เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 65 : เข้าสู่ชั้นที่สอง – กระหายเลือด

Chapter 65 : เข้าสู่ชั้นที่สอง – กระหายเลือด

Chapter 65 : เข้าสู่ชั้นที่สอง – กระหายเลือด


โจวเฉินรู้สึกว่าปัญหานี้ค่อนข้างน่าเป็นห่วงไม่น้อย แรกเริ่มเดิมทีมีเซอร์ไวเวอร์ที่เป็นผู้หญิงเพียงแค่สามคนเท่านั้นแต่ตอนนี้เขากลับพบมาแล้วถึงห้าคน นี่หมายความว่าถ้าไม่ใช่เขานับผิดในตอนแรกก็ต้องมีอะไรบางอย่างผสมเข้ามา

จากนั้นเขาก็มองดูใบหน้าของศพและพบว่าเธอคือหนึ่งในไม่กี่คนที่เขาจำได้ ในช่วงเริ่มต้นของภารกิจเซอร์ไวเวอร์สตรีผู้นี้ดูเหมือนจะยืนอยู่ตรงกลาง

“ผู้หญิงผมยาวกับผู้หญิงตัวเล็กคนนั้นเราก็จำได้ชัดเจนแต่ผู้หญิงสองคนที่เจอที่ห้องแท่นหินดูเหมือนว่าจู่ๆก็ปรากฏตัวออกมา”

โจวเฉินคิดแล้วก็แปลกใจ เขาพยายามนึกและพบว่าดูเหมือนเขาจะไม่เคยพบกับสตรีทั้งสองคนนั้นในตอนเริ่มต้นภารกิจมาก่อน

ยิ่งเขาคิดมากเท่าไหร่เขาก็ยิ่งรู้สึกว่ามีอะไรไม่ชอบมาพากลมากเท่านั้น เขามั่นใจว่าในช่วงเริ่มภารกิจเขาไม่ได้นับผิดไปแน่นอนแต่ในตอนที่กำลังสู้กับนักรบศิลานั้นเขาไม่ทันฉุกคิดและไม่ได้ให้ความสนใจกับสตรีทั้งสองเท่าที่ควร

“จำนวนของเซอร์ไวเวอร์ที่เป็นผู้ชายเองก็ดูเหมือนจะไม่ถูกต้อง หลังจากนี้คงต้องเก็บมาคิดแล้วสิ”

โจวเฉินหยุดคิดและใช้หอกขุดหญ้ารอบๆศพออก ไม่นานนักเขาก็พบมีดอันหนึ่งจึงหยิบมันขึ้นมาและเก็บเอาไว้ในช่องเก็บของ

หลังจากออกจากห้องที่เต็มไปด้วยต้นหญ้าโจวเฉินก็ออกสำรวจหาห้องที่มีรูกุญแจสอดคล้องกับลูกกุญแจที่เขาถือครองอยู่ไปพร้อมๆกับตามหาสตรีทั้งสองคนนั้นไปด้วย

ยังไงก็ตามหลังจากใช้เวลามาซักพักแล้วเขากลับพบเพียงหีบสมบัติที่ถูกคนอื่นกวาดไปแล้วเพียงเท่านั้น เท่ากับว่าเขาไม่ได้อะไรเพิ่มเติมหรือไม่พบเจอเป้าหมายที่ตั้งใจแต่อย่างใด

“หรือว่ากุญแจที่มีมันจะไปใช้ได้ในห้องของชั้นถัดไปกันนะ?”

หลังจากสำรวจอีกซักพักและนั่งยันนอนยันได้แล้วว่าไม่เหลืออะไรในชั้นนี้ให้เก็บกู้แล้วจริงๆ โจวเฉินจึงออกเดินไปยังประตูชั้นใต้ดินที่นำทางไปสู่ชั้นถัดไป

หลังจากเข้าสู่ห้องโถงที่ยังคงมีร่างของอสูรหมีนอนตายอยู่เขาก็พบว่ามีคนมารวมตัวกันอยู่ที่นี่แล้วถึง4คน ทั้งชายร่างบาง ชายร่างกำยำ สตรีผมยาวและชายวัยกลางคนรรูปร่างจ้ำม่ำ

“ในที่สุดก็มาแล้วเรอะ? คิดว่าตายไปแล้วซะอีก!”

ชายร่างกำยำที่ถือโร่เอาไว้ในมือข้างหนึ่งและถือกระบองเอาไว้อีกข้างกล่าวเยาะออกมาเมื่อเห็นโจวเฉิน

โจวเฉินเมินคำพูดเหน็บแนมของอีกฝ่ายและเปิดประตูด้วยกุญแจในมือ

“พวกคุณทั้งหมดเคยเห็นผู้หญิงที่ใช้ดาบกับกระบี่กันบ้างไหม? พวกนั้นมีผมสั้นและมีส่วนสูงกลางๆ”

“จำไม่เห็นได้เลยนะว่ามีเซอร์ไวเวอร์แบบนั้นในบรรดาพวกเราด้วย”

ชายร่างบางตอบกลับทันควันจากนั้นเขาก็ปรายตามองไปยังผู้หญิงผมยาวที่ยืนอยู่ข้างๆ

“นอกจากผู้หญิงคนนี้และหญิงสาวตัวเล็กๆอีกคนก็มีเซอร์ไวเวอร์ที่เป็นผู้หญิงอยู่อีกแค่คนเดียวเท่านั้นแต่ผู้หญิงคนนั้นก็ดูเหมือนว่าจะมีลักษณะไม่ตรงกับที่นายพูดมานะ”

“นั่นสินะ”

โจวเฉินพยักหน้ารับ เขารู้ดีว่าสตรีคนที่สามที่ชายร่างบางกล่าวถึงก็คือคนที่เขาเจอที่ห้องที่เต็มไปด้วยต้นหญ้านั่นเอง

เขาเสียบลูกกุญแจเข้าไปในรูกุญแจจากนั้นก็บิดมันครั้งนึงและผลักมันอีกครั้ง ประตูสู่ชั้นสองก็เปิดออกอย่างเป็นทางการ

ด้านหลังประตูนี้คือทางเดินที่ยื่นยาวออกไปสองด้าน แสงบริเวณทางเดินเองก็มืดสลัวกว่าชั้นหนึ่งอย่างชัดเจนเพราะว่าภายในทางเดินนั้นมีตะเกียงน้ำมันอยู่เพียงไม่กี่จุดเท่านั้น

คนทั้งห้าเดินเข้าไปในทางเดินและแยกออกเป็นสองกลุ่มอย่างรวดเร็ว ชายร่างกำยำและชายวัยกลางคนร่างอ้วนไปทางหนึ่ง ขณะที่ชายร่างบาง หญิงสาวผมยาวและโจวเฉินเลือกไปอีกด้าน

“ไม่นานมานี้ฉันได้เจอกับผู้หญิงแปลกๆมาสองคน ตอนนี้พอคิดดูแล้วที่มาที่ไปของคนพวกนั้นค่อนข้างน่าสงสัย พวกคุณควรระวังคนแปลกหน้ากันให้ดี”

โจวเฉินกล่าวกับชายร่างบางที่เดินอยู่ข้างๆ

“ไม่ต้องห่วงฉันจำลักษณะของเซอร์ไวเวอร์ทั้งเก้าคนได้หมดนั่นแหละ ตราบใดที่เจอฉันก็จำได้ทันที”

ชายร่างบางตอบกลับอย่างมั่นใจ

“โห? ถ้างั้นบอกหน่อยได้ไหมว่าแต่ละคนมีลักษณะยังไงบ้าง?”

โจวเฉินบังเกิดความสนใจขึ้นมา การสังเกตุส่วนช่วงเริ่มภารกิจของเขาค่อนข้างจะทำไปแบบลวกๆเท่านั้นโดยเฉพาะเมื่อแต่ละคนยื่นค่อนข้างห่างจากเขาด้วย บางคนนั้นเขาจึงเห็นเพียงแค่แผ่นหลังหรือด้านข้างเท่านั้นและไม่ได้ให้ความสนใจเท่าไหร่นัก

ชายร่างบางตอบกลับทันที เขาไล่อธิบายลักษณะของแต่ละคนให้โจวเฉินฟังไม่นานนักเขาก็ได้รู้แล้วว่าผู้ชายที่เป็นส่วนเกินมานั้นคือใคร

“เป็นหมอนั่นจริงๆด้วยแต่รู้สึกว่านิสัยค่อนข้างปกติมากเลยนะ”

โจวเฉินสับสนเล็กน้อย

คนทั้งสามเดินอยู่บนเส้นทางทอดยาวซักพักจนพบเข้ากับทางแยกที่แยกออกเป็นสองฝั่ง ยังไงก็ตามพวกเขาไม่ได้เลือกที่จะแยกกันไปเพราะพอโจวเฉินตัดสินใจเลือกเส้นทางชายร่างบางและหญิงสาวผมยาวก็ตามเขาไปทันที

โจวเฉินไม่ได้แปลกใจเท่าไหร่นัก เขาเดาว่าคนทั้งสองคงเห็นตอนที่เขาแสดงพลังออกมาจึงอยากจะพึ่งพิงเขา

พวกเขาเดินต่อมาอีกซักพักและทันใดนั้นเองโจวเฉินก็กระตุกฝีเท้าและค่อยๆเดินช้าลงก่อนที่จะถึงมุม

“มีมอนสเตอร์รอลอบโจมตีพวกเราอยู่ข้างหน้า ระวังตัวให้ดี”

เขาเตือนคนทั้งคู่ที่เดินตามมาจากด้านหลัง

ค่าสถานะจิตวิญญาณของเขาซึ่งสูงถึง2.1แต้มทำให้ประสาทสัมผัมและการรับรู้ของเขาเฉียบคมมาก แม้ว่าจะมีกำแพงกั้นอยู่แต่เขาก็ยังสัมผัสได้อยู่ดีว่ามีอะไรบางอย่างซ่อนอยู่ตรงนั้น

พริบตาต่อมาเขาก็พลันเร่งฝีเท้าพุ่งเข้าใส่มุมกำแพง หอกของเขาเจาะทะลุบางสิ่งบางอย่างและปลายหอกเองก็สัมผัสได้ถึงแรงต้าน อสูรรูปร่างคล้ายมนุษย์แต่ไร้ผิวหนังถูกหอกเจาะทะลุเข้าที่ส่วนหัวอย่างพอดิบพอดี

ชายร่างบางและหญิงสาวผมยาวรีบตามเข้ามาสนับสนุน ชายร่างบางคว้ากระบี่ขึ้นมาขณะที่หญิงสาวผมยาวเองก็ยังคงใช้ค้อนสงครามเช่นเดิม

[พรสวรรค์ช่วงชิงสกิลติดตัวทำงาน : ท่านได้ทำการช่วงชิงสกิลของ ‘ซากศพโลหิต’ – ‘พิษโลหิต(ระดับ1)’ และ ‘กระหายเลือด(ระดับ1)’ ต้องการทำการดูดซับหรือไม่?]

หลังจากโจวเฉินสังหารอสูรเลือดรูปร่างมนุษย์ตัวแรกลงได้เสียงแจ้งเตือนจากระบบก็ดังขึ้นมา

“พิษโลหิต? พิษอีกแล้ว! แต่กระหายเลือดนี่คืออะไร?”

เขาคิดกับตัวเองเงียบๆก่อนที่จะหันไปเตือนคนทั้งสอง

“ระวังให้ดีอย่าได้ไปแตะตัวพวกมันเชียว พวกมันน่าจะมีพิษ”

จากนั้นโจวเฉินก็เริ่มเข่นฆ่ามอนสเตอร์เลือดเหลานี้ด้วยความเร็วสูง เขาใช้หอกในมือแทงเข้าใส่จุดตายของพวกมันได้อย่างแม่นยำราวกับอสรพิษฉกเหยื่อ

หลังจากที่คนทั้งสามสังหารอสูรโลหิตรูปร่างมนุษย์ลงจนหมดโจวเฉินจึงเปิดคำอธิบายสกิลของพิษโลหิตและกระหายเลือดขึ้นมาอ่าน

[พิษโลหิต(ระดับ1)]

[ประเภท : สกิลติดตัวระดับทองแดงขั้นต่ำ]

[คำอธิบาย : เลือดของท่านเต็มไปด้วยพิษร้ายและสามารถสร้างความเสียหายต่อเนื่องอย่างรุนแรงให้กับเป้าหมายระดับทองแดงได้]

[กระหายเลือด(ระดับ1)]

[ประเภท : สกิลติดตัวระดับทองแดงขั้นต่ำ]

[คำอธิบาย : ท่านสามารถสัมผัสได้ถึงการเคลื่อนไหวของเลือดภายในระยะร้อยเมตร]

‘แฝงพิษเอาไว้ในมือเพื่อใช้ในการโจมตีนี่มันไม่ค่อยสะดวกเท่าพิษซากศพที่เรามีอยู่ซักเท่าไหร่นะ ส่วนสกิลกระหายเลือดนี่ดูแล้วค่อนข้างดีเอาเป็นว่าดูดซับไว้ทั้งสองอย่างนั่นแหละ’

โจวเฉินเลือกดูดซับสกิลตามปกติแม้ว่าจะไม่ค่อยจำเป็นก็ตาม แต่ยังไงซะก็ไม่ได้เสียอะไรอยู่แล้ว ยังไงก็ตามพอเขาดูดซับเสร็จสิ้นเขาก็เลือกที่จะปิดการทำงานของสกิลพิษโลหิตลงทันที เขาจะเปิดใช้งานมันก็ต่อเมื่อต้องการจะใช้เท่านั้น

หลังจากจัดการกับสกิลติดตัวทั้งสองจนแล้วเสร็จและปิดการทำงานของสกิลพิษโลหิตไปแล้วโจวเฉินก็เริ่มทดสอบการทำงานของสกิลกระหายเลือด

ตอนนี้เขาสามารถสัมผัสได้ถึงเลือดทั้งหมดสิบเอ็ดจุด สามในนั้นคือเขาและเซอร์ไวเวอร์อีกสองคน อีกแปดเองก็อยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก ห้าในนั้นเป็นอสูรโลหิตร่างมนุษย์และอีกสามเป็นมอนสเตอร์ชนิดใหม่

‘สกิลกระหายเลือดนี่โคตรมีประโยชน์เลย ไม่เพียงแค่สามารถสัมผัสได้ถึงแหล่งที่มาของเหลือเท่านั้นแต่ยังจำแนกประเภทได้ด้วย...ยังไงก็เถอะจะลืมไม่ได้ว่ามีมอนสเตอร์อยู่หลายชนิดเหมือนกันที่ไม่มีเลือดไหลเวียนในร่างดังนั้นจะประมาทไม่ได้’

จบบทที่ Chapter 65 : เข้าสู่ชั้นที่สอง – กระหายเลือด

คัดลอกลิงก์แล้ว