- หน้าแรก
- ผมแค่อยากตกปลาเงียบๆ
- บทที่ 99 - โดนเกณฑ์แรงงาน
บทที่ 99 - โดนเกณฑ์แรงงาน
บทที่ 99 - โดนเกณฑ์แรงงาน
บทที่ 99 - โดนเกณฑ์แรงงาน
ทุกคนเลือกจุดตกปลาคนละมุม ใช้เหยื่ออ่อยปลา แล้วเริ่มลงเบ็ด ฟางหยวนใช้คันเบ็ดตกปลาทะเลความยาวเก้าเมตร ปั้นเหยื่อสองก้อน แล้วเหวี่ยงออกไปแบบสบายๆ เนื้อเหยื่อมีความเหนียวมาก การแตกตัวต่ำ เหมาะสำหรับตกในแม่น้ำหรือทะเลที่มีคลื่นลมแรง ถ้าเหยื่อแตกตัวดีเกินไป ตกในทะเลไม่กี่วินาทีก็เหลือแต่เบ็ดเปล่า
"ใช้คันชิงหลิวตกปลาทะเล คิดได้ไงเนี่ย" อารองฟางไคพูดไม่ออก
"คันชิงหลิวสั่งทำพิเศษครับ ต่อให้ปลาหนักหลายร้อยจินก็งัดขึ้นมาได้" ฟางหยวนคุย
"มาแข่งกันไหม ว่าใครจะได้มากกว่ากัน?" ฟางไคท้า
"ได้ครับ" ฟางหยวนรับคำ
เหยื่อทำเองประสิทธิภาพไม่เลว เหวี่ยงเบ็ดไปไม่ถึงห้านาที เขาก็ตกปลาตัวแรกได้
"ปลาเก๋าแดงสามจินกว่า ไม่เลวเลย"
"นายแน่มาก ตัวแรกก็ปาไปห้าร้อยหกร้อยหยวนแล้ว"
ปลาเก๋าแดงหนึ่งตัวลงกระชัง ฟางหยวนยิ้มออกมา ไม่ต้องให้มังกรดำช่วยต้อนปลา ลงเบ็ดไม่ถึงห้านาทีก็ได้ปลาเก๋าแดงสามจินกว่า มันให้ความรู้สึกภูมิใจอย่างบอกไม่ถูก ปลาต่ำกว่าสิบจินใส่กระชัง ปลาเกินสิบจินโยนใส่ถังน้ำหรือห้องแช่แข็ง
"ผิงอัน นายตกปลาเก่งขนาดนี้ ทำไมไม่เปิดโรงงานผลิตอุปกรณ์ตกปลาล่ะ? คันเบ็ด เหยื่อตกปลา เทคโนโลยีไม่ได้ซับซ้อนอะไร เข้าวงการง่าย มีโรงงานของตัวเอง ปีนึงหากำไรหลายสิบล้านไม่ใช่เรื่องยากนะ" ฟางไคแนะนำ
มีมังกรเทพหกเล็บอยู่ในครอบครอง แม่น้ำทะเลมหาสมุทรก็คือถิ่นของฟางหยวน และเป็นธนาคารของเขาด้วย กุ้งหอยปูปลาล้ำค่านับไม่ถ้วน จะหาเงินวันละเท่าไหร่ก็ขึ้นอยู่กับความพอใจ ขอแค่ฟางหยวนต้องการ จะขายปลาวันละร้อยล้านก็ทำได้ง่ายๆ
"ยุ่งยากครับ ขี้เกียจทำ แบบตอนนี้ก็ดีอยู่แล้ว" ฟางหยวนยิ้ม
เขาไม่ได้ขาดเงิน ไม่มีความจำเป็นต้องไปดิ้นรนสร้างธุรกิจ ด้วยเทคโนโลยีที่ชางฉยงครอบครอง การซื้อที่สร้างโรงงานจ้างคนงาน ผลิตสินค้าต่างๆ เพื่อก้าวขึ้นเป็นมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของโลกนั้นง่ายเหมือนพลิกฝ่ามือ
ในใจของฟางหยวน เงินมีพอใช้ก็พอแล้ว เงินที่ใช้ไม่หมดก็เป็นแค่ตัวเลขที่ไร้ความหมาย ชางฉยงหาเงินได้วันละประมาณสามล้าน บวกกับส่วนแบ่งจากแพลตฟอร์มไลฟ์สด นิยาย เพลง วันนึงก็หาได้ราวๆ ห้าล้าน รายได้วันละห้าล้าน เพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายในกองทุนช่วยเหลือแล้ว
พ่อแม่มีเงินฝากร้อยกว่าล้าน เขาก็มีร้อยกว่าล้าน ภรรยาก็มีเงินฝากไม่น้อย ไม่ต้องซื้อรถซื้อบ้านซื้อเรือ ฟางหยวนแทบไม่มีเรื่องต้องใช้เงิน เทียบกับการเป็นจุดสนใจ เขาชอบความสงบและอิสระมากกว่า
อย่างตอนนี้ อยากไปเที่ยวไหนก็ไปได้ทันที ถ้ามีบริษัทมีโรงงาน ก็จะมีเรื่องให้ทำเยอะแยะ ต้องแบกรับความรับผิดชอบตามมา มีคนมาตรวจโรงงานหรือบริษัท ต้องออกไปต้อนรับไหม? พนักงานอู้งาน ต้องจัดการไหม? จ้างผู้บริหารมืออาชีพ? แล้วผู้บริหารจะโกงกินบริษัทไหม?
ในมุมมองของฟางหยวน เมื่อหาเงินได้เพียงพอต่อการดำรงชีวิตแล้ว ก็ควรจะใช้ชีวิตให้มีความสุข อุตส่าห์ดิ้นรนเหนื่อยยากมาหลายสิบปี สุดท้ายก็เพื่อจะได้ใช้ชีวิตสบายๆ ตอนแก่ ซึ่งตอนนั้นเวลาชีวิตก็เหลือไม่มากแล้ว
ในแง่ของเงินฝาก เขามายืนอยู่ที่เส้นชัยของคนรวยส่วนน้อยแล้ว จะไปเปิดโรงงานเปิดบริษัทหาเรื่องใส่ตัวทำไม? เทคโนโลยีที่ได้จากต่างโลก ฟางหยวนให้ชางฉยงสั่งการเทียนเว่ย ชี้แนะให้สถาบันวิจัยต่างๆ พัฒนาต่อ ส่วนตัวเขาที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง รู้สึกพอใจกับสถานะที่เป็นอยู่ตอนนี้มาก
"ก็จริง ตอนนี้นายไม่ได้ขาดเงินนี่นะ" ฟางไคพยักหน้าเห็นด้วย
เวลาผ่านไป ทุกคนต่างทยอยตกปลาได้เรื่อยๆ
"ตกได้ปลาดาบเหรอ?" ฟางไคมองเขม็ง แล้วร้องเตือนให้ระวัง ก่อนจะถือคันเบ็ดวิ่งหนี
เวลาตกปลาดาบ อันตรายมาก ปากที่ยาวแหลมเหมือนดาบ เวลาพุ่งชนด้วยความเร็วสูง แม้แต่แผ่นเหล็กยังทะลุ แต่ฟางหยวนที่ใช้คันชิงหลิวกลับไม่กังวลว่าจะบาดเจ็บ ด้วยความแข็งแกร่งของร่างกายเขาในตอนนี้ ต่อยืนเฉยๆ ปลาดาบก็ทำอะไรเขาไม่ได้แม้แต่รอยขีดข่วน
ปลาดาบตัวที่เขาตกได้ น่าจะหนักสองร้อยกว่าจิน ตัวเบ็ดทรงไห่ซีเบอร์สิบแปด เกี่ยวแน่นที่มุมปากปลา จังหวะที่ปลาดาบกระโจนขึ้นเหนือน้ำ ฟางหยวนก้าวเท้าอย่างรวดเร็ว กระตุกคันเบ็ดทีหนึ่ง ปลาดาบยังไม่ทันจะลอยมาถึงเรือ ก็ร่วงกระแทกผิวน้ำดังตูม
คันเบ็ดโค้งงอ สายเอ็นส่งเสียงวิ้ง มู่ไห่เฟิง ฟางเจิ้ง ฟางไค ฟางคุน และคนอื่นๆ ยืนดูอยู่ห่างๆ ด้วยสีหน้าเป็นกังวล ยื้อยุดอยู่สิบกว่านาที ฟางหยวนก็ลากปลาดาบที่หมดแรงขึ้นมาบนดาดฟ้าเรือ ชักมีดยาวออกมาเจาะระบายเลือด ปลาดาบก็นิ่งสนิท
"ขอถ่ายรูปหน่อย"
"ฉันขอถ่ายด้วย"
"ปลาดาบตัวนี้อย่างต่ำสองร้อยจิน"
"คันชิงหลิวซื้อที่ไหนเนี่ย? ปลาดาบตัวเบ้อเริ่มยังตกขึ้นมาได้?"
"สั่งทำพิเศษครับ หลายหมื่นอยู่"
รอให้ทุกคนถ่ายรูปเสร็จ ฟางหยวนก็เอาปลาดาบไปใส่ห้องแช่แข็ง ใช้เหยื่อเหมือนกัน แต่ใช้คันชิงหลิวตกปลาดาบสองร้อยกว่าจินได้ ฟางหยวนกลายเป็นพระเอกของเรือลำนี้ทันที ปลาดาบอาละวาดจนปลาเล็กบริเวณนั้นหนีหายไปเกือบหมด
เปลี่ยนหมายตกใหม่อีกครึ่งชั่วโมงกว่า ฟางหยวนก็เดินเข้าครัวไปทำอาหาร เขาติดตั้งเตาปฏิกรณ์จิ๋วไว้บนเรือหลานเทียน ใช้หม้อหุงข้าวไฟฟ้าหุงข้าว ใช้กระทะไฟฟ้าทำปลามาหลายกะละมัง และผัดผักอีกสองอย่าง
"ตอนบ่ายต้องตกปลาอีก มื้อเที่ยงดื่มน้อยหน่อย เดี๋ยวตกทะเลไป ตอนเย็นค่อยดื่มให้เต็มคราบ"
"ฝีมือระดับผิงอัน ถ้าไปเปิดร้านอาหาร หัวบันไดร้านคงไม่แห้ง"
กินอิ่มแล้ว จางอี๋กับหวังหยา ลี่ช่วยกันล้างจาน คนอื่นก็ตกปลาต่อ ประมาณสี่โมงเย็น เรือตกปลาหลานเทียนก็กลับเข้าฝั่ง ฟางเฉิงขับรถมารับปลาส่วนเกินไป ด้วยความเชื่อใจในตัวอาสาม ฟางหยวนไม่ได้ชั่งน้ำหนักปลาด้วยซ้ำ ปลาจะขายได้เท่าไหร่ อาสามคงไม่โกงเขาหรอก ต่อให้โดนโกง เขาก็เต็มใจ
ต้มขาหมูรมควันสองขา ทำปลาต้มผักดองสองกะละมัง... ผัดผักอีกสองอย่าง
"ผิงอัน ตรุษจีนบ้านลุง เอ็งมาเป็นพ่อครัวนะ" ฟางคุนยิ้ม
"ถ้าว่างก็ไม่มีปัญหาครับ" ฟางหยวนตอบ
"หมายความว่าไง? ไม่เต็มใจเหรอ?" ฟางคุนถาม
"จะเป็นไปได้ไงล่ะครับ เผื่อวันนั้นผมไม่ว่างพอดี ผมก็แยกร่างไม่ได้ ใช่ไหมล่ะ" ฟางหยวนพูดตรงไปตรงมา
"ดอง แล้วบ้านนายฉลองตรุษจีนวันไหน?" ฟางคุนหันไปถาม
"ยี่สิบแปดเดือนสิบสอง" มู่ไห่เฟิงตอบ
"งั้นฉันเปลี่ยนวัน" ฟางคุนสรุป
ทุกคนกินไปคุยไป ปรึกษากันเรื่องวันฉลองตรุษจีน อีกไม่กี่วันก็จะปีใหม่แล้ว ก็ควรเตรียมตัวได้แล้ว บ้านหนึ่งฉลองหนึ่งวัน แป๊บเดียวก็หมดวันหยุด พอเหล้าเข้าปาก เสียงของผู้ใหญ่แต่ละคนก็เริ่มดังขึ้น กินอิ่มหนำสำราญ ฟางหยวนก็พามู่เสวี่ยอิ๋งไปเดินเล่นชายหาด
...
เช้าตีห้ากว่าของวันที่ยี่สิบห้าเดือนสิบสอง ฟางหยวนลุกขึ้นมาเตรียมกับข้าวสำหรับมื้อเที่ยง ฟางเจิ้งขับรถไปซื้อธูปเทียนกระดาษเงินกระดาษทองและประทัดในเมือง วุ่นวายอยู่ครึ่งค่อนวัน ฟางหยวนก็เนรมิตอาหารเต็มโต๊ะ กุ้งหอยปูปลา เป็ดไก่ห่าน หมูวัวแพะ ครบครัน
คนดื่มเหล้านั่งด้วยกัน คนไม่ดื่มนั่งด้วยกัน เด็กๆ นั่งด้วยกัน ปู่กับปู่ใหญ่ยังอยู่แข็งแรง ตรุษจีนทีไร หลายครอบครัวก็จะผลัดกันเป็นเจ้าภาพ
"ฝีมือผิงอันนี่สุดยอดจริงๆ"
"พ่อครัวที่ภัตตาคารฉัน ผิงอันก็เป็นคนสอนทั้งนั้น"
"กินจนจุกอีกแล้ว อร่อยจนอดใจไม่ไหว กินเพลินไปหน่อย"
หลังมื้อเที่ยง จับกลุ่มเล่นไพ่นกกระจอก เล่นไพ่ ฟางหยวนกับมู่เสวี่ยอิ๋งเล่นไพ่สู้วัวกระทิงกับพวกพี่น้อง ห้าหยวนขั้นต่ำ มากสุดสิบหยวน เล่นกันขำๆ ไม่ถือเป็นการพนันจริงจัง
ปีนึงฟางหยวนเล่นไพ่รวมกันไม่ถึงสิบครั้ง ก็มีแค่ช่วงตรุษจีนที่เล่นกับพี่น้อง ตอนไปบ้านพ่อตาแม่ยาย ก็เล่นกับญาติฝั่งมู่เสวี่ยอิ๋ง ออกจากกลุ่มไลน์เพื่อนสมัยเรียน บล็อกเพื่อนไปหลายคน คนที่ฟางหยวนติดต่อด้วยก็น้อยลงไปถนัดตา
"ดอกเดียวกันห้าใบ จ่ายมาบ้านละห้าสิบ" ดูไพ่ในมือแล้วฟางหยวนก็อดหัวเราะไม่ได้
"ฉันก็ดอกเดียวกันห้าใบ แต่แต้มใหญ่กว่าคุณ" มู่เสวี่ยอิ๋งหัวเราะ
เก็บเงินมาสามร้อยห้าสิบ จ่ายออกไปห้าสิบ กำไรสามร้อย ไม่มีวัวก็เป็นเจ้ามือ ฟางหยวนสับไพ่แจกไพ่ วัวแปดกินเรียบ บ้านละยี่สิบ เล่นถึงสี่โมงเย็น เขาก็ไปทำอาหารเย็น
สามทุ่ม เก็บกวาดเสร็จเรียบร้อย ฟางหยวนแช่น้ำอุ่นอย่างสบายอารมณ์
วันที่ยี่สิบหกเดือนสิบสอง บ้านอารองฟางไคฉลองตรุษจีน ฟางหยวนโดนเกณฑ์แรงงานไปเป็นพ่อครัวอีก อาหารมื้อเที่ยงและเย็น เขาแทบจะเหมาทำคนเดียว หลายวันต่อจากนั้น ฟางหยวนต้องรับบทพ่อครัวจำเป็นซ้ำแล้วซ้ำเล่า
[จบแล้ว]