เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 53 คำเตือนของข่งเซียนเซิง

ตอนที่ 53 คำเตือนของข่งเซียนเซิง

ตอนที่ 53 คำเตือนของข่งเซียนเซิง


ถังเทียนรู้สึกว่าทั่วทั้งร่างของเขาเติมเต็มไปด้วยพลัง  ข้างหลังประตูดาวกางเขน เขาฝึกฝนอย่างสุดกำลัง

หมู่ดาวเพอร์ซูส!  เชียนฮุ่ย!

ฉันกำลังจะมา!

ปัง ปัง ปัง! ถังเทียนสวมถุงมือโลหะดำหันหน้าฝึกกับกำแพงหมอกต่อเนื่อง  มือทั้งสองของเขามีเปลวไฟลุกห่อหุ้ม  ฝ่ามือแล้วฝ่ามือเล่าตบใส่กำแพงหมอก  ทุกๆ ฝ่ามือเป็นเหมือนระเบิดดาวตก เขาทำตามวิธีการของพี่สือโท่ว  ทุกๆ ครั้งเขาจะทำการทุบ  เหมือนกับเลียนแบบสร้างถุงมือ เนื่องจากพลังยุทธของถุงมือจะได้รับการปรับเปลี่ยนทันที

พลังยุทธที่บรรจุอยู่ภายในถุงมือโลหะดำก็คือเปลวเพลิงอย่างหนึ่ง

หลังจากตบทุบมาสองสามแสนครั้ง ถังเทียนรู้สึกว่าพลังเพลิงยุทธภายในถุงมือเริ่มแข็งและเข้มข้นต่อเนื่องมากขึ้น และยังไม่เหมือนกับแต่ก่อนที่มันลอยพลิ้วไม่แน่นอน  เหมือนกับว่ามันสามารถดับเมื่อไหร่ก็ได้

วิธีการของพี่สือโท่วใช้ได้ผลดี และถังเทียนมีกำลังใจเพิ่มขึ้นมาก ถ้าเป็นคนอื่นที่ใช้เวลาน้อยเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยจาก  ถ้าเทียบกับการตบทุบถึงสองสามแสนครั้ง  เก้าในสิบคนมักจะบอกว่าไม่คุ้มที่จะทำ  แต่สำหรับถังเทียนนั้นมีความสุข ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่เป็นการฝึกและสามารถพัฒนาถุงมือโลหะดำได้ต่อเนื่องจนกลายเป็นสมบัติระดับทองแดง  นี่นับเป็นสิ่งดีไม่อาจหาได้ในที่ไหนๆ

ฝ่ามือเงาสลายของถังเทียนฝึกได้สมบูรณ์แบบมานานแล้ว  แต่แม้ว่าเขาจะไม่ได้พักผ่อนเลยสักนิดในช่วงเวลานี้  เขาก็ยังห่างจากระดับวิชาสังหาร ฝนดาวตก

ฝ่ามือเงาสลายที่สมบูรณ์ทำให้ทุกๆเงาแตกสลายเป็นสิบสองส่วนวิชาสังหารฝนดาวตกสามารถระเบิดออกเป็นรังสีปราณสามสิบหกสายสามารถทำการดักจับหรือห่อหุ้มได้อย่างน่าอัศจรรย์

เหงื่อของถังเทียนหลั่งไหลลงมาเหมือนฝนตก ทุกๆ ฝ่ามือที่เขาใช้ออก เงาฝ่ามือจะระเบิดออกเป็นสิบสองส่วนในอากาศ  และกำแพงหมอกที่อยู่ต่อหน้าเขาก็มีเสียงระเบิดดังผัวะ ผัวะ ผัวะทุกๆ ฝ่ามือ

ปิงลอยมาอยู่ด้านหลังถังเทียนโดยมิได้พูดอะไรสักคำ

ฝ่ามือเงาสลายไม่เหมาะกับฟาดทำลายกำแพงหมอก นี่อยู่ในกลุ่มวิชาพลังไม่รุนแรงและพลังโจมตีเมื่อเทียบกับหมัดพิฆาตน้อยถือว่ายังน้อยกว่า แต่รัศมีโจมตีของมันกว้างใหญ่ แม้ว่ากระบวนการจะไม่เร็ว หลังจากฟาดไปเป็นแสนครั้ง ก็สามารถทำลายกำแพงหมอกได้ชิ้นใหญ่

แผ่นดินด้านหลังประตูดาวกางเขนพื้นที่มีการขยายออกไปเล็กน้อย และมีรัศมียี่สิบสี่เมตรแล้ว  เป็นผลของการสำเร็จวิชาเมื่อเห็นพื้นที่ขยายใหญ่ขึ้น

ถังเทียนฝึกเป็นบ้าเป็นหลัง

คนข้างนอกไม่เชื่อว่าพรสวรรค์ของเขาจะแย่จริงๆ   ตัวเขาเองรู้ตัวว่าเขาไม่มีพรสวรรค์แม้แต่น้อย  เมื่อเทียบความแข็งแรงกับคนอื่นปริมาณเหงื่อและการฝึกหนัก  เขาเหนือกว่าคนอื่นมากนัก และไม่มีช่องว่างใดให้กับโชค ยังคงมีเวลาสองสามวันก่อนจะมุ่งหน้าไปยังหมู่ดาวเพอร์ซูสและเขาตั้งใจจะปลุกวิชาสังหารของฝ่ามือสลายเงาในช่วงไม่กี่วันนี้ให้ได้

เหลืออีกเพียง 200,000 เที่ยว...

ถังเทียนคุกเข่าพยุงตัวเองไว้ เหงื่อหลั่งไหลราวกับสายฝน เขาล้มลงหอบหายใจอย่างหนัก

ปิงลอยตัวอยู่ด้านหลังเขาเงียบๆ

จู่ๆ ปิงถามขึ้นว่า “ทำไมเจ้าถึงฝึกหนักนักเล่า?

“ทำไมน่ะหรือ?” ถังเทียนเพิ่งฟื้นพลังได้เล็กน้อย เหยียดหลังตรงทั้งใบหน้าของเขามีแต่เหงื่อพราวเต็มไปหมด ผมของเขาเปียกชุ่ม เขามองปิงและพูดอย่างจริงจัง “ฉันต้องการแข็งแกร่ง”

“เป็นคนแข็งแกร่ง?” น้ำเสียงของปิงไม่เปลี่ยนแปลงกับทั้งใบหน้าขาวไร้ความรู้สึก เขาดูเหมือนตุ๊กตาหุ่นกลที่พูดได้ “ทำไมเจ้าถึงต้องการแข็งแกร่ง?”

“เพราะมีหลายสิ่งอย่างที่ฉันต้องการทำ” ถังเทียนย้อนถามทันทีว่า “อาปิง!นายไม่มีอะไรที่นายต้องการทำบ้างเหรอ?”

ปิงเงียบ และขณะที่ถังเทียนตระเตรียมเริ่มฝึกอีกครั้ง  เขาก็ตอบทันที “ใช่แล้ว”

ถังเทียนร่วงล้มทันที สิ่งที่เขากำลังทำ ตอนนี้เขาอยากรู้จริงๆ เขาขยับเข้ามาใกล้ “อาปิง! นายต้องการทำอะไร? นายพูดครั้งสุดท้ายไว้ไม่ใช่หรือว่า ความผิดพลาดของนายได้รับการไถ่ถอนแล้ว?”

ถังเทียนยังจำได้ว่าปิงพูดไว้ว่า “สำหรับร่างกายที่กลายเป็นวิญญาณ  ความผิดของเขาได้รับการไถ่ถอนแล้ว”

ปิงเงียบอีกครั้ง

“เนื่องจากนายมีหลายอย่างที่นายอยากจะทำ อย่างนั้นก็ไปเริ่มทำเลย!” นัยน์ตาถังเทียนเปล่งประกายแวววาว “นายทนทุกข์ทรมานมาหลายปีดีดักแล้ว หุ่นดินเผามีตั้งมากมาย และมีเพียงนายผู้เดียวที่กลายเป็นวิญญาณ นี่ย่อมหมายความว่านายเป็นหุ่นดินเผาที่ไม่ธรรมดา!ฮ่าฮ่า ก็เหมือนฉันไงเล่า นี่คือหนุ่มน้อยชาวฟ้า”

ปิงมองดูถังเทียนด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึกเป็นไปไม่ได้ที่จะบอกว่าเขามีความสุขหรือโกรธ

“พยายามให้เต็มที่ หนุ่มชาวฟ้าปิง” ถังเทียนยกแขนทั้งสองและพลังของเขาแตะตัวอาปิง  เขาปาดเหงื่อทั้งหมด จากนั้นหันไปฝึกต่อ

ปิงมองดูหลังของถังเทียนอย่างเงียบๆ

※※※※※※※※※※※※※※

คืนนั้นถังเทียนไม่ได้ฝึกฝน

ถังเทียนนั่งอยู่ข้างๆป้ายหินหลุมฝังศพทั้งคืน เมื่อพระอาทิตย์ขึ้นส่องแสงลงมายังพื้น ถังเทียนดูเหมือนเพิ่งตื่นจากฝัน

เขาปัดฝุ่นดินที่ก้นมองดูหลักหินหลุมศพแล้วพูดเบาๆ“แม่, ฉันไปล่ะนะ, อย่าห่วงฉันเลย ฉันกล้าหาญมาก และไม่กลัวอะไรตอนนี้ลูกของแม่เป็นลูกผู้ชายตัวจริงแล้ว ตอนนี้ฉันจะไปไล่ตามความฝันของตัวเอง”

ตาของถังเทียนเป็นประกายนุ่มนวลขณะเขาบ่นพึมพำ

หลังจากมองดูเป็นเวลานาน  ถังเทียนหันกลับทันทีและเดินลงเขาไป

เมื่อถังเทียนวิ่งเข้าประตูเมือง  เขาเห็นรถขนาดใหญ่มากเชื่อมติดต่อกันกับรถอื่นๆอีกสามคัน ผู้เดินทางหลายคนรวมตัวอยู่ในรถคันใหญ่และในกลุ่มนั้น  ถังเทียนเห็นผู้เฒ่าเว่ยและอาจารย์เฉิน อาจารย์เฉินได้รับการว่าจ้างจากผู้เฒ่าเว่ยให้สอนวิชาพื้นฐานของสถาบันคาราเมล

“อาจารย์เฉิน” ถังเทียนตะโกนและโบกมือทั้งสอง หลังจากนั้น เขาพุ่งตรงไปหาอาจารย์เฉิน

หน้าของอาจารย์เฉินมีรอยยิ้มใจดี“ถังเทียน, เธอทำให้ครูภูมิใจ”

พอมองเห็นเด็กหนุ่มหัวแข็งผู้นี้แล้ว อาจารย์เฉินตื่นเต้นลึกๆเขากล่าวให้กำลังใจว่า “ถังเทียน, เธอต้องจำไว้ให้ดี, ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น  เธอต้องไม่ยอมแพ้”

ถังเทียนได้ยินคำพูดที่เอาใจใส่และอบอุ่นของอาจารย์เฉิน  พลันอบอุ่นในหัวใจและพยักหน้าไม่หยุด  “ผมจะไม่ยอมแพ้ครับ, ครู”

ผู้เฒ่าเว่ยยืนอยู่ข้างๆเอ่ยขึ้น “เจ้าหนูถัง! อย่าทำให้สถาบันคาราเมลของเราต้องขายหน้าล่ะ”

“ปู่, ปู่ห่วงตัวเองดีกว่า  เมื่ออัจฉริยะทั้งสองอย่างเราไปจากสถาบันแล้วและปู่สะสมคะแนนน่าเชื่อถือไม่พอในปีต่อไป เราจะไม่ช่วยปู่อีกต่อไปแล้วนะ”  ถังเทียนแลบลิ้นใส่ผู้เฒ่าเว่ย

ผู้เฒ่าเว่ยหัวเราะ  “เจ้าหนู, ไสหัวไปจากที่นี่ได้แล้ว”

ไม่ต้องอำลากันหลายคำถังเทียนโบกมือให้ผู้อาวุโสทั้งสองแล้วโดดขึ้นตู้โดยสาร

เมื่อมองผ่านกระจกห้องโดยสารเขามองออกไปด้านนอกทันที ถังเทียนรู้สึกเศร้า เขาอยู่ที่นี่มาสิบเจ็ดปี ในที่สุดก็ได้เวลาที่เขาจะจากไป แต่เขารวบรวมพลังทั้งหมดไว้แล้ว นี่คือการเริ่มต้นชีวิตใหม่ เขาต้องมองไปข้างหน้าเพื่ออนาคตของเขา

ไม่นานนัก คนอื่นๆ ก็ทยอยเข้ามาในตัวรถ

ทุกคนต่างทักทายกันด้วยอัธยาศัยที่ดี  หานปิงหนิงยังคงมีหน้าเปื้อนคราบน้ำตา

ตู้โดยสารนั้นใหญ่มหึมา  ภายในมิได้ตกแต่งเลิศหรู  แต่สะดวกสบายมาก เพราะมีพื้นที่มากนั่นเอง

ขบวนรถขนส่งเริ่มเคลื่อนที่ออกไป และทุกคนต่างโบกมือให้กับคนข้างนอก ไม่ว่าพวกเขาจะแข็งแกร่งมากเพียงไหนแต่อย่างมากพวกเขาก็ยังเป็นวัยรุ่นขบวนรถเคลื่อนที่รวดเร็วมาก  ภายในวินาทีเดียวก็มองไม่เห็นเงา  เมืองซิงฟงค่อยๆ ลับหายไปจากสายตาพวกเขา  เด็กหนุ่มสาวค่อยกลับไปนั่งประจำที่ของตน  แต่ตอนนี้ทุกคนไม่สนใจอะไรมากอีกแล้วนี่เป็นประสบการณ์ครั้งแรกที่พวกเขาต้องลาจากภูมิลำเนาของตน

หลังจากผ่านไปได้ครึ่งชั่วโมง  อารมณ์ของทุกคนก็เริ่มสงบ และบรรยากาศภายในรถค่อยๆเริ่มเป็นกันเอง

“นี่มันรถอะไรกันนี่, มันเดินทางได้เร็วเหลือเกิน”  อาโมรี่ชะโงกดูที่หน้าต่างด้วยความตกใจ

ผู้อาวุโสข่งหัวเราะชอบใจ “นี่คือรถม้าโดยสารสมบัติดวงดาวของหมู่ดาวเพกาซัส สมบัติชนิดนี้เหมาะสำหรับเดินทางไกลเป็นที่สุด  และมันขึ้นชื่ออย่างมากทางด้านนี้โดยเฉพาะ  รถโดยสารนี้รักษาสมดุลได้ทุกตำแหน่งรับผู้โดยสารได้ถึงสองร้อยคน แต่ตามปกติเราจะรับส่งคนเพียงสามสิบ ขณะที่เราปรับปรุงพื้นที่ส่วนอื่นไว้สำหรับฝึกฝน”

“ความเร็วขนาดนี้ไวกว่าวิชาแปดก้าวไล่จับจักจั่นของฉันเลย”  ถังเทียนตกใจ

“ฮ่าฮ่าฮ่าวิชาตัวเบาระดับสามไม่อาจเทียบได้กับรถขนส่งที่เป็นสมบัติดวงดาว แต่รถขนส่งสมบัติดวงดาวก็ต้องใช้หินดวงดาวเพื่อใช้ในการเดินทางครั้งนี้อย่างน้อยต้องเป็นหินดวงดาวระดับสี่”

เมื่อทุกคนได้ฟัง พวกเขาพากันตกใจ

ทุกคนอาจเคยเห็นหินดวงดาวระดับสี่  แต่ในเมืองซิงฟง ถือว่านี่เป็นของหาได้ยาก  แต่ในเวลานี้การเดินทางเที่ยวนี้จะต้องสิ้นเปลืองหินดวงดาวระดับสี่ไปก้อนหนึ่ง สมาพันธ์เกียรติยศชาวยุทธดูเหมือนจะร่ำรวยกันทุกคน

ผู้อาวุโสข่งหัวเราะชอบใจ “ดาวอู่อันเป็นดวงดาวเป็นดวงดาวชายขอบไม่ไดตั้งอยู่ที่สวรรค์วิถี นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเธอออกมาผจญภัยโลกภายนอก  มีบางอย่างที่ฉันต้องบอกกล่าวตักเตือนพวกเธอไว้”

ทุกคนตั้งใจฟัง

“พวกเธอมีพรสวรรค์ดีมากกันทุกคน  แต่อย่าเพิ่งได้ใจเกินไป  เมื่อพวกเธอไปถึงหมู่ดาวเพอร์ซูส  พวกเธอจะรู้ว่ายังมีคนที่มีพรสวรรค์อยู่ในจักรวาลของเราอีกมากมากเกินกว่าพวกเธอจะนึกภาพออก นอกจากนี้พวกเธอจะต้องรู้ไว้ว่าวิถีการดำเนินชีวิตของสมาพันธ์เกียรติยศชาวยุทธของพวกเรากับเมืองซิงฟงนั้นแตกต่างกัน  สมาพันธ์เกียรติยศชาวยุทธมักจะมีการกระตุ้นให้ซ้อมมือและต่อสู้  การแข่งขันภายในสมาพันธ์ฯ จะถี่แน่นมากไม่ว่าจะเป็นผลสำเร็จหรือทรัพยากร  ถ้าพวกเธอต้องการได้มากขึ้น  พวกเธอต้องได้มันมาจากการต่อสู้กับคนอื่นยิ่งพวกเธอทำได้ดีกว่า พวกเธอก็จะได้รับการสนับสนุนจากสมาพันธ์เกียรติยศชาวยุทธ  ฉันเลือกพวกเธอสองสามคนและจัดให้ไปหมู่ดาวเพอร์ซูส  ก็จะมีทั้งอันตรายและแรงกดดัน  แต่พวกเธอฉลาดกันทุกคนฉันอยากให้พวกเธอเข้าใจไว้”

ผู้อาวุโสข่งยังคงพูดต่อ “อย่างไรก็ตาม ตราบเท่าที่พวกเธอทำได้ดีพวกเธอจะได้เก็บเกี่ยวผลประโยชน์ ผลประโยชน์พวกนี้มากเกินกว่าพวกเธอจะคาดถึงเสียอีก  ยิ่งกว่านั้น สถาบันที่พวกเธอได้เรียนมาครอบครัวของพวกเธอจะพลอยได้รับประโยชน์จากการนี้ไปด้วย อำนาจของสมาพันธ์เกียรติยศชาวยุทธมากเกินกว่าพวกเธอจะจินตนาการ  ดังนั้นในช่วงเวลานี้พวกเธอจะต้องไม่คิดถึงสถานที่ซึ่งพวกเธอกำลังไป สิ่งที่พวกเธอจำต้องให้ความสนใจ ก็คือทำอย่างไรจึงจะแข็งแกร่ง  เมื่อพวกเธอแข็งแกร่งขึ้น อาจารย์ที่ปรึกษาและผู้ที่ให้คำแนะนำจะได้เห็นศักยภาพของเธอเร็วขึ้น”

“สำหรับพวกเธอทุกคน  นั่นคือสิ่งที่สำคัญที่สุดและเป็นสิ่งสำคัญเพียงประการเดียว  อย่าคิดอาศัยแต่โชคการแข่งขันภายใน โหดและตรงไปตรงมาเกินกว่าพวกเธอจะนึกภาพออก”

ผู้อาวุโสข่งกวาดตามองทุกคนช้าๆ

กลุ่มนักเรียนเริ่มรู้สึกถึงความกลัวแรงกดดันมหาศาลปรากฏอยู่บนใบหน้าพวกเขา

“เมื่อพวกเธอตามคนอื่นไม่ทัน จะไม่มีใครคอยดุด่าว่ากล่าวหรือตบตีพวกเธอ  ผลประการเดียวที่ตามมาก็คือเธอจะหายไปโดยไม่มีร่องรอย  ในภารกิจอันตรายเหล่านั้น  ความตายของพวกเธอจะมาอย่างเงียบกริบ  จะไม่มีผู้ใดล่วงรู้”  ผู้อาวุโสข่งมองดูเคร่งขรึม  “ฉันไม่ได้ล้อเล่น”

ทุกคนสีหน้าเปลี่ยน  คำพูดของผู้อาวุโสข่งทำให้พวกเขารู้สึกกดดัน ไม่มีใครสามารถนึกภาพออกได้เลยว่า สมาพันธ์เกียรติยศชาวยุทธที่ทุกคนเบียดเสียดต้องการเข้าร่วมด้วยจะเต็มไปด้วยอันตราย

“พวกเธอจะได้ตระหนักรู้ว่าในช่วงเวลานี้ใบหน้าของคนคุ้นเคยรอบๆ ตัวเธอจะลดน้อยลงเรื่อยๆ”

พวกเขามีอยู่เพียงไม่กี่คนที่ยังสงบอยู่ได้ แต่กู่เซี่ยวหวี่สั่นด้วยความกลัวตั้งแต่หัวจรดเท้า  นอกจากคนทั้งหมดเหล่านี้แล้ว  เขาอ่อนแอที่สุด พลังน้อยที่สุด  จนกระทั่งเดี๋ยวนี้เขายังไม่รู้ตัวเลยว่าถูกเลือกเข้ามาได้อย่างไร

“ช่วงระหว่างเดินทางนี้ ฉันจะแนะนำพวกเธอโดยตรงเลย” ผู้อาวุโสข่งพูดเสียงนุ่มนวล“มาเถอะ ทุกคน”

จบบทที่ ตอนที่ 53 คำเตือนของข่งเซียนเซิง

คัดลอกลิงก์แล้ว