เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 23 ครูสอนพิเศษ

ตอนที่ 23 ครูสอนพิเศษ

ตอนที่ 23 ครูสอนพิเศษ


ในที่สุดถังเทียนก็ได้รับประสบการณ์ที่ทำให้เขารู้สึกเหมือนกับว่ารวยเพียงข้ามคืน

เขาแลกเปลี่ยนการ์ดดรรชนีทะลวงเหล็กเป็นวิชากรงเล็บเหยี่ยว,ปักหลักกลางหาว, แปดก้าวไล่จักจั่น, ฝ่ามือสลายเงา, หมัดพิฆาตน้อย, พลังห่วงโซ่ซึ่งเป็นการ์ดชั้นเงินถึงหกใบการ์ดทั้งหมดวางอยู่ต่อหน้าเขาส่องประกายแวววาวจนเขาตาพร่า

“นี่แหละ, ความหมายของชีวิต”

ถังเทียนกำลังหลงใหลในสิ่งที่เขามี  เขาหันหน้าไปทางท้องฟ้ารู้สึกตื่นเต้นลึกๆ

“ถังพื้นฐาน, นายทำตัวเสื่อมเสียแล้ว!” อาโมรี่มองเขาอย่างรังเกียจ

“เสื่อมเสียเหรอ?”  ถังเทียนหันมามองดูเขาแล้วกล่าวอย่างสง่างาม “เจ้าวัวน่ารำคาญนายกำลังดูถูกหนุ่มน้อยชาวฟ้าผู้นี้อยู่นะ กะอีแค่การ์ดวิญญาณชั้นเงินจิ๊บจ๊อย 6 ใบนายยังคิดว่าหนุ่มน้อยชาวฟ้าทำตัวเสื่อมเสียงั้นหรือ? ฮืม!”

อาโมรี่ค่อยหัวเราะอย่างอารมณ์ดี  “อย่างนี้ค่อยดูเหมือนถังพื้นฐานหน่อย  นายจะปล่อยให้จิตใจนักสู้ใฝ่ต่ำไม่ได้ต้องเป็นบุรุษที่แข็งแกร่งที่สุด  นายถึงจะมีสิทธิ์ฝัน....”

ถังเทียนยกมือทั้งสองแหงนมองฟ้าสีหน้าดูลึกซึ้ง“อย่างน้อยที่สุด การ์ดวิญญาณระดับเงินก็ทำให้หนุ่มน้อยชาวฟ้าอย่างฉันต้องตกต่ำเสียแล้ว”

อาโมรี่ชะงักคำพูดไว้ทันที

ถังเทียนเท้าคางตัวเองและถาม“ฉันควรจะเรียนวิชาไหนก่อน?”

ขณะนั้นเองเสียงของผู้เฒ่าเว่ยดังขึ้นมาทันทีจากด้านหลังพวกเขา “โอว โอว โอว  พ่อหนุ่ม ไปร่ำรวยมาจากไหน นั่นแสงสีเงินมองแต่ไกลจนตาฉันพร่าไปหมดแล้ว”

ผู้เฒ่าเว่ยกระโดดลงมาอยู่ต่อหน้าเด็กหนุ่มทั้งสองคน  หยิบการ์ดเงินทั้งหกใบขึ้นมาดูและถามอย่างสงสัย “พวกแกไปปล้นการ์ดเหล่านี้มาจากใคร?”

อาโมรี่อธิบายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อเนื่องให้ผู้เฒ่าเว่ยฟังทุกอย่าง

ผู้เฒ่าเว่ยร้องโอ้วทันที“พวกแกทั้งสองคนร่วมมือกัน จากนั้นถึงเอาชนะเสิ่นหยวนได้หรือ?”

เขาลูบคางและบ่นพึมพำ“ฉันน่าจะรู้ว่าไม่ควรนิ่งนอนใจกับคำพูดที่รุนแรงอย่างนั้น  ถ้าเจ้านั่นเอาจริง อืมม.. ฉันคิดว่าได้เวลาสอนพิเศษให้พวกแกทั้งสองคนแล้ว”

ถังเทียนและอาโมรี่มองหน้ากันเอง  ทันใดนั้นพวกเขารู้สึกย่ำแย่ในใจ

ผู้เฒ่าหันมายิ้มให้พวกเขาแล้วกล่าว“พวกแกทั้งคู่จะต้องจดจำสองเดือนนี้ไปจนวันตาย”

หัวใจของถังเทียนและอาโมรี่เต้นผาง

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

เสิ่นหยวนและหยางหย่งก้มหน้า ยืนอยู่หน้าห้องของอาจารย์ใหญ่หน้าพวกเขาซีดขาว

อาจารย์ใหญ่ก็หน้าซีดเช่นกัน “วิเศษ! วิเศษมาก! ดูเหมือนคำสั่งของฉันยังไม่ชัดพอพวกแกทั้งสองคนถึงได้ดื้อรั้นโดดเรียนไปหาเรื่องกับคนอื่น!”

ผู้ช่วยสวี่ลอบสบถอยู่ที่มุมห้อง  ยากนักที่จะเห็นอาจารย์ใหญ่โกรธจัด ถึงขนาดที่หัวใจแทบกระดอนมาติดอยู่ที่ลำคอ

“นักเรียนทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้จะต้องถูกลงโทษอย่างหนัก”  อาจารย์ใหญ่พูดอย่างไร้อารมณ์ “จากวันนี้ไปจนกว่าจะถึงวันชุมนุมวิทยายุทธเมืองซิงฟง ในช่วงเวลานี้ ถ้ามีนักเรียนคนใดโดดเรียนอีก พวกเขาต้องถูกไล่ออก  หยางหย่งและเสิ่นหยวนต้องถูกลงโทษกักขังสองเดือน”

ผู้ช่วยสวี่ตกใจสะดุ้งโหยง   ครั้งนี้อาจารย์ใหญ่คงเหลืออดจริงๆ  เขามองดูเสิ่นหยวนและหยางหย่งอย่างเห็นใจ  เสิ่นหยวนยังคงสงบ  แต่หยางหย่งดูเหมือนคนตาย

ทันใดนั้นอาจารย์ใหญ่หันมาจ้องหน้าผู้ช่วยสวี่  “ไปแจ้งอาจารย์ฝ่ายปกครอง  ถ้าพวกเขายังไม่ดีขึ้น  อย่างนั้นพวกเขาก็ไม่ต้องทำอะไรอีกต่อไปแล้ว”

ผู้ช่วยสวี่รับคำทันที “ขอรับ”

“ทุกคนออกไปได้,เสิ่นหยวน! เธออยู่ก่อน”  อาจารย์ใหญ่พูดเสียงเย็นชา

หยางหย่งและผู้ช่วยสวี่ออกไปทันที

อาจารย์ใหญ่จ้องเสิ่นหยวนเขม็งและถามเสียงเย็นชา “เธอแพ้หรือชนะ?”

“แพ้ครับ”เสิ่นหยวนก้มหน้า “ถังเทียนปลอมเป็นคนนำทางแล้วพาเราไปโรงเรียนเขา  หยางหย่งพลาดท่าถูกถังเทียนลอบทำร้ายและหลังจากนั้น อาโมรี่กับเขาก็ร่วมมือกันเอาชนะผมได้”

อาจารย์ใหญ่พอได้ยินว่าทั้งสองคนแพ้แต่ไม่ได้โกรธเรื่องนั้นจนน่าประหลาดใจ แต่กลับใส่ใจพูด “อธิบายต่อ”

เสิ่นหยวนกล่าวด้วยสีหน้าครุ่นคิด “อาโมรี่ในตอนเริ่มแรกก็เป็นการกระทำตามแบบ...แต่เหมือนว่าจะมีความมุ่งมั่นไม่พอ หลังจากนั้น จู่ๆ เขาก็เด็ดเดี่ยวขึ้นมาทันที และพลังโจมตีของเขาแข็งแกร่งมากแต่ถังเทียนกลับน่าสนใจกว่า”

“ถังเทียน?”อาจารย์ใหญ่งุนงง

“ขอรับถังเทียนเชี่ยวชาญหมัดประกายไฟเป็นพิเศษ แต่สิ่งที่พิเศษก็คือ เขาใช้หมัดประกายไฟสร้างรังสีหมัดได้!” เสิ่นหยวนตอบ

“หมัดประกายไฟสร้างรังสีหมัด!” นัยน์ตาของอาจารย์ใหญ่เบิกกว้างทันที และเขาพึมพำกับตัวเอง “เขาให้การ์ดวิญญาณนั้นกับถังเทียนจริงๆ! และถังเทียนก็เชี่ยวชาญจนได้..”

“เชี่ยวชาญอะไรขอรับ?”  เสิ่นหยวนอดถามไม่ได้

หน้าของอาจารย์ใหญ่กลับคืนสู่สภาพปกติ “เล่าต่อไป”

เสิ่นหยวนรู้อะไรที่เขาควรถามหรืออะไรไม่ควรถาม เขาพูดต่อทันที“ถังเทียนไม่มีความเกรงกลัว เขาต่อสู้อย่างเหี้ยมหาญไม่กลัวเจ็บ  ถ้าเทียบระดับความแข็งแกร่งของเขาผมคิดว่าน้อยคนที่จะเอาชนะเขาได้”

“หลับตาซิ”  อาจารย์ใหญ่มองดูเสิ่นหยวนและพูดเสียงต่ำ “พรสวรรค์ของเธอในสถาบันเทียนเจียงอาจไม่สูงล้ำที่สุด  แต่สภาพอารมณ์ของเธอดีเธอสามารถอดกลั้นความโกรธได้ และยังปกป้องสภาพจิตใจได้ดี  ฉันหวังในตัวเธอ  ดังนั้นอย่าทำให้ฉันผิดหวัง”

“ขอรับ!” เสิ่นหยวนตอบด้วยความเคารพ

“ไปได้แล้ว”

อาจารย์ใหญ่สะบัดมือ ขณะที่เสิ่นหยวนออกไป  เขาพึมพำกับตนเอง

“คัมภีร์ปราณกระเรียน...เขาฝึกจนเชี่ยวชาญได้จริงๆ...”

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

เมื่อเห็นเหมืองหินที่ดังกึกก้องต่อหน้าเขาถังเทียนกับอาโมรี่ถึงกับตะลึง

“ผู้เฒ่าเว่ย! ทำไมปู่ถึงได้พาเรามาที่นี่ อย่าบอกนะว่าตัวตนที่แท้จริงของปู่ก็คือต้องการหลอกใช้แรงงานเด็ก?”  ถังเทียนชี้ผู้เฒ่าเว่ย แสดงสีหน้าทำนองว่า “ฉันรู้ความคิดของปู่นะ”

ผู้เฒ่าเว่ยไม่สนใจเขาและเดินตรงไปหาบุรุษร่างกำยำคนหนึ่ง เขาตะโกนโหวกเหวกแต่ไกล “เฮ้, เหล่าสือ!”

ทันทีที่บุรุษร่างกำยำได้ยินเสียงเรียกเขาหันมามองผู้เฒ่าเว่ย แล้วอดหัวเราะลั่นไม่ได้ เขาเริ่มเดินมาทางพวกเขา

แต่เมื่อบุรุษย่างกำยำหมุนตัวมา ถังเทียนและอาโมรี่ถึงกับสูดลมหายใจอย่างหนาวเหน็บ ความจริงรูปร่างของอาโมรี่ก็นับว่าแข็งแรงและอดทนมากอยู่แล้ว  แต่พอเทียบกับบุรุษตัวกำยำที่อยู่ต่อหน้าพวกเขา  อาโมรี่กลายเป็นเด็กน้อย

กล้ามเนื้อทุกมัดมีขอบและมุมชัดและร่างกายของเขาสีแทน เงางามเหมือนกับว่าร่างกายผ่านการเปลี่ยนแปลงและทำซ้ำกันเป็นร้อยเป็นพันครั้ง  แขนของเขาก็หนาล่ำเกินปกติ  ถังเทียนกะด้วยสายตาดูแล้วหนากว่าต้นขาเขาเสียอีก

บุรุษกำยำถือค้อนเหล็กและกลืนน้ำลายขณะที่เขามองดูถังเทียนและอาโมรี่

“เฒ่าเว่ย, วันนี้ลมอะไรหอบแกมาถึงนี่ได้?”บุรุษร่างกำยำถาม

“ฉันพาเด็กสองคนนี้มาให้แกและร่วมฝึกฝนร่างกายกับแกสักหน่อย  ทำไม, ไม่มีอุปสรรคอะไรใช่ไหม?”  ผู้เฒ่าเว่ยถามเสียงดัง

“จะมีอุปสรรคได้ยังไง?นอกจากก้อนหินที่นี่  ที่นี่มีแต่ก้อนหิน”  บุรุษล่ำสันหัวเราะลั่น  ถือโอกาสตรวจสอบประเมินเรี่ยวแรงของถังเทียนและอาโมรี่  เขายิ้มและพูดอย่างมีไมตรีและยกย่องว่า “สองคนนี้เป็นเมล็ดพันธุ์ชั้นดีเลย”

ผู้เฒ่าเว่ยอารมณ์แจ่มใสทันที “ฮ่าฮ่า แน่นอนตาของฉันมักถูกต้องเสมอ”

คนอื่นๆ ในเหมืองหินพอได้ยินเสียงวุ่นวายก็เริ่มรวมตัวเข้ามา

ตอนนั้น ถังเทียนและอาโมรี่รู้สึกว่าด้อยกว่า

คนทั้งหมดเหมือนรูปปั้นที่ทั้งสูงและใหญ่เอวพวกเขาหนากว่าตุ่มน้ำ ร่างกายของพวกเขาเต็มไปด้วยมัดกล้ามเหมือนกับว่าสร้างมาจากทองแดงและเหล็ก  มือของพวกเขาถือค้อนขนาดใหญ่กว่าธรรมดาแต่ก็ยังคล่องแคล่วราวกับมิได้ถืออะไรเลย

ถังเทียนและอาโมรี่มักโอ้อวดว่าสภาพร่างกายของพวกเขาเองโดดเด่น  แต่เมื่อยืนเทียบกับกลุ่มคนพวกนี้  พวกเขาเหมือนกับเป็นถั่วงอกต้นจิ๋วทันที

“ตาเฒ่าเว่ย! ไม่เลวเลยนะเวลานี้ดูเหมือนจะเป็นเช่นนั้นจริงๆ”

“เด็กน้อยสองคนนี้ไม่เลว”

“ดีแล้ว ดี,ขอให้เพลิดเพลินกับการฝึกร่างกายสักระยะนะ เหมือนกับต้นกล้าสองต้นดีๆ นี่เอง”

……

ผู้เฒ่าเว่ยยิ้มจนตาหยีแทบมองไม่เห็น  แต่ถังเทียนและอาโมรี่ ผมขนลุกชันไปทั้งตัว   การที่เขาถูกประเมินโดยกลุ่มบุรุษเหมือนหอคอยเหล็กเหล่านี้ความรู้สึกนั้นช่างน่ากลัวเหลือเกิน

ถังเทียนและอาโมรี่ยังฝืนทำหน้ายิ้มต่อไปแต่เป็นรูปลักษณ์ที่ดูสยดสยองมากกว่า

สือโท่วโบกมือ “เอาล่ะ แยกย้าย แยกย้ายได้แล้วเราไม่ต้องการทำให้เด็กสองคนนี่กลัว”

ทุกคนคำรามสั้นๆ กลั้วเสียงหัวเราะและหมุนตัวแยกย้ายกันไป

ผู้เฒ่าเว่ยพูดกับสือโท่ว “นี่คืออาโมรี่ ทายาทของฉัน  นี่คือถังเทียน เอ่อ..เขามีความปรารถนาจะเข้าสู่เส้นทางยอดฝีมือสู้ระยะประชิด”

“โอว?ยอดฝีมือสู้ระยะประชิด” สือโท่วนัยน์เป็นประกายอยู่วูบหนึ่ง และประเมินถังเทียนตั้งแต่ศีรษะจรดเท้าอีกครั้งแล้วยกย่องว่า “ทะเยอทะยานดี”

“ฉันขอฝากทุกอย่างไว้ที่แกด้วย”  ผู้เฒ่าเว่ยพูดลอยๆ

“ดีเลย” สือโท่วไม่พูดไร้สาระและพยักหน้าอย่างตรงไปตรงมา

ผู้เฒ่าเว่ยหันหน้าไปทางถังเทียนและอาโมรี่บอกพวกเขา “จากวันนี้ไปสือโท่วจะเป็นอาจารย์ฝึกสอนพิเศษให้พวกแก ไม่ว่าเขาขอให้พวกแกทำอะไร แกทั้งสองคนควรทำตามจะดีกว่า”

ถังเทียนและอาโมรี่พยักหน้าอย่างแนบเนียน  สือโท่วมีความรู้สึกกดดันมาก

“งั้นฉันไปล่ะ”ผู้เฒ่าเว่ยสะบัดมือ หมุนตัวเดินส่ายแขนอาดๆ จากไปอย่างสบายใจ

“มากับฉัน”  สือโท่วพูดกับถังเทียนและอาโมรี่

ทั้งสองคนเดินตามสือโท่วเข้าไปในเหมืองหิน  นี่คือเหมืองหินกลางที่โล่งแจ้ง  เต็มไปด้วยก้อนหินกองสุมเหมือนภูเขา และหินที่นี่ส่วนใหญ่เป็นหินแกรนิต

เมื่อมาถึงที่กองหินกองหนึ่ง สือโท่วเจอดาบเหล็กเล่มหนึ่ง

ดาบเหล็กที่ไม่มีคมและหนามาก มีน้ำหนักมากกว่า 25กิโลกรัม  แต่ในมือของสือโท่ว  มันเหมือนไม่มีน้ำหนัก  สือโท่วคว้าหินก้อนหนึ่ง ขนาดเท่าบานประตู

หน้าของถังเทียนและอาโมรี่ถึงกับซีด เมื่อพวกเขาเห็น  แน่ใจได้เลยว่าเหนือภูเขาก็ยังมีภูเขาลูกอื่น  อาโมรี่เจ้าวัวบ้าพออยู่ต่อหน้าสือโท่วแล้วก็เป็นเหมือนตั๊กแตนน้อยนั่นเอง

สือโท่วนำหินมาวางไว้ข้างหน้าเขาและบอกอาโมรี่ “’งานประจำวันของแกก็คือผ่าก้อนหินให้ได้อย่างนี้”

พวกมองดูสือโท่วเงื้อดาบแล้วฟันลงไปที่ที่ก้อนหินขนาดเท่าตะกร้าอย่างสบายๆ  ฉัวะ ฉัวะ ฉัวะใช้ดาบฟันหินจนเป็นหินสี่เหลี่ยมอยู่ต่อหน้าเขาพื้นผิวของหินเรียบลื่นเป็นเงาเหมือนกระจก ทุกด้านเรียบตรงเหมือนใช้ไม้บรรทัดวัด

ถังเทียนและอาโมรี่จ้องมองหินเหมือนไก่ไม้  นี่มันหินแกรนิตแน่นอน หินแกรนิตที่แข็งสามารถใช้ดาบเหล็กปอกได้

สือโท่วโยนดาบเหล็กเล่มโตให้อาโมรี่อย่างง่ายๆ “เอ้านี่ก้อนหินเหลี่ยมอย่างนี้ ในช่วงสิบวันแกต้องทำมาให้ฉันร้อยก้อนค่อยถือว่าเป็นอันเสร็จ”

จากนั้นเขาเดินจากอาโมรี่ไปอย่างไม่รู้สึกรู้สาอะไร    และพาถังเทียนไปอีกมุมหนึ่ง

ถังเทียนหน้าเหลืองซีด

“ตอนนี้แกฝึกอะไรอยู่?”  สือโท่วถามถังเทียน

ถังเทียนถือการ์ดวิญญาณออกมาและแสดงให้สือโท่วดูอย่างระวังและบอกเขาว่ามันคืออะไร  เมื่อเขาพูดจบสือโท่วพยักหน้า “งั้นก็แค่ฝึกหมัดพิฆาตน้อย  ที่นี่มีอยู่หลายคนที่ฝึกหมัดพิฆาตน้อย”

“งั้นเหรอ?..”  ถังเทียนรู้สึกว่าการแสดงออกของเขาแข็งขืนเล็กน้อยขณะที่หัวใจเขาเต้นผางด้วยความตื่นเต้น

“อืมหมัดพิฆาตน้อยใช้ทำลายหินได้ดี”

สือโท่วพาถังเทียนไปที่กองหินอีกกองและเอาก้อนหินขนาดตะกร้าอีกก้อนหนึ่งมา และใช้หมัดต่อยใส่ก้อนหินเพียงหมัดเดียว “ปัง!”

ก้อนหินแตกสลายได้อย่างง่ายดายเหมือนเต้าหู้  กลายเป็นเค้กก้อนหิน

สือโท่วปาดเค้กหินด้วยมือข้างเดียว   กองหินที่ปรากฏอยู่หน้าถังเทียน ทั้งหมดนี้เป็นหินบดมีขนาดเท่ากันคล้ายถั่วเหลือง

“โอว,เนื่องจากแกเพิ่งเริ่มฝึก ฉันจะไม่ขออะไรมากนัก หินบดทุกก้อนอย่าให้ใหญ่กว่าลูกเกาลัด  ทุกๆ วันแกจะต้องบดหินให้ได้ 250กิโลกรัมโดยรวม”ถังเทียนตะลึงมองดูก้อนหินบนพื้น

จบบทที่ ตอนที่ 23 ครูสอนพิเศษ

คัดลอกลิงก์แล้ว