เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 22 แผนของเสิ่นหยวน

ตอนที่ 22 แผนของเสิ่นหยวน

ตอนที่ 22 แผนของเสิ่นหยวน


ดาบผ่าหุบเหวของอาโมรี่และฝ่ามือขยี้ประตูเหล็กของเสิ่นหยวนปะทะกันรุนแรง

ปัง!

พลังปราณเที่ยงแท้ปะทะกันอย่างรุนแรง กระแสอากาศเล็กๆ นับไม่ถ้วนกระเด็นไปทุกทิศทางพร้อมกับเสียงปัง

ทั้งเลือดและปราณปั่นป่วน ขณะที่ร่างของพวกเขาถอยไป 2-3ก้าวอย่างมิอาจควบคุมได้

ไม่มีใครสังเกตว่าภายในกระแสอากาศที่ปั่นป่วน เงาดำร่างหนึ่งเคลื่อนทวนกระแสพลังไปข้างหน้า

เสิ่นหยวนหน้ามืดไปชั่วขณะ ก่อนที่จะมีเงาร่างหนึ่งปรากฏอยู่หน้าของเขา  ม่านตาเขาหรี่แคบลง  ถังเทียนถูก กระแสอากาศเล็กน้อยกรีดหน้าและคอของเขาแต่เขาไม่ได้โต้ตอบอะไร

เสิ่นหยวนตอบสนองอย่างรวดเร็วที่สุด แม้ว่าพลังปราณเที่ยงแท้ของเขายังไม่คืนสภาพดี  เขาก็ยังหยุดถังเทียนด้วยฝ่ามือขวาของเขา

สายตาของเสิ่นหยวนมองดูตาที่สงบของถังเทียนและหัวใจของเขาสั่นสะท้าน  ช่างเป็นคู่ต่อสู้ที่น่ากลัว

โชคดีที่เขารู้จักแต่เพียงหมัดประกายไฟ...

แม้ว่าเขาจะคิดไว้ในใจ แต่เขาก็เห็นหมัดของถังเทียน

หมัดที่มีแสงขาวคลุมอยู่ชั้นหนึ่ง เสิ่นหยวนตะลึง นั่นคือรังสีหมัด

เป็นไปได้ยังไงที่มีรังสีหมัดหุ้มอยู่บนหมัดประกายไฟ?

ปัง!

รังสีหมัดสีขาวคลุมหมัดประกายไฟหายไปกลางอากาศ และแทบจะในเวลาเดียวกันก็มาปรากฏอยู่ต่อหน้าเสิ่นหยวน

ด้วยไหวพริบฉับไว เสิ่นหยวนพลิกฝ่ามือและป้องกันหมัดของถังเทียนไว้

ฝ่ามือและหมัดปะทะกันเสิ่นหยวนรู้สึกแต่เพียงฝ่ามือเขาเจ็บปวดและพลังปราณเที่ยงแท้ที่เข้มข้นชำแรกเข้ามาในฝ่ามือของเขาจากหมัดของถังเทียน  จากนั้นพลังป้องกันของเขาก็ถูกกดดันทันที

เสิ่นหยวนตะโกนขอความช่วยเหลือในความเงียบ

น่าเศร้าที่ถังเทียนไม่ให้เวลาเขาได้ตั้งตัวก่อนที่หมัดที่สองโผล่ออกมาจากเสื้อผ้าที่ฉีกขาดของเขากระแทกเข้าที่ไหล่ของเสิ่นหยวน

เสิ่นหยวนครางขณะที่เขารู้สึกเจ็บแปลบในไหล่ของเขา  พลังปราณเที่ยงแท้ในร่างของเขาแตกกระจายออกเหมือนกับเขาเป็นกระสอบทราย

ความเคลื่อนไหวของถังเทียนไวกว่า  ขณะที่เขาลอยออกไปพร้อมกับเสิ่นหยวน  เขาปล่อยหมัดกลางอากาศอีกหมัดหนึ่ง  หมัดที่เดินทางได้เหมือนสายฟ้า

เสิ่นหยวนสูญเสียการทรงตัวได้แต่จ้องหมัดของถังเทียนที่พุ่งเข้ามาเหมือนกับดาวตกหน้าของเขากำลังจะถูกหมัดซัดใส่ เขาจึงได้แต่หลับตา

“ฉันยอมแพ้!”

ปัง!

เสิ่นหยวนรู้สึกเจ็บระบมบนใบหน้าใจเขารู้สึกโหวงเหวงว่างเปล่าและล้มลงกับพื้นเหมือนค้อนหนักที่ทุบลงไปในดินเหลว

ก่อนที่เขาจะล้มลงหมดสติ  เขาคิดว่า “ก็เรายอมแพ้แล้วไม่ใช่หรือ?  ทำไมเขายังใช้วิธีที่ป่าเถื่อนอยู่อีก”

เท้าทั้งสองของถังเทียนจิกลงบนพื้น

แฮกๆ... เขาหอบเหมือนเครื่องสูบลม และหลั่งเหงื่อเปียกโชกทั้งตัว

“ถังพื้นฐาน,  เขายอมรับความพ่ายแพ้แล้วไม่ใช่เหรอ?”  อาโมรี่พูดจากข้างหลังอย่างอ่อนเพลีย

ในที่สุดอาการหอบหายใจของถังเทียนก็สงบได้ เขายืดตัวตรงและยิ้มอย่างอารมณ์ดี “ถ้าเราปล่อยให้เขายอมรับความพ่ายแพ้ง่ายๆ แล้วเราจะตรวจสอบสินสงครามได้ยังไง?  ขอเพียงริบทรัพย์สินสงครามได้เราถึงจะเรียกได้ว่าเป็นผู้ชนะการต่อสู้ครั้งนี้

“แต่ว่า...” อาโมรี่มีนิสัยสัตย์ซื่อบริสุทธิ์ ระงับความคิดอยากจะพูด

“ถ้าไม่มีอะไรอื่น  รีบๆช่วยฉันหาเชือกด้วย”  ถังเทียนรีบบอก

※※※※※※※※※※※※※※※※※※

ด้วยความรู้สึกเย็นที่หน้า เสิ่นหยวนฟื้นขึ้นและที่อยู่ตรงหน้าของเขาก็คือใบหน้าของคนสองคน หน้าของอาโมรี่เต็มไปด้วยความเห็นอกเห็นใจและสำนึกผิด  ขณะที่หน้าของถังเทียนเข้มราวกับก้นหม้อดำ  เป็นใบหน้าของคนที่เจตนาไม่ดี

“พวกแกเป็นใคร ถึงได้บังอาจแอบอ้างเป็นนักเรียนสถาบันเทียนเจียง”  ถังเทียนตะโกนอย่างใส่อารมณ์ไม่ได้

“ฉันไม่ได้แอบอ้างเลย”  เสิ่นหยวนที่ยังสลึมสะลือตอบ

ถังเทียนยิ่งโมโหกว่าเดิม “แกยังกล้าโกหกฉัน!  นักเรียนสถาบันเทียนเจียงคนไหนกันที่จนอย่างแกบ้าง  ไม่มีสมบัติอะไรในตัวสักอย่าง”

“ฉัน....”  เสิ่นหยวนอ้าปาก  แต่ไม่รู้จะพูดอะไร

“ถังพื้นฐาน  เขามาจากสถาบันเทียนเจียงจริงๆ  ฉันจำเขาได้” อาโมรี่พูดอยู่ด้านข้าง

ถังเทียนเปลี่ยนสีหน้าเป็นเสียใจและเจ็บปวด “อย่างนั้นก็แย่จริง เมื่อนักเรียนสถาบันเทียนเจียงตกต่ำ ถึงขนาดที่ไม่มีทรัพย์สินสงครามจะให้ยึดเมื่อพวกเขาแพ้?  นี่คุ้มค่ากับความอับอายและความยิ่งใหญ่ของสถาบันเทียนเจียงหรือเปล่า?”

เสิ่นหยวนไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี งั้นเจ้านี้พยายามค้นหาของในตัวของเขาแล้วอ้างว่าเป็นของริบจากการต่อสู้  เสิ่นหยวนฝึกฝนอย่างยากลำบากทุกวัน  ขณะที่เขาดำเนินชีวิตอย่างเรียบง่ายเขามีนิสัยที่ไม่ชอบพกอะไรติดตัว

“ฉันจะจับเจ้าสองคนนี้แก้ผ้า แล้วเอาไปแขวนไว้ที่ทางเข้าสถาบันเทียนเจียงระบายความโกรธในใจฉัน”  ถังเทียนพูดในลำคอ

อาโมรี่ลิ้นพันกัน และพูดติดอ่าง..“ถะ..ถะ.ถังพื้นฐาน  นี่มันไม่โหดไปหน่อยเหรอ?”

ถังเทียนหน้างอและถลึงตากล่าว “โหดรึ? ลูกผู้ชายที่ยิ่งใหญ่ ต้องโหดไว้ก่อน”

เสิ่นหยวนอ้าปากค้าง หน้าซีดเหมือนคนตายด้วยความตกใจ

ไม่ต้องรอจนกระทั่งพวกเขาลงมือจับเขาแก้ผ้า เสิ่นหยวนมีปฏิกิริยาทันที รีบกล่าวว่า“เดี๋ยวก่อน!  ฉันยินดีไถ่ตัว!  ฉันยินดีไถ่ถอนตัวเอง”

เสิ่นหยวนตื่นเต้นขณะที่เขาคิดถึงภาพที่เขาตัวเปล่าล่อนจ้อนและถูกแขวนอยู่ทางเข้าสถาบันเทียนเจียงอดสะท้านใจไม่ได้

“หัวใจฉันกำลังร้อนรนเหมือนถูกไฟแผดเผาพ่อหนุ่ม! นายจะเอาใจฉันได้ยังไง?” ถังเทียนคุกเข่าลง ใบหน้าเขียวคล้ำจ้องมองดูเสิ่นหยวน

“นายอยากได้อะไร?”  เสิ่นหยวนยังคงทำเป็นหนักแน่นแต่น้ำเสียงสั่นและรู้สึกกลัวอยู่ในใจ

อาโมรี่ลอบมาอยู่ข้างๆ หน้าของเขาเต็มไปด้วยแววเห็นอกเห็นใจ เสิ่นหยวน เอ่อ.. สถาบันเทียนเจียงรู้จักวิธีสร้างเสริมบุรุษเหล็ก  แต่นายก็ยังถูกถังพื้นฐานรังแกเอาได้น่าเห็นใจจริงๆ

โชคดีนะ ที่ฉันอยู่ข้างเดียวกับถังพื้นฐาน

ทันใดนั้น หัวใจของอาโมรี่เต็มไปด้วยความซาบซึ้ง

“ทุกคนที่นี่คือผู้ฝึกวิทยายุทธกันทั้งนั้น อย่างนั้นก็ใช้การ์ดวิญญาณก็แล้วกัน” ถังเทียนแกล้งเป็นกระแอมเบาๆ “อย่างไรก็ตามนายต้องคำนึงถึงสถานะของตัวนายด้วย นายต้องรู้ว่าการ์ดวิญญาณแบบไหนที่จะไม่สร้างความอับอายให้กับนาย โอ,แน่นอน  ความเดือดดาลของฉันย่อมสำคัญกว่าสถานะของตัวนาย”

“การ์ดวิญญาณ...” เสิ่นหยวนถอนหายใจโล่งอก เขาเป็นคนบ้าวิทยายุทธ เขาอาจจะไม่มีของมีค่ามากนัก, แต่เขาสะสมการ์ดวิญญาณไว้พอสมควร “นายอยากได้การ์ดวิญญาณแบบไหน?”

ถังเทียนมองดูสีหน้าเสิ่นหยวนและกัดฟันขณะที่อิ่มเอมไปด้วยความสุขที่จับแพะอ้วนได้

อย่างไรก็ตาม เขายังหน้าตายเหมือนเดิม “นายเคยได้ยินเรื่องยอดฝีมือต่อสู้ระยะประชิดมาบ้างไหม?”

“ยอดฝีมือสู้ระยะประชิด” นัยน์ตาเสิ่นหยวนดูว่างเปล่า เขาจ้องหน้าถังเทียนไม่พูดอะไรอยู่นาน ถังเทียนคิดว่าเขามีอะไรบางอย่างบนใบหน้าเสิ่นหยวนถึงได้จ้องหน้าเขาแบบนั้น

“ความจริงนายเลือกเส้นทางยอดฝีมือต่อสู้ระยะประชิดนี่เอง!”  น้ำเสียงของเสิ่นหยวนเต็มไปด้วยความนับถือ  “ฉันไม่ได้พ่ายแพ้อย่างงมงาย”

หลังจากได้ยินคำพูดเหล่านี้ว่า “สู้ระยะประชิด” ดูเหมือนจะประทับอยู่ในใจถังเทียนดูเหมือนผู้เฒ่าเว่ยจะไม่ได้โกหกเรา

เสิ่นหยวนพูดโยกคลอนจิตใจว่า “ถ้านายกำลังพูดถึงการเป็นยอดฝีมือต่อสู้ระยะประชิด  นายก็ต้องมีวิทยายุทธพื้นฐานที่สำคัญห้าอย่างคือ วิชาตัวเบา, วิชาดรรชนี, วิชาฝ่ามือ, วิชาหมัดมวยและวิชาข้อต่อนายมีการ์ดวิญญาณเหล่านี้หรือยัง?”

ถังเทียนตั้งข้อสังเกตว่าเสิ่นหยวนตื่นเต้นยิ่งกว่าตัวเขาเองและใจเขารู้สึกอ่อนไหว  เขาล้วงการ์ดวิญญาณสามใบที่พบอยู่ในตัวหยางหย่ง  “นี่ไงเล่า, ฉันมีอยู่สามใบ  แต่ตั้งใจจะขายดรรชนีทะลวงเหล็กเนื่องจากคุณสมบัติองค์ประกอบธาตุของฉัน ไม่เหมาะสมจะฝึกฝนได้”

“โอว, การ์ดวิชาตัวเบาทั้งสองใบนี้ถือว่าเป็นของดี  สำหรับคนที่ไม่มีคุณสมบัติธาตุสัมพันธ์วิชาดรรชนีทะลวงเหล็กสามารถเปลี่ยนเป็นวิชากรงเล็บเหยี่ยวได้ เนื่องจากทั้งสองวิชานี้คล้ายกัน วิชากรงเล็บเหยี่ยวระดับสามถือว่าเป็นวิชาที่ทรงพลัง”

“นี่คือองค์ประกอบที่สมบูรณ์มาก วิชาหลักไม้กลางหาวจะช่วยในเรื่องก้าวย่างของนาย,วิชาแปดก้าวไล่จั๊กจั่นเป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องความเร็ว วิชากรงเล็บเหยี่ยวใช้ความคล่องตัวในการต่อสู้  ทุกๆ นิ้วของผู้ใช้ก็เป็นเหมือนกับตะขอ  วิชาฝ่ามือสลายเงาใช้ภาพลวงตาซ่อนการจู่โจมที่แท้จริง จึงทำให้ศัตรูสับสนได้  ”หมัดพิฆาตเล็ก“มีพลังปานฟ้าผ่าและมีอาจทำลายล้าง ใช้เป็นหมัดพิชิตได้    วิชาพลังลูกโซ่สร้างความทึ่งให้กับศัตรูระหว่างต่อสู้ประชิดตัว มีพลังที่น่าพิศวงโดยวิชานี้ใช้ร่างกายทุกส่วนเป็นอาวุธรวมทั้งข้อต่อร่างกายด้วย”

“นายคุ้นเคยวิชาทั้งหมดนี้นี่นา”  ถังเทียนมีตาเป็นประกายขณะที่เขาฟังเรื่องที่เสิ่นหยวนพูด

“สุดยอด” อาโมรี่ชมเชย  เป็นเรื่องยากที่จะหาคนที่สามารถบอกเล่าความรู้ได้มากมาย  มีวิทยายุทธมากมายในทุกระบบ  และการจะเรียนรู้วิทยายุทธได้มากมายนั้นเห็นได้ว่าเสิ่นหยวนได้รับมาตามวิถีของเขาเอง

“ฉันไม่เคยคิดว่านายจะมีความกล้าหาญท้าทายเดินตามเส้นทางยอดฝีมือด้านต่อสู้ระยะประชิด  นี่น่าชมเชยมากจริงๆ” หน้าของเสิ่นหยวนเต็มไปด้วยความชื่นชมและเขากล่าวจริงจังว่า “ฉันมีการ์ดวิญญาณสามใบวิชาฝ่ามือสลายเงา, หมัดพิฆาตเล็กและวิชาพลังลูกโซ่ ฉันจะมอบให้นายทั้งหมด!สบายใจได้ทั้งหมดเป็นการ์ดระดับเงิน”

ถังเทียนยิ้ม “หึหึ, ฉันเข้าใจนายผิดไป, นายเป็นคนดีจริงๆ”

※※※※※※※※※※※※※※※※※※

ในบ้านของเสิ่นหยวน

“การ์ดวิญญาณทั้งสามใบนี้ นายรับไปได้เลย” เสิ่นหยวนเสนอการ์ดวิญญาณทั้งสามใบให้ด้วยท่าทีเคร่งขรึม  ขณะที่หยางหย่งอยู่ที่มุมห้องแสดงสีหน้าไม่พอใจ

ถังเทียนรับการ์ดวิญญาณทั้งสามใบและออกมาพร้อมกับอาโมรี่อย่างอารมณ์ดี

หยางหย่งอดถามไม่ได้ “พี่เสิ่น ทำไมยอมให้การ์ดพวกมันจริงๆ ล่ะ? ถ้าเราลงมือตอนนี้ เราอาจพลิกสถานการณ์เอาชนะได้จริงๆ นะ”

เสิ่นหยวนตอบ “แล้วหลังจากนั้นล่ะ? เราฆ่าพวกมันแล้วเรื่องจะจบไหม? นี่ถือเป็นความล้มเหลวที่กลายเป็นความอัปยศที่เราไม่มีวันล้างได้อีกต่อไป”

หยางหย่งตะลึงและไม่รู้จะพูดสิ่งใดต่อ

เสิ่นหยวนพูดถูก   ถ้าพวกเขาเอาชนะอาโมรี่และถังเทียนได้ตอนนี้  แต่สถานะของพวกเขาเล่า  ชนะเป็นเรื่องธรรมดา แต่ล้มเหลวเป็นเรื่องน่าอับอาย ล้มเหลวครั้งเดียวจะกลายเป็นความอัปยศที่ติดตัวไปอย่างถาวร

“ฉันสงสัยว่าพวกมันกำลังคิดอะไรอยู่?” เสิ่นหยวนพูดโพล่งออกมา “เขาบอกว่าถ้าฉันไม่ได้ระบายความโกรธของพวกเขาพวกเขาจะจับฉันแก้ผ้าแล้วแขวนไว้ที่ประตูทางเข้าสถาบันเทียนเจียง”

หน้าของหยางหย่งซีดเหมือนหิมะ เมื่อเขาคิดถึงภาพที่เสิ่นหยวนอธิบาย เขาถึงกับสั่น  เมื่อไม่สามารถระบายความโกรธได้เขาตะโกนทั้งที่เสียงสั่น “พวกมันกล้าดียังไง ถึงได้ใช้วิธีชั่วร้ายกับนาย!”

เสิ่นหยวนตบไหล่หยางหย่งและปลอบโยนเขา “การ์ดเหล่านี้ สำหรับฉันไม่นับว่าเท่าไหร่?  ฉันถือว่าสูญเสียเงินไปบ้างเพื่อป้องกันหายนะ”

หยางหย่งยังคงเงียบ ทันใดนั้นเขารู้สึกโล่งใจ  ถูกแล้วการ์ดวิญญาณไม่กี่ใบจะมีความหมายอะไรกับเขาเล่า?

“อีกอย่าง ถ้าเขาฝึกฝนตามการ์ดวิญญาณเหล่านี้จริงๆ หึหึ”   เสิ่นหยวนยิ้มมีเลศนัย“อย่างนั้นเขาจะเจอแต่ความทรมาน”

“อย่าบอกฉันนะว่า การ์ดวิญญาณเหล่านั้นมีปัญหา?”  หยางหย่งถามด้วยความสงสัย

“การ์ดวิญญาณไม่มีปัญหาอะไร ฉันช่วยให้เขาได้เลือกฝึกวิทยายุทธ นั่นก็สมเหตุผลดีอยู่แล้ว”เสิ่นหยวนแค่นเสียงเย็นชา

หยางหย่งถามอย่างไม่เข้าใจ “งั้นทำไมเขาถึงต้องเจ็บตัวทรมานด้วย?”

เสิ่นหยวนส่ายหน้ากล่าว “นายยังไม่เข้าใจเรื่องความชำนาญของยอดฝีมือด้านสู้ระยะประชิด   ความชำนาญนี้มีความซับซ้อนสูงและยากมาก  หากไม่มีพรสวรรค์ที่น่าทึ่งก็ไม่มีทางอยู่ในเส้นทางนี้ได้  วิทยายุทธเหล่านี้มีลักษณะเฉพาะที่ยากมาก  ตามทฤษฎีดูเหมือนจะเข้าได้เป็นอย่างดี  และถ้าเขาสามารถฝึกพร้อมกันได้ทั้งหมด  ความแข็งแกร่งของเขาจะเพิ่มสูงพรวดพราดแน่นอนและไม่มีจุดอ่อนให้เล่นงานเลย”

หยางหย่งยิ่งสับสนขึ้น ขณะที่เขาฟัง

“อย่างไรก็ตาม ไม่เคยมีใครทำได้มาก่อน ตัวอย่างเช่น ฉันอยู่ในช่วงฝึกฝ่ามือเหล็กเป็นพิเศษ  ถ้าฉันเริ่มฝึกวิชาหมัดมวยฉันก็ต้องฝึกวิทยายุทธที่สามารถปล่อยหมัดเหล็กและฝ่ามือเหล็กและอื่นๆ ได้  เมื่อเป็นเช่นนี้ ฉันก็จะลดระยะเวลาที่ฉันใช้ในการฝึกฝนได้ ถ้าฉันเรียนวิชาหมัดมวยอย่างหนึ่งที่ไม่เกี่ยวกับหมัดเหล็ก  อย่างนั้นฉันก็จะใช้เวลาฝึกฝนนานมากขึ้นแน่นอน และถ้าเพิ่มเป็นห้าวิชาฝีมือที่แตกต่างกันล่ะ?  นั่นก็ต้องใช้เวลาที่มากขึ้นๆ”

“มีแต่สุดยอดฝีมือที่มีพรสวรรค์อย่างแท้จริงถึงจะฝึกฝนเชี่ยวชาญการต่อสู้ระยะประชิดได้  เพราะวิชาต่อสู้ที่เขาเรียนทุกวิชา  พวกเขาต้องใช้ระยะเวลาช่วงสั้นๆ ก่อนที่ฝึกฝนอย่างจริงจัง เมื่อประเมินพรสวรรค์ของถังเทียนกับวิชาต่อสู้ห้าวิชาที่แตกต่างกันหึหึ  เขาก็แค่หัวระดับปานกลางเท่านั้น”

เสิ่นหยวนพูดพลางหรี่ตา

หยางหย่งไม่รู้เหตุผล แต่จู่ๆ เขารู้สึกหนาวสะท้านในใจ

จบบทที่ ตอนที่ 22 แผนของเสิ่นหยวน

คัดลอกลิงก์แล้ว