เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 82 : คาถาไฟ - วิชาเพลิงมังกร

Chapter 82 : คาถาไฟ - วิชาเพลิงมังกร

Chapter 82 : คาถาไฟ - วิชาเพลิงมังกร


ภายในแดนทุรกันดานแห่งนี้สภาพอากาศค่อนข้างสดชื่น แสงสว่างจากดวงอาทิตย์ที่กำลังจะลับขอบฟ้าสาดส่องลงมายังพื้นดินหากแต่อุณหภูมิกลับยังต่ำอยู่เหมือนเดิม โจวเฉินและหญิงสาวร่างสูงเดินอยู่บนถนนที่ถูกปกคลุมเอาไว้ด้วยหิมะตรงไปยังทิศทางที่ตั้งของเมืองซีดาร์

คนทั้งสองใช้เวลาในการกลับมาเร็วกว่าตอนขาไปมากนักและกลับมาถึงเมืองซีดาร์ก่อนที่ราตรีจะมาเยือน

ทันทีที่พวกเขามาถึงเมืองซีดาร์ พวกเขาก็พบว่าสถานที่แห่งนี้เองก็ถูกแผ่นดินไหวทำลายไปเช่นกัน ทั่วทั้งเมืองนั้นไม่เหลือบ้านที่อยู่ในสภาพสมบูรณ์เลยซักหลังและจำนวนผู้เสียชีวิตเองก็มีเป็นจำนวนมาก ผู้คนที่ยังรอดอยู่ต่างก็ได้รับบาดเจ็บสาหัส กระทั่งเดฟที่หนังค่อนข้างหนาก็ยังมีบาดแผลเกลื่อนร่าง

“จิตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์! เหตุใดท่านถึงได้ลงทัณฑ์ข้าเช่นนี้?”

ภายในซากปรักหักพังของเมืองซีดาร์ เดฟผู้มีร่างกายกำยำคำรามออกมาด้วยความเจ็บปวดขณะลงมือขุดซากของบ้านของเขา

สีหน้าของโจวเฉินที่มองภาพนี้อยู่ไกลๆเปลี่ยนไปทันที เขาคิดว่าตอนนี้ต่อให้เอ่ยปลอบอะไรไปก็คงไร้ประโยชน์ดังนั้นเขาจึงหมุนกายจากมา

“พวกเราจะเอายังไงต่อ?”

หญิงสาวร่างสูงเอ่ยถามเมื่อเห็นโจวเฉินเดินเข้ามา

“ฉันเองก็ยังไม่รู้เหมือนกัน ตอนนี้มุ่งหน้าลงใต้กันเถอะ เมืองส่วนใหญ่ทางเหนือน่าจะถูกทำลายไปจนหมดแล้ว ถ้าพวกเราหาที่เหมาะๆสำหรับอยู่อาศัยไม่ได้ก็คงต้องหาที่ที่ไม่มีใครอยู่เพื่อไม่ให้หายนะที่เกิดขึ้นมันส่งผลต่อคนบริสุทธิ์”

โจวเฉินตอบเสียงเรียบ

“ฉันคิดว่า...แผ่นดินไหวหนนี้น่าจะไม่ใช่ฝีมือของระบบ”

หญิงสาวร่างสูงเงียบไปซักพักก่อนจะเอ่ยออกมาเสียงเบา

“ใครจะรู้กันล่ะ? ยังไงซะจากนี้ไปพวกเราก็คงต้องเอาชีวิตรอดอยู่ด้านนอกเมืองแล้ว ดูสิว่าพระจันทร์กับท้องฟ้ายามกลางคืนมันสวยงามขนาดไหน”

เมื่อมองขึ้นไปบนท้องฟ้ายามราตรีที่ส่องสว่างโจวเฉินก็พบว่าโลกใบนี้เองก็มีดวงจันทร์อยู่ดวงเดียวเช่นกันแต่ดวงจันทร์นั้นใหญ่กว่าดวงจันทร์บนดาวขั้วฟ้ามากนัก ดูไปแล้วราวกับพล็อตหนังในหนังเก่าที่เคยเห็นผ่านตา

คนทั้งสองมุ่งหน้าลงใต้ไปเรื่อยๆ ราวๆหนึ่งชั่วโมงให้หลังจุดแสงสีเขียวอมฟ้ามากมายก็เผยให้เห็นอยู่ไกลๆ

“พวกนั้นมัน...ฝูงหมาป่างั้นหรอ?”

หญิงสาวร่างสูงลดความเร็วลงในทันทีก่อนจะเอ่ยถามออกมาด้วยความไม่มั่นใจ

“อืม...มีหมาป่าหิมะอยู่ราวๆสี่สิบถึงห้าสิบตัวได้”

ด้วยการสนับสนุนจากสกิลมองเห็นในที่สลัวทำให้โจวเฉินสังเกตเห็นพวกมันนานแล้วเขาจึงกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงไม่ใส่ใจ

“สี่สิบห้าสิบตัว? เยอะเหมือนกันนะ เปลี่ยนเส้นทางกันเร็วเข้าเถอะ”

หญิงสาวร่างสูงตื่นตระหนกขึ้นมาทันใด

“ไม่ต้องห่วง จำนวนแค่นี้ฉันจัดการได้”

โจวเฉินไม่สนใจและเดินหน้าต่อ

หญิงสาวร่างสูงลังเลอยู่ซักพักแต่ท้ายที่สุดก็เลือกที่จะตามเขาไป

คนทั้งสองเดินอยู่บนพื้นหิมะอยู่ราวหนึ่งนาทีก่อนจะได้ยินเสียงหอนของหมาป่าชัดเจนยิ่งขึ้นพร้อมกับเสียงลางๆจากฝีเท้าของหมาป่าที่ย่ำลงบนหิมะ

โจวเฉินยังคงเดินหน้าต่ออย่างมั่นคง

หญิงสาวร่างสูงที่ตามมาจากด้านหลังเห็นได้ชัดเลยว่าไม่สามารถผ่อนคลายได้อย่างเขา เจ้าหล่อนดึงกระบี่ออกมาเตรียมสู้เต็มคำรบ

โจวเฉินมองไปยังฝูงหมาป่าที่กำลังพุ่งตรงเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบเฉย

‘ยังไกลไปหน่อย’

เขาคิดกับตัวเอง

หลังจากก้าวไปอีกหลายก้าว...

‘ระยะนี้น่าจะเพียงพอแล้ว’

เขาคิดกับตัวเองอีกครั้ง

เขาคิดว่าระยะห่างระหว่างเขากับฝูงหมาป่าตอนนี้ดีพอแล้ว จู่ๆเขาจึงหยุดเคลื่อนไหว เขายืนกางขาและเอนตัวไปด้านหลังเล็กน้อย  จากนั้นเขาจึงดึงหน้ากากลงมาที่ลำคอก่อนจะยกมือขึ้นมาผสานอินอย่างรวดเร็ว

“คาถาไฟ - วิชามังกรเพลิง!”

หลังจากผสานอินเสร็จสิ้น โจวเฉินก็คำรามออกมาเสียงดังสนั่น จากนั้นเขาก็เงยหน้าขึ้นเล็กน้อยก่อนจะอ้าปากพ่นเปลวเพลิงร้อนระอุเข้าใส่ฝูงหมาป่า!

ฝูงหมาป่าพวกนั้นเห็นได้ชัดเลยว่าโจวเฉินจะมีท่าโจมตีเช่นนี้ ยิ่งไปกว่านั้นเปลวเพลิงที่โจวเฉินพ่นออกมายังรวดเร็วยิ่งนัก หมาป่าหิมะจำนวนมากถูกเปลวเพลิงกลืนจนหายไปจนหลงเหลือเพียงเสียงกรีดร้องน่าสังเวช

หญิงสาวร่างสูงที่ยืนอยู่ด้านหลังโจวเฉินเองก็เผยสีหน้าประหลาดออกมาเช่นเดียวกัน เจ้าหล่อนมองมาที่โจวเฉินก่อนจะรีบพุ่งเข้าไปแทงหมาป่าหิมะที่หลุดรอดเข้ามาและกำลังพุ่งเข้าโจมตีเขา

โจวเฉินพ่นไฟอยู่เช่นนั้นราวๆเจ็ดวินาที ในระหว่างนี้ตัวเขาก็ยังคงปรับเปลี่ยนทิศทางของเปลวเพลิงเพื่อให้เปลวเพลิงเผาหมาป่าหิมะให้มากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้

หมาป่าหิมะตกตายลงเป็นจำนวนมากภายใต้การโจมตีด้วยเปลวเพลิงหนนี้ พวกมันกว่าครึ่งถูกเผาจนกลายเป็นเถ้าถ่านหรือไม่ก็ถูกย่างทั้งเป็น พวกที่โชคดีรอดมาได้และไม่โดนเผาจนตายต่างก็ถูกเผาจนขนไหม้เกรียมทำให้สภาพของพวกมันดูแล้วน่าสังเวชไม่น้อย

หมาป่าหิมะที่รอดชีวิตไม่เหลือความกล้าที่จะโจมตีพวกเขาอีกต่อไปและรีบแยกย้ายกันหลบหนีไปทันทีหลังจากส่งเสียงครวญครางออกมา

‘ระยะทำการสูงสุดคือ25เมตรและปกคลุมพื้นที่ราวๆสามตารางเมตร พลังทำลายเองก็ไม่เลว สามารถเผาอสูรทั่วๆไปให้ตายได้ในสองวินาที การโจมตีนี้โจมตีต่อเนื่องได้เจ็ดถึงแปดวิแต่จำเป็นต้องรวบรวมพลังธาตุไฟอย่างน้อยครึ่งวันซึ่งถือว่ากินพลังงานไม่น้อย’

หลังจากพ่นไฟออกไปด้วยสกิลติดตัวอย่าง ‘แหล่งกำเนิดเปลวเพลิง’ โจวเฉินก็บันทึกรายละเอียดของมันอย่างเงียบๆ ดูเหมือนมันจะทรงพลังก็จริงอยู่แต่การเผาผลาญพลังธาตุเองก็ค่อนข้างสูงไม่แพ้กัน ถ้าเขาใช้การโจมตีแบบเมื่อครู่อีกซักครั้งพลังธาตุไฟในตัวก็คงจะถูกใช้จนเกลี้ยงไม่เหลือหลอ

‘ไวเวิร์นพ่นไฟตัวนั้นดูเหมือนจะพ่นไฟได้นานกว่านี้ ดูเหมือนสกิลติดตัวพอมาอยู่กับเราจะรีดเค้นพลังออกมาได้ไม่เหมือนกัน’

โจวเฉินคิดกับตัวเอง

ในเวลานี้เมื่อเห็นว่าหมาป่าพวกนั้นไม่ใช่ภัยคุกคามอีกต่อไป หญิงสาวร่างสูงจึงเก็บกระบี่เข้าฝักและกลับมาอยู่ในสภาวะเงียบงันอีกครั้ง

“อย่าอยู่เฉยๆสิ ได้เวลากินเนื้อหมาป่าย่างกันแล้ว”

โจวเฉินไม่สนใจสิ่งที่เจ้าหล่อนคิดจากการได้เห็นการทดสอบใช้งานสกิลของเขานัก เขาเดินตรงไปยังซากของพวกหมาป่าและเริ่มเลือกเนื้อหมาป่าย่างในทันที

“ชิ้นนี้ไหม้เกรียมเลยแฮะ อันนี้ก็เกรียมไปนิด...ขาอันนี้ดูดีอยู่”

หลังจากหาอยู่ซักพักโจวเฉินก็พบขาหมาป่าข้างหนึ่งที่ยังไม่ถูกเผาจนเกรียม เขาหยิบขวานออกมาและสับมันออกมา จากนั้นเขาเริ่มกินโดยไม่รีรอ

รสชาติของเนื้อหมาป่าย่างพวกนี้ไม่ได้ดีนักออกจะค่อนข้างขมและมีบางส่วนที่ยังไม่สุกดีเสียด้วยซ้ำแต่โจวเฉินก็ยังเลือกที่จะกินลงไปอยู่ดี

ตั้งแต่มายังโลกใบนี้เขาได้กินมันฝรั่งไปไม่กี่หัวเท่านั้น ตอนนี้เขาจึงหิวมากและต้องการอาหารที่ให้พลังงานสูง

เขากัดเนื้อไปได้ไม่กี่คำหญิงสาวร่างสูงก็เดินเข้ามาร่วมวงอย่างเงียบๆ เจ้าหล่อนใช้กระบี่ในมือตัดเนื้อจากหมาป่าที่ถูกย่างสดออกมาและหย่อนมันเข้าไปในปากก่อนจะเคี้ยวไปขมวดคิ้วไป

“อย่าจู้จี้จุกจิกนักเลย กินอีกหน่อยเถอะ”

โจวเฉินกล่าวกับเธอ

หญิงสาวส่ายหัว

“พวกเราต้องจุดไฟเพื่อจัดการกับเนื้อพวกนี้..ไม่อย่างนั้นพวกเราคงได้ป่วยแน่ๆ”

จบบทที่ Chapter 82 : คาถาไฟ - วิชาเพลิงมังกร

คัดลอกลิงก์แล้ว