- หน้าแรก
- สูตรลับฉบับไอดอล เมื่อความสวยของฉันมาจากพลังซัคคิวบัส
- บทที่ 10 ยากเกินไปแล้ว!
บทที่ 10 ยากเกินไปแล้ว!
บทที่ 10 ยากเกินไปแล้ว!
"ว่าแต่คุณคิตะจะซื้อเบสหรือกีตาร์คะ?" ชิโอะอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม สายตาจับจ้องไปที่เครื่องดนตรีสีดำ 6 สายในมือของเด็กสาว
ถ้าจำไม่ผิด เจ้านั่นน่าจะเป็นเบส 6 สายนะ
ขืนให้คิตะใช้ 'กีตาร์' แบบนี้เล่น คงทุลักทุเลน่าดู
"กีตาร์สิคะ มีอะไรเหรอ?" คิตะหันมามองด้วยความสงสัย ก็เห็นชัดๆ ว่าเป็นกีตาร์นี่นา เบสมันมีแค่ 4 สายไม่ใช่เหรอ เรื่องพื้นฐานแค่นี้เธอรู้น่า
"แต่ถ้าฉันดูไม่ผิด นั่นมันเบส 6 สายนะคะ แน่ใจเหรอว่าจะเอาตัวนี้?"
"เอ๊ะ?" พอได้ยินเพื่อนใหม่ทักแบบนั้น คิตะ อิคุโยะก็ชะงัก ก้มมองเครื่องดนตรีในมืออีกครั้ง
"เป็นงั้นเหรอคะ?"
คิตะยังไม่มีความรู้เรื่องเครื่องดนตรีมากนัก และอยู่ในวัยที่เชื่อคนง่าย จึงปักใจเชื่อคำพูดของชิโอะทันที
"คุณโทโยคาวะคะ รบกวนมาทางนี้หน่อยได้ไหมคะ?" ชิโอะตะโกนเรียกไปทางเคาน์เตอร์
แทบจะทันที เสียงใสๆ ก็ขานรับกลับมา "ไปเดี๋ยวนี้ค่ะ"
โทโยคาวะ ซากิรีบเดินเข้ามา "มีอะไรให้ช่วยหรือเปล่าคะ?" เธอถามทั้งคู่ แต่สายตากลับหยุดอยู่ที่คิตะ อิคุโยะเป็นพิเศษ
"ช่วยเลือกกีตาร์ให้เธอหน่อยได้ไหมคะ?" ชิโอะแทรกขึ้น ก่อนหันไปถามคิตะ "ว่าแต่คิตะเคยเล่นกีตาร์มาก่อนหรือเปล่า?"
"อ่า... ยังไม่เคยเลยค่ะ..."
"งั้นก็มือใหม่ถอดด้ามสินะคะ" ซากิเสริมขึ้นเบาๆ น้ำเสียงอ่อนโยน "วางใจเถอะค่ะ เดี๋ยวฉันช่วยแนะนำตัวที่เหมาะๆ ให้เอง"
เธอเดินไปที่ชั้นวางกีตาร์ แล้วหยิบกีตาร์สีน้ำเงินตัวหนึ่งออกมาอย่างคล่องแคล่วว่องไว แทบไม่ต้องลังเล
ชิโอะมองตามแผ่นหลังนั้น พลางถอนหายใจในใจเงียบๆ ทั้งที่อยู่ใกล้กันแค่นี้ แต่กลับเหมือนมีกำแพงที่มองไม่เห็นกั้นขวาง อย่างน้อยเธอก็พอรู้เรื่องราวบางอย่างของซากิอยู่บ้าง
ใครจะไปคิดว่าอดีตคุณหนูผู้สูงศักดิ์จะต้องมาใช้ชีวิตแบบนี้ แม้ส่วนหนึ่งจะเป็นเพราะความดื้อรั้นของเจ้าตัวก็เถอะ
เสียงถอนหายใจนั้น ไม่มีใครได้ยิน
————
คิตะ อิคุโยะยื่นน้ำเลมอนในมือให้ชิโอะ แล้วโค้งคำนับให้อย่างงดงาม
"คุณมิซึกิ ขอบคุณที่ช่วยเตือนนะคะ! ไม่อย่างนั้นฉันคงแบกเบสกลับบ้านไปแล้วจริงๆ!"
...ชิโอะจิบน้ำเลมอนเล็กน้อย รสเปรี้ยวอมหวานเย็นชื่นใจแผ่ซ่านไปทั่วลิ้น ทว่าในหัวกลับรู้สึกเหมือนมีอีกาบินผ่านพร้อมส่งเสียงร้อง กา... กา...
"ไม่ต้องเป็นทางการขนาดนั้นก็ได้ค่ะ"
"ต้องสิคะ! นั่นมันเงินเก็บสองปีรวมกับแต๊ะเอียปีใหม่ของฉันเลยนะ!" คิตะพูดอย่างตื่นเต้นพลางนั่งลงข้างๆ
"อ๋อ... งั้นเหรอคะ" ชิโอะไปต่อไม่ถูก ได้แต่ตอบรับเบาๆ
คิตะหลับตาลง น้ำเสียงจริงใจ "เพราะงั้น ขอบคุณมากๆ เลยนะคะ"
"ไม่เป็นไรค่ะ"
สงสัยจัง ถ้าไม่ได้สั่งออนไลน์ ทำไมถึงไม่ถามพนักงานขายไปเลยล่ะ? เธอสับสนนิดหน่อย แต่ก็นะ... อย่าไปยุ่งกับตรรกะโลก 2D เลยดีกว่า
"จริงสิคะ ขอแลกคอนแทคไว้ได้ไหม?" คิตะหันมามอง ดวงตาเป็นประกายวิบวับราวกับบรรจุดวงดาวนับล้าน
ชิโอะรู้สึกเหมือนอีกฝ่ายมีออร่าเปล่งประกายเจิดจ้า อบอุ่นจนแสบตา นี่มันดวงอาทิตย์น้อยชัดๆ
นี่สินะเวทมนตร์เฉพาะตัวของสาวงาม?
ขี้โกงชะมัด น่ารักเกินไปแล้ว!
..."ได้สิคะ" เธอเม้มปาก รู้สึกเหมือนกำลังจะพ่ายแพ้
ใครจะไปปฏิเสธคำขอแบบนี้ลงคอ?
สรุปสั้นๆ มิซึกิ ชิโอะ โดนดาเมจของคิตะเล่นงานเข้าให้แล้ว
"คุณมิซึกิ ในกล่องนั้นคือเครื่องดนตรีอะไรเหรอคะ?" คิตะชี้ไปที่กล่องสีดำแทบเท้าของชิโอะด้วยความอยากรู้
แล้วเธอก็ยิ้มพลางเดา "กีตาร์เหมือนฉันหรือเปล่าคะ?"
เพราะกีตาร์เป็นเครื่องดนตรีที่เข้าถึงง่าย ฝึกไม่กี่เดือนก็พอเล่นเป็นเพลงได้แล้ว
"เปล่าค่ะ" ชิโอะส่ายหน้า "ฉันซื้อไวโอลินน่ะ"
"เอ๋?" คิตะแปลกใจเล็กน้อย "แต่ได้ยินมาว่าไวโอลินเป็นเครื่องดนตรีที่เรียนยากที่สุดเลยไม่ใช่เหรอคะ?"
"อื้ม แต่ถ้าเล่นเป็นแล้วมันจะเท่มากเลยนะ"
"จริงด้วยแฮะ... งั้นก็พยายามเข้านะคะ!" น้ำเสียงของเธอเปลี่ยนจากความลังเลเป็นความมุ่งมั่นและอบอุ่น
"ถึงฉันกับคุณมิซึกิจะยังไม่สนิทกันมาก แต่หวังว่าเราจะพยายามไปด้วยกันนะคะ! มาสู้ไปด้วยกันเถอะ!" คำพูดของคิตะแฝงทั้งการให้กำลังใจและการเชื้อเชิญ ซึ่งชิโอะก็ไม่ได้ปฏิเสธ
"อื้ม มาพยายามด้วยกันเถอะ"
เด็กสาวสองคนต่างให้กำลังใจและก้าวเดินไปข้างหน้าในแบบของตัวเอง
————
กลับมาถึงบ้าน
ชิโอะรีบหยิบเครื่องดนตรีออกมาด้วยความตื่นเต้น เธอวางตัวไวโอลินแนบกับไหปลาร้าข้างซ้ายอย่างมั่นคง คางเกยลงบนที่รองคางเย็นเฉียบ ท่าทางทะมัดทะแมงดูมุ่งมั่นตั้งใจ
เธอเปิดคู่มือผู้เริ่มต้นในโทรศัพท์ สายตาจับจ้องไปที่หัวข้อแรก
เริ่มจากพื้นฐานการใช้คันชักด้วยมือขวา คู่มือย้ำว่าขนหางม้าต้องขนานกับหย่องเสมอ และลากเป็นเส้นตรง นี่คือกุญแจสำคัญที่จะทำให้สายสั่นสะเทือนได้อย่างเต็มที่และสม่ำเสมอ ก่อให้เกิดเสียงดนตรีที่ไพเราะ
เด็กสาวสูดหายใจลึก พยายามใช้แขนขวาทั้งท่อน เริ่มจากหัวไหล่ ให้ต้นแขนนำพาท่อนแขนล่างเคลื่อนไหวอย่างเป็นธรรมชาติราวกับลูกตุ้มนาฬิกา
แขนขวาทั้งหมดต้องผ่อนคลาย ไร้ซึ่งความเกร็ง การลากคันชักบนสายต้องสม่ำเสมอ แรงกดต้องพอดี หนักไปเสียงจะบอด เบาไปเสียงจะแกว่ง
โอ๊ย อ่านแล้วงงไปหมด!
เธอลองสีโดยจินตนาการถึงท่วงทำนองเพลงบรรเลงในความทรงจำ สายไวโอลินสั่นไหว แต่เสียงที่ออกมากลับเป็นเสียงแอ๊ดๆ อี๊ดๆ แหบแห้งแสบแก้วหู ไม่มีความใกล้เคียงกับดนตรีในจินตนาการเลยสักนิด
เธอหยุดสีแล้วกระพริบตาปริบๆ มองความว่างเปล่า อืม... เสียงมันฟังดูแย่จริงๆ นั่นแหละ
แต่ไม่เป็นไรหรอก เริ่มต้นอะไรก็ยากทั้งนั้น มือใหม่เขาก็เป็นแบบนี้กันหมดแหละมั้ง เธอปลอบใจตัวเองเงียบๆ พลางคิดเล่นๆ ว่า การคลำทางเรียนเองจากคู่มือแบบนี้ ถือว่าเป็นการเรียนด้วยตัวเองไหมนะ?
อื้ม ก็น่าจะใช่แหละ
"อ๊ะ!" ข้อผิดพลาดร้ายแรงแวบเข้ามาในหัว ชิโอะเผลอร้องอุทานออกมา "มัวแต่พะวงเรื่องสี จนลืมกดสายไปซะสนิทเลย!"
พอรู้ตัว ความท้าทายที่หนักหนายิ่งกว่าก็ปรากฏขึ้น ต่างจากกีตาร์ ฟิงเกอร์บอร์ดของไวโอลินไม่มีเฟรตแบ่งช่องเสียง การวางนิ้วให้ตรงคีย์ต้องอาศัยหูฟังและนิ้วจำเอาล้วนๆ
นี่คงเป็นด่านหินด่านแรกของการเรียนไวโอลินที่ต้องใช้ความอดทนอย่างสูงในการฝ่าฟัน
เธอหารู้ไม่ว่า ไม่ได้มีแค่เธอคนเดียวที่กำลังกลุ้มใจเรื่องนี้อยู่
ในขณะเดียวกัน ณ อีกมุมหนึ่งของเมือง
คิตะ อิคุโยะนั่งขัดสมาธิอยู่บนพื้นห้อง จ้องมองกีตาร์ตรงหน้าด้วยสายตาว่างเปล่า
"บ้าจริง... ทำไมกีตาร์มันเล่นยากขนาดนี้เนี่ย?!"