เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 32 วิชาพลองวายุมายา

ตอนที่ 32 วิชาพลองวายุมายา

ตอนที่ 32 วิชาพลองวายุมายา


“ศิษย์พี่, เขาเป็นใคร?”ไฉเสวี่ยถามด้วยสีหน้าสงสัย

ความจริงศิษย์พี่รู้จักคนผู้นี้  ไฉเสวี่ยและเหอเสี่ยวฉินมองหน้ากันเอง  จิตใจพวกเธอเต็มไปด้วยความสงสัย  พอคิดดูแล้ว อาจารย์ใหญ่ของพวกเธออนุญาตให้พวกเธอออกมา  อาจารย์ใหญ่รู้เรื่องนี้ด้วยหรือไม่?พอดูพื้นที่ผู้ชมที่มีแต่นักสู้ที่มีชื่อเสียงนักเรียนยุทธที่แข็งแกร่งที่สุดระดับสามสถาบันสุดยอดของเมืองซิงฟงและยอดฝีมือคนอื่นทยอยเข้ามาทีละคน แม้ว่าเหลียงชิวแห่งสถาบันเหมิ่งโซ่วจะไม่ปรากฏตัว  แต่ก็มีหวังเจิ้นมาชมเป็นการส่วนตัว  เห็นได้ชัดว่ามีใครบางคนที่มีระดับความสำคัญอยู่ในที่นี้

เป็นไปได้ว่าเมืองซิงฟงมีอัจฉริยะถือกำเนิดหรือเปล่า?

นอกจากนี้เขาและศิษย์พี่ดูเหมือนจะรู้จักกัน

แต่พวกเขาทั้งสองรู้จักกันแน่ชัด  ทัศนคติที่ศิษย์พี่มีต่อบุรุษ

“เขาคือถังเทียน”  หานปิงหนิงพยายามสงบจิตใจ  พยายามอย่างหนักเพื่อข่มใจตนเองไม่ให้ทักทายถังเทียนที่พูดกับเธอสร้างความลำบากใจให้เธอ

“อ๋า! เขาคือถังเทียน?”

“เขาคือถังเทียนเหรอ?”

ไฉเสวี่ยและเหอเสี่ยวฉินปากอ้าค้างพร้อมกัน  ทั้งสองคนมีสีหน้าไม่อยากเชื่อ  บุรุษที่อยู่ข้างล่างคือถังเทียนจริงๆหรือ?  สุดยอดนักเรียนซ้ำชั้นในตำนาน  นักเรียนสวะผู้ถูกไล่ออกจากโรงเรียนถังเทียน?  ถังเทียนที่เชียนฮุ่ยชอบในปีนั้นน่ะหรือ?

เชียนฮุ่ย...เป็นไปได้ไง...

ไฉเสวี่ยและเหอเสี่ยวฉินมองหน้ากันเองอีกครา  พวกพวกเธอรู้ชัดว่าศิษย์พี่หญิงเทิดทูนเชียนฮุ่ย

ไฉเสวี่ยลังเลชั่วขณะ  แต่เมื่อไม่อาจทนต่อไปได้ จึงพูดติดอ่าง “ศะ..ศิษย์พี่ชอบเชียนฮุ่ยย่อมไม่เป็นปัญหา แต่ชอบผู้ชายของเธอด้วย นี่ออกจะ...”

เหอเสี่ยวฉินพูดตรงมากกว่าด้วยใบหน้าเคร่งเครียด“ศิษย์พี่!  ปลาในทะเลมีตั้งมากมายทำไมพี่ต้องเลือกรองเท้าชำรุดคู่นี้”

หานปิงหนิงเม้มปากแน่น เธอต้องพยายามหักห้ามใจไม่ให้ชักกระบี่ฟันใส่คนข้างตัวทั้งสองคน  เธอทำท่าเงียบสงบและหันไปมองรุ่นน้องทั้งสองคนด้วยสีหน้าเคร่งเครียด“เธอสองคนคิดมากเกินไปแล้ว ความจริงฉันชอบแต่ผู้หญิงด้วยกันย่ะ”

ไฉเสวี่ยและเหอเสี่ยวฉินมีสีหน้าชะงักค้าง  พวกเธอมัวแต่ตะลึง ประหลาดใจจนพูดอะไรไม่ออก

หานปิงหนิงหันกลับไปทำเหมือนกับว่าเธอไม่ได้พูดอะไร

ถึงเวลานี้หลายคนจำถังเทียนที่อยู่ในลานได้แล้ว

“เขาคือถังเทียน  เขาลือว่าถังเทียนเป็นนักเรียนสวะไม่ใช่หรือ?”

“ใช่แล้ว เรียนซ้ำชั้นถึงห้าปี ถ้าไม่ใช่นักเรียนสวะ แล้วจะให้เรียกว่าไง?

“แต่ทำไมถึงมีแต่คนดังเข้ามาดูที่นี่ล่ะ?  พวกเขากลัวนั่งเบื่อจนเจ็บไข่อย่างนั้นหรือ?

“เอ...อาจจะเบื่อจริงๆแต่ไอ้เรื่องเจ็บไข่นี่ล่ะ? แกดูไข่คนเก่งมาแล้วหรือไง? ทั้งร่างพวกเขาทำมาจากทองแดงหรือไม่ก็เหล็ก  แม้แต่ไข่ก็ยังเป็นเหล็กกล้านะเฮ้ย...”

คนกลุ่มนั้นพยายามอย่างดีที่สุดที่จะลดเสียงลง  แต่ซือหม่าเซียงซานและคนที่เหลือมีโสตประสาทว่องไวสามารถได้ยินทุกคำได้ชัดเจน แต่เมื่อพวกเขาได้ยินคำพูดเสียดแทงถึงพวกเขา  กลุ่มคนดังเหล่านั้นรีบยืนหนีบขาทันที

※※※※※※※※※※※※※※※

ขณะที่ผู้ตัดสินเดินขึ้นเวที  เขาต้องตกใจกับจำนวนผู้เข้าชมและเกือบสงสัยตนเองว่าคงเข้ามาผิดเวที พอมองไปที่แท่นคนดูพบเห็นใบหน้าที่คุ้นเคย  หัวใจเขาแทบกระดอนออกมา หนังศีรษะชาแค่เลือกคนที่อยู่ในกลุ่มนั้นออกมาแข่งขันก็จะทำให้การแข่งขันร้อนระอุภายใต้แสงอาทิตย์ทันที

ซือหม่าเซียงซาน, หานปิงหนิง, หวังเจิ้น...

เขาได้รับแต่งตั้งให้เป็นกรรมการตัดสินในงานชุมนุมวิทยายุทธและมีประสบการณ์มาห้าปี  ทำไมเขาจะจำคนพวกนี้ไม่ได้

พระเจ้า...นี่มัน...นี่มันคือการแข่งขันคัดตัวเบื้องต้นหรือ?

ช่วงเวลาที่ผู้เข้าแข่งขันคนอื่นเดินเข้าเวที  ผู้ตัดสินเรียกสติกลับคืนมา

เงาร่างที่รวดเร็วและมีพลังรุนแรงสายหนึ่งเดินก้าวขึ้นเวลา  เสียงของเขาดูเหมือนแฝงไว้ด้วยแววอำมหิต“ขอถามหน่อย  นี่ใช่เวที 3897 หรือเปล่า?”

ขณะที่ผู้ตัดสินมองดูผู้เข้าแข่งขันชัดเจน  เขาถึงกับใจสั่นอย่างหนาวเหน็บ

เขาเปลือยกายท่อนบนส่วนกายท่อนล่างนุ่งกางเกงที่ทำจากหนังสัตว์  เขามีผิวเข้มเป็นมันเหมือนโลหะเท้าเปล่าและในมือของเขามีพลองทองแดง ปลายพลองทั้งสองด้านมีบอลเล็กหุ้มไว้แต่สิ่งที่ทำให้ประทับใจที่สุดก็คือแววตาของเขาจริงๆ

ดูว่องไวห้าวหาญแต่มีรังสีฆ่าฟันแฝงอยู่ด้วย

“โอ๋ว?”  หมิงกวงแสดงสีหน้าที่คาดไม่ถึง  “ดูเหมือนว่าพลังของคนผูนี้ไม่เลวเลย”

หวังเจิ้นเห็นด้วย“เหมือนกับว่าประสบการณ์ต่อสู้ของเขาต้องมีเต็มเปี่ยมแน่”

ซือหม่าเซียงซานยืดตัวเล็กน้อย  หน้าของเสิ่นหยวนแสดงถึงความประหลาดใจ

หานปิงหนิงหรี่ตาขณะที่ไฉเสวี่ยและเหอเสี่ยวฉินที่นั่งอยู่ข้างๆ เธอมีสีหน้าจริงจังมากขึ้น

กรรมการผู้ตัดสินเคยเห็นผู้แข่งขันมาทุกประเภทแล้ว เขาสามารถบอกได้ว่าเด็กหนุ่มเท้าเปล่าถือพลองทองแดงผู้นี้ไม่ได้มาดีแน่นอน

“เอาล่ะ”กรรมการพยักหน้า

เด็กหนุ่มเท้าเปล่าหันมามองถังเทียน

ถังเทียนนัยน์ตาสว่างวูบทันทีและโบกมือทักทายเขา“อ่าฮะ, พ่อหนุ่ม! นายเป็นคู่ต่อสู้ฉันเหรอ?”

เด็กหนุ่มเท้าเปล่าหันหน้าไปทางกรรมการ“เริ่มได้หรือยัง?”

กรรมการถามถังเทียนทันที  “คุณพร้อมหรือยัง?”

“พร้อมอยู่แล้ว”  ถังเทียนพูดอย่างไม่แยแส

ขณะที่เขาตะโกนออกมา  บุรุษหนุ่มหายวับไปในอากาศ เสียงลมจากพลองปรากฏอยู่หลังศีรษะถังเทียนทันที

ถังเทียนประหลาดใจ เขาคาดไม่ถึงเลยว่าเมื่อคู่ต่อสู้บอกว่าสู้  ก็หมายความว่าเขาจะสู้ทันที  แต่ปฏิกิริยาของเขารวดเร็วมากเขาก้มหลบลากขาซ้ายถอยไปด้านหลัง

ปัง

ขาหลังของถังเทียนถูกหยุดโดยพลองแดงของเด็กหนุ่มเท้าเปล่า

ทั้งสองถอยหลังสองก้าวพร้อมกันแยกออกจากกันทันที

“แกกล้าลอบทำร้ายจริงๆเลยนะ”  รอยยิ้มที่ใบหน้าของถังเทียนหายไป  และเปลี่ยนเป็นใบหน้าที่ดุดันแทน  เขาจ้องดูคู่ต่อสู้ คำรามเสียงเย็นชา“แกเสร็จแน่”

สีหน้าของบุรุษหนุ่มเท้าเปล่าไม่เปลี่ยนแปลง  เหมือนกับว่าเขาไม่ได้ยินที่ถังเทียนพูด

ถังเทียนย่อเอวกางแขนทั้งสองนิ้วทั้งสิบเล็งเป้าไปทางบุรุษหนุ่มเท้าเปล่า

หานปิงหนิงมองดูจากพื้นที่คนดู จู่ๆเธอก็ระลึกถึงวันที่ถังเทีนสู้กับแรดเหล็กเกราะหมึก  ตอนนั้นเขาก็ตั้งท่าเช่นนั้น

ในชั่วพริบตา เหมือนกับว่าถังเทียนเปลี่ยนไปเป็นคนละคน  ใบหน้าของเขาไม่เหลือร่องรอยคนอารมณ์ดีตาทั้งสองแน่วแน่และสงบนิ่งไม่มีท่าทีตื่นเต้นแม้แต่น้อย  แขนที่กางออก ปรากฏกล้ามเนื้อทุกส่วนชัดเจน

ซือหม่าเซียงซานนั่งยืดตัวขึ้นเล็กน้อย  นัยน์ตาของเขาตื่นเต้นเล็กน้อย

ทุกคนรู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงของถังเทียน พวกที่ตอนแรกยังคุยอย่างสนุกร่าเริงกลับเงียบสงบลงทันที

บุรุษหนุ่มที่เป็นคู่ต่อสู้เท้าเปล่าสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงของถังเทียนนัยน์ตาเขาเป็นประกายและเพิ่มความระมัดระวังขึ้น  พลองทองแดงยาวในมือของเขายืดตรงอย่างรวดเร็วปลายพลองชี้ตรงมาที่ถังเทียน

แม้ว่าบุรุษหนุ่มเท้าเปล่าจะรู้สึกถึงแรงกดดันที่รุนแรงจากฝ่ายตรงข้ามแต่นัยน์ตาเขาไม่แสดงสัญญาณใดๆ ว่ากลัวเลย เพียงพริบตาร่างของเขาก็หายไปต่อหน้าถังเทียนอีกครา

ขณะเดียวกัน ถังเทียนหยีตาจ้องดู  ร่างท่อนบนเขาเหวี่ยงตัวเหมือนลูกตุ้ม  ทันใดนั้นท่าร่างของเขากลายเป็นเลือนลางทันที

พลองทองแดงยาวหวดตรงใส่ร่างของเขา

ปัง

พลองทองแดงยาวไม่ทันได้สัมผัสพื้น แต่พลังของมันทำให้พื้นแตกแยกออกและเศษหินนับไม่ถ้วนปลิวกระเด็น

หมัดของถังเทียนโผล่ออกมาพุ่งใส่ชายโครงซ้ายของเด็กหนุ่มเท้าเปล่าโดยไม่มีวี่แวว

หมัดประกายไฟ!

พลังของเด็กหนุ่มเท้าเปล่ามากกว่านักสู้ธรรมดา พลองทองแดงยาวเพิ่งปรากฏให้เห็น แต่ดูเหมือนเขาคาดการณ์ตำแหน่งโจมตีของถังเทียนไว้แล้ว  เขาหมุนตัวหลบหมัดประกายไฟของถังเทียนทันที ขณะเดียวกันก็ใช้ปลายพลองที่เหมือนอสรพิษฟาดใส่ถังเทียน

ถังเทียนก้าวเท้าไถลแนวขนานพื้นเหมือนเล่นบนลานน้ำแข็งแล้วปัดป้องพลองที่เหมือนอสรพิษผ่านตัวไป

บุรุษหนุ่มเท้าเปล่าหมุนตัวเหมือนลูกข่างออกไปอีกทิศทางหนึ่งก่อนจะรั้งพลองทองแดงยาวกลับมาอีกครั้ง

วู้ววว!

เสียงก้องต่ำลึกที่ดังออกมาจากพลองทำให้หัวใจคนสั่นสะท้าน

ถังเทียนโดดหลบไปอีกด้านหนึ่ง

ร่างของบุรุษเท้าเปล่าเป็นเหมือนตุ๊กตาล้มลุก  พุ่งไปด้านไหนก็ใช้พลองกวาดไปด้านนั้น

จากความเปลี่ยนแปลงในเสียงของพลอง ถังเทียนรู้ว่าพลังของพลองจะกล้าแข็งขึ้นอีกครั้ง

บุรุษเท้าเปล่าปั่นตัวพุ่งไปอีกด้านหนึ่ง พลองทองแดงยาวก็ดึงดูดพลังเพิ่มขึ้นไปอีก  พลองเริ่มกลายสภาพเป็นเลือนลางจนตาเปล่ามองไม่เห็นและลมที่หวีดหวิวอยู่ในท่าเคลื่อนไหวของพลองเพิ่มความหวาดกลัวให้กับผู้ชม

ถังเทียนมองเห็นส่วนของเคล็ดวิชานี้บางส่วนแล้ว   บุรุษหนุ่มเท้าเปล่าใช้ร่างกายของเขาเป็นแกนหลักชักนำกระบวนท่าของพลองทุกครั้งที่เขาปั่นตัวเองไปอีกด้านหนึ่ง พลังของพลองจะเพิ่มขึ้น ตอนนี้บุรุษหนุ่มเท้าเปล่าปั่นตัวเหมือนลูกข่างด้วยความเร็วสูงสุด  พลังในพลองทองแดงยาวก็ยิ่งลึกล้ำ  พลังโจมตีหรือพลังหวดย่อมน่ากลัว ตราบใดที่เขาโดนหวดใส่สักคราเขาคงสูญเสียพลังต่อสู้เป็นแน่ เท่าที่มองดู เงาของพลองของบุรุษหนุ่มเท้าเปล่าสับสนมาก  แต่ครอบคลุมได้มาก

พอสังเกตได้ถึงจุดนี้ ถังเทียนยังหลบเลี่ยงและคอยดูอย่างต่อเนื่อง

นี่มันคือวิชาพลองอะไรกันแน่....

“นี่มันวิชาพลองอะไรกัน?”  หมิงกวงซึ่งอยู่ในแท่นผู้ชมอดถามไม่ได้ “เป็นรูปแบบการป้องกันที่แปลกประหลาด”

“วิชาพลองวายุมายา”หวังเจิ้นมีความรู้เรื่องนี้  “นี่คือวิชาพลองที่มีคนฝึกกันน้อยมาก”

“เป็นครั้งแรกที่หมิงกวงได้ยินชื่อวิชาพลองเช่นนั้นและรู้สึกประหลาดใจ”ทำไม?  มันให้ความรู้สึกที่ทรงพลังดีนี่! ความจริงฉันคาดหวังลึกๆ ว่าการแข่งขันรอบคัดตัวเบื้องต้นจะมีผู้เข้าแข่งที่ทรงพลังแบบนี้”

“วิชาพลองวายุมายา  นายต้องมีพรสวรรค์โดยธรรมชาติเพื่อใช้พลังบริสุทธิ์เอาชนะให้ได้”  หวังเจิ้นอธิบาย  “ขณะที่เคลื่อนไหวร่างเพื่อขับเคลื่อนพลังพลองออกมา นายจะสังเกตรูปลักษณ์ของเขาว่าเหมือนกับคนเมา  แต่ตรงกันข้าม มันแฝงไว้ด้วยอันตรายทันทีที่วิชาพลองวายุมายาเริ่มร่ายรำ เขาจะได้เปรียบทันที”

“งั้นถังเทียนก็ตกอยู่ในอันตรายใช่ไหม?”หมิงกวงเลิกคิ้ว

“ช่วงเวลาตอบโต้วิชาพลองวายุมายาที่ดีที่สุดก็คือระหว่างช่วงพลอง2-3 ท่าแรก ขณะนั้นพลังของพลองยังไม่เพิ่มสูงนัก ตอนนี้พลังของพลองเพิ่มขึ้นหลายชั้นหลายเท่าตัว  พลังที่แฝงอยู่จะปรากฏออกมาแล้ว”หวังเจิ้นกล่าว

วืด วืด วืด

พลองทองแดงยาวที่หนักหน่วงถูกเหวี่ยงอย่างรุนแรงด้วยความเร็วสูงทำให้เกิดเสียงหวีดหวิวไปทั่วทั้งบริเวณ หินที่แตกและทรายบนเวทีฟุ้งขึ้นอย่างต่อเนื่องและถูกพลองกระแทกใส่ครั้งแล้วครั้งเล่า

รูปร่างของเด็กหนุ่มเท้าเปล่าถูกกระแสพลองครอบคลุมไว้

ดูเหมือนพายุหมุนเริ่มสร้างความเสียหายขึ้นมาบ้าง  พื้นเวลาทีเล็กๆ สั่นสะเทือน

ถังเทียนคาดไม่ถึงเลยว่าคู่ต่อสู้คนแรกของเขาจะแข็งแกร่งทรงพลังมาก

อย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้กังวลต่อพลังพลองของคู่ต่อสู้

สายตาของเขาเพ่งมอง หลังจากโยนความคิดรกสมองทิ้งไป  คู่ต่อสู้ของเขาเป็นเหมือนลมพายุเล็กๆ  ทุกอย่างที่พัดผ่านเข้ามาดูเหมือนมีแต่ทรายกับเศษหิน

พลองทองแดงหนักอย่างน้อย 30 กิโลกรัม เมื่อเริ่มร่ายรำก็ใช้แรงหวดเหวี่ยงที่น่ากลัว

ถังเทียนหยุดเคลื่อนไหว และหันไปเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้

ภาพพลองสีทองเหลืองเปลี่ยนตำแหน่งไปทันที เสียงกระแทกดังพุ่งเข้าหาถังเทียน

สีหน้าถังเทียนยังคงสงบนิ่ง มองดูคู่ต่อสู้   ร่างของเขาโน้มไปข้างหน้าเล็กน้อยหมัดขวารั้งไว้ในระดับเอว

นี่คือ.....

ผู้ชมที่อยู่ในแท่นคนดูถึงกับผงะ  พลองทองแดงที่หนักหน่วงและทรงพลังขนาดนั้น  ถ้าถูกฟาดไปเต็มแรงก็เตรียมขุดหลุมฝังศพรอได้เลย

ถังเทียนไม่ต้องการมีชีวิตต่อไปอีกแล้วหรือ?

ทันใดนั้นถังเทียนกระทืบขาซ้ายลงบนพื้นอย่างหนักหน่วง  สีหน้าเขาที่สงบใจเย็นพลันเปลี่ยนเป็นดุร้าย  ขาซ้ายเขาปลดปล่อยพลังและตัวของเขาพุ่งไปข้างหน้าเหมือนลูกธนู

ทุกๆ ย่างก้าวของถังเทียนหนักหน่วงไม่มีใครเทียบ รอยเท้าขุดลึกลงไปในพื้น!

ในสายตาที่ตกตะลึงของทุกคน ถังเทียนเหมือนกระทิงป่าคะนอง เศษดินกระจุยกระจายอยู่ด้านหลังเขาขณะที่เขาพุ่งเข้าหาพายุ

อย่างไรก็ตามถังเทียนที่มองดูน่ากลัวสำหรับทุกคน  ความจริงแล้วสายตาเขากลับดูสงบนิ่งแม้ว่าพลังนี้ในสายตาของหลายๆ คนจะทำให้พวกเขาอึดอัดและหายใจติดขัด   ในสายตาของถังเทียนเจ้าผู้นี้ยังแข็งแกร่งไม่พอ

คนใกล้ตัวเขา ก็คือเจ้าวัวน่ารำคาญอาโมรี่ยังมีพลังผิดธรรมดามากกว่าเยอะ  ขนาดยังไม่ได้เริ่มฝึกกับพี่สือโท่วพลังของเจ้าวัวโง่ก็ผิดมนุษย์ทั่วไปอยู่แล้ว แม้ว่าพวกเขาจะสุ่มเลือกคนจากเหมืองหินบางคนมากวัดแกว่งค้อนยักษ์  ทุกคนก็ยังมีพลังมากกว่าเยอะ

หนุ่มน้อย นายไม่รู้หรอกว่าปู่ของนายต้องผ่านอะไรมาบ้างถึงกลายเป็นฉันได้ในทุกวันนี้

จบบทที่ ตอนที่ 32 วิชาพลองวายุมายา

คัดลอกลิงก์แล้ว