก็ระเบิดแสงจางๆ ออกมา
ทุกคนมองเห็นร่างโปร่งแสงลอยคว้างอยู่กลางอากาศอันว่างเปล่า
ไอ้นี่แหละที่เขาเรียกกันว่าผี!
อาจารย์พานชี้ไปที่กลุ่มก้อนสีเทาอมเขียวนั้นแล้วกล่าวว่า "ข้าควบคุมการปล่อยพลังวิญญาณไว้ ตอนนี้สิ่งที่พวกเจ้าเห็นเป็นแค่วิญญาณล่องลอยที่อ่อนแอที่สุด ไม่มีพิษสงอันใด มือใหม่มักจะควบคุมพลังวิญญาณไม่ได้ จนเผลออัญเชิญวิญญาณร้ายระดับสูงออกมา แต่นักเรียนทุกคนไม่ต้องกังวล หากมีเหตุฉุกเฉิน ข้าจะลงมือจัดการเอง แต่ในเมื่ออัญเชิญวิญญาณล่องลอยออกมาแล้ว ข้าจะสอนวิธีปราบวิญญาณแบบง่ายๆ ให้ด้วยเลย"
อาจารย์พานพูดพลางแตะนิ้วลงบนชาดผสมน้ำทิพย์ที่โต๊ะ ใช้เพียงนิ้วชี้แตะนิดเดียว แล้วชี้ไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว จิ้มเข้ากลางหน้าผากของวิญญาณล่องลอยตนนั้น
วิญญาณล่องลอยกรีดร้องโหยหวน ร่างฉีกขาดเป็นสองส่วน แล้วสลายกลายเป็นควันจางๆ หายไปทันที
"กลางหน้าผาก คือจุดอ่อนสากลของพวกวิญญาณ ใช้ชาดผสมน้ำทิพย์ บวกกับพลังวิญญาณอีกนิดหน่อย ผู้บำเพ็ญเพียรก็สามารถปราบวิญญาณได้อย่างง่ายดาย ส่วนวิธีตามท้องตลาดที่ใช้เกลือ ใช้ปัสสาวะ ใช้เลือดไก่... พวกนั้นเชื่อถือไม่ได้ทั้งเพ"
อาจารย์พานสะบัดมือ แสงสว่างวาบ แจกจ่ายวัตถุดิบสี่อย่างให้นักเรียนทุกคน "เอาล่ะ ตอนนี้นักเรียนลองทำตามขั้นตอนที่ข้าสาธิตเมื่อครู่ดูสิ"
แล้วก็... เละตุ้มเป๊ะ
ห้องเรียนแทบระเบิด วิญญาณที่ถูกอัญเชิญออกมามีสารพัดรูปแบบ
วิญญาณล่องลอยที่ซุนหรงอัญเชิญออกมา คือนักเรียนหญิงที่เคยพลัดตกจากดาดฟ้าโรงเรียนมัธยมที่หกสิบเมื่อนานมาแล้ว ถ้าพูดกันตามตรง ผีสาวตนนี้ถือเป็นรุ่นพี่ของพวกเขาด้วยซ้ำ
เฉินเชาอัญเชิญเพชฌฆาตสมัยโบราณออกมา บนหัวเพชฌฆาตมีดาบเสียบคาอยู่เก้าเล่ม สาเหตุการตายคือโดนฟันเละขณะที่มีคนบุกชิงตัวนักโทษประหารกลางลานประหาร
ปรมาจารย์เอ้อร์ตั้น หรือกัวหาว อัญเชิญสุนัขออกมาตัวหนึ่ง แต่ทั้งตัวไม่มีเนื้อหนังมังสาเหลืออยู่เลย เหลือแต่กระดูกล้วนๆ ชมรมคนรักสุนัขในห้องเห็นแล้วต่างประณามกันยกใหญ่
มีคำกล่าวว่า ยิ่งจิตใจบริสุทธิ์เท่าไหร่ ก็ยิ่งดึงดูดสิ่งสกปรกโสมมได้ง่ายเท่านั้น สิ่งที่ 'เสี่ยวฮวาสิง' (ถั่วลิสงน้อย) กรรมการฝ่ายวิชาการประจำห้องอัญเชิญออกมา พิสูจน์คำกล่าวนั้นได้เป็นอย่างดี
คนรอบข้างต่างอุทานในใจ: "......"
เถื่อนสัสรัสเซีย!
แทบทุกคนในห้องใช้วัตถุดิบในมืออัญเชิญสำเร็จกันหมด
มีเพียงหวังลิ่งคนเดียวที่ยังไม่ยอมลงมือ
ของพวกนี้หวังลิ่งรู้แจ้งแทงทะลุตั้งแต่อยู่ในท้องแม่แล้ว จริงๆ มันไม่มีความยากอะไรเลย ยันต์ที่หวังลิ่งเขียนได้ เกรงว่าจะมากกว่าที่อาจารย์ทั้งโรงเรียนรวมกันรู้ซะอีก
แต่ความยากที่สุดมันอยู่ที่ เขาไม่สามารถควบคุมการปล่อยพลังวิญญาณได้อย่างแม่นยำต่างหาก
จ้องมองวัตถุดิบสี่อย่างบนโต๊ะ หวังลิ่งตกอยู่ในห้วงความคิดอันหนักอึ้ง...
สวรรค์เท่านั้นที่จะรู้ว่าเขาจะอัญเชิญตัวบ้าอะไรออกมา?