เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 52 การทดสอบที่น่าห่วง

ตอนที่ 52 การทดสอบที่น่าห่วง

ตอนที่ 52 การทดสอบที่น่าห่วง


“โอว, ทุกคนมาพร้อมกันแล้ว” เจ้าเมืองพยักหน้า, เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับผู้อาวุโสอู่ทำให้เขาถึงกับสะดุ้งแม้ในเรื่องเล็กน้อยทุกเรื่อง จนกระทั่งคนของสมาพันธ์เกียรติยศชาวยุทธมาถึง  เท่านั้นเองเขาจึงนอนตาหลับได้

เขามีใบหน้ายิ้มแย้ม “ผมได้เชิญข่งเซียนเซิง (ท่านข่ง) มาทำการทดสอบพรสวรรค์ของพวกเขา”

บุรุษวัยกลางคนสวมชุดนักสู้ชุดยาวยิ้มแล้วพยักหน้า  ชุดนักสู้ชุดยาวของเขามีความสวยงามประณีตปักด้ายสีทองเป็นลายดอกไม้ละเอียดอ่อน  เขาสั่งด้วยท่าทีที่สง่างาม “อย่างนั้นเรามาเริ่มกัน”

“ได้เลย”  ผู้อาวุโสคนหนึ่งตอบทันที  เขายืนอยู่ต่อหน้าพวกนักเรียน  ในมือของเปล่งม่านพลังแสงสว่างทันที  ด้วยการสลัดนิ้วของเขารัศมีแสงกระจายออกเป็นหลายรัศมี เหมือนกับรัศมีของเทวดา พุ่งตรงเข้าหานักเรียน

พอเห็นนักเรียนบางคนเตรียมตั้งท่าหลบ ผู้อาวุโสตะโกนด้วยเสียงทุ้ม “อย่าเคลื่อนไหว!”

ระดับเสียงของเขาไม่ดัง แต่เป็นเหมือนฟ้าร้องกรอกหูทุกคน นักเรียนทุกคนจึงไม่กล้าขยับ

รัศมีทั้งหลายลอยขึ้นไปในท้องฟ้า และขยายจนมีขนาดใหญ่อย่างรวดเร็ว  หลังจากนั้นก็ร่วงลงมา  รัศมีทุกลูกที่ร่วงลงมาจะตรึงเท้านักเรียนไว้ภายใน

หลังจากนั้นชั่วครู่ สีของรัศมีก็เริ่มเปลี่ยนแปลงเป็นสีต่างๆ

ถังเทียนจ้องดูรัศมีที่เท้าของเขาด้วยความสงสัย  รัศมีทรงกลมส่องประกายแป็นแสงสีดำ

พอได้ยินผู้อาวุโสตะโกน “นักสู้ทั้งหมดที่มีรัศมีสีทอง ก้าวออกมาสิบก้าว”

มีเพียงห้าคนคือ ซือหม่าเซียงซาน, เหลียงชิว, หานปิงหนิง, อาโมรี่ขณะที่นักเรียนอีกคนหนึ่งไม่เป็นที่รู้จักและหน้าของเขาดูสับสน  ถ้าโจวเผิงยังมีชีวิตอยู่เขาคงจำคนผู้นี้ได้แน่นอน เนื่องจากเขาเป็นคนที่โจวเผิงชอบรังแกอยู่เสมอกู่เซี่ยวหวี่

เมื่ออาจารย์ใหญ่ของสถาบันแอนดรูว์เห็นกู่เซี่ยวหวี่ได้รับเลือก  หน้าของเขาแสดงออกถึงความปีติยินดี

“รัศมีเงิน ก้าวออกมาเจ็ดก้าว”

ตอนนี้จำนวนนักเรียนที่เดินออกมามีมากกว่า หวังเจิ้นเป็นหนึ่งของกลุ่มนักเรียนที่มีชื่อเสียงจากคนจำนวนมาก  คนที่เหลือมีเพียงเจ็ดคนเท่านั้น

“รัศมีทองแดง  ก้าวออกมาสามก้าว”

นักเรียนหกคนเดินออกมา เหลือเพียงถังเทียนที่ยังอยู่ในตำแหน่งเดิม

ถังเทียนมองไปรอบๆจึงรู้ได้ทันทีว่าดูเหมือนเขาจะเป็นเพียงคนเดียวที่ได้รัศมีสีดำ

ผู้อาวุโสหันมารายงานบุรุษวัยกลางคนด้วยเสียงเบา “ท่านขอรับ, มีอยู่ห้าคนที่มีคุณสมบัติโดดเด่น  สี่สิบสองคนมีคุณสมบัติดีเยี่ยมและหกคนถือว่าผ่านเกณฑ์  มีตกอยู่คนเดียว”

สีหน้าทุกคนดูแปลกประหลาด คนที่ผู้อาวุโสบอกว่าตกมีแต่เพียงถังเทียน  เพราะถังเทียนยืนอยู่อีกฝั่งหนึ่งคนเดียว

ทุกคนรู้สึกมีความสุขที่มิอาจบรรยายได้ในใจของเขา

พรสวรรค์ของถังเทียนย่ำแย่นักหรือ?

นี่มันเรื่องตลกร้ายหรือเปล่า?  หรือว่าหรือว่า นี่เป็นแค่การล้อเล่น?

ถังเทียนไม่ได้สนใจนัก และยังคงมองดูรอบๆ ด้วยความสงสัย  เจ้ารัศมีนี่น่าเล่นนัก มีสีทุกประเภทเลย  สำหรับสมาพันธ์เกียรติยศชาวยุทธถังเทียนไม่ใส่ใจอยู่แล้ว ถ้าเขาไม่ได้ยินว่าสวรรค์วิถีเป็นที่อันตราย เขาได้วางแผนฝึกวิทยายุทธอื่นของเขาให้สมบูรณ์  ตอนนี้เขาสามารถตามหาเชียนฮุ่ยที่หมู่ดาวเพอร์ซูสได้

อาโมรี่เห็นกับตาตัวเองและตะโกน “นี่ต้องผิดปกติแน่นอน!  ถังพื้นฐานสอบตกได้ยังไง?  เป็นไปไม่ได้! เป็นไปไม่ได้!”

หน้าของผู้อาวุโสคล้ำ “ฉันวิเคราะห์คุณสมบัติคนมาเป็นเวลาเกินกว่ายี่สิบปีแล้วและฉันไม่เคยวิเคราะห์ผิด”

เสียงเย็นชาของหานปิงหนิงดังขึ้น  “ท่านผู้อาวุโสทดสอบอีกครั้งได้ไหม?”

อาการบาดเจ็บที่ไหล่ของเหลียงชิวดีขึ้นแล้วเขายิ้มและพูดด้วยเสียงสงบเหมือนไอน้ำลอยเอื่อย “ผู้อาวุโสกำลังใช้สมบัติอยู่ใช่ไหม?สมบัติก็คลาดเคลื่อนได้ง่ายนะ”

ซือหม่าเซียนซานกำลังแย้มยิ้ม แต่เสียงของเขาเหมือนลอยละล่องมาจากที่มืดมน “ถ้าพรสวรรค์ของพ่อหนุ่มถังถูกมองว่าย่ำแย่  อย่างนั้นเราผู้นี้จะทนได้ยังไง”

ผู้อาวุโสมีสีหน้าหวานอมขมกลืน นี่เป็นครั้งแรกที่เขาอยู่ในสถานการณ์แบบนี้  และอยู่ต่อหน้าข่งเซียนเซิงอีกด้วยเขารู้สึกอาย   ถ้าเป็นนักเรียนของเขา  เขาก็คงเสียอารมณ์ แต่คนเหล่านี้พวกเขามีพรสวรรค์กันทุกคน และพวกเขาอาจมีโอกาสเข้าสมาพันธ์เกียรติยศชาวยุทธได้

ถังเทียนได้ยินสิ่งที่พวกเขาพูด เขาจึงเดินออกมา  และแสดงสีหน้าสงสัย “ผู้อาวุโสทำนายไม่ผิดหรอกพรสวรรค์ฉันห่วยจริงๆ”

ถังเทียนรู้ชัดว่าพรสวรรค์ของเขานั้นไม่ดี  เขามีความสมดุลในทุกด้าน และไม่มีด้านใดที่โดดเด่น สำหรับร่างกายของเขา เขาได้รับประโยชน์จากการฝึกฝนวิชาต่อสู้ขั้นพื้นฐานมาห้าปี แต่ถ้าเทียบกับร่างกายที่อดทนของอาโมรี่แล้ว  เขายังเทียบไม่ติด

หลังจากได้ยินสิ่งที่เขาพูด ทุกคนอายหน้าแดงจนแทบกระอักเลือด

ได้โปรด  เราคงปล่อยวางได้ถ้านายทำตัวเหมือนเกกมะเหรกเกเร  แต่ถ้านายต้องการจะหลอกพรสวรรค์ของนายด้วย  นายจะพลอยทำให้พวกเรากลายเป็นไอ้งั่งไปด้วย..รู้ไหม?

อาโมรี่ถลึงตามอง “ถังพื้นฐาน, นายคือหนุ่มน้อยชาวฟ้า  พรสวรรค์ของนายจะกระจอกได้ยังไง?”

“พรสวรรค์มันเกี่ยวอะไรด้วยกับการเป็นหนุ่มน้อยชาวฟ้า?”  ถังเทียนไม่เห็นด้วย

ทุกคนสับสนเอียงศีรษะมองต่อกันไปเป็นทอดๆ พวกเขาไม่กล้ามองตรงๆ นี่นี่นี่เป็นเรื่องท้าทายสติปัญญาของทุกคนอย่างเปิดเผย

นายคิดว่าเราจะเชื่อเรื่องอย่างนั้นหรือ ถ้าเราเชื่อเรื่องอย่างนั้นเราก็เป็นไอ้งั่งน่ะสิ

ถ้าเปลี่ยนเป็นคนอื่นพูดอย่างนั้น ทุกคนคงวิ่งไปกระทืบเขาจนตายแน่ แต่ว่านี่คือถังเทียน  คนที่เพิ่งมีชื่อเสียงโด่งดังเป็นคนพูด  คนอื่นๆ ก็แค่พอทนได้  แต่ความรู้สึกนี้ ไม่น่าพอใจเสียเลย

ผู้อาวุโสมองดูปฏิกิริยาพวกเขาและดูเหมือนจะลังเลเล็กน้อย  อาจเป็นไปได้ว่าคงมีปัญหาสักอย่างกระมัง?

เขาไม่พูดสักคำ และกระดิกนิ้วของเขา  รัศมีพร่างพรายก็โผล่ออกมาและห้อมล้อมถังเทียนไว้

สายตาทุกคู่จับจ้องดูรัศมีนั้น

มันฉายแสงสีดำ

และดำยิ่งกว่าครั้งก่อน

ผู้อาวุโสมั่นใจ เขากล้ารับรองได้ว่าคราวนี้ไม่มีปัญหาแน่ รัศมีดำอย่างนั้น  เขาเพิ่งเห็นเป็นครั้งแรก นั่นย่อมแสดงให้เห็นว่าเด็กหนุ่มผู้ยืนอยู่ต่อหน้าเขานี้ พรสวรค์ของเขานั้นไม่ใช่แค่ห่วยธรรมดา ต้องบอกว่าโคตรห่วยถึงจะถูก

ใบหน้าของทุกคนมีสีหน้าแปลกประหลาด พวกเขามองดูผู้อาวุโสด้วยความสงสัย

ในทางตรงกันข้าม ถังเทียนพูดด้วยความเย่อหยิ่งว่า “ก็ฉันบอกไปก่อนแล้วว่าพรสวรรค์ของฉันแย่มาก”

สีหน้าแปลกประหลาดของทุกคน ชะงักค้างอยู่บนใบหน้า

เจ้าเด็กอันธพาลนี่ จริงๆ เลย ยังมัวภูมิใจกับเรื่องนั้นอยู่อีก

เขาต้องเล่นตลกกับผู้คนเป็นแน่

ช่างเป็นอันธพาลที่น่ากลัวจริง  เขาคงหยอกล้อผู้คนเล่นแน่  นิสัยของเขาน่ากลัวมาก  ดังนั้น ถ้าความสามารถของเขาดีจริง  ก็คงไม่เป็นไรที่เขาหยอกล้อผู้คนเพราะเขามีความสามารถที่ดีจริงๆ...

หัวใจของทุกคนแทบฉีกขาด พวกเขามั่นใจเต็มร้อยว่าถังเทียนทำเช่นนี้เพราะมีวัตถุประสงค์

ต้องมีวัตถุประสงค์อย่างแน่นอน

แน่นอนพวกเขาลืมอัจฉริยะรายอื่น อาโมรี่ตกตะลึงมองดูแล้วตะโกน “ถังพื้นฐาน,นายสมควรถูกเรียกว่าหนุ่มชาวฟ้าแน่นอน!  ด้วยพรสวรรค์น่ากลัวอย่างนั้นนายยังสามารถฝึกฝนจนยิ่งใหญ่ขนาดนั้นได้  นั่นเป็นแรงบันดาลใจอย่างมาก”

เผียะ

อาโมรี่ถูกตบจากด้านหลัง เขาทำตาโตแล้วหันไปถลึงตามองเหลียวชิว ความโกรธเขาลดลง และมีสีหน้าสับสน “พี่เหลียงชิวตีฉันทำไม?”

เหลียงชิวตอบอย่างสงบเสงี่ยม “โอ้ว... มือมันลื่น”

หานปิงหนิงขมวดคิ้วแล้วพูดว่า “ถังเทียน เลิกเล่นได้แล้ว”

“อ้า..คุณหนูนั่นเอง”  ถังเทียนมึนงง “เล่นอะไรกัน?”

ทุกคนยังคงคงเงียบต่อไป ถ้าหานปิงหนิงไม่สามารถโน้มน้าวถังเทียนได้  อย่างนั้นพวกเขาคงมิกล้าเสนอหน้าแต่อย่างใด

ทุกอย่างที่ถังเทียนพูดมักถูกกันท่าเป็นส่วนใหญ่  พวกเขาทุกคนรู้สึกว่า  พวกเขาทุกคนรู้สึกว่าเขากวนโมโหเขาต้องการถ่วงสติปัญญาของพวกเขาให้ไปอยู่ในระดับเดียวกับตนเอง แล้วจากนั้นก็ใช้ประสบการณ์มากมายของเขาเอาชนะพวกเขาทุกคน  ใช่แล้ว ต้องเป็นแบบนั้นแน่นอน

อย่างนั้น สมาพันธ์เกียรติยศชาวยุทธจะแข็งแกร่งเหมือนดังตำนานเล่าขานจริงๆ หรือ?  แม้ว่าที่นี่จะมีผู้มีพรสวรรค์แย่ อย่างนั้นศักยภาพในอนาคตของผู้คนช่างน่าเป็นห่วงนัก

ถังเทียนเป็นคนที่แปลกเกินไปจริงๆ ถึงขนาดที่ว่าแม้แต่ผู้อาวุโสยังหวั่นไหวและคิดว่าถังเทียนใช้สมบัติดวงดาวบางอย่างปกปิดสร้างความสับสนให้กับสมบัติของเขาหรือเปล่า?  เขาควรจะลองดูอีกครั้งหรือไม่?

ผู้อาวุโสชักจะไม่แน่ใจ

นัยน์ตาของข่งเซียนเซิงทอประกายเล็กน้อย เขายิ้มให้เจ้าเมือง “ผมเคยไปเมืองมาหลายเมืองคล้ายๆ เมืองซิงฟงนี่แหละ แต่การได้พบเด็กหนุ่มที่มีพรสวรรค์และโดดเด่นขนาดนี้  นับเป็นครั้งของผมจริงๆ  คุณได้พูดไว้ก่อนนี้แล้วว่าท่านเจ้าเมืองเอาใจใส่ในการสอนและแนะนำดีมาก  พอเห็นวันนี้แล้ว น่าชื่นชมจริงๆ”

เจ้าเมืองมีความสุข  “ข่งเซียนเซิงชมเกินไปแล้ว  ผมไม่แน่ใจว่าในจำนวนนักเรียนทั้งหมดเหล่านี้  คุณให้ความสนใจกี่คน?”

“ห้าคนเหล่านี้ไม่มีปัญหาแต่อย่างใดเลย พรสวรรค์ทั้งหมดของพวกเขาไม่แย่เกินไป และพวกเขายังอายุเยาว์ พวกเขามีอนาคตที่สดใส” ข่งเซียนเซิงยังคงมองถังเทียน “สหายน้อยผู้นี้ดึงดูดความสนใจผมได้มากทีเดียว เพียงแต่เขาอายุมากไปหน่อย ก็คงสามารถเข้าร่วมกองทหารรอบนอกของผมได้”

“เจ้าเมืองพลอยมีความสุขไปด้วย ที่มีหกคนได้รับเลือกในช่วงเวลาสั้นๆสำหรับเมืองซิงฟงนับเป็นผลลัพธ์ที่ดีมาก  เมื่อก่อนวันนี้เมืองซิงฟงปรารถนาจะเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มที่มีพลังแท้จริงอย่างสมาพันธ์เกียรติยศชาวยุทธ  และได้รับการคุ้มครองจากพวกเขา

“ฉันต้องการไปหมู่ดาวเพอร์ซูส” ถังเทียนยกมือ  เขาตัดสินใจแล้วว่าถ้าเขาไม่มีโอกาสได้ไปหมู่ดาวเพอร์ซูส อย่างนั้นเขาจะไม่ร่วมสมาพันธ์เกียรติยศชาวยุทธ

“หมู่ดาวเพอร์ซูส?” ข่งเซียนเซิงยิ้มกว้าง  “นั่นสบายมาก  เรามีสาขาใหญ่อยู่ในหมู่ดาวเพอร์ซูส  เธอจะไปอยู่ที่ค่ายนั่น”

“เยี่ยมเลย”  ถังเทียนกระโดดดีใจและชูมือกล่าวอย่างร่าเริง “อย่างนั้นฉันก็ประหยัดในการเดินทางแล้ว”

อีกด้านหนึ่งซือหม่าเซียงซานและคนอื่นพากันเหลือกตา ได้โปรดเถอะนายก็เป็นยอดฝีมือเหมือนกัน วางมาดสงบๆ เท่ห์ๆ หน่อยได้ไหม..

“ฉันกำลังจะไปหมู่ดาวเพอร์ซูสแล้ว! ว้าว! ฉันจะได้เห็นคุณเชียนฮุ่ยด้วย”อาโมรี่ร่าเริงพร้อมกับชูมือสูงด้วยเช่นกัน

คุณเชียนฮุ่ย!

หานปิงหนิงพูดอย่างไม่ลังเลใจเช่นกัน  “ฉันก็ต้องการไปหมู่ดาวเพอร์ซูสด้วย”  เธอคือแฟนคลับตัวยงของเชียนฮุ่ย  ถ้าเธอสามารถพบเชียนฮุ่ยด้วยตัวเองไม่ว่าไกลแค่ไหนเธอก็จะไปแน่นอน

ซือหม่าเซียงซานหน้าเคร่งและขบฟัน “เชียนฮุ่ย... ดีแล้ว.. หมู่ดาวเพอร์ซูส!  ฉันไม่เคยคิดเลยว่าจะมีโอกาสได้แก้แค้นสำหรับความคับข้องใจครั้งก่อน”

“ความคับข้องใจครั้งก่อนหรือ?”  ถังเทียนถลึงตามอง “อ่าฮะ,นายหมายถึงความคับข้องใจเก่าหลายๆ ครั้งน่ะเหรอ?”

ซือหม่าเซียนซานรู้สึกเหมือนโดนธนูพันดอกยิงใส่หัวใจ  ในที่สุดเขาก็รู้สาเหตุที่เชียนฮุ่ยหลงรักถังเทียน

เพราะถังเทียนมันแสบสันต์มากกว่าเธอนั่นเอง

“ใช่แล้ว! ความคับข้องใจเก่าก่อนตั้งหลายครั้ง” นัยน์ตาของซือหม่าเซียงซานลุกโพลงไปด้วยรังสีฆ่าฟันและเสียงของเขาเยียบเย็น

เหลียงชิวพูดเบาๆ  “น่าเสียดาย ถ้าฉันได้ประลองฝีมือกับเชียนฮุ่ยสักครั้งในชีวิตก็คงจะดี”

กู่เซี่ยวหวี่พูดอย่างขลาดๆ “ฉัน..ฉันขอตามทุกคนก็แล้วกัน”

ผู้อาวุโสถึงกับตกใจ ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่สมาพันธ์เกียรติยศชาวยุทธยอมให้ผู้คนตั้งกลุ่มกันเอง?

ข่งเซียนเซิงประหลาดใจเล็กน้อย แต่เขายิ้มแล้วกล่าวว่า “พวกเธอเหล่าผู้เยาว์ทุกคนช่างผูกพันกันดี  น่าอิจฉาเหลือเกิน กลุ่มที่จะเดินทางไปที่หมู่ดาวเพอร์ซูสต้องแข็งแกร่ง  ยังไม่ต้องพูดถึงความแข็งแกร่งของพวกเธอ  เนื่องจากพวกเธอทุกคนต้องการความก้าวหน้า จะต้องไม่มีปัญหาอะไรแน่นอน”

ผู้อาวุโสตะลึง พวกเขามาด้วยภารกิจในใจอย่างหนึ่ง ถ้าพวกเขาไม่นำคนๆ หนึ่งกลับไป...

เขาเตรียมจะทักท้วง แต่เขาก็คิดได้ทันทีว่าผู้ที่รับผิดชอบที่สาขาดาวเพอร์ซูสก็คือน้องสาวของข่งเซียนเซิง  ผู้อาวุโสนั้นจึงต้องหุบปาก

สตรีคนนั้น...น่ากลัว!

จบบทที่ ตอนที่ 52 การทดสอบที่น่าห่วง

คัดลอกลิงก์แล้ว