เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 117 การเปิดโปง

ตอนที่ 117 การเปิดโปง

ตอนที่ 117 การเปิดโปง


อวี่จินหงกังวลอย่างหนัก  เขาไม่เคยคาดเลยว่าถังเทียนจะเป็นคนที่คาดเดาได้ยากขนาดนี้

วันนี้ถังเทียนแทบจะสร้างความแค้นเคืองให้กับทุกตระกูลอยู่แล้วแล้วมาถึงตอนนี้เขาจะบังอาจบุกตระกูลอวี่ได้อย่างไร? เขาไม่กลัวว่าคนอื่นจะโจมตีตระกูลซ่างกวนหรอกหรือ?  เขาไม่กลัวว่าทุกคนจะร่วมมือกันโจมตีหรอกหรือ?

แต่เหลียงชิวที่อยู่ต่อหน้าเขายังคอยพัวพันทำให้เขาไม่สามารถแยกจากไปได้

โธ่เว้ย!

ทันใดนั้นมีเสียงแว่วเข้ามาในหูของเขา

"ทำไมต้องดิ้นรนด้วยเล่า?"

อวี่จินหงมึนงงไปหมด  แต่ก่อนที่เขาจะทันรู้ตัว เขารู้สึกเจ็บที่อกและนัยน์ตาเขาค้างทันที

อกของเขาไม่ทราบมีรูตั้งแต่เมื่อไหร่

เหลียงชิวจ้องมองซือหม่าเซียงซานเย็นชาโดยไม่พูดอะไร

ซือหม่าเซียงซานทำเป็นยิ้มไร้เดียงสา"อาโมรี่และนางงามน้ำแข็งหานไปแล้ว ถ้าเรายังขืนชักช้าเดี๋ยวไม่มีอะไรเหลือให้ดูหรอกนะ”

ซือหม่าเซียงซานแค่นเสียงเย็นชา  ร่างของเขาหายวับไปทันที

เซียงซานหัวเราะและหายไปด้วยเช่นกัน

※※※※※※

บนเสาไฟประภาคาร หมิงจื่อฉวน,หวินอี้เหยาและหั่วเหยียนกวงทั้งสามคนยังรวมตัวกันอยู่  หมิงหย่ง, หวินตี้และหั่วเหยียนซานบินขึ้นมาสมทบบนเสาประภาคารเช่นกันและในที่สุดทุกคนก็โล่งใจที่ทั้งสามคนปลอดภัย

หมิงจื่อฉวนถอนหายใจ "ครั้งนี้เราพลาดครั้งใหญ่เสียแล้ว ช่างไม่รู้อะไรเลย"

หั่วเหยียนกวงคำราม พร้อมกับมีรังสีฆ่าฟันอยู่ในดวงตา"ไปลงนรกเสียเถอะตระกูลอวี่, ข้าจะไปฆ่าอวี่ชิงเจ๋อ!"

คำโกหกของอวี่ชิงเจ๋อและอวี่จินหงสามารถหลอกคนอื่นได้  แต่ไม่ใช่สามคนนี้

หวินอี้เหยาส่ายศีรษะ "เขาตายไปแล้ว  คนที่คล้ายภูตพรายเป็นคนทำ เขาฆ่าอวี่ชิงเจ๋อก่อนแล้วจึงไปฆ่าอวี่จินหง"

"ตระกูลอวี่จบสิ้นแล้วคราวนี้"หมิงจื่อฉวนมีสีหน้าซับซ้อน "ถังเทียนผู้นี้ไม่ธรรมดาจริงๆ การช่วยเหลือจากเขาจะทำให้ตระกูลซ่างกวนเจริญไปได้อีกสามร้อยปีอย่างแน่นอน"

"และมีแต่เพียงตระกูลอวี่ที่ต้องการสู้กับตระกูลซ่างกวน"หั่วเหยียนกวงพูดเฉื่อยชา"ตระกูลซ่างกวนมักเป็นตระกูลอันดับหนึ่งของหมู่ดาวเพอร์ซูส คุณหนูเชียนฮุ่ยก็เป็นหมายเลขหนึ่งแห่งหมู่ดาวเพอร์ซูส"

"ไม่ง่ายอย่างนั้นหรอก" หวินอี้เหยาลดเสียง  "ถ้าตระกูลอวี่ไม่มีผู้หนุนหลัง  พวกเขาจะกล้าทำได้อย่างไร?  เรามาดูกันเถอะผู้หนุนหลังตระกูลอวี่จะยื่นมือออกมาช่วยเหลือหรือไม่"

อีกสองคนพูดเป็นนัย พวกเขาเคยได้ยินเกี่ยวกับผู้หนุนหลังลึกลับตระกูลอวี่

"ผู้ช่วยถังเทียนก็แข็งแกร่งนะ" หวินตี้ผิวปาก  เขาแพ้ตกเป็นรองผู้หญิงในวันนี้  แต่เขาก็ยังใจเย็นอยู่ได้

"นั่นน่ะสิ! เบื้องหลังถังเทียนก็ไม่ธรรมดา" หมิงหย่งพูดเสียงในลำคอ  "ยอดฝีมือเหล่านี้เป็นไปไม่ได้ที่พวกเขาไม่มีผู้หนุนหลังใดๆ"

"ข้าเกรงว่าจะมีอิทธิพลมากเสียด้วย"หั่วเหยียนซานพยักหน้า

"เราจะคอยดูกันไป" หมิงจื่อฉวนถอนหายใจ"โชคดีที่เรื่องของเราจบลงในเวลาสั้นๆ แบบนี้  แม้ว่าจะน่าขายหน้าอยู่บ้าง แต่อย่างน้อยก็ไม่ลากตระกูลของพวกเราเข้าไปร่วมด้วย"

หวินอี้เหยาและหั่วเหยียนกวงยังคงเงียบ

พวกเขาทั้งสามเป็นผู้นำของคนรุ่นใหม่  แต่เมื่อเทียบกับถังเทียนแล้วพวกเขาตระหนักว่า กลายเป็นคนละระดับกับพวกเขา

นี่ถือว่าทำให้คนหยิ่งยโสทั้งสามคนนี้ยอมรับความพ่ายแพ้

"เราจะไปสังเกตการต่อสู้ไหม?"  หวินอี้เหยาเงยหน้าถาม

"ไปสิ!" หั่วเหยียนกวงกัดฟัน "ทำไมจะไปไม่ได้เล่า! ข้าต้องการดูว่าเขาจะยอดเยี่ยมแค่ไหนกันแน่"

หมิงจื่อฉวนพยักหน้า "การต่อสู้ครั้งนี้เป็นสถานการณ์วิกฤติของหมู่ดาวเพอร์ซูสของพวกเรา"

※※※※※※※

"ทีนี้จะเอายังไง?" บุรุษผู้ไว้หนวดมองดูคนตัวสูง

ไม่นึกไม่ฝันเลยว่าถังเทียนจะเลือกบุกโจมตี  จากมุมมองที่เขาเห็น เนื่องจากเชียนฮุ่ยไม่อยู่ในช่วงนี้  ตระกูลซ่างกวนคงไม่กล้าตอแยตระกูลอื่น

แต่พวกเขาไม่เคยคิดเลยว่าถังเทียนกลับมาปรากฏตัว  มีความก้าวร้าวมากและคาดเดาไม่ได้

ตอนนี้กำลังใจของตระกูลซ่างกวนอยู่ในระดับสูง  ตระกูลอวี่คงไม่ใช่คู่ต่อกร ตระกูลอวี่ตกอยู่ในสถานการณ์ที่เปี่ยมอันตรายเสียแล้ว

บุรุษตัวสูงขมวดคิ้ว "เจ้านี่ไม่ธรรมดาเลย  ดูสิ ภายใต้สถานการณ์อย่างนี้ เขายังสามารถพลิกสถานการณ์ได้ เขาไม่ได้ห้าวบ้าบิ่นเหมือนลักษณะภายนอกที่เห็นเป็นแน่"

"ตอนนี้ไม่มีเวลาคิดเรื่องนี้แล้ว"  บุรุษไว้หนวดขมวดคิ้ว  "ถ้าเราไม่ลงมือ  ตระกูลอวี่จะถูกลบออกไปแน่นอนข้าคิดไม่ออกเลยว่าคนในตระกูลอวี่คนไหนที่จะหยุดเขาได้  นอกจากนี้ เขายังมีผู้ช่วยถึงสี่คน"

คนตัวสูงดูเหมือนเหมือนลังเลเช่นกัน

ถ้าเขายื่นมือช่วยตระกูลอวี่ แน่นอนว่าตระกูลอวี่จะปลอดภัย  แต่นี่อาจหมายถึงอนาคตต้องขัดแย้งกับสมาพันธ์ชาวยุทธ  แต่ถ้าพวกเขาแกล้งทำเป็นมองไม่เห็น  ตระกูลอวี่จะล่มสลายในวันนี้

ฝูงแกะที่นำโดยราชสีห์เพียงพอที่จะฉีกกระชากฝูงหมาป่าได้อย่าว่าแต่ตระกูลซ่างกวนไม่ใช่แกะ

ความกล้าหาญของถังเทียน เป็นการเข้าคู่ที่ดีที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา

ถ้าตระกูลอวี่ถูกล้มล้าง แผนการของพวกเขาทั้งหมดในหมู่ดาวเพอร์ซูสจะสูญสลาย  ถ้าพวกเขาปล่อยตระกูลอวี่ให้ดูแลตัวเอง  ตระกูลอื่นๆ จะไม่มีทางก้มหัวให้พวกเขาอีกครั้งแน่  ไม่มีการช่วยเหลือจากกองกำลังท้องถิ่น  พวกเขาจะต้องทุ่มพลังเพื่อให้ได้สิ่งที่พวกเขาต้องการ

แต่พวกเขารู้ชัดเจนว่า แม้ว่าเจ้านายสนใจมงกุฏอมตะ เจ้านายอยู่ในระหว่างปฏิบัติภารกิจหลายอย่าง แต่เจ้านายไม่เคยถ่ายเทคนมาทางนี้เลยซึ่งก็หมายความว่าแผนจะพัง

ชะตาทั้งสองปิดสนิทแล้ว

"เราไม่อาจปล่อยให้ตระกูลอวี่พินาศอย่างนี้ได้"บุรุษตัวสูงยืนยัน "หลังจากผ่านพ้นไปแล้วปล่อยให้เจ้านายตัดสิน  เราจะต้องปกป้องตระกูลอวี่ไว้ก่อน"

"ดี" บุรุษไว้หนวดไม่ลังใจหายไปทันที

พวกเขาทั้งสองหายไปทันที

※※※※※※

"ปิดประตู! รีบปิดประตู!"

เสียงตะโกนเต็มไปด้วยความหวาดกลัว  ตระกูลอวี่อยู่ในความยุ่งเหยิง ไม่มีผู้ใดนึกฝันเลยว่าตระกูลซ่างกวนจะกล้าก่อศึก  เชียนฮุ่ยไม่อยู่แน่นอนแล้วทำไมพวกเขาถึงกล้าทำ?

พวกนักสู้ที่ประจำการอยู่ที่หอสังเกตการณ์รู้สึกมึนชาและสั่นกลัวเมื่อเห็นภาพฝูงคนกำลังมา

เสียงฝีเท้าวิ่งผ่านไปนานไม่มีทีท่าหยุด

ครืน ครืน!

แต่ละก้าวเหมือนจะกระแทกลงหัวใจของพวกเขา

ใกล้เข้ามา... ใกล้เข้ามาทุกที

"เตรียมพร้อม!" หัวหน้าหน่วยป้องกันตระกูลตะโกนลั่น  เสียงสั่นเล็กน้อยแต่ตอนนี้เขารู้ว่าช่วงเวลาวิกฤติมาถึงแล้ว "ยิง"

ธนูหลายร้อยดอกถูกระดมยิงออกมา

นักสู้เหล่านี้มีพลังปราณเที่ยงแท้อย่างน้อยระดับสามและเหนือกว่าธนูหลายดอกมีแสงเจิดจ้าหุ้มอยู่และมีพลังน่าตระหนก

ธนูระดมยิงออกมาเป็นสายฝน

อากาศมีเสียงดังหึ่งๆ และเต็มไปด้วยเสียงแหวกอากาศ  ธนูเกือบทั้งหมดเล็งมาที่ถังเทียน  พวกเขารู้ว่าถังเทียนเป็นผู้นำของศัตรู  และตราบใดพวกเขากำจัดถังเทียนได้  พวกเขาก็จะได้ชัยชนะ

แต่ภาพเหตุการณ์ที่ปรากฏตามมาทำให้พวกเขาหนาวเย็นจรดเท้า

ถังเทียนเป็นเหมือนแรดที่วิ่งเข้าขวิดใส่เขาเงื้อหมัดแล้วชกออก

ปึก

จู่ๆอากาศข้างหน้าเขาดูเหมือนมีแรงอัดเหมือนเป็นกำแพงอากาศ  เมื่อธนูโจมตีใส่กำแพงดูเหมือนว่าจะสะดุดไม่อาจไปต่อได้ ช่วงเวลาต่อมา อากาศก็เต็มไปด้วยลูกธนูซ้อนเป็นชั้นๆ เหมือนหิมะจะถล่ม

หมัดหิมะถล่ม!

ตอนนี้ด้วยปราณเที่ยงแท้ระดับห้าการใช้หมัดหิมะถล่มทลายทำได้ง่ายมาก

ถังเทียนเตะเท้าที่พื้นอย่างหนักทำให้ความเร็วของเขาเพิ่มขึ้นเหมือนกระสุนปืนใหญ่ที่ถูกยิงสร้างความสะท้านใจให้กับมือธนูพวกนั้น และเขาได้เข้าประชิดกำแพงด้านล่าง

เมื่อตระกูลอวี่ก่อตั้ง พวกเขาไม่เคยคิดว่าพวกเขาจะถูกบุกโจมตี

ถังเทียนสูดหายใจลึก ทั้งตัวเต็มไปด้วยปราณเที่ยงแท้ ดวงตาเต็มไปด้วยความโกรธ  เขาปล่อยหมัดใส่กำแพงที่สร้างด้วยหินน้ำเงิน

ปึ้ก!

หมัดเพลิงเขียวจมหายลงไปในหินน้ำเงินเหมือนกับว่าทำด้วยเต้าหู้

ชั่วนาทีต่อมากำแพงที่อยู่ต่อหน้าเขาก็ทรุดพังทลายลงเหมือนกับหิมะถล่มก้อนกรวดดินกระจายออกมา ที่อยู่ต่อหน้าเป็นช่องสี่เหลี่ยมเปิดกว้างขนาดสองเมตรปรากฏอยู่เหมือนกับว่ามีใครบางคนใช้ดาบตัดกำแพงออกไป

ถังเทียนหายเข้าไปในช่องเปิดแทบจะทันที

ช่วงเวลาต่อมา เขามาปรากฏอยู่ข้างล่างหอสังเกตการณ์ คำรามลั่นด้วยความโกรธและต่อยใส่ไม้หนาที่ค้ำหอสังเกตการณ์

ไม้หนาขนาดอ่างแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ ขณะที่เศษไม้ปลิวกระเด็นไปทุกที่

แครก แครก แครก!

หอสังเกตการณ์สูญเสียไม้ค้ำยันก็เริ่มแตกและเอียงช้าๆ  หอสังเกตการณ์โดยปกติจะว่างเปล่าและสร้างขึ้นหยาบๆ ง่ายๆ จึงทำให้อยู่ในสภาพทรุดโทรม

พวกนักสู้ที่อยู่บนหอคอยตะโกนลั่น ขณะที่พวกเขาโยนคันธนูและลูกศรทิ้งและกระโดดลงมาจากหอคอย

ปัง!

หอคอยที่สูญเสียเสาค้ำที่เป็นจุดศูนย์ถ่วงก็ทรุดตัวทันทีทำให้เกิดผงฝุ่นเต็มไปหมด

มีเสียงดังสนั่นอีกเสียงตามติดๆ  แต่ตอนนี้เป็นฝีมืออาโมรี่ที่ตามมาหลังจากนั้นก็คือการไล่ฟันเสาค้ำหอสังเกตการณ์อื่นๆ

เมื่อไม่มีภัยคุกคามใดๆ จากด้านบน  กำลังใจของทุกคนเพิ่มขึ้นทันที

ถังเทียนมีกลิ่นอายเหมือนกับพยัคฆ์ป่า ไม่มีใครหยุดได้  อาโมรี่ดูเหมือนจะบ้าไปแล้วดาบของเขาไล่ฟันไม่หยุด ดูเหมือนไม่มีใครเป็นคู่ต่อกรของเขาได้

หานปิงหนิงทะยานมาอยู่ด้านข้างถังเทียนและโจมตีโดยไม่คาดคิด แต่ละกระบี่ล้วนแทงถูกเป้าหมาย

ตระกูลอวี่หมิ่นเหม่ต่อการล่มสลาย

"ประมุขตระกูล!" ผู้อาวุโสตระกูลคนหนึ่งตะโกนอย่างเร่งร้อน เมื่อเห็นศิษย์ของตระกูลอวี่ถูกเข่นฆ่าเหมือนปศุสัตว์  เขากังวลใจเป็นอย่างมาก

อวี่หมิงเว่ยโกรธ ได้แต่สูดลมหายใจลึก "รออีกสักหน่อย"

ที่อยู่ข้างๆ เขาคือยอดฝีมือตระกูลอวี่  พวกเขาคือความหวังสุดท้ายสำหรับตระกูลอวี่

เขาต้องคอยต่ออีกเล็กน้อย....

แสงรัศมีสว่างวาบอยู่ต่อหน้าอวี่หมิงเว่ยเขาประหลาดใจอย่างอธิบายไม่ได้และโพล่งขึ้นทันที "พวกเขาอยู่นี่แล้ว"

※※※※※※

ความจริงถังเทียนไม่ล่วงรู้กลยุทธในการรบแต่อย่างใด  ในใจของเขา จะมีเสียงปิงคอยด่าทอเขาไม่หยุดหย่อน  โรคเก่าจากอาชีพเดิมทำให้เขาข่มตัวเองอดใจไม่ไหวเมื่อเห็นถังเทียนวิ่งตะลุยเข้าไปเหมือนคนโง่งม

"ไอ้เจ้าโง่เอ๊ย! ดันวิ่งเข้าไปหาฝูงคน นี่แกจะรีบร้อนไปตายหรือไง?"

"เจ้าไม่เห็นหรือว่าตรงนี้ไม่ใช่จุดเริ่มต้นที่ดี?  นี่เจ้ามีตาอยู่หรือเปล่า?"

"ใช้สมองของเจ้า,สมองน่ะ, มีบ้างไหม!"

……

ถังเทียนกลายเป็นคนหูหนวกไปแล้ว  เขาบ้าจากการต่อสู้ไปแล้ว  ไม่ใช่แค่เขาแต่ศิษย์ในตระกูลซ่างกวนก็พลอยบ้าไปด้วย

ความคิดของถังเทียนง่ายมากเพื่อไม่ทิ้งต้นเหตุความยุ่งยากในอนาคตต่อตระกูลซ่างกวน

เขากับเชียนฮุ่ยจะต้องมุ่งหน้าไปสวรรค์วิถีให้ได้  เส้นทางนี้เต็มไปด้วยอันตราย  จะเกิดอะไรขึ้นในอนาคต ยังไม่มีใครรู้

แม้ว่าพวกเขาจากไป พวกเขาจะต้องทิ้งอนาคตที่งดงามไว้ให้ตระกูลซ่างกวน! ต่อให้พวกเขาจากไป ก็ต้องจากไปด้วยจิตใจที่สงบไร้กังวล

ทันใดนั้น มีสายตาเยือกเย็นจ้องมาทางถังเทียน

ถังเทียนชะงัก

เขาสะบัดหน้ามองทันที ในที่ไม่ห่างนักบุรุษร่างสูงคนหนึ่งกำลังจ้องมองเขา

แต่สิ่งที่ดึงดูดความสนใจของเขาคือขุนพลวิญญาณข้างคนตัวสูงกลับให้ความรู้สึกที่น่าขนลุก

ม่านตาถังเทียนหดแคบ

เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นขุนพลวิญญาณที่แข็งแกร่งขนาดนั้น! ขุนพลวิญญาณที่อยู่ต่อหน้าเขา ไม่ได้โปร่งแสงมีลักษณะเหมือนแก้วสีเทา  แต่เป็นร่างกายที่แข็งแกร่ง  แต่งกายในชุดนักสู้สีดำ  ผิวด้านนอกเป็นสีเทา  ถังเทียนสามารถเห็นเส้นสายกล้ามเนื้อ  อย่างไรก็ตามผมสีเทากลับดูคล้ายบอลเพลิง

แต่สิ่งที่ทำให้ใจสั่นก็คือ ตาคู่สีแดงน่าขนลุกจนหายใจลำบาก

จบบทที่ ตอนที่ 117 การเปิดโปง

คัดลอกลิงก์แล้ว