- หน้าแรก
- ผมแค่อยากตกปลาเงียบๆ
- บทที่ 66 - การแข่งฤดูใบไม้ร่วง
บทที่ 66 - การแข่งฤดูใบไม้ร่วง
บทที่ 66 - การแข่งฤดูใบไม้ร่วง
บทที่ 66 - การแข่งฤดูใบไม้ร่วง
ตื่นนอนมา ฟางหยวนเดินเข้าห้องทำงาน สั่งให้ชางฉยงเพิ่มหมวดนิยายลงในแอปยูเสียนไลฟ์ บันทึกข้อมูลสูตรโลหะผสม เทคโนโลยีน้ำยาเสริมพันธุกรรมขั้นที่หนึ่ง และเทคโนโลยีคาร์บอนไฟเบอร์ แล้วส่งต่อให้ชางฉยงจัดการ
น้ำยาเสริมพันธุกรรมขั้นต้น ผลิตตัวอย่างออกมาแล้ว ผลการทดสอบเป็นที่น่าพอใจมาก ตอนนี้กำลังเร่งผลิตล็อตใหญ่ อีกไม่นาน พละกำลังของชาวประเทศเหยียนหวงจะต้องยกระดับขึ้นอีกขั้นแน่นอน ฟางหยวนดูข้อมูลที่ชางฉยงส่งมาให้ แล้วเดินออกจากห้องลงไปกินมื้อเช้า
"ออกทะเลไปปั๊มกล่องของขวัญเก็บไว้ดีกว่า อยากเปิดเมื่อไหร่ค่อยเปิด"
มู่เสวี่ยอิ๋งนั่งเรือไปด้วย ฟางหยวนขับเรือออกทะเลอีกครั้ง ด้วยความช่วยเหลือของมังกรดำ เขาปลดล็อกปลาชนิดใหม่ได้เรื่อยๆ
"สามพันกล่อง วันนี้พอแค่นี้แหละ"
เลือกปลา กุ้ง ปู กลับมาห้าร้อยกว่าจิน ที่เหลือขายหมด
สามทุ่ม ฟางหยวนนอนอยู่บนเตียง ตรวจเช็กของในมิติเก็บของเงียบๆ เมื่อกลางวันใช้โหมดผลาญเงินระดับห้า ผลาญเงินไปสองร้อยกว่าล้าน ตกของแปลกๆ จากต่างมิติมาได้เพียบ ว่างๆ ไม่มีอะไรทำ ก็จัดหมวดหมู่เสียหน่อย
"ในที่สุดก็แยกประเภทเสร็จ จะหาอะไรก็ง่ายขึ้นเยอะ"
ใช้จิตสื่อสารกับมังกรดำ ฟางหยวนออกคำสั่งบางอย่าง จนถึงวันนี้ ระยะสื่อสารทางจิตระหว่างเขากับมังกรดำไกลถึงหนึ่งร้อยกิโลเมตรแล้ว ยิ่งเขาแข็งแกร่งขึ้น หรือมังกรดำแข็งแกร่งขึ้น ระยะสื่อสารก็จะยิ่งไกลขึ้น มังกรดำเป็นสัตว์เทพชั้นสูง ในระยะสั้นคงไม่มีทางตัน
คัมภีร์มหาวัฏจักรถึงขั้นที่สี่ระดับสูงสุด ระดับชั้นชีวิตของฟางหยวนสูงกว่าตอนแรกถึงสี่ร้อยเท่า ไม่ว่าจะเป็นพรสวรรค์หรือขีดจำกัด ล้วนสูงส่งจนน่าตกใจ หลายวันก่อน ฟางหยวนถ่ายทอดเคล็ดวิชาลมปราณในคัมภีร์เก้าอิมและบทเปลี่ยนเส้นเอ็น ให้กับพ่อแม่ ปู่ย่า และพ่อตาแม่ยาย
วิชาลมปราณภูตอุดรนั้นเหนือชั้นกว่าเคล็ดลมปราณในคัมภีร์เก้าอิม แต่ดาวบลูสตาร์เป็นโลกธรรมดา ดูเหมือนจะไม่มีจอมยุทธ์ที่มีลมปราณ ไม่มีใครมีลมปราณให้ดูดซับ ประสิทธิภาพของวิชาลมปราณภูตอุดรก็ลดลงไปกว่าครึ่ง ฝึกเคล็ดลมปราณของคัมภีร์เก้าอิม แม้จะช้ากว่าหน่อย แต่ปลอดภัยกว่า
จัดของในมิติเก็บของเสร็จ ฟางหยวนก็หยิบมือถือมาดูไลฟ์สด
"สตรีมเมอร์ชายคนนี้ อายุอย่างน้อยก็ยี่สิบกว่าแล้ว ทรงผมอย่างกับเด็ก แต่งหน้าอย่างกับผู้หญิง ไม่ใช่ชายไม่ใช่หญิง ดูไม่ได้เรื่อง สตรีมเมอร์ทัศนคติเพี้ยนๆ แบบนี้ ทำไมไม่โดนแบนนะ"
ถ้าร้องงิ้ว ผู้ชายรับบทนาง ผู้หญิงรับบทพระ ถือเป็นเรื่องปกติ แต่นี่มาไลฟ์สด แต่งตัวกึ่งหญิงกึ่งชาย ฟางหยวนรับไม่ได้จริงๆ ทนดูไม่ไหวก็เลื่อนผ่าน เขาไม่ได้คิดจะไปวิจารณ์อะไร ท่องดูแอปอื่นอยู่สิบกว่านาที ฟางหยวนก็กลับมาที่แอปของตัวเอง
มองแล้วสบายตา ฟังแล้วรื่นหู ก็เปย์เหรียญทอง เหรียญเงิน เหรียญทองแดงให้ สตรีมเมอร์ที่เผยแพร่วัฒนธรรมดั้งเดิม ฟางหยวนเปย์ไม่อั้น เดี๋ยวก็หนึ่งเหรียญทอง เดี๋ยวก็สองเหรียญทอง เติมเงินหนึ่งเหรียญทองต้องใช้เงินหนึ่งหมื่นหยวน เปย์หนึ่งเหรียญทอง แบ่งแปดต่อสอง สตรีมเมอร์มีรายได้ก่อนหักภาษีแปดพันหยวน เทียนเว่ยดูแลเครือข่ายอยู่ทั่ว ฟางหยวนไม่กลัวว่าสตรีมเมอร์ในแอปยูเสียนไลฟ์จะเลี่ยงภาษี
"อยากให้ฉันเปิดฟีเจอร์ไลฟ์ขายของ?"
คิดอยู่ไม่กี่วินาที ฟางหยวนก็ล้มเลิกความคิดที่จะเพิ่มฟีเจอร์ไลฟ์ขายของ เปลี่ยนความคิดไปสั่งให้ชางฉยงแบนสตรีมเมอร์แนว 'ซาพู' และพวกสตรีมเมอร์ที่ชอบอวยต่างชาติว่าอากาศหอมหวานกว่าบ้านเกิด ซาพูมีต้นกำเนิดจากต่างประเทศ พูดตรงๆ ก็คือพวกไม่ทำมาหากิน แต่ชอบสร้างภาพว่ารวย
......
ลงทะเบียนจับสลาก มู่เสวี่ยอิ๋งเดินไปที่หมายเลขเจ็ด การแข่งขันตกปลาฤดูใบไม้ร่วงของประเทศเหยียนหวง รอบคัดเลือกระดับอำเภอเริ่มขึ้นแล้ว ฟางหยวนไม่ได้ลงแข่ง แต่มาเป็นลูกมือให้ภรรยา ผสมเหยื่อเสร็จ เขาก็นั่งเล่นมือถืออยู่ข้างๆ
สิ้นเสียงนกหวีด มู่เสวี่ยอิ๋งใช้ตะกั่วพันแกนเบ็ดอ่อยเหยื่อ แล้วตีเหยื่อแตกติดต่อกันสิบกว่าไม้ อ่างเก็บน้ำปลาธรรมชาติ ตัดสินแพ้ชนะที่น้ำหนักรวม จำกัดคันยาวสี่เมตรครึ่ง การตกปลา หนึ่งวัดที่เหยื่อ สองวัดที่ดวง จับสลากได้หมายดี โอกาสชนะก็เพิ่มขึ้น เหยื่อดี โอกาสก็เพิ่มอีก ตกๆ อยู่ดวงดีได้ปลาใหญ่ตัวเดียว ก็เท่ากับปลาเล็กตั้งหลายตัว คันเบ็ด ทุ่น สายเอ็น ตัวเบ็ด ของนักแข่งแต่ละคนไม่ต่างกันเท่าไหร่ คนที่มั่นใจมาลงแข่ง อุปกรณ์ย่อมไม่กระจอก
"ที่รัก เที่ยงนี้ฉันอยากกินหมูสามชั้นผัดซอส" มู่เสวี่ยอิ๋งบอก
"เดี๋ยวสิบเอ็ดโมงผมไปทำให้" ฟางหยวนยิ้ม
รอบนี้มีแค่ภรรยาลงแข่ง เขาเลยขับรถบ้านออฟโรดเจิงถูมา เมื่อเช้าแวะซื้อวัตถุดิบที่ตลาดสดมาแล้ว พอแข่งระดับอำเภอจบ ก็กะว่าจะขับรถเที่ยวต่ออีกสักหลายวัน ดูภรรยาวัดปลาไม่หยุด ฟางหยวนก็กลับมาสนใจหน้าจอมือถือ
ใกล้สิบเอ็ดโมง ฟางหยวนกลับไปที่รถบ้าน ทำกับข้าวหนึ่งเนื้อหนึ่งผัก หุงข้าวสวยร้อนๆ ใส่ปิ่นโตสองเถา แล้วเดินกลับไปที่หมาย นั่งกินข้าวเป็นเพื่อนภรรยา คอยเสิร์ฟน้ำส่งข้าว นั่งเล่นมือถือ พอจบการแข่งขัน ก็ไม่พลิกโผ มู่เสวี่ยอิ๋งที่ได้ปลาเจ็ดร้อยกว่าจิน คว้าอันดับหนึ่งไปครอง
ขับรถไปเที่ยวเมืองอวี้โจว เดินชมวิว ชิมของฝาก กินหม้อไฟไปหลายมื้อ กลับถึงจังหวัดตงหนานวันที่สอง มู่เสวี่ยอิ๋งก็ลงแข่งระดับจังหวัด เหยื่อระบบบวกหัวเชื้อระบบ ที่หนึ่งแบเบอร์
"ที่รัก คุณได้ที่หนึ่งอีกสองรอบ ก็จะได้เป็นจ้าวแห่งการตกปลาแล้วนะ" ฟางหยวนยิ้ม
"อื้ม เสาร์หน้าฉันก็จะได้เป็นจ้าวแห่งการตกปลาแล้ว" มู่เสวี่ยอิ๋งหัวเราะคิกคัก
"ปีนี้เราสองคนผัวเมียเหมาแชมป์ฤดูใบไม้ผลิกับฤดูใบไม้ร่วง คนคงอิจฉากันตาย" ฟางหยวนยิ้มหน้าบาน
"ที่รัก พรุ่งนี้เราไปจิงเฉิงกันไหม" มู่เสวี่ยอิ๋งชวน
"ก็ดีเหมือนกัน ไม่ได้กินเนื้อแพะลวกนานแล้ว" ฟางหยวนพยักหน้า
เป็ดปักกิ่งกินไปครั้งหนึ่ง เขาก็เฉยๆ ไม่ได้อยากกินอีก แต่เนื้อแพะลวกนี่รสชาติดีใช้ได้ คนเราร้อยพ่อพันแม่ ของชอบย่อมไม่เหมือนกัน อาหารที่คุณชอบ ไม่ได้แปลว่าคนอื่นจะชอบ หัวไชเท้ากับผักกาดขาว ต่างคนต่างจิตต่างใจ อาหารที่คนส่วนใหญ่ชอบ ฟางหยวนก็ไม่ได้ฝืนใจตัวเองหรือคนรอบข้างให้ต้องชอบตาม บางคนชอบกินผักชี บางคนไม่กิน บางคนชอบรากผักคาวปลา (เชอเอ๋อร์เกิน) แต่บางคนก็ขยาด
นอนบ้านหนึ่งคืน แล้วขับรถมุ่งหน้าสู่จิงเฉิง ออกเดินทางไปได้ไม่ถึงสองชั่วโมง ก็เจอพายุฝนถล่มหนัก
"ซวยชะมัด ฝนตกหนักขนาดนี้" มู่เสวี่ยอิ๋งยิ้มแห้ง
"รอฝนซาก่อนค่อยไปต่อเถอะ" ฟางหยวนเลี้ยวรถเข้าจุดพักรถ
สองปีมานี้ พายุฝน พายุหิมะ พายุลมแรง เกิดขึ้นแทบทุกปี
"ต้นน้ำระดับน้ำขึ้นสิบเซน ปลายน้ำระดับน้ำขึ้นอย่างน้อยครึ่งเมตร"
"คนทางจังหวัดซีหนานมองโลกในแง่ดีนะ น้ำท่วมทีไร คนออกมาจับปลากันเต็มถนน"
"พื้นที่ต่ำ อย่าซื้อบ้านชั้นล่าง ฝนตกหนักหน่อย ชั้นหนึ่งก็จมแล้ว"
"ฉันเห็นในเน็ต มีร้านหนึ่งน้ำท่วมทุกปี"
"ฉันก็เคยเห็น เถ้าแก่ร้านนั้นซื้อประกันทุกปี เหมือนว่าตั้งแต่ปีก่อน บริษัทประกันทุกเจ้าไม่ยอมรับทำประกันให้แกแล้ว"
[จบแล้ว]