เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 03 - การกินอย่างสมเหตุสมผล!

บทที่ 03 - การกินอย่างสมเหตุสมผล!

บทที่ 03 - การกินอย่างสมเหตุสมผล!


บทที่ 03 - การกินอย่างสมเหตุสมผล!

"???"

ได้ยินเสียงอุทานของผอ. เจียงเหอก็มีเครื่องหมายคำถามเต็มหัว

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะ "ความทรงจำ" ที่ซ่อนอยู่ในร่างนี้หรือเปล่า ในหัวของเขาถึงได้มีภาพใบหน้าเลือนรางของคนสามคนผุดขึ้นมา พอนึกถึงห้อง 207 ที่มีสี่เตียง...

เขาจึงถามออกไปอย่างกล้าๆ กลัวๆ "ผอ.อัน ที่พูดถึงนั่น... เพื่อนร่วมโรคของผมเหรอครับ?"

เพื่อนร่วมโรค?

ถุยๆๆ!

ต้องเรียกว่าเพื่อนร่วมห้องสิ!

พ่อไม่ได้ป่วยสักหน่อย!

แต่ถามออกไปแล้ว จะกลับคำตอนนี้ก็คงไม่ทัน

ตำรวจสองนายสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย รีบสอบถามข้อมูลของสามคนนั้นจากผอ.อันทันที ผอ.อันสั่งให้คนไปเอาแฟ้มประวัติของทั้งสามคนมา แล้วบอกว่า "สามคนนั้นเป็นคนไข้เก่าแก่ของโรงพยาบาลอันหนิง... ตอนผมมารับตำแหน่ง พวกเขาก็อยู่ที่ห้อง 207 แล้ว"

"ผอ.ครับ ขอแทรกปากหน่อยได้ไหม?"

เจียงเหอยกมือขึ้น ถามอย่างสงสัย "คุณแซ่อัน โรงพยาบาลอันหนิงนี่คุณไม่ได้เป็นคนก่อตั้งเหรอ?"

ผอ.อันทำเมินเจียงเหอ

แต่แล้วเขาก็หน้าถอดสี...

"ใครเป็นคนแก้ประวัติสามคนนี้?"

เจียงเหอแอบชะโงกหน้าไปดู พบว่าชื่อเดิมในแฟ้มประวัติของทั้งสามคนถูกปากกาเมจิกสีดำขีดฆ่าทิ้ง แล้วเขียนชื่อ จางซาน, หลี่ซื่อ, หวังหมาจื่อ ลงไปแทน

แถมคำว่า "หมา" ในชื่อหวังหมาจื่อยังเขียนผิด มีรอยขีดแก้ แล้วเขียนพินอิน "มา" กำกับไว้แทน

ที่สำคัญคือแฟ้มประวัติทั้งสามฉบับเหลืออยู่แค่ครึ่งหน้า

ส่วนหลังหายไปไหนไม่รู้

เจียงเหอขำก๊าก กลั้นไม่อยู่จนหลุดหัวเราะ "พรืด" ออกมา

ผอ.ตวาด "ขำอะไร?"

เจียงเหอ "พอนึกถึงเรื่องตลกๆ ขึ้นมาได้น่ะครับ"

ตำรวจหญิงพูดขึ้น "ผอ.อัน เรื่องเร่งด่วนตอนนี้คือต้องรู้ตัวตนของสามคนนี้ให้ได้... ตระกูลอวิ๋นไม่ธรรมดา อวิ๋นเยียนเฉินเองก็เป็นผู้ปลุกพลังที่เก่งกาจ พวกเขาสามคนสามารถลักลอบเข้าบ้านตระกูลอวิ๋น แล้วลักพาตัวอวิ๋นเยียนเฉินออกมาได้เงียบเชียบ ย่อมไม่ธรรมดาแน่ ต้องรู้ตัวตนของพวกเขาก่อน เราถึงจะวางแผนช่วยเหลือตัวประกันได้"

ผอ.อันตอบ "แฟ้มประวัติของโรงพยาบาลพังหมดแล้ว คงต้องเช็กจากฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร์ของตำรวจแล้วล่ะครับ"

เจียงเหอ "ผอ.ครับ ขอแทรกปากอีกที... ไม่รู้ชื่อแล้วจะเช็กยังไงครับ?"

"หุบปาก!"

เส้นเลือดบนหน้าผากผอ.อันปูดโปน ตะโกนลั่น "รปภ... รปภ... ลากไอ้เด็กนี่กลับห้องไปที!"

เจียงเหอกำลังจะขัดขืน ก็ได้ยินผอ.อันสั่งต่อ "เพิ่มยาให้มันเป็นสองเท่า!"

เจียงเหอตาลุกวาว สะบัดมือรปภ.ออก จัดเสื้อผ้าชุดคนไข้ให้เรียบร้อย แล้วบอกว่า "ไม่ต้องจับ ฉันเดินเองได้!"

พอเจียงเหอออกไป

ตำรวจชายก็ถามขึ้น "ผอ.อัน ทำไมให้เจียงเหอกลับไปล่ะครับ? ในเมื่อเขาอยู่ห้องเดียวกับคนร้ายก็น่าจะรู้ชื่อจริงของสามคนนั้น"

ผอ.อันยิ้มขื่น "คุณตำรวจครับ คำพูดของคนบ้าจะไปเชื่อถือได้ยังไง?"

ตำรวจชายแย้ง "แต่เขาดู... ไม่เหมือนคนป่วยเลยนะครับ!"

ผอ.อันทำหน้าจริงจัง "นั่นแหละครับที่พิสูจน์ว่าอาการหนัก... ผมรู้อาการของเจ้าเจียงเหอดี เขาเป็นโรคหลงผิดขั้นรุนแรง เคยหลอนว่าตัวเองเป็นผู้ปลุกพลังธาตุสายฟ้า วันฝนตกฟ้าร้องปีนขึ้นไปบนต้นไม้ บอกว่าจะชักนำสายฟ้ามาชุบร่างกาย"

"สามเดือนก่อน แค่พยาบาลมองหน้าเขานานไปนิดเดียว เขาก็เข้าไปตีพยาบาลคนนั้น"

"พอถามเหตุผล เขาบอกว่าไม่อยากเป็นแฟนกับพยาบาลคนนั้น ไม่อยากแต่งงานมีลูก... เพราะมันจะทำให้เขาต้องก้าวเข้าสู่สุสานแห่งความรัก!"

"เรื่องที่เขาแอบชอบอวิ๋นเยียนเฉินนี่ผมพอรู้ สองเดือนก่อนอวิ๋นเยียนเฉินลงแข่งประลองยุทธระดับมหาวิทยาลัยภาคตะวันตกเฉียงเหนือ มีการถ่ายทอดสด เขาเห็นในทีวีแล้วก็โมเมเอาดื้อๆ ว่านั่นคือคู่หมั้นเขา!"

"สามวันก่อน เขาปีนขึ้นไปบนดาดฟ้าตึกผู้ป่วย ขู่จะกระโดดตึกบังคับให้โรงพยาบาลปล่อยตัวเขาออกไปหาอวิ๋นเยียนเฉิน..."

"ผลคือลื่นตกลงมาจริงๆ หัวฟาดพื้น... โชคดีที่คนไม่เป็นอะไร แค่ดูเหมือนความจำจะเสื่อมไปบ้าง"

ด้านข้าง

ตำรวจหญิงในเครื่องแบบถามด้วยความสงสัย "ผอ.อัน เจียงเหออายุยังน้อย หน้าตาก็หล่อเหลา ทำไมถึง... ป่วยได้ล่ะคะ?"

"เฮ้อ!"

ผอ.อันถอนหายใจ "เจียงเหอเป็นเด็กน่าสงสาร..."

"พ่อแม่ของเขาล้วนเป็นผู้ฝึกยุทธ์ฝีมือดี แต่ต้องมาจบชีวิตลงในเหตุการณ์คลื่นสัตว์อสูรบุกเมื่อ 18 ปีก่อน"

"ตัวเขาเองก็รักดี พื้นฐานวรยุทธ์และการเรียนดีเยี่ยม แถมก่อนสอบเอ็นทรานซ์ยังปลุกพลังพิเศษขึ้นมาได้... แต่น่าเสียดายที่โดนพวกลัทธิมารทำร้าย จนวรยุทธ์สูญสิ้น แม้แต่พลังพิเศษก็โดนทำลาย ถึงจะรักษาชีวิตไว้ได้ แต่ตั้งแต่นั้นมาก็กลายเป็นคนสติฟั่นเฟือน..."

หลังจากเล่าประวัติเจียงเหอคร่าวๆ

ตำรวจหญิงก็ถามต่อ "แล้วจางซาน, หลี่ซื่อ กับหวังหมาจื่อล่ะคะ?"

ผอ.อัน "สามคนนี้กรณีค่อนข้างพิเศษ... แต่ในโรงพยาบาลเรามีคนไข้คนหนึ่งน่าจะรู้เรื่องพวกเขาดี เขาชื่อเหล่าหวัง เมื่อก่อนเคยเป็นหมออยู่ที่นี่เหมือนกัน"

ผอ.อันกำลังจะสั่งคนไปตามเหล่าหวัง

ตำรวจชายก็รับโทรศัพท์สายหนึ่ง แล้วบอกว่า "ไม่ต้องรบกวนแล้วครับ เบื้องบนเพิ่งแจ้งมาว่ามียอดฝีมือระดับปรมาจารย์ลงมือ ช่วยคุณหนูใหญ่ตระกูลอวิ๋นออกมาได้แล้ว"

ผอ.อันถามด้วยความเป็นห่วง "คนร้ายบาดเจ็บไหมครับ?"

......................................................

ห้อง 207

หลังจากกลับมาจากห้องผอ. เจียงเหอก็รอแล้วรอเล่า แต่พยาบาลก็ไม่เอายามาให้สักที

กลับกลายเป็นพยาบาลอีกคนเข็นรถส่งอาหารเข้ามาแทน

พยาบาลคนนี้น่ารักจิ้มลิ้มใช้ได้ แต่ไม่รู้ทำไม เธอดูจะกลัวเจียงเหอเอามากๆ พอเดินเข้ามาก็ก้มหน้าก้มตาไม่กล้ามองหน้าเจียงเหอ รีบวางถาดข้าวไว้ที่หัวเตียง

ข้าวสวยหนึ่งกล่อง

กับข้าวสามอย่าง

เนื้อหนึ่งผักสอง แถมยังมีน่องไก่เพิ่มให้เจียงเหออีกหนึ่งน่อง

พยาบาลวางข้าวเสร็จทำท่าจะรีบชิ่ง แต่โดนเจียงเหอคว้ารถเข็นไว้ซะก่อน เขาเหลือบมองป้ายชื่อที่ติดอยู่บนหน้าอกนูนเด่นของเธอ แล้วพูดว่า "พยาบาลโจวเยว่ ยาของผมล่ะ?"

"อ๊ะ..."

พยาบาลสาวลนลาน "คุณ... คุณทานข้าวก่อนเถอะค่ะ เดี๋ยวมีคนเอายามาให้"

เจียงเหอถามต่อ "เธอโกหกฉันรึเปล่า? ตอนพูดทำไมไม่มองหน้าฉัน?"

พยาบาลสาวเสียงสั่นเครือ "หนู... หนูไม่กล้ามอง"

เห็นพยาบาลสาวจะร้องไห้อยู่รอมร่อ เจียงเหอถึงยอมปล่อยมือ มองดูเธอวิ่งหนีออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว เขาพึมพำกับตัวเอง "เกิดอะไรขึ้น? ฉันน่ากลัวขนาดนั้นเลยเหรอ?"

"ช่างเถอะ!"

"กินข้าวก่อน..."

"หอมชะมัด!"

"อาหารโรงพยาบาลบ้านี่ดีขนาดนี้เลยเหรอ มีน่องไก่ด้วย!"

"ติ๊ง!"

"กินอาหารอย่างสมเหตุสมผล พละกำลัง +10 kg"

พอกินเสร็จ

เสียงใสๆ ก็ดังขึ้นในหัว ทำเอาเจียงเหอชะงัก... ก่อนจะหัวเราะร่าออกมา

"ที่แท้ก็ไม่ใช่แค่กินยาถึงจะเพิ่มพลังได้..."

เขาวิ่งออกจากห้อง เห็นพยาบาลสาวคนเดิมเพิ่งส่งข้าวชั้นหนึ่งเสร็จ กำลังเข็นรถจะกลับ จึงรีบเข้าไปขวาง "มีข้าวเหลือไหม?"

"มะ... ไม่มีค่ะ"

พยาบาลสาวค่อยๆ ล้วงเอาน่องไก่น่องหนึ่งออกมาจากใต้รถเข็นอย่างกล้าๆ กลัวๆ "นี่เป็นส่วนที่ครัวเตรียมให้เหล่าหวัง แต่ปกติแกไม่ชอบกินเนื้อ หนูเลยเก็บไว้กินเอง"

"เอามานี่!"

เจียงเหอคว้าน่องไก่มา แล้วกัดกินคำโต

พยาบาลสาวยืนงง

แล้วก็รีบเข็นรถวิ่งหนีไป

ไม่นาน

น่องไก่ก็หมดเกลี้ยง

แต่เสียงแจ้งเตือนจากระบบกลับเงียบกริบ

เจียงเหอเรอออกมา ลูบท้องที่เริ่มแน่น ขมวดคิ้ว "เกิดอะไรขึ้น... พลังไม่เพิ่ม?"

เขาเปิดดูหน้าต่างสถานะ

[พละกำลัง]: 190 kg

น่องไก่อันนี้ ไม่มีผลจริงๆ

"ใช่แล้ว!"

"สมเหตุสมผล..."

เจียงเหอนึกถึงข้อมูลที่ระบบแจ้งเตือน

ใช้ยาอย่างสมเหตุสมผล

กินอาหารอย่างสมเหตุสมผล...

"หรือว่ากุญแจสำคัญ มันอยู่ที่คำว่า [สมเหตุสมผล]?"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 03 - การกินอย่างสมเหตุสมผล!

คัดลอกลิงก์แล้ว