- หน้าแรก
- ลูกเต็มบ้าน ไม่ขอเป็นฮูหยินโหว
- บทที่ 18 คนสารเลวย่อมเสแสร้งเก่งเสมอ
บทที่ 18 คนสารเลวย่อมเสแสร้งเก่งเสมอ
บทที่ 18 คนสารเลวย่อมเสแสร้งเก่งเสมอ
บทที่ 18 คนสารเลวย่อมเสแสร้งเก่งเสมอ
เขาประสานสายตาที่เต็มไปด้วยความตกตะลึงของนาง แล้วเอ่ยเสียงเรียบ "จวนเสนาบดีมีเพียงท่านเสนาบดีที่เป็นเจ้านายเรือน ไม่มีแขกเหรื่อมาพักค้างอ้างแรม ห้องหับส่วนใหญ่จึงมีสภาพเช่นนี้"
"เจ้าก็ทนๆ เอาหน่อยก็แล้วกัน!"
พูดจบเขาก็รีบสาวเท้าออกไปอย่างรวดเร็ว เกรงว่าขืนมองใบหน้าที่ดูเปราะบางน่าทะนุถนอมของนางนานกว่านี้ เขาอาจจะใจอ่อน
นางช่างงดงามและดูบอบบางเหลือเกิน บุรุษใดได้เห็นย่อมต้องใจอ่อนยวบ
หลานชิงซีรู้ดีว่านี่คือวิธีการกลั่นแกล้งของซ่งหลินยวน ตราบใดที่นางยังไม่ได้พิสูจน์คุณค่าของตัวเองให้เป็นที่ประจักษ์ นางก็ไม่มีสิทธิ์เรียกร้องสิ่งใดต่อหน้าเขา
ห้องนี้ลมโกรกเย็นยะเยือก ไม่มีแม้แต่เตียงนอน อย่าว่าแต่ผ้าห่มเลย
อากาศช่วงนี้ยังมีความหนาวเย็นหลงเหลืออยู่ หากต้องนอนในสภาพนี้ทั้งคืน นางคงล้มป่วยเป็นแน่
แต่นางไม่ได้รู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ เพราะนางกับเขาไม่ได้เกี่ยวข้องกันแต่แรก คนอารมณ์แปรปรวนอย่างเขา ยอมไว้ชีวิตนางก็นับว่าเมตตามากแล้ว
นี่ถือเป็นโอกาสให้นางได้สงบสติอารมณ์ ทบทวนเส้นทางที่จะเดินต่อไปในวันข้างหน้า
นางนั่งขดตัวอยู่เช่นนั้นตลอดทั้งคืน กระทั่งฟ้าสาง ดาบสิบสามก็มารับตัวนางกลับจวนโหว ขาของนางชาจนไร้ความรู้สึก
เขามองนางด้วยความเห็นใจ "เดินไหวไหม?"
หลานชิงซีพิงผนังค่อยๆ พยุงกายลุกขึ้น "ไหว... แต่ขอข้าพักหายใจสักครู่"
เมื่อร่างกายเริ่มฟื้นตัว นางจึงค่อยๆ เดินออกจากจวนเสนาบดี
ท่าทีของดาบสิบสามที่มีต่อนางดีขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก ถึงขั้นช่วยวางม้านั่งให้นางเหยียบขึ้นรถม้า
หลานชิงซีเอ่ยขอบคุณเสียงเบา ดาบสิบสามปรายตามองนางแล้วเอ่ย "ท่านเสนาบดีปฏิบัติต่อเจ้าไม่เลวเลยนะ"
หลานชิงซี "..."
นางคิดว่าเขาคงตาบอดแน่ๆ!
สภาพนางดูอนาถขนาดนี้ เขายังกล้าใช้คำว่า "ไม่เลว" มาบรรยายได้ลงคอ
ดาบสิบสามกล่าวต่อ "เจ้าเป็นสตรีคนแรกที่เดินออกจากห้องท่านเสนาบดีโดยยังมีชีวิตอยู่ และเป็นสตรีคนแรกที่ได้ค้างแรมในจวนเสนาบดีจนรุ่งสาง"
หลานชิงซี "..."
นี่คือการตอกย้ำว่านางกับซ่งหลินยวนมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกันแล้วสินะ?
นางหัวเราะเบาๆ "เช่นนั้น... นับเป็นเกียรติของข้าสินะ?"
ดาบสิบสามมองใบหน้าซีดเซียวของนาง ไม่พูดอะไรต่อ แล้วกระโดดขึ้นบังคับรถม้าออกไป
หลานชิงซีรู้ตัวดีว่านางหายออกจากจวนโหวไปทั้งคืน อวี้จวินซูคงเข้าเวรอยู่ที่ว่าการไม่ได้อยู่บ้าน ด้วยนิสัยของฮูหยินเจิ้ง นางต้องโดนเล่นงานแน่
และก็เป็นดังคาด ทันทีที่หลานชิงซีกลับถึงจวน แม่นมจางก็มารอเชิญตัวนางทันที
หลานชิงซีไม่พูดอะไร ก้มหน้าเดินตามแม่นมจางไปยังเรือนของฮูหยินเจิ้ง
ทันทีที่ก้าวเท้าเข้าไป ฮูหยินเจิ้งก็ตวาดลั่น "คุกเข่าลง!"
ทุกครั้งที่เห็นหน้าฮูหยินเจิ้ง ก็มักจะเห็นแต่สีหน้าถมึงทึงดุร้ายเช่นนี้ หลานชิงซียืนนิ่งไม่ไหวติง ใช้ดวงตากลมโตใสกระจ่างจ้องมองนางกลับไป
เห็นดังนั้น แม่นมจางรีบตรงปรี่เข้ามา "ฮูหยินสั่งให้คุกเข่า ไยเจ้ายังไม่รีบทำตาม!"
แม่นมจางเงื้อมือหมายจะกดไหล่นางให้คุกเข่า
หลานชิงซีเอ่ยเสียงเย็น "ลองแตะตัวข้าดูสิ"
เมื่อแม่นมจางสบตานาง ก็พบกับแววตาเย็นเยียบดุจน้ำแข็ง ซึ่งแตกต่างจากท่าทีอ่อนน้อมว่าง่ายที่เคยเห็นโดยสิ้นเชิง
แม่นมจางชะงักกึก ไม่กล้าลงมือ
ฮูหยินเจิ้งโกรธจัด "เจ้าหายหัวไปทั้งคืน แถมยังลงมาจากรถม้าของบุรุษอื่น ทำตัวไร้ยางอายสิ้นดี!"
"วันนี้ข้าจะสั่งสอนหลักการเป็นภรรยาที่ดีให้เจ้า แล้วเจ้ายังจะกล้าขัดคำสั่งข้าอีกรึ!"
"เชื่อหรือไม่ ข้าสั่งให้ซูเอ๋อร์หย่าขาดจากเจ้าได้เดี๋ยวนี้เลย!"
หลานชิงซีหัวเราะเบาๆ "เอาสิ เขียนหนังสือหย่ามาเลย ข้าจะได้ขนสินเดิมออกจากจวนโหวเดี๋ยวนี้"
ฮูหยินเจิ้งตะลึงงันกับปฏิกิริยาของนาง
ในความคิดของฮูหยินเจิ้ง การที่หลานชิงซีได้แต่งเข้าจวนโหวถือเป็นวาสนาอันสูงส่ง
อีกทั้งความรักปักใจที่หลานชิงซีมีต่ออวี้จวินซู ย่อมทำให้นางไม่มีวันยอมไปจากที่นี่
แต่ที่ไหนได้... หลานชิงซีกลับยินดีที่จะหย่า!
อวี้จวินซูคือความภาคภูมิใจของตระกูลเจิ้ง คนบ้านเจิ้งไม่เคยคาดคิดว่าจะมีสตรีคนใดในโลกที่ยอมทิ้งอวี้จวินซูไป และสตรีผู้นั้นกลับเป็นหลานชิงซี!
นางลุกพรวดขึ้นยืน "เจ้าพูดจริงรึ?"
หลานชิงซีมองหน้าฮูหยินเจิ้ง "เมื่อคืนข้าออกจากจวนไปพร้อมคุณชาย แต่เขากลับทอดทิ้งข้า จนเป็นเหตุให้ข้าถูกลักพาตัว"
"ในฐานะสามี เขาละเลยหน้าที่ในการปกป้องภรรยา"
"ความบกพร่องของเขา ทำให้ข้าต้องมาแบกรับคำครหา เช่นนั้น... สามีแบบนี้ ข้าไม่เอาเสียยังจะดีกว่า!"
ฮูหยินเจิ้งเต้นเร่าด้วยความโกรธ ทันใดนั้น กลิ่นเหม็นเน่าก็ตลบอบอวลไปทั่วห้อง พร้อมกับสีที่น่าสงสัยซึมออกมาเปรอะเปื้อนกระโปรงช่วงบั้นท้าย
ฮูหยินเจิ้งหน้ามืด ตรอมใจจนทรุดลงกับพื้น
นางเป็นคนห่วงภาพพจน์อย่างยิ่ง การต้องมาขายหน้าต่อหน้าหลานชิงซีเช่นนี้ทำให้นางรับไม่ได้
วันนี้หมอเพิ่งมารักษา อาการนางดีขึ้นบ้างแล้ว ในเมื่อทำอะไรอนุฉินไม่ได้ นางจึงหวังจะมาเบ่งอำนาจใส่หลานชิงซี
ใครจะคิดว่าแทนที่จะได้เบ่ง กลับต้องมาขายขี้หน้าแทน
นางยิ่งโกรธจัด!
ยิ่งโกรธ อาการท้องเสียก็ยิ่งกำเริบ ท้องไส้ปั่นป่วน อาเจียน และเวียนหัวอย่างรุนแรง
หลานชิงซีมองฮูหยินเจิ้งด้วยสีหน้ามึนงง แสร้งทำเป็นไม่เข้าใจว่าทำไมจู่ๆ แม่สามีถึงมีสภาพเช่นนี้
แม่นมจางเห็นสภาพฮูหยินเจิ้งมาหลายรอบตลอดช่วงไม่กี่วันนี้ จึงรีบตะโกน "ใครก็ได้! รีบไปตามหมอมาเร็วเข้า!"
ห้องของฮูหยินเจิ้งโกลาหลวุ่นวาย ชั่วขณะนั้นไม่มีใครสนใจหลานชิงซีอีก
ภาพตรงหน้าเป็นไปตามที่หลานชิงซีคาดการณ์ไว้ นางจึงเดินเลี่ยงออกมาเงียบๆ
ฮูหยินเจิ้งขายหน้าต่อหน้านางขนาดนี้ คงไม่อยากเห็นหน้านางไปอีกพักใหญ่
พอนางเดินพ้นเรือนของฮูหยินเจิ้ง ลี่ชิวก็วิ่งหน้าตื่นเข้ามา "คุณหนู เป็นอะไรไหมเจ้าคะ!"
หลานชิงซีกะพริบตาให้สาวใช้คนสนิท แล้วกระซิบเบาๆ "ข้าไม่เป็นไร คนที่เป็นน่ะ... ฮูหยินเจิ้งต่างหาก"
ลี่ชิวถอนหายใจโล่งอก หลานชิงซีจึงเอนตัวพิงนาง "ช่วยพยุงข้าหน่อย ข้าเพลียเหลือเกิน"
ลี่ชิวรีบประคองเจ้านายทันที "บ่าวจะพาคุณหนูกลับไปพักผ่อนที่ห้องเจ้าค่ะ"
เมื่อสองนายบ่าวเดินมาใกล้เรือนพัก ก็พบจ้าวเยียนเอ๋อร์ยืนรออยู่ก่อนแล้ว
พอเห็นหลานชิงซี จ้าวเยียนเอ๋อร์ก็ย่อกายคารวะตามธรรมเนียมสตรีชั้นสูงในเมืองหลวง ดวงตาหรี่ลงเล็กน้อย
ในชาติก่อน หลังจากแต่งงานกับอวี้จวินซู หลานชิงซีกลัวจะทำให้เขาขายหน้า จึงเพียรพยายามเรียนรู้มารยาทชาววังจนแตกฉาน
ในสายตานางตอนนี้ มารยาทของจ้าวเยียนเอ๋อร์นั้นช่างดูขัดหูขัดตาเหลือเกิน
นางถาม "เจ้าเป็นใคร?"
จ้าวเยียนเอ๋อร์กลอกตาไปมาแล้วยิ้มหวาน "ข้าชื่อจ้าวเยียนเอ๋อร์เจ้าค่ะ เป็นญาติห่างๆ ของพี่จวิน"
"ที่บ้านข้าเกิดเรื่อง คุณชายมีเมตตาจึงรับข้ามาพักที่จวนโหว"
"ข้าเข้ามาตั้งแต่เมื่อวาน ตั้งใจจะไปคารวะพี่สะใภ้ แต่ได้ยินว่าพี่สะใภ้ไม่สบาย"
นางแสร้งถามด้วยความเป็นห่วง "วันนี้พี่สะใภ้ดีขึ้นหรือยังเจ้าคะ?"
หลานชิงซีเคยรบรากับจ้าวเยียนเอ๋อร์มานับครั้งไม่ถ้วนในชาติก่อน รู้ไส้รู้พุงนางเป็นอย่างดี
เมื่อใดที่จ้าวเยียนเอ๋อร์ทำหน้าตาเช่นนี้ แสดงว่านางกำลังจะเริ่มก่อกวน
หลานชิงซีเอ่ยเสียงเรียบ "ขอบคุณที่เป็นห่วง ข้าไม่เป็นไร"
พูดจบ นางก็เตรียมจะเดินผ่านจ้าวเยียนเอ๋อร์กลับเข้าห้อง แต่จ้าวเยียนเอ๋อร์ก็เอ่ยขัดขึ้น "เมื่อคืนพี่สะใภ้ไม่กลับจวน พี่จวินเป็นห่วงมากเลยนะเจ้าคะ"
"เมื่อคืนเขาเอาแต่โทษตัวเองอยู่ที่ห้องข้า บอกว่าดูแลท่านไม่ดีพอกินเหล้าเมามาย แล้วก็... ค้างที่ห้องข้าทั้งคืนเลยเจ้าค่ะ"