- หน้าแรก
- ผมแค่อยากตกปลาเงียบๆ
- บทที่ 67 - ตกปลาวาฬ
บทที่ 67 - ตกปลาวาฬ
บทที่ 67 - ตกปลาวาฬ
บทที่ 67 - ตกปลาวาฬ
ฝนห่าใหญ่เทลงมากว่าหนึ่งชั่วโมง เมฆดำค่อยๆ สลายตัว แสงแดดจ้าเริ่มโผล่พ้นขอบฟ้า อากาศหลังฝนตกสดชื่น กลิ่นดินกลิ่นหญ้าหอมตลบอบอวล พอเห็นฝนหยุด ฟางหยวนก็ขับรถบ้านออฟโรดออกเดินทางต่อ
"รถทะเบียน 5271 ข้างหน้า จอดชิดซ้ายด้วย"
ไม่นานนัก เสียงประกาศผ่านลำโพงก็ดังขึ้น ฟางหยวนเหลือบมองกระจกหลัง เห็นรถตำรวจหลายคันกำลังไล่กวดรถเก๋งคันหนึ่งมาติดๆ
"ขอเตือนอีกครั้ง รถทะเบียน 5271 ข้างหน้า จอดชิดซ้ายเดี๋ยวนี้" เสียงประกาศยังคงดังต่อเนื่อง
ฟางหยวนตัดสินใจชั่ววูบ หักพวงมาลัยขวางรถบ้านออฟโรดรุ่นเจิงถูไว้กลางถนน
"โครม!"
เสียงชนดังสนั่น รถเก๋งทะเบียน 5271 ที่หลบไม่ทัน พุ่งเข้าชนรถบ้านของเขาเต็มแรง รถบ้านรุ่นเจิงถูที่ผ่านการอัปเกรดด้วยลูกแก้วแสงมาแล้ว แม้แต่จรวดก็ยังทำอะไรไม่ได้ รถเก๋งธรรมดาๆ จะเอาความแข็งแกร่งหรือน้ำหนักที่ไหนมาสู้
"ยกมือขึ้น"
ตำรวจนับสิบนายถือปืนเล็งไปที่คนในรถเก๋ง
สิบกว่านาทีต่อมา ฟางหยวนก็ขับรถจากไป คนในรถคันนั้นเป็นพวกค้ายาเสพติด ฟางหยวนไม่กลัวการแก้แค้น ยุคนี้ใครๆ ก็มีมือถือ คนแปลกหน้าจะมาหาเรื่องเขา ไม่มีทางรอดพ้นสายตาของระบบเทียนเว่ยไปได้ ขนาดเทียนเว่ยยังหลบไม่ได้ ไม่ต้องพูดถึงปัญญาประดิษฐ์ระดับชางฉยงเลย
เดินทางถึงจิงเฉิงโดยสวัสดิภาพ จอดรถไว้ที่วิลล่า แล้วฟางหยวนกับมู่เสวี่ยอิ๋งก็เดินเท้าออกมาหาอะไรกิน กินเนื้อแพะลวกหม้อไฟเสร็จ ก็ออกมาเดินเล่นท่ามกลางผู้คนขวักไขว่
"พวกเน็ตไอดอลมาถ่ายรูปตามถนนเยอะจัง" มู่เสวี่ยอิ๋งถามยิ้มๆ "หุ่นดีไหมคะ"
"สวยศัลยกรรม ไม่มีอะไรน่ามองหรอก" ฟางหยวนพูดตรงไปตรงมา
"รู้ได้ไงคะว่าทำมา"
"คนสวยธรรมชาติแบบคุณ ในจิงเฉิงจะมีสักกี่คนเชียว" ฟางหยวนหยอดคำหวานทันควัน
"ปากหวานจริงนะ" มู่เสวี่ยอิ๋งค้อนวงใหญ่ด้วยความเขินอาย
หลายปีมานี้ สาวสวยด้วยซิลิโคนกับโบท็อกซ์ในประเทศเหยียนหวงมีเยอะขึ้นเรื่อยๆ ยิ้มทีหน้าแข็งทื่อ ดูยังไงก็ขัดตา
"ที่รัก ตรงโน้นมีตลาดพนันหยก เราไปเล่นกันไหม" มู่เสวี่ยอิ๋งชวน
"เอาสิ" ฟางหยวนพยักหน้า เขาไม่ชอบเล่นไพ่ ไม่เคยเล่นพนันหยก ถือซะว่ามาเปิดหูเปิดตา
"มาแข่งกัน แต่ตกลงกันก่อนนะ ห้ามใช้เงินเกินคนละหมื่น"
"ตามใจคุณเลย"
เข้ามาในร้านขายหยกดิบ ดูหินดิบที่ติดราคาต่ำกว่าหมื่น ฟางหยวนมองทะลุหินไม่ได้ และไม่อยากเสี่ยงดวงมั่วๆ เขาเลยลองใช้ลมปราณภูตอุดรตรวจสอบดู ลองส่งลมปราณเข้าไปในหินที่เปิดผิวให้เห็นเนื้อหยกแล้ว แล้วลองเทียบกับหินก้อนอื่น
"หินกับหยก นำกระแสลมปราณได้ไม่เท่ากันเหรอเนี่ย"
"ยิ่งหยกเนื้อดี การส่งผ่านลมปราณยิ่งลื่นไหล?"
เมื่อจับทางได้ ฟางหยวนก็ใช้ลมปราณภูตอุดรตรวจสอบหินดิบแบบวัดดวงทีละก้อน หินกึ่งเปิดผิวราคาแพงเกินไป ก้อนถูกสุดยังปาเข้าไปแสนกว่า
"หินก้อนนี้มีหยก แต่ลมปราณเดินไม่สะดวก เนื้อหยกน่าจะหยาบ"
ตรวจสอบหินราคาต่ำหมื่นจนครบทุกก้อน ฟางหยวนใช้เงินแปดพันแปดร้อยหยวนซื้อหินมาหนึ่งก้อน ส่วนมู่เสวี่ยอิ๋งซื้อหินราคาเก้าพันสองร้อยหยวน
ที่ร้านมีบริการผ่าหินฟรี แต่ฟางหยวนลงมือเอง หินที่เขาซื้อมาขนาดเท่าลูกฟุตบอล หยกข้างในใหญ่กว่ากำปั้นเขานิดหน่อย การส่งผ่านลมปราณลื่นไหลสุดๆ ถ้าเดาไม่ผิด ข้างในต้องเป็นหยกเนื้อดีแน่ๆ ถ้าผ่าครึ่ง มูลค่าหยกจะตกฮวบ ลงมือเองถึงจะรีดมูลค่าออกมาได้สูงสุด
เขาลองใช้ลมปราณตรวจสอบหินของภรรยาดู ข้างในก็มีหยกเหมือนกัน เนื้อดีใช้ได้เสียด้วย แต่ก้อนเล็กไปหน่อย แค่เท่าลูกวอลนัท อาศัยคำแนะนำจากช่างผ่าหิน ฟางหยวนเรียนรู้วิธีใช้เครื่อง แล้วเริ่มผ่าหินก้อนแรก
"หยกเหลืองน้ำแข็ง ทำจี้ห้อยคอได้ ผมให้สามแสนขายไหมครับ"
"ขอโทษครับ ผมไม่ขาย"
ฟางหยวนเริ่มผ่าหินของตัวเองต่อ เผยให้เห็นหยกจักรพรรดิสีเขียวเนื้อแก้ว กลมดิ๊ก เส้นผ่านศูนย์กลางราวสิบสองเซนติเมตร
"ขายให้ผมเถอะ ผมให้แปดสิบล้าน"
"แปดสิบล้านจะมาซื้อหยกจักรพรรดิ? ผมให้ร้อยล้านเลยเอ้า"
"ขอโทษครับ หยกก้อนนี้ผมไม่ขาย"
ออกจากตลาดพนันหยก ฟางหยวนรู้สึกได้ว่ามีคนสะกดรอยตาม แต่เขาก็ไม่ได้ใส่ใจ พอเห็นพวกเขาเดินเข้าหมู่บ้านที่พักอาศัย พวกที่ตามมาหลายกลุ่มก็ต้องรีบสลายตัว หมู่บ้านข้างหน้านั้น ผู้อยู่อาศัยล้วนเป็นระดับบิ๊กๆ ในวงการทหารและตำรวจ จะมาปล้นของจากทหารตำรวจหรือญาติพี่น้อง ก็ไม่ต่างอะไรกับรนหาที่ตาย นิสัยรังแกคนอ่อนแอแต่กลัวคนเข้มแข็งมีอยู่ในสันดานคนจำนวนมาก ไปแหย่คนที่ไม่ควรแหย่ ก็เท่ากับฆ่าตัวตายชัดๆ!
ล้างหยกจนสะอาด โยนไว้บนรถ แล้วฟางหยวนกับมู่เสวี่ยอิ๋งก็ออกจากหมู่บ้านอีกครั้ง เกือบห้าโมงเย็นแล้ว ได้เวลาหาข้าวเย็นกิน ในตัวเมืองจิงเฉิงหาที่จอดรถยาก เดินเอาหรือนั่งรถสาธารณะสะดวกกว่าเยอะ เลือกร้านอาหารที่คนแน่นๆ เข้าไปเติมพลังให้กระเพาะ เดินย่อยอาหารท่ามกลางแสงสี ฟังเพลงเปิดหมวก แล้วก็เดินห้าง
......
"ที่รัก สู้ๆ นะ" ฟางหยวนผสมเหยื่อเตรียมไว้ให้
"แชมป์ครั้งนี้ ฉันมั่นใจเต็มร้อย" มู่เสวี่ยอิ๋งยิ้ม
กติกาจำกัดคันสี่เมตรครึ่ง เน้นตกปลาไนตัวเล็ก ตัดสินที่จำนวนปลา
"พี่เติ้งอยู่ตรงโน้น เดี๋ยวผมไปทักทายแกหน่อย"
"ชวนพี่เติ้งมากินข้าวเย็นด้วยสิคะ"
"ได้เลย" ฟางหยวนพยักหน้า แล้วเดินจ้ำอ้าวไปฝั่งตรงข้าม
"นายไม่ลงแข่งเหรอ" เติ้งเจี้ยนถาม
"เปล่าครับ เมียผมลงแข่ง" ฟางหยวนส่ายหน้า
"งั้นฉันคงได้แค่ลุ้นที่สองสินะ" เติ้งเจี้ยนยิ้มแห้ง
"ตกปลาอยู่ที่ดวงครับ"
"ตกในบ่อแบบนี้ เหยื่อสำคัญที่สุด" เติ้งเจี้ยนแย้ง
บ่อที่ความลึกเท่ากัน ปัจจัยอย่างทิศทางลมหรือแสงแดด แม้จะมีผลบ้าง แต่ทำเลก็สู้เหยื่อไม่ได้
"พี่เติ้ง เย็นนี้ไปกินข้าวด้วยกันไหมครับ"
"เอาสิ" เติ้งเจี้ยนรับคำ
คุยสัพเพเหระอยู่พักใหญ่ ดูเติ้งเจี้ยนตกปลาอีกสักพัก ฟางหยวนก็เดินกลับมาหาภรรยา บ่ายสามโมงตรง เสียงนกหวีดหมดเวลาดังขึ้น นักแข่งเริ่มเก็บอุปกรณ์ เจ้าหน้าที่เดินนับจำนวนปลา เป็นไปตามคาด มู่เสวี่ยอิ๋งคว้าแชมป์ไปครอง ที่สองคือเฉาเหมิ่ง ฉายาเฉาจอมตกปลาธรรมชาติ ส่วนเติ้งเจี้ยนได้ที่สาม
หลังพิธีมอบรางวัล ฟางหยวนกับมู่เสวี่ยอิ๋งก็พาเติ้งเจี้ยนไปเลี้ยงข้าว เช้าวันรุ่งขึ้น ทั้งสองขับรถบ้านออฟโรดออกจากจิงเฉิง แวะเที่ยวไปเรื่อยเปื่อยกว่าสิบวัน ก็กลับถึงหมู่บ้านตระกูลฟางโดยสวัสดิภาพ
ว่างๆ ไม่มีอะไรทำ ฟางหยวนก็เอาหยกที่ได้มาแกะสลักเป็นเครื่องประดับ ก่อนหน้านี้เขาเปิดกล่องของขวัญได้ทักษะแกะสลักระดับปรมาจารย์มาพอดี ฟางหยวนทำจี้สี่อัน ต่างหูสี่คู่ กำไลสี่วง ให้ภรรยา แม่ ย่า และแม่ยาย คนละหนึ่งชุด ในมุมมองของเขา จะทำหรือไม่ จะให้หรือไม่ เป็นเรื่องของเขา ส่วนพวกเธอจะใส่หรือไม่ใส่ ก็เป็นสิทธิ์ของพวกเธอ
......
ยืนอยู่บนดาดฟ้าเรือ มองดูคลื่นลมในทะเลกว้างสุดลูกหูลูกตา ฟางหยวนรู้สึกฮึกเหิมและปลอดโปร่งโล่งสบาย
"ที่รัก ร้องเพลงสักเพลงสิคะ" มู่เสวี่ยอิ๋งกระพริบตาปริบๆ
บรรยากาศพาไป ฟางหยวนเปิดเพลง 'ลูกผู้ชายต้องเข้มแข็ง' แล้วหยิบไมค์ขึ้นมาร้อง ในหมวดเพลงของแอปยูเสียนไลฟ์ มีเพลงของเขาอยู่ร้อยกว่าเพลง ยังมีอีกหลายเพลงที่ทำเสร็จแล้วแต่ยังไม่ได้อัปโหลด ร้อง 'ลูกผู้ชายต้องเข้มแข็ง' จบ เพื่อความสะใจคูณสอง ฟางหยวนเลยร้อง 'จงรักพิทักษ์แผ่นดิน' ต่ออีกเพลง
ครึ่งชั่วโมงต่อมา เรือหลานเทียนก็จอดนิ่ง
"ยังไม่เคยตกวาฬเลย วันนี้ลองดูหน่อยดีกว่า"
ตกปลาทะเลมาทำเหยื่อ หยิบคันเบ็ดทะเลขนาดจัมโบ้ออกมา เกี่ยวปลาเป็นเหยื่อ ต่อให้ไม่เกี่ยวเหยื่อ มีมังกรดำช่วย จะตกวาฬก็ไม่ใช่เรื่องยาก
ครึ่งชั่วโมงผ่านไป วาฬตัวมหึมาก็ฮุบเหยื่อลูกฟุตบอลเข้าเต็มคำ ฟางหยวนถือคันเบ็ดเย่อกับวาฬด้วยความตื่นเต้น วาฬที่เขาตกได้ยาวกว่ายี่สิบเมตร น้ำหนักอย่างน้อยต้องร้อยกว่าตัน
"ความรู้สึกตอนเย่อกับปลาใหญ่ มันฟินจนถอนตัวไม่ขึ้นจริงๆ"
[จบแล้ว]