เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 81 : แผ่นดินไหว – หิมะถล่ม

Chapter 81 : แผ่นดินไหว – หิมะถล่ม

Chapter 81 : แผ่นดินไหว – หิมะถล่ม


“แพงเกินไปแล้ว”

หญิงสาวร่างสูงหมดคำจะพูด เจ้าหล่อนมีเงินเพียงสองเหรียญทองเท่านั้นและก็ไม่คิดด้วยว่าอาวุธที่ตัวเองชอบจะราคาแพงขนาดนี้

“ราคานี้สมเหตุสมผลแล้วขอรับคุณผู้หญิง”

ชนพื้นเมืองวัยกลางคนยิ้มตอบ

“นี่คือดาบคุณภาพดีที่ถูกสร้างขึ้นมาเพียงไม่กี่เล่มต่อปีภายในร้านอาวุธเหมันต์สีเงินของเรา การเสริมพลังด้วยแสงศักดิสิทธิ์นั้นยิ่งทำให้มันมีค่าขึ้นไปอีก มันทำให้ท่านสามารถจัดการกับสิ่งมีชีวิตชั่วร้ายได้โดยไม่เพลี่ยงพล้ำ”

“ขอดูรอบๆก่อนแล้วกัน”

ไม่ว่าคนผู้นี้จะพยายามโอ้อวดสรรพคุณอย่างไรแต่หญิงสาวก็ทราบดีว่าเจ้าหล่อนจ่ายไม่ไหว เธอจึงไปเดินดูอาวุธชิ้นอื่นแทน

“หอกนี่ราคาเท่าไหร่?”

โจวเฉินเองก็สังเกตเห็นหอกระดับทองแดงขั้นกลางด้ามนึงและเอ่ยถามราคาออกมา

“ยี่สิบเหรียญทองขอรับ”

ชายชนพื้นเมืองวัยกลางคนเอ่ยตอบทันที

“ยี่สิบ...นี่มันถูกกว่าดาบเมื่อกี้เยอะเลยนะหรือจะเป็นเพราะมันไม่มีการเสริมพลัง?”

โจวเฉินถามด้วยความสงสัย

“ถูกต้องแล้วขอรับ การเสริมพลังนั้นจำเป็นต้องใช้วัสดุล้ำค่าและจอมมนตราที่เชี่ยวชาญ ราคาของการเสริมพลังโดยปกติจะสูงกว่าตัวอาวุธเสียอีก”

ชายชนพื้นเมืองวัยกลางคนอธิบายให้เขาฟัง

“ถ้างั้นพวกคุณพอจะเสริมพลังให้ได้ไหม? ฉันอยากจะเสริมพลังให้หอกซักหน่อย”

โจวเฉินถาม

“แน่นอนขอรับแต่ท่านจำเป็นต้องวางมัดจำเงินเอาไว้ก่อน ส่วนการเสริมพลังนั้นจะแล้วเสร็จภายในหนึ่งเดือน”

“เดือนนึง...ช้าเกินไป”

โจวเฉินส่ายหัว พวกเขาไม่ได้มีเวลามากขนาดนั้น

คนทั้งสามเดินดูรอบๆร้านอาวุธอยู่ซักพักและพบอาวุธคุณภาพสูงที่สามารถซื้อกลับไปยังดาวขั้วฟ้าอยู่หลายเล่ม หากแต่ส่วนใหญ่นั้นพวกมันมีราคาแพงมากพวกเขาจึงจากมาโดยไม่ได้ซื้ออะไรเลย

“สิบวัน...สงจริงๆว่าเวลาเท่านี้จะพอหาเงินได้สิบห้าเหรียญทองรึเปล่า...”

ขณะที่เดินอยู่บนถนนที่ปูด้วยแผ่นหินภายในเมืองยอดเหมันต์ชายหนุ่มท่าทางสุภาพก็เอ่ยพึมพำออกมา

“นายยังคิดถึงมีดสั้นเล่มนั้นอยู่อีกหรอ?”

โจวเฉินอดยิ้มออกมาไม่ได้

ชายหนุ่มท่าทางสุภาพผู้นี้ดูเหมือนจะชื่นชอบมีดสั้นคุณภาพสูงที่มีราคา15เหรียญทองภายในร้านอาวุธเมื่อครู่ยิ่งนัก โจวเฉินเสนอให้อีกฝ่ายหยิบยืมเงินก่อนแต่อีกฝ่ายกลับปฏิเสธ เขากล่าวว่าเขาจะหาเงินด้วยตัวเอง

“ไม่ต้องห่วงฉันคิดว่าฉันจะต้องซื้อมันได้ก่อนที่ภารกิจเซอร์ไววัลหนนี้จะจบลงแน่นอน”

ชายหนุ่มท่าทางสุภาพดันกรอบแว่นขึ้นเบาๆและกล่าวตอบด้วยน้ำเสียงมั่นใจ

ยังไงก็ตามก่อนที่โจวเฉินจะทันได้ตอบอะไรออกไปเรื่องผิดปกติก้พลันเกิดขึ้นเสียก่อน

พื้นดินใต้เท้าของพวกเขาเริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง บ้านหินหลายหลังทั้งสองฝากฝั่งของถนนเริ่มโคลงเคลงไปมาราวกับว่าพวกมันพร้อมกับพังทลายในเสี้ยววินาทีถัดไป

“เชี่ย! แผ่นดินไหว!”

โจวเฉินตอบสนองทันควัน

“รีบวิ่งไปที่จตุรัส!”

เขาออกตัววิ่งไปยังลานโล่งๆของจตุรัสซึ่งไม่มีสิ่งก่อสร้างใดๆอยู่เลยเพื่อไม่ให้ถูกสิ่งก่อสร้างรอบด้านล้มลงมาทับ

ยังไงก็ตามระยะห่างระหว่างพวกเขาและจัตุรัสนั้นค่อนข้างไกลอยู่พอสมควรแลแผ่นดินไหวเองก็มาอย่างฉับพลันและรุนแรงมาก ในตอนที่พวกเขายังวิ่งไปไม่ถึงจตุรัสบ้านหินทั้งสองฝากของถนนก็เริ่มพังทลายลงมาเสียก่อน

พริบตานั้นคนทั้งสามต้องเผชิญกับแรงกดดันอย่างใหญ่หลวง ไม่เพียงแต่พวกเขาต้องหลบหลีกชนพื้นเมืองที่ตื่นตระหนกเท่านั้นแต่ยังต้องหลบก้อนหินที่ล่วงลงมาจากบ้านอีกด้วย เส้นทางที่พวกเขาเลือกใช้พริบตาเดียวก็ถูกบ้านหินที่พังทลายล้มลงมาขวางเอาไว้ทำให้ยากจะผ่านไปได้

โจวเฉินเปิดใช้งานสกิลย่างก้าวสายลมในทันที เขาทานรับแรงกระแทกจากหินที่ล่วงหล่นลงมาและกระโดดขึ้นไปบนยอดของกองหิน ที่ทำเช่นนี้เป็นเพราะว่าสิ่งก่อสร้างทั้งหมดในบริเวณได้พังทลายลงมาแล้วและแม้ว่ากองหินพวกนี้จะยังคงพังทลายลงมาแต่จำนวนหินที่หล่นลงมาก็ไม่ได้มากมายเท่าก่อนหน้านี้

จากจุดนี้เขามองไม่เห็นชายหนุ่มท่าทางสุภาพกับหญิงสาวร่างสูงอีกต่อไปแต่ก็รู้ดีว่าทั้งสองคนนั้นน่าจะอยู่ใต้กองหิน

เมืองที่เดิมทีเต็มไปด้วยเสียงพูดคุยกลับกลายเป็นซากปรักหักพังภายในเวลาไม่กี่วินาที นอกจากปราสาทที่อยู่ใจกลางเมืองที่ดูเหมือนจะไม่ได้รับผลกระทบซักเท่าไหร่แล้วสถานที่อื่นๆล้วนถูกทำลายจนสิ้นซาก กระทั่งโจวเฉินที่เป็นเพียงแขกต่างเมืองก็ยังรู้สึกปวดใจ

‘ระบบนี่มันระยำจริงๆ ไม่คิดจะมองพวกเราใช้ชีวิตอย่างสงบเลยสินะ?’

เมื่อเห็นว่าแผ่นดินไหวคล้ายว่าจะหยุดแล้วและสิ่งก่อสร้างเกือบทั้งหมดเองก็พังทลายลงมาแล้ว โจวเฉินก็กระโดดลงจากกองหินเพื่อตามหาสหายอีกสองคนขณะเดียวกันก็ขบคิดไปด้วย

ไม่นานนักเขาก็พบกับหญิงสาวร่างสูงใต้กองหิน สภาพของเธอยังดูดีอยู่ นอกจากรอยขีดข่วนเล็กน้อยบนไหล่แล้วก็ไม่มีอะไรอีก

“เขาถูกฝังอยู่ตรงนั้น อาจจะตายไปแล้วก็ได้”

หญิงสาวร่างสูงทันทีที่เห็นโจวเฉินเธอก็ชี้ไปที่กองหินอีกกองในทันที

โจวเฉินเดินเข้าไปดูและพบว่ากองหินนั้นไม่เล็กเลย ขนาดเล็กที่สุดของมันอย่างน้อยก็หนักหลายตันเข้าไปแล้ว มันน่าจะเป็นวัสดุที่ตกมากจากโรงหนังขนาดใหญ่ที่อยู่ติดถนน

“เขาตายแล้วจริงๆนั่นแหละ สกิลตรวจจับของฉันสัมผัสได้ว่าไม่มีสิ่งมีชีวิตใดๆหลงเหลืออยู่ตรงนี้แล้ว”

การรับรู้ของโจวเฉินเรียกได้ว่าทรงพลังมากและเขายังมีสกิลติดตัวอย่าง ‘กระหายเลือด’ ที่ใช้ในการสัมผัสถึงสิ่งมีชีวิตอีกด้วย ดังนั้นเขาจึงตัดสินได้ทันทีว่าชายหนุ่มท่าทางสุภาพน่าจะเสียชีวิตไปแล้ว

ตูม!

คนทั้งคู่ไม่มีเวลามาเสียใจมากนัก ทันทีหลังจากนั้นพวกเขาพลันได้ยินเสียงดังกึกก้องที่ฟังดูทุ้มลึกดังขึ้นมาจากที่ไกลๆจนพวกเขาอดหันไปมองไม่ได้

ยอดภูเขาที่ถูกปกคลุมไปด้วยหิมะซึ่งเดิมทีแล้วสูงตะหง่านหากแต่ในเวลานี้กลับดูหดสั้นลง หินและกองหิมะจำนวนมหาศาลกำลังถล่มลงมาทางนี้

“...”

โจวเฉินรู้สึกว่าระบบนี่ช่างโหดเหี้ยมยิ่งนัก เขาเปิดใช้สกิลย่างก้าวสายลมอีกครั้งและรีบออกวิ่งในทันที

‘น่าเสียดายจริงๆ เดิมทีแล้วอยากจะไปที่ร้านอาวุธเหมันต์สีเงินซะหน่อยแท้ๆ’

โจวเฉินคิดขณะหลบหนี จริงๆแล้วแผ่นดินไหวที่ผ่านมาก็ไม่ใช่เรื่องแย่ทั้งหมดเพราะมันทำให้เขาสามารถใช้ประโยชน์จากสถานการณ์ในครั้งนี้ได้ ยังไงก็ตามหิมะถล่มที่กำลังไหลลงมานั่นต่างหากที่ขับไล่ความคิดของเขาไปจนสิ้น

หญิงสาวร่างสูงที่อยู่หลังโจวเฉินเองก็ออกวิ่งเต็มกำลังเช่นเดียวกัน ความเร็วของเจ้าหล่อนรวดเร็วมากแต่ก็เทียบกับโจวเฉินที่เปิดใช้งานสกิลย่างก้าวสายลมไม่ได้ ไม่นานนักเธอก็ถูกทิ้งห่างมากขึ้นเรื่อยๆ

โจวเฉินวิ่งมาเกือบห้ากิโลก่อนจะหยุดเพื่อพักเอาแรง

เขามองกลับไปและเห็นว่าเมืองยอดเหมันต์ที่พังทลายจากแผ่นดินไหวอยู่ก่อนแล้วตอนนี้กลับมาถูกหิมะถล่มกลบฝังและโดนเศษหินจากภูเขาในระแวกใกล้เคียงกระหน่ำทับลงไปอีกครั้ง กระทั่งปราสาทในบริเวณใจกลางเมืองเองก็ไม่รอด

“เจ้าเมืองที่นี่มันมีปัญหาอะไรรึเปล่า หรือคิดจะดูเมืองตัวเองถูกทำลายไปทั้งๆแบบนี้?”

โจวเฉินคิดกับตัวเองขณะจ้องมองดูหายนะที่เกิดขึ้น

เดิมทีเขาคิดว่าตัวตนอย่างเจ้าเมืองของโลกนี้น่าจะมีความโดดเด่นและอาจจะมีวิธีหยุดยั้งหรือบรรเทาหายนะที่เกิดขึ้นได้ มาตอนนี้ดูเหมือนเขาจะคิดมากไป

โจวเฉินพักผ่อนอยู่ซักพักท่ามกลางหิมะที่ปกคลุม ไม่นานนักหญิงสาวร่างสูงก็วิ่งตามมาทัน

“ไป...ไปที่เมืองซีดาร์ใช่ไหม?”

หญิงสาวถามขณะที่หอบหายใจ

“ใช่”

“หวังว่าที่นั่นจะไม่ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวนะ”

โจวเฉินตอบกลับก่อนจะปรายตามองไปยังหิมะบนพื้นดินที่ได้รับผลกระทบเนื่องจากแผ่นดินไหว

“แต่ต่อให้สถานการณ์มันดีจริงๆแต่พวกเราก็อยู่นานไม่ได้ ฉันรู้สึกว่าตอนนี้พวกเราไม่ต่างอะไรไปจากตัวซวยเลย”

โจวเฉินกล่าวออกมาอย่างอดไม่ได้

จบบทที่ Chapter 81 : แผ่นดินไหว – หิมะถล่ม

คัดลอกลิงก์แล้ว