- หน้าแรก
- ทะลุมิติมาอยู่โรงพยาบาลบ้า พร้อมระบบที่แค่กินยาก็ไร้เทียมทาน
- บทที่ 05 - สัตว์อสูร ผู้ฝึกยุทธ์ และผู้ปลุกพลัง!
บทที่ 05 - สัตว์อสูร ผู้ฝึกยุทธ์ และผู้ปลุกพลัง!
บทที่ 05 - สัตว์อสูร ผู้ฝึกยุทธ์ และผู้ปลุกพลัง!
บทที่ 05 - สัตว์อสูร ผู้ฝึกยุทธ์ และผู้ปลุกพลัง!
ผู้ปลุกพลังเหนือมนุษย์?
เจียงเหอใจเต้นรัว!
คิดไม่ถึงว่าในโรงพยาบาลจิตเวชจะมีเสือหมอบมังกรซ่อน (ยอดยุทธ์ซ่อนกาย) แถมยังมีผู้ปลุกพลังในตำนานอยู่ด้วย!
แถมตาแก่สามคนนี้ ดูไปดูมาก็ปกติดี ไม่เหมือนคนบ้าสักนิด
"ใช่แล้ว!"
"สามคนนี้สามารถไปลักพาตัวอวิ๋นเยียนเฉินมาได้ ต้องไม่ใช่คนธรรมดาแน่ บางทีอาจจะล้วงข้อมูลเกี่ยวกับโลกใบนี้จากปากพวกเขาได้"
เจียงเหอคิดคำนวณในใจ
"พี่สาม ผมก็ไม่รู้ทำไม พอตื่นมาก็เหมือนจะลืมเรื่องราวไปเยอะเลย... ในหัวจำได้แค่พี่ชายทั้งสาม พี่ช่วยเล่าให้ผมฟังหน่อยได้ไหมครับ ว่าอะไรคือผู้ปลุกพลัง?"
เจียงเหอถามต่อ "แล้วสัตว์ประหลาดในทีวีพวกนั้น มันคืออะไรกันแน่?"
"ดูท่าเอ็งจะความจำเสื่อมจริงๆ"
"แต่ยังจำพวกข้าได้ แสดงว่าเอ็งยังมีจิตสำนึกที่ดีอยู่"
จางซานถอนหายใจ แล้วพูดต่อ "ความจำเสื่อมก็ดีเหมือนกัน ถือซะว่าอดีตของเอ็งกลายเป็นกระดาษขาวไปแล้ว ลืมความทุกข์ทั้งหมดไปซะ... ไป กลับห้อง เดี๋ยวพี่จะระบายสีลงบนกระดาษขาวของเอ็งให้เต็มที่เลย!"
พอกลับถึงห้องพัก
จางซานก็เริ่มเล่าเรื่องราวอย่างน้ำไหลไฟดับ
"เรื่องทั้งหมด ต้องย้อนกลับไปเมื่อ 30 ปีก่อน..."
"ตอนนั้นข้าอายุแค่ 20 กำลังเป็นวัยรุ่นไฟแรง มีแฟนสาวแสนสวยชื่อเสี่ยวฟาง... จู่ๆ วันหนึ่ง โลกก็เปลี่ยนไป แผ่นดินไหว พายุฮอริเคน น้ำท่วม ภูเขาไฟระเบิด..."
"ทั่วทุกมุมโลกตกอยู่ในหายนะครั้งใหญ่!"
"ภัยพิบัติครั้งนั้นกินเวลานานถึงสามวัน ไม่รู้กี่เมืองต่อกี่เมืองกลายเป็นซากปรักหักพัง ผู้คนล้มตายบาดเจ็บนับไม่ถ้วน"
"แต่นั่น... เป็นแค่จุดเริ่มต้นของหายนะที่แท้จริง!"
"ทั่วโลกจู่ๆ ก็มีสัตว์ประหลาดจำนวนมากโผล่ออกมา พวกมันมีพละกำลังที่น่าสะพรึงกลัว อาวุธปืนธรรมดาทำอะไรพวกมันไม่ได้เลย แม้แต่สัตว์ธรรมดา สัตว์ป่า หรือกระทั่งพืชพันธุ์ต่างๆ ก็เกิดการวิวัฒนาการกลายพันธุ์!"
ผู้คนเรียกสัตว์ประหลาดพวกนี้ว่า "สัตว์อสูร"!
สัตว์อสูรเหล่านี้ดุร้ายก้าวร้าว และมีสติปัญญาสูงมาก สัตว์น้อยใหญ่ที่กลายพันธุ์เป็นสัตว์อสูรพากันบุกโจมตีเมืองมนุษย์อย่างบ้าคลั่ง
หมู่บ้าน ตำบล หรือแม้แต่ประเทศเล็กๆ จำนวนมากถูกกวาดล้างหายไปในชั่วข้ามคืน!
โดยเฉพาะพวกประเทศเกาะ หรือประเทศที่อยู่ใกล้ป่าดงดิบ จะโดนสัตว์อสูรโจมตีหนักที่สุด!
มีเพียงประเทศมหาอำนาจทางการทหารเท่านั้น ที่พอจะใช้อาวุธหนักและ "นิวเคลียร์" ข่มขวัญ ต้านทานการโจมตีของสัตว์อสูรไว้ได้บ้าง
แต่ไม่นานมนุษย์ก็พบว่า...
แม้แต่ "อาวุธนิวเคลียร์" ก็สร้างความเสียหายให้สัตว์อสูรระดับสูงได้จำกัดมาก!
หนำซ้ำ "กัมมันตภาพรังสี" จากนิวเคลียร์ยังทำให้สัตว์อสูรบางตัวกลายพันธุ์ซ้ำสอง จนกำเนิดเป็น "ราชาสัตว์อสูร" ที่ทรงพลังยิ่งกว่าเดิม
จางซานเล่า "อย่างจักรพรรดิอสรพิษแปดเศียรในมหาสมุทรแปซิฟิก เดิมทีมันเป็นสัตว์ดึกดำบรรพ์ที่หลับใหลอยู่ใต้ทะเลลึก ตื่นขึ้นมาก็มีพลังแค่ระดับราชา การที่มันวิวัฒนาการไปถึงระดับจักรพรรดิได้ ส่วนใหญ่ก็เพราะได้รับพลังจากกัมมันตภาพรังสีนิวเคลียร์นั่นแหละ"
"เฮอะ!"
หลี่ซื่อหัวเราะเยาะ "นั่นไม่ใช่ฝีมือพวกไอ้ยุ่นชาวฟูซางหรอกเรอะ? เป็นแค่ประเทศเกาะ สร้างฐานที่มั่นเอาตัวรอดมาได้ก็บุญหัวแล้ว ดันทะลึ่งเอานิวเคลียร์ไปทิ้งทะเล ที่พวกมันโดนคลื่นสัตว์อสูรบุกหนักๆ หลายรอบ ก็เป็นฝีมือไอ้ปาฉี (แปดเศียร) ทั้งนั้นไม่ใช่รึไง?"
หวังหมาจื่อพยักหน้าเห็นด้วย "ข้าว่านะ พวกฟูซางมันทำตัวเองทั้งนั้น ไม่ช้าก็เร็วต้องสิ้นชาติด้วยน้ำมือไอ้ปาฉีนั่นแหละ"
เจียงเหอแทรก "สิ้นไปแล้วครับ เมื่อเช้าผมดูข่าว วันที่ 16 เรียบร้อยไปแล้ว"
"สะใจโว้ย!"
ตาแก่สามคนแท็กมือกันอย่างชอบใจ
จางซานเสนอว่า คืนนี้ต้องออกไปดื่มฉลอง
ข้อเสนอนี้ได้รับความเห็นชอบจากหลี่ซื่อและหวังหมาจื่อทันที เจียงเหอสงสัย "โรงพยาบาลเรา ไม่อนุญาตให้คนไข้เข้าออกตามใจชอบไม่ใช่เหรอครับ?"
"โรงพยาบาลอันหนิงกระจอกๆ แค่นี้ จะขังพวกเราไว้ได้ยังไง?"
จางซานเริ่มสอน "โลกทัศน์" ให้เจียงเหอต่อ
โลกเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ทำให้พืชและสัตว์วิวัฒนาการกลายพันธุ์ สัตว์อสูรออกอาละวาด
แต่ในขณะเดียวกัน
ในหมู่มนุษย์เอง ก็มี "ผู้ปลุกพลัง" ถือกำเนิดขึ้น และผู้คนก็ค้นพบว่าวรยุทธ์โบราณสามารถฝึกฝนได้จริงในยุคนี้... ด้วยความเสียสละและการต่อสู้ของผู้ปลุกพลังและจอมยุทธ์เหล่านั้น มนุษย์จึงเริ่มตั้งหลักได้
จนกระทั่งมีการสร้าง "ฐานที่มั่น" ขึ้นมาทีละแห่ง
มนุษย์ถึงได้มีโอกาสพักหายใจและพัฒนาตัวเองในการต่อกรกับสัตว์อสูร
"จากการวิจัยของผู้เชี่ยวชาญ หลังภัยพิบัติครั้งนั้น ในโลกเรามี 'พลังวิญญาณ' เกิดขึ้น การกลายพันธุ์ของพืชและสัตว์ เกี่ยวข้องกับพลังวิญญาณ ผู้ฝึกยุทธ์ฝึกวิชาได้ ก็เพราะพลังวิญญาณ"
"แต่ผู้ปลุกพลังนั้นซับซ้อนกว่า"
"ผู้เชี่ยวชาญบอกว่า ผู้ปลุกพลังอาจจะมีพลังบางอย่างแฝงอยู่ในยีนหรือสายเลือดแต่กำเนิด พอถูกกระตุ้นด้วยพลังวิญญาณ พลังนั้นจึงตื่นขึ้น ทำให้เกิดความสามารถพิเศษต่างๆ นานา"
นี่มันพล็อตนิยายแนว "พลังวิญญาณฟื้นคืนชีพ" ชัดๆ
เจียงเหอครุ่นคิดครู่หนึ่ง
แล้วถามว่า "พี่สามเป็นผู้ปลุกพลังธาตุไฟ แล้วพี่สี่กับพี่ห้าล่ะ?"
หลี่ซื่อตอบ "ผู้ปลุกพลังมีจำนวนน้อยมาก แทบจะหนึ่งในหมื่น ข้าฝึกวรยุทธ์... แน่นอน ข้าถนัดเรื่องพิษที่สุด ฉายาในวงการ [จอมมารพิษปลิดชีพ] ก็คือพี่สี่ของเอ็งคนนี้แหละ!"
หวังหมาจื่อเอาหน้ายื่นเข้ามา หัวเราะฮิฮิ "เจ้าหก เอ็งลองทายซิ... ทำไมพี่ห้าถึงไม่ชื่อหวังอู่ (พี่ห้าแซ่หวัง) แต่ชื่อหวังหมาจื่อ (หวังหน้าปรุ)?"
เจียงเหอลังเลไม่กี่วิ ตอบว่า "เพราะพี่ห้าหน้าปรุเหรอครับ?"
หวังหมาจื่อ "..."
หน้าเขาก็ปรุจริงๆ นั่นแหละ
แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น
หวังหมาจื่อบอก "เพราะพี่เชี่ยวชาญเพลงดาบ และในยุทธภพ มีปรมาจารย์เพลงดาบท่านหนึ่งชื่อ 'ดาบใหญ่หวังอู่' ถ้าข้าชื่อหวังอู่ มันจะไปซ้ำกับท่านผู้นั้น"
ดาบใหญ่หวังอู่?
ชื่อนี้คุ้นๆ แฮะ... ในประวัติศาสตร์ "โลกเก่า" ของเราก็มีคนชื่อนี้เหมือนกัน!
ตอนนั้นเอง
เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น
เฟิงเส้าอวี่พาเจ้าหน้าที่รปภ.มาที่ห้อง 207 "ตาแก่จาง, ตาแก่หลี่, ตาแก่หวัง ผอ.เรียกไปพบที่ห้องทำงานหน่อย"
ตาแก่ทั้งสามลุกขึ้นพร้อมกัน
เจียงเหอรีบขวางทั้งสามคนไว้ กระซิบเสียงเบา "พี่ทั้งสามอย่าไปนะ... ต้องเป็นคนของตำรวจกับสำนักงานบริหารยุทธ์ตามมาเจอแน่ๆ"
จางซานยิ้มอย่างมั่นใจ พูดเรียบๆ ว่า "เจ้าหกไม่ต้องกลัว ไอ้พวกสวะพวกนั้น ทำอะไรพี่ไม่ได้หรอก... เอ็งเตรียมตัวไว้เถอะ เดี๋ยวพี่กลับมาจะพาออกไปกินเหล้า"
รอจนกระทั่งค่ำมืด
เจียงเหอกินข้าวเย็น กินยาเรียบร้อย
แถมยังออกไปวิ่งรอบดึกอีกสองรอบ
อาหารที่สมเหตุสมผล ยาที่สมเหตุสมผล การออกกำลังกายที่สมเหตุสมผล
พละกำลัง +30 kg!
[พละกำลัง]: 260 kg
พอกลับมาถึงห้องพัก ก็ยังไม่เห็นจางซาน หลี่ซื่อ และหวังหมาจื่อกลับมา
"สามคนนั้น คงไม่โดนตำรวจกับคนของสำนักงานบริหารยุทธ์จับตัวไปแล้วนะ?"
เจียงเหอเริ่มกังวล
เขายังตั้งใจจะให้หลี่ซื่อกับหวังหมาจื่อช่วยชี้แนะการฝึกวรยุทธ์อยู่เลย... ถ้าไม่รู้วิชาวรยุทธ์ มีแต่แรงเยอะจะไปมีประโยชน์อะไร?
เขาออกจากห้อง แอบเข้าไปในห้อง 209 ข้างๆ
ห้อง 209 มีเหล่าหวังกับคนไข้ชายที่ชอบกินอึพักอยู่ ดูเหมือนจะชื่อเฉินอวี่
"อ้าว?"
เหล่าหวังพูดสำเนียงถิ่น ถามด้วยความแปลกใจ "ไอ้หนู เอ็งยังอยู่อีกเรอะ? ไหนว่าตาแก่จางพวกนั้นโดนจับขังห้องมืดไปแล้ว? แล้วทำไมเอ็งไม่โดนจับไปด้วยล่ะ?"
"???"
เจียงเหอหน้าเครียด เดินกลับมาห้อง 207
ทันทีที่เขาก้าวเท้าเข้าประตู...
ปัง!
เขาก็รู้สึกเจ็บแปลบที่ท้ายทอย เหมือนโดนใครบางคนฟาดเข้าให้
เขาพยายามหันกลับไปมองอย่างยากลำบาก ท่ามกลางสติที่เลือนราง เหมือนจะเห็นใบหน้าสามใบหน้าที่สวมถุงน่องคลุมหัว...
จากนั้นภาพก็ตัดวูบ สลบเหมือดไป!
[จบแล้ว]