เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 31 จุดชมดูของคนดัง

ตอนที่ 31 จุดชมดูของคนดัง

ตอนที่ 31 จุดชมดูของคนดัง


“พี่ใหญ่ซือหม่า เราไม่ต้องลับๆ ล่อๆ นักก็ได้”เสิ่นหยวนสัมผัสหน้ากากที่สวมบนใบหน้าไว้ด้วยความรู้สึกไม่สบายใจอย่างมากและไม่อาจพูดออกมาได้มากนัก

“ต้องไม่ให้เด่น ไม่ให้เป็นที่สนใจ”  ซือหม่าเซียงซานพูดเบา เขาสวมหน้ากากและแต่งตัวงดงามดูเป็นผู้หญิงคนที่ไม่รู้จักเขา อาจจะคิดว่าเขาเป็นผู้หญิง

สายตาเสิ่นหยวนมองดูหน้ากากของเซียงซาน และเขารู้สึกเหมือนอยากจะอาเจียน   นิสัยของศิษย์พี่ซือหม่าเหมือนกะเทย  โชคดีที่หน้ากากของเราธรรมดามากกว่าเป็นแค่หน้ากากตัวตลกธรรมดาเท่านั้น

“เราไปดูคนที่เอาชนะนายได้กันเถอะ”  เสียงเซียงซานดังลอดออกมาจากเบื้องหลังหน้ากาก ฟังลำบากทำให้เสิ่นหยวนครั่นเนื้อครั่นตัวไปหมด

พลังของศิษย์พี่ซือหม่าลึกล้ำสุดหยั่งคาดมากถึงขนาดที่อาจารย์ใหญ่ปฏิบัติต่อเขาเป็นอย่างดี

เสิ่นหยวนเพิ่งออกมาจากการกักกัน  และถูกศิษย์พี่ซือหม่าฉุดดึงมาด้วย

จู่ๆ เซียงซานก็หยุดเดินและหันไปดูรอบๆ

เอ๋?

เสิ่นหยวนพลอยถูกดึงความสนใจไปด้วย และหันไปดูรอบๆ เช่นกัน

ด้านหลังไม่ไกลจากพวกเขาเป็นสตรีสามคนสวมหมวกสานไม้ไผ่มีผ้าคลุมบังหน้าจ้องมองมาทางนี้

“หานปิงหนิง”  เซียงซานลอบบอกตนเอง

เสิ่นหยวนหนังตากระตุกและหน้าเปลี่ยน ทั่วทั้งเมืองซิงฟงมีคนอยู่เพียงสองคนที่สามารถสู้กับศิษย์พี่ซือหม่าได้ก็คือหานปิงหนิงและเหลียงชิว เสิ่นหยวนเคยแลกเปลี่ยนขอคำชี้แนะจากศิษย์พี่ซือหม่ามาก่อน และพลังของศิษย์พี่ซือหม่าทำให้เขารู้สึกว่ามิอาจต้านทานได้

แต่หานปิงหนิงเป็นนักเรียนยุทธผู้สามารถต่อสู้กับศิษย์พี่ซือหม่าได้โดยตรง

ทำไมเธอมาอยู่ที่นี่?

※※※※※※※※※※※※※※※

ไฉเสวี่ยเป็นเหมือนนกที่ออกจากกรง เธอเป็นคนที่ร่าเริงมากและแม้ว่าเธอจะสวมหมวกไผ่สานมีผ้าคลุม แต่ความเยาว์วัยและความกระตือรือร้นของเธอก็มิอาจบดบังไว้ได้“ศิษย์พี่ยอดเยี่ยมจริงๆ! อาจารย์ใหญ่เห็นด้วยที่ให้เราออกมาในวันนี้  ฉันคาดไม่ถึงเลยว่าจะเป็นเช่นนั้นไปได้”

“แม้ว่าจะไม่มีอะไรให้ดูระหว่างแข่งขันคัดเลือกเบื้องต้น  แต่ก็ยังดีที่ได้ออกมาสูดอากาศ”  เหอเสี่ยวฉินก็มีความสุขเหมือนกัน  หลายวันมานี้อาจารย์ใหญ่ลงมาดูแลการฝึกฝนของพวกเธอด้วยตนเอง ทำให้ทุกคนบ่นไม่หยุด

ความจริงศิษย์พี่หานพาพวกเธอไปพบอาจารย์ใหญ่อ้างว่าเธอต้องการพาศิษย์น้องๆไปดูการแข่งขันคัดเลือกเบื้องต้นในงานชุมนุมวิทยายุทธ  พอถึงจุดตรงนี้ พวกเธอถึงกับกังวลมาก ศิษย์พี่คงหาข้ออ้างเพื่อออกไปนอกโรงเรียนมากกว่า

ทำไมอาจารย์ใหญ่ถึงได้เห็นด้วยกับข้ออ้างขอไปดูการแข่งขันรอบคัดเลือกเบื้องต้น?

แต่พวกเธอก็คาดไม่ถึงเลยว่าอาจารย์ใหญ่จะเห็นด้วยและแนะนำให้พวกเธอไปดูการต่อสู้อย่างระมัดระวัง

ไฉเสวี่ยและเหอเสี่ยวฉินต่างงงงวยทั้งคู่  ดูการต่อสู้อย่างระมัดระวังน่ะหรือ?มีอะไรน่าดูในการแข่งขันรอบคัดเลือกเบื้องต้นในงานชุมนุมวิทยายุทธ?

“ศิษย์พี่! เราจะไปดูคัดเลือกที่สนามไหน?” ไฉเสวี่ยถามด้วยความสงสัย

หานปิงหนิงเตรียมจะตอบ จู่ๆ เธอก็มีความรู้สึกอยู่ในใจ เธอหยุดเดินและยกมือมองไปข้างหน้าไฉเสวี่ยและเหอเสี่ยวฉินที่ยืนอยู่ข้างเธอก็รู้สึกถึงบางอย่างที่แปลกดังนั้นพวกเธอจึงมองตามสายตาของหานปิงหนิง สายตาของพวกเธอคมเหมือนกระบี่ขณะมองผ่านม่านผ้าบางๆ

ไม่ไกลออกไปบุรุษสองคนสวมหน้ากากก็มองตรงมาที่พวกเธอ

“ซือหม่าเซียงซาน” น้ำเสียงเยือกเย็นของหานปิงหนิงทำให้หน้าของไฉเสวี่ยและเหอเสี่ยวฉินเปลี่ยนไปมาก

คำเพียงสี่พยางค์และคนที่สวมหน้ากากประหลาดดูเหมือนจะเพิ่มความน่ากลัวยิ่งขึ้น

ทั้งสองฝ่ายต่างมองกันและกันแต่ไกล

“เฮ้, เฮ้!” หลังจากที่หน้ากากนั้นมีเสียงหัวเราะประหลาดออกมาซือหม่าเซียงซานดูเหมือนจะพบเรื่องราวที่น่าสนใจ

“เรื่องนี้น่าสนใจ”  หานปิงหนิงพูดน้ำเสียงเย็นชาเบื้องผ้าคลุม  วี่แววสนุกสนานปรากฏอยู่ในนัยน์ตางดงามของเธอ

ความเป็นปฏิปักษ์ที่ทั้งสองฝ่ายแสดงต่อกันจางหายไปในอากาศทันที

ซือหม่าเซียงซานมองดูพวกเธอก่อนเขาจะหายไปในฝูงผู้คนพร้อมกับเสิ่นหยวน

ประกายตาหวาดกลัวยังหลงเหลืออยู่ในดวงตาของไฉเสวี่ยและเหอเสี่ยวฉิน  ทั้งสองคนมองหน้ากันเองอย่างผิดหวัง  ก่อนหน้านี้พวกเธอไม่เข้าใจถึงเหตุผลที่ศิษย์พี่พาพวกเธอออกมาดูการแข่งขันคัดตัวเบื้องต้นหรือว่าทำไมอาจารย์ใหญ่ถึงเห็นชอบอย่างง่ายดายเช่นนี้  แต่ตอนนี้ พวกเธอพบว่าซือหม่เซียงซานแห่งสถาบันเทียนจิงถึงกับมาเองเป็นการส่วนตัว  ดังนั้นต้องมีผู้แข็งแกร่งทรงพลังที่นี่แน่

แต่ว่า ผู้แข็งแกร่งทรงพลังปรากฏตัวในเมืองซิงฟงตั้งแต่เมื่อไหรกัน?

“ศิษย์พี่....”

ไฉเสวี่ยและเหอเสี่ยวฉินพูดพร้อมกัน

“ไปกันเถอะ” หานปิงหนิงพูดน้ำเสียงเย็นชาและเดินต่อไปข้างหน้า

ไฉเสวี่ยและเหอเสี่ยวฉินรีบเดินตามไปให้ทันเธอ

※※※※※※※※※※※※※※

“ดูเหมือนจะเป็นที่นี้นะ” หวังเจิ้นพูดลอยๆ

หมิงกวงลดเสียงทันที “พี่เจิ้นดูเหมือนมีคนตามหลังพวกเรามามากเลยนะ”

“หลายคนเชียวเหรอ?” หวังเจิ้นตอบและทำปากอ้าค้าง “สบายใจได้นั่นไม่เกี่ยวอะไรกับเรา”

“ไม่เกี่ยวอะไรกับเรา...” กวงหมิงไม่เข้าใจทำไมพี่เจิ้นถึงได้มั่นใจอย่างนั้น

“มาเถอะ เข้ามาเถอะ” หวังเจิ้นไปที่แท่นผู้ชมโดยไม่เหลียวหลัง

ใจของหมิงกวงยมีข้อสงสัยมาก  แม้ว่าพี่เจิ้นจะมีอารมณ์ดีสนใจเข้าชมการแข่งขันคัดตัวเบื้องต้นเป็นการส่วนตัว  แต่เรื่องอย่างนั้นไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

คนแบบไหนกันที่คู่ควรให้พี่เจิ้นต้องเดินทางมาด้วยตัวเอง?

หวังเจิ้นและหมิงกวงทำตัวง่ายที่สุดไม่มีคนอื่นอยู่จุดคนดู  หมิงกวงมองไปรอบๆแท่นผู้ชม “พี่เจิ้น เรามาผิดที่หรือเปล่า?”

“โอว, ไม่น่าจะผิดหรอกนะ” หวังเจิ้นตอบ

หมิงกวงยังคงส่ายศีรษะ  แท่นคนชมดูเล็กจนน่าอนาถ และไม่มีคนสักคน มีการแข่งขันรอบคัดตัวเบื้องต้นมากเกินไปและการแข่งขันจะเริ่มในเวลาเดียวกันยิ่งกว่านั้น นักสู้ส่วนใหญ่ฝีมือจะต่ำกว่ามาตรฐาน  ดังนั้นจึงเป็นธรรมดาที่ไม่มีผู้ชมแต่อย่างใด

ควั่บ

คนกลุ่มใหญ่วิ่งตามเข้ามา  เมื่อพวกเขาเห็นหวังเจิ้นและหมิงกวง นัยน์ตาพวกเขาเป็นประกายและเข้ามารุมล้อมทันที  แท่นชมดูขนาดเล็กจึงมีผู้ชมทยอยเข้ามา

หมิงกวงมองเห็นคนวิ่งเข้ามาทำให้เขารู้สึกหนังศีรษะชาขึ้นมาทันที “พี่เจิ้น พวกเขาตามเรามาถึงนี่จริงๆ ด้วย”

“โอว.. ก็ดีแล้วนี่” หวังเจิ้นตอบเฉื่อยชา สายตาเขาจ้องเขม็งมองดูถังเทียนที่นอนกรนสนั่นอยู่มุมเวที

“ขอโทษค่ะคุณคือหมิงกวงนักเรียนจากสถาบันเหมิ่งโซ่วใช่ไหมคะ?”  เด็กสาวงดงามคนหนึ่งเบียดตัวขอทางเดินเข้ามาและมองดูหมิงกวงด้วยสายตาเทิดทูน

หมิงกวงที่อารมณ์ไม่ดีมาตลอดถึงกับรู้สึกดีขึ้นทันที  ขณะที่เขาเตรียมตัวทำท่าสง่างามเขาชำเลืองมองไปที่ทางเข้าและตาค้างทันที

หือ?

ดูเหมือนหวังเจิ้นก็รู้สึกเช่นเดียวกัน  เขาหันไปมองที่ทางเข้า

※※※※※※※※※※※※※※※

“ทำไมถึงมีคนมากนักนะ!” เสิ่นหยวนตกใจ นี่เป็นแข่งขันรอบคัดตัวเบื้องต้นแต่แท่นผู้ชมก็เต็มเสียแล้ว ไม่มีเหตุผลเอาเสียเลย

ทางเข้าสู่แท่นคนดูแคบเป็นคอขวด  พวกเขาไม่สามารถเบียดผ่านเข้าไปได้

ในเวลานี้ หานปิงหนิงและศิษย์น้องจากสถาบันเป่ยเยี่ยนเลี่ยงมาทางด้านข้าง

“ช่างบังเอิญจริง  ผมไม่เคยคิดเลยว่าคุณหนูปิงหนิงจะสนใจถังเทียนด้วย”  ซือหม่าเซียงซานยิ้มแย้มคำพูดของเขาทำให้เธอเย็นสันหลังวาบ

“รุ่นพี่ซือหม่าก็มาด้วยไม่ใช่หรือ?”  หานปิงหนิงพูดเสียงเฉื่อยชาโดยไม่มีทีท่าใดๆ

ไฉเสวี่ยและเหอเสี่ยวฉินจ้องดูนักเรียนจากสถาบันเทียนจิงด้วยแววตาไม่เป็นมิตร  สถาบันเทียนจิงและเป่ยเยี่ยนทั้งสองสถาบันไม่ค่อยเป็นมิตรกันอยู่แล้วในฐานะที่สองสถาบันได้รับการจัดอันดับอยู่ในอันดับหนึ่งและสอง

“โปรดอภัยให้ผมด้วย ผมจะเปิดทางให้คุณเอง คุณหนูหนิง”  ซือหม่ายิ้มเป็นนัยเขาสาวเท้าเดินนำหน้าไปที่แท่นผู้ชม

ฝีเท้าซือหม่าเซียงซานเบามากไม่ก่อให้เกิดเสียงแต่อย่างใดเลย เหมือนกับว่ามีรัศมีที่มืดมัวคลุมเงาของเขา  นี่เป็นปราณที่อันตรายมากที่ครอบคลุมพื้นที่ต่อสู้ได้ทันที

ทันทีนั้น กลุ่มคนที่ออแน่นอยู่ที่ทางเข้าแท่นผู้ชมถึงกับหน้าซีดเผือดพวกเขาหันหน้าไปมองดูซือหม่าเซียงซานด้วยความกลัว

“ขอโทษนะครับ” เสียงของซือหม่าเซียงซานสุภาพนุ่มนวลแต่เสียงของเขากลับได้ยินทั่วทั้งลาน

ทุกคนเปิดทางให้โดยไม่รู้ตัว

จากนั้นซือหม่าเซียงซานเบี่ยงตัวมาด้านข้างแล้วทำท่าเชิญ

หานปิงหนิงพยักหน้าขอบคุณเขาจากนั้นเธอเดินไปตามพื้นที่เล็กๆ ในจุดชมดูคนที่ขวางทางอยู่หลีกทางให้อย่างง่ายดาย

สตรีคลุมหน้าลึกลับทั้งสามและบุรุษสวมหน้ากากอีกสองคนปรากฏตัวในแท่นชมดูเล็กๆอย่างคาดไม่ถึง  ดึงดูดสายตาคนทั้งหมดทันที

ทั้งห้าคนไม่เคยคิดว่าจุดชมดูการแข่งขันคัดตัวเบื้องต้นจะเล็กมากซึ่งสามารถรองรับผู้ชมได้เพียง 2-3 ร้อยคน ส่วนที่ๆ พวกเขาเองใช้แข่งขันมีจุดชมดูที่จุผู้คนได้เป็นพัน  ดังนั้นพวกเขาจึงปลอมตัวหวังว่าจะไม่ดึงดูดความสนใจใดๆ

อย่างไรก็ตามในลานที่จุผู้ชมได้สองร้อยคนนี้ คนห้าคนนี้เป็นเหมือนพระจันทร์ในคืนมืดมิด และพวกเขาดูเด่นยิ่งนัก

หลังจากนั้นพวกเขาก็เห็นหวังเจิ้นและหมิงกวง

หวังเจิ้นจำพวกเขาสองคนได้ทันที  เขาถามอย่างไม่แน่ใจว่า “ทำไมพวกนายแต่งตัวแบบนี้?”

พวกเขาไม่ได้รู้สึกแปลกหน้าซึ่งกันและกันเพราะเคยประฝีมือกันหลายครั้งหวังเจิ้นเป็นหนึ่งในคนที่มีชื่อเสียงในสถาบันเหมิ่งโซ่ว  สถานะและประสบการณ์ของทั้งสองคนต่างกันไม่มาก

คนอื่นๆที่อยู่ในจุดชมดูพยายามฟังอย่างตั้งใจ เพราะหวังเจิ้นพูดด้วยน้ำเสียงคุ้นเคยอย่างนั้น  ห้าคนนี้ต้องมาจากสถาบันที่โดดเด่นเป็นแน่

แต่ไม่ว่าจะเป็นทั้งซือหม่าเซียงซานหรือหานปิงหนิงถูกหวังเจิ้นทักทายจนพูดไม่ออก  จะยังทำเป็นไม่รู้จักพวกเขาได้อีกหรือ?

“ศิษย์พี่หวังเจิ้น” หานปิงหนิงทักทายตามมารยาทและปลดผ้าคลุมออก  ไฉเสวี่ยและเหอเสี่ยวฉินรีบทำตามและถอดหมวกสานออก

จุดชมดูโกลาหลทันที

“คุณหนูปิงหนิง!”

“แม่เทพธิดา!”

..

ท่ามกลางเสียงจ้อกแจ้กจอแจแก้วหูแทบแตกแต่หานปิงหนิงยังคงแสดงสีหน้าห่างเหินเหมือนเดิม

“พี่เจิ้น นายชอบทำให้ฉันลำบากใจอยู่เรื่อยนะ” ซือหม่าเซียงซานถอนหายใจอย่างรำคาญและถอดหน้ากากออก

จากเสียงอึกทึกจอแจและตื่นเต้นก็หยุดกึกทันทีคนดูอื่นๆ สีหน้าชะงักค้าง

ซือหม่าเซียงซาน

ลานแข่งขันเงียบกริบเหมือนป่าช้า

ความกลัวที่เหมือนโรคระบาดแผ่ลามไปปรากฎบนใบหน้าและนัยน์ตาของคนเหล่านี้

ซือหม่าเซียงซานยิ้มจนตาหยี  เขาดูเหมือนคนธรรมดามากอ่อนโยนและเป็นมิตร

แต่ไม่มีผู้ใดคิดแบบนั้น

ซือหม่าเซียงซาน

ตั้งแต่เชียนฮุ่ยไปจากเมืองชิงฟง ซือหม่าเซียงซานก็ครองตำแหน่งอันดับหนึ่งในเมืองซิงฟง แต่เขาได้รับการตอบรับที่แตกต่างจากเชียนฮุ่ย  ซือหม่าเซียงซานนั้นอำมหิต สามารถทำให้เด็กๆที่ร้องไห้ถึงกับหยุดร้องได้

โหดร้าย, อำมหิต, โมโหร้ายและบ้าบิ่น

เขาแข็งแกร่ง มีนิสัยแปลกทำให้ทุกคนกลัวเมื่อเขาปรากฏตัวขึ้น

นี่มันแข่งขันรอบคัดตัวเบื้องต้นแบบไหนกันแน่

ในท่ามกลางความเงียบเหมือนป่าช้าถังเทียนลืมตาอย่างมึนงง

หือ, คนพวกนี้มาจากไหนกันเยอะแยะ

ถังเทียนมองไปที่จุดผู้ชมทั้งที่ตายังสะลึมสะลือ  ทันใดนั้น เขาสังเกตเห็นหานปิงหนิง

ถังเทียนค่อยรู้สึกกระชุ่มกระชวยขึ้นมาทันทีและชูแขนทั้งสองมาทางจุดผู้ชมแล้วตะโกนลั่น

“อ่าฮะ คุณผู้หญิง! เธอมาเป็นพยานชมดูการต่อสู้ของหนุ่มน้อยชาวฟ้าด้วยเหรอนี่?ฮะฮะฮะคุณหนูนี่ช่างตาถึงจริงๆ”

พอถังเทียนตะโกนทำลายความเงียบ  บรรยากาศที่อึมครึมระคนหวาดกลัวก็หายไปทันที

ทุกคนจับตามองดูหานปิงหนิง

ดูเหมือนว่าหน้าของหานปิงหนิงไม่เปลี่ยนแต่คนบางส่วนมองไม่เห็นว่านิ้วมือที่จับกระบี่ของเธอเปลี่ยนเป็นขาวซีดนี่เป็นครั้งแรกที่เธออยากแทรกแผ่นดินหนียิ่งนัก

จบบทที่ ตอนที่ 31 จุดชมดูของคนดัง

คัดลอกลิงก์แล้ว