- หน้าแรก
- เมื่อโลกใบนี้คือคำลวง แล้วฉันจะเชื่อใจใครได้บ้าง
- บทที่ 3: นิทรานิรันดร์แห่งฮวาซู
บทที่ 3: นิทรานิรันดร์แห่งฮวาซู
บทที่ 3: นิทรานิรันดร์แห่งฮวาซู
"ไม่นึกเลยว่า นอกจาก ทวีปเทียนหยวน แล้ว จะยังมี มหาพันภพ อื่นๆ ใน เอกภพ อีกด้วย"
คุณหนูผี ยกหางเล็กๆ ขึ้นปิดปาก พลางหัวเราะคิกคัก
ซูหลินมั่นใจแล้วว่า โมจิ ต้องใช้ เข็มแห่งความฝัน อ่านความทรงจำของเขาไปแล้วแน่ๆ แม้แต่เรื่องที่เขาเป็นผู้ข้ามมิติ เธอก็รู้ละเอียดยิบ
คงมีเพียงเรื่องของ เทพธิดาโลลิ เท่านั้นที่เป็นข้อยกเว้น เพราะโมจิไม่สามารถอ่านความทรงจำส่วนที่เกี่ยวกับนางได้
โลกที่ซูหลินข้ามมา คือที่ที่โมจิเคยใช้ชีวิตในชาติก่อน เป็นดินแดนกว้างใหญ่ไพศาลนามว่า ทวีปเทียนหยวน นี่คือโลกต่างมิติสไตล์จีนโบราณอย่างแท้จริง นอกจากจะมีระบบการบำเพ็ญเพียรที่เป็นเอกลักษณ์แล้ว ยังเต็มไปด้วยภูตผีปีศาจ สัตว์อสูร สัตว์เทพ และเผ่าพันธุ์ต่างๆ มากมาย
ขนบธรรมเนียมประเพณีของทั้งสองโลกก็แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ยกตัวอย่างเช่น "เอกภพ" ในความหมายของคุณหนูผี ก็ไม่ใช่ "เอกภพ" ในแบบที่ซูหลินรู้จัก
แต่ทั้งหมดนี้ไม่เกี่ยวกับซูหลินเลยสักนิด สิ่งสำคัญตอนนี้คือเขาต้องชนะแมตช์คืนชีพให้ได้ก่อน
เฮ้อ! ชีวิตหนอชีวิต... จะให้พูดอะไรได้อีกล่ะ?
"ว่าแต่ เข็มแห่งความฝันนี่อ่านความทรงจำได้ลึกขนาดไหน? แล้วเธอรู้อะไรเกี่ยวกับฉันบ้าง?"
ตอนนี้ซูหลินเริ่มสนใจสมบัติวิเศษที่เหลียนทิ้งไว้ชิ้นนี้ขึ้นมาแล้วสิ ของดีแบบนี้ปกติมีแต่ในเกมแฟนตาซีทั้งนั้น
"อ๋อ อยากรู้เรื่องนั้นเหรอ"
โมจิชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหรี่ตาลงพร้อมส่งยิ้มหวานหยดย้อยจนน่าขนลุกให้ซูหลิน
"เข็มแห่งความฝันอ่านได้ทุกอย่างเกี่ยวกับเจ้า ตอนนี้คุณหนูผู้นี้คือคนที่เข้าใจเจ้าที่สุดในโลกเลยนะจะบอกให้"
"แม้แต่รสนิยมทางเพศ (XP) ของเจ้า ข้าก็รู้หมดเปลือก—"
"ต้องขอบอกเลยว่า เจ้านี่รู้ลึกรู้จริงไม่เบา~ สมแล้วที่เป็นนักศึกษาหัวกะทิสอบติดมหาลัยดัง"
"แต่สุดท้ายเจ้ามันก็แค่โลลิค่อน ไม่น่าจะมีอนาคตสักเท่าไหร่หรอก"
เมื่อเห็นดวงตาที่หรี่ลงจนเป็นเส้นตรงของโมจิ ซึ่งแฝงแววดูแคลนสามส่วน รังเกียจสามส่วน และขบขันอีกสี่ส่วน รูม่านตาของซูหลินก็ขยายกว้าง เขาเผลอก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัว
ความรู้สึกเหมือนประวัติการเข้าชมเว็บและข้อมูลในฮาร์ดไดรฟ์ถูกหมายศาลเรียกไปเปิดประจานกลางชั้นศาล ซูหลินอยากจะกลั้นใจตายมันตรงนี้เลยให้รู้แล้วรู้รอด
โมจิทำท่ายักไหล่และถอนหายใจด้วยหาง แสดงความระอาใจออกมาเล็กน้อย "ข้าก็ไม่อยากเห็นเจ้ามาแก้ผ้าล่อนจ้อนต่อหน้าข้าหรอกนะ ทั้งทางกายและทางใจนั่นแหละ"
"อ๊ากกก! เธอเห็นไปถึงไหนกันแน่เนี่ย!"
ซูหลินขดตัวเป็นก้อนกลม กลิ้งไปมาบนพื้นพร้อมหลับตาแน่น
โมจิลอยเข้ามาใกล้ ใช้หางลูบขนที่หลังของซูหลินเบาๆ "ข้าทำแค่ครั้งแรกครั้งเดียวเอง... โอ๊ย จะให้ข้าพูดยังไงดีล่ะ? เอาเป็นว่าหลังจากนั้นข้าก็ไม่ได้แอบดูเจ้าอีกแล้วน่า"
"แต่พูดตามตรงนะ ภาพวาบหวิวของเจ้าน่ะวาดสวยมาก ลายเส้นก็น่ารักสุดๆ ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเมื่อก่อนข้าเคยแอบเก็บไว้เล่มหนึ่ง... อุ๊บส์ เรื่องนี้พูดไม่ได้สินะ"
ซูหลินเงยหน้ามองโมจิทั้งน้ำตาคลอเบ้า พลางแก้คำผิด "เขาเรียกว่า โดจิน ต่างหาก"
"โอเคๆ โดจินก็โดจิน ไม่ใช่ภาพวาบหวิว แต่เป็นโดจิน"
ซูหลินร้องไห้โฮหนักกว่าเดิม
ขณะที่โมจิกำลังลังเล ไม่รู้จะปลอบใจซูหลินที่จิตตกจนกู่ไม่กลับยังไงดี จู่ๆ ซูหลินก็พุ่งตัวเข้าใส่ กดโมจิที่ลอยอยู่กลางอากาศลงกับเตียงอย่างแรง
"ขอดูหน่อยเถอะ!"
ซูหลินงับเข็มแห่งความฝันจากหางของโมจิ แล้วแทงสวนกลับไปที่ร่างวิญญาณของเธอทันที
แต่ทว่า ทันทีที่แสงสีม่วงจากปลายดาบกำลังจะสัมผัสร่างโปร่งแสง ดาบที่ก่อตัวจากแสงสีม่วงกลับสลายไปดื้อๆ ซูหลินทำได้แค่เอาด้ามดาบกลมๆ เคาะร่างเธอเบาๆ อย่างไร้ผล
ซูหลินคายเข็มแห่งความฝันออกมาด้วยความไม่พอใจ แล้วกระเด้งตัวบนร่างโมจิราวกับเธอเป็นแทรมโพลีน "ทำไมฉันถึงใช้ไม่ได้ล่ะเนี่ย?"
"การใช้เข็มแห่งความฝันต้องใช้ พลังวิญญาณ นะ"
โมจิที่ถูกทับจนตัวบี้แบนส่งเสียงอ้อนวอนอย่างน่าสงสาร
"รีบๆ คายความลับของเธอออกมาซะ! เธอเห็นของฉันหมดแล้ว ก็ต้องให้ฉันเห็นของเธอบ้างสิถึงจะหายกัน"
"ข้า... ข้ามีความทรงจำสับสนนิดหน่อยหลังจากถูกส่งเข้ามาที่นี่... จำเรื่องชาติก่อนไม่ค่อยได้..."
"หา? หมายความว่าไง? คิดว่าตัวเองเป็นนางเอกปริศนาหรือไง? บอกมาเดี๋ยวนี้นะ!"
ซูหลินกดทับโมจิไว้ใต้ร่าง กระเด้งไปมาไม่หยุด แต่ต้องยอมรับเลยว่า สัมผัสของ คุณหนูมันฝรั่ง นี่นุ่มนิ่มดีชะมัด ถ้าเอาไปทำ โอ-คัพ คงฟินน่าดู จริงไหม?
"ฮือๆๆ... ที่ข้าพอจำได้ลางๆ คือข้าป่วยเป็นโรคที่รักษาไม่หายตั้งแต่เด็ก ต้องนอนติดเตียงเกือบตลอดชีวิต"
"ชีวิตประจำวันน่าเบื่อจะตาย ถูกพวกเมดกับพี่เลี้ยงคอยจับตาดูตลอด แม้แต่จะลุกเดินก็ยังไม่ได้ พ่อแม่เห็นหน้าข้าทีไรก็เอาแต่ถอนหายใจ ปกติก็มีแค่น้องสาวกับพวกเมดที่ยอมเล่นด้วย"
"วันนั้น พ่อแม่กับน้องสาวออกไปเที่ยวกัน ทิ้งข้าไว้ในคฤหาสน์คนเดียว น่าเบื่อชะมัด!"
"ข้าก็แค่นอนกลางวันไปงีบหนึ่ง ใครจะไปรู้ล่ะว่าตื่นมาอีกทีจะมาอยู่ที่นี่..."
"ก็แค่ คุณหนูขยะ นีทติดเตียงนี่นา ไม่เห็นจะมีอนาคตตรงไหนเลย!"
╭(╯^╰)╮
เนื่องจากคุณหนูผีจำชื่อตัวเองไม่ได้ ซูหลินเลยถือวิสาสะตั้งชื่อให้เธอว่า โมจิ
บนผนังด้านหนึ่งของห้องนอนคุณหนู มีภาพวาดสีน้ำมันแขวนอยู่ เป็นภาพหอคอยเล็กๆ อาบแสงสีทองยามอาทิตย์อัสดง สถาปัตยกรรมแบบจีนโบราณของหอคอยดูขัดแย้งกับสไตล์ตะวันตกของคฤหาสน์อย่างสิ้นเชิง
โมจิใช้เข็มแห่งความฝันตวัดใส่ภาพวาดนั้น แสงสีขาวม่วงสว่างจ้าผสานเข้ากับโทนสีอบอุ่นในภาพ ทิ้งรอยแยกที่ดูฟุ้งฝันราวกับจะฉีกกระชากโลกแห่งความเป็นจริง สีส้มและเหลืองจากภาพวาดไหลทะลักออกมาห่อหุ้มร่างของซูหลินและโมจิไว้
สายตาของซูหลินพร่ามัวไปด้วยสีสันอันเจิดจ้า เขาเผลอกะพริบตาโดยสัญชาตญาณ และในชั่วพริบตานั้น เขาก็พบว่าตัวเองเข้ามาอยู่ในหอคอยเล็กๆ ตามภาพวาดเรียบร้อยแล้ว
ภายในหอคอยกว้างขวางพอสมควร แสงสว่างส่องลงมาจากยอดหอคอยอย่างไม่สม่ำเสมอ ลำแสงสว่างและมืดสลับสับเปลี่ยนกัน เกิดเป็นลวดลายแสงเงาหลากสีสัน โซ่ตรวนเหล็กหนาทึบยื่นออกมาจากผนัง ถักทอกันเป็นกรงขังอันน่าสะพรึงกลัวอยู่ใจกลางหอคอย
"นี่คืออีกความสามารถของเข็มแห่งความฝัน เจ้าสามารถใช้มันเจาะเข้าสู่ภาพมายาหรือความฝันของคนอื่นได้"
โมจิแบกซูหลินไว้บนหลัง ลอยตัวพลางอธิบายราวกับเป็นไกด์นำเที่ยว
"ที่นี่คือ ความฝันนิทรานิรันดร์ ของคุณหนูเหลียน และเป็นข้อความที่เธอทิ้งไว้ให้เราก่อนตาย"
โมจิพาซูหลินลัดเลาะผ่านโซ่ตรวนอันเย็นเยียบที่ไขว้กันไปมา จนกระทั่งพบร่างของเด็กสาวขี้โรคคนหนึ่งถูกพันธนาการไว้ท่ามกลางโซ่เหล็กเหล่านั้น
"อย่างที่เห็น นี่คือร่างสังขารของเหลียน"
สิ่งแรกที่สะดุดตาคือท่านอนของเด็กสาว ราวกับหุ่นเชิดที่ถูกดึงขึ้นในแนวนอน แขนขาถูกล่ามโซ่ตรวนดึงรั้งขึ้นไป ในขณะที่มือและเท้าห้อยตกลงมาอย่างอ่อนแรง
ใบหน้าของเด็กสาวหันไปด้านข้าง เส้นผมยาวสลวยราวน้ำตกทิ้งตัวลงมาระหว่างโซ่ตรวน ดูนุ่มลื่นดุจแพรไหม แต่เมื่อพินิจดูใกล้ๆ กลับพบว่าผมสีเงินนั้นแซมไปด้วยผมสีเทาจนเกือบหมด ช่างขัดแย้งกับใบหน้าอันอ่อนเยาว์และงดงามของเธออย่างสิ้นเชิง
แสงแดดหลากสีตกกระทบใบหน้ายามหลับใหลอันเงียบสงบ ผิวของเธอซีดขาวราวกับกระดาษ ริมฝีปากไร้สีเลือด เปลือกตาปิดสนิท ขนตายาวทาบทับเกิดเงาจางๆ บนใบหน้าสวยหวาน
คุณหนูเหลียนดูขี้โรคและอ่อนแอ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าช่างน่าทะนุถนอมเหลือเกิน
เหลียนสวมชุด 'หรูฉวิน' (ชุดกระโปรงจีนโบราณ) สีฟ้าอ่อน คลุมทับด้วยผ้าโปร่งบางเบา ท่าทางที่ถูกแขวนตรึงด้วยโซ่ทำให้ชายกระโปรงห้อยตกลงมาคล้ายผ้าประดับ
ส่วนที่ควรจะปกปิดกลับเปิดเผยให้เห็นเกือบหมด ไม่ว่าจะเป็นท่อนแขนเรียวสวย มือขาวผ่อง น่องเนียนละเอียด หรือแม้แต่เท้าเล็กๆ ที่สวมเพียงถุงเท้าผ้าไหมสีขาวล้วน แม้แต่ทิวทัศน์วับๆ แวมๆ แถวต้นขาก็ยังพอมองเห็นได้ ช่างเป็นภาพที่... บาดใจเหลือเกิน
หลังจากจ้องมอง เจ้าหญิงนิทรา ตรงหน้าอยู่ครู่หนึ่ง ซูหลินก็ก้มมองเจ้าโมจิก้อนยักษ์ใต้ร่าง
อยากจะร้องเรียน สคบ. ชะมัด สินค้าไม่ตรงปกชัดๆ
โดยไม่รู้เลยว่าซูหลินบนหลังได้ปันใจไปให้คนอื่นเรียบร้อยแล้ว โมจิยังคงอธิบายต่อไป:
"ข้าใช้เข็มแห่งความฝันดูดซับความอาลัยอาวรณ์ที่รุ่นพี่เหลียนทิ้งไว้ในร่าง ถึงได้รู้ความจริงของภาพมายานี้ มันถูกถักทอขึ้นโดย ผู้พิทักษ์ความฝัน สามคน เป็นเหมือนกรงขังแห่งความฝัน สร้างขึ้นเพื่อกักขังวิญญาณของเหลียนโดยเฉพาะ ให้เธอจมดิ่งอยู่ในจินตนาการชั่วนิรันดร์ และเธอก็จมอยู่กับภาพมายานี้มาเป็นร้อยปีจริงๆ คนสามคนในคฤหาสน์ก็คือร่างจำแลงของผู้พิทักษ์ทั้งสามที่คอยเฝ้าดูว่าเหลียนจะตื่นขึ้นมาเมื่อไหร่"
"แต่เมื่อไม่นานมานี้ ไม่รู้เพราะเหตุใด การเชื่อมต่อระหว่างผู้พิทักษ์ทั้งสามกับภาพมายานี้ถึงขาดสะบั้นลง ร่างจำแลงที่เหลืออยู่จึงทำได้แค่ปฏิบัติตามโปรแกรมที่ตั้งไว้ตายตัว รุ่นพี่เหลียนเองก็หลุดพ้นจากนิทราและเริ่มหาทางหนี"
"แต่เธอก็ล้มเหลวสินะ?"
ความล้มเหลวของรุ่นพี่เหลียนดูจะทำให้โมจิหดหู่ใจไม่น้อย:
"ใช่... ที่จริงเธอเจอศิลาที่เป็นแกนกลางค้ำจุนภาพมายาทั้งหมดแล้ว มันคือหนังสือกฎหมายเล่มหนึ่งที่ซ่อนอยู่ในห้องสมุดของคฤหาสน์ แค่ใช้เข็มแห่งความฝันตัดทำลายภาพลวงตาในนั้น กรงขังนี้ก็จะพังทลายลง"
ซูหลินเริ่มงง
"ในเมื่อเจอทางหนีแล้ว ทำไมถึงยังออกไปไม่ได้ล่ะ?"
"ข้าบอกแล้วไงว่าการใช้เข็มแห่งความฝันต้องใช้พลังวิญญาณ การตัดทำลายภาพลวงตาต้องใช้พลังมหาศาล รุ่นพี่เหลียนที่ติดอยู่ในนี้มาหลายร้อยปี พลังวิญญาณเหือดแห้งไปนานแล้ว เธอรับภาระไม่ไหวหรอก"
"งั้นทางนี้ก็ตันเหมือนกันสิ?"
"ก็ไม่แน่เสมอไป"
โมจิส่ายหัวเบาๆ แววเศร้าสร้อยยังคงฉายชัดบนใบหน้า
"ข้ามีพลังวิญญาณมากพอ แต่มันรองรับความพยายามได้แค่ครั้งเดียวเท่านั้น"
ซูหลินยิ่งงงหนักเข้าไปอีก
"ทำไมวิญญาณของรุ่นพี่เหลียนถึงไม่พอ แต่ของเธอถึงพอล่ะ?"
"ข้า..."
โมจิยิ้มขื่นๆ ชูเข็มแห่งความฝันขึ้นตรงหน้าซูหลิน ให้เขาเห็นหลอดสะสมพลังวิญญาณที่ด้ามดาบ ซึ่งมีอยู่ประมาณ 0.3 หน่วย
"ก็เพราะข้าดูดซับเศษเสี้ยววิญญาณที่เหลืออยู่ของรุ่นพี่เหลียนมาแล้วน่ะสิ"