เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 56 : เมืองใต้ดิน

Chapter 56 : เมืองใต้ดิน

Chapter 56 : เมืองใต้ดิน


หลังจากกลับมาถึงห้องเช่าเขาก็จัดแจงอาบน้ำและเปิดทีวีเพื่อดูข่าวไปพลางและกินเนื้อวัวตากแห้งไปพลาง

“ไม่นานมานี้ทางสถาบันวิจัยทางชีวภาพได้มีความคืบหน้าครั้งใหญ่ในกระบวนการการรักษามะเร็ง เอดส์และโรคร้ายชนิดอื่นๆ”

“ทางสภาได้มีการลงมติ โดยที่ทางสภานั้นต้องการเพิ่มอัตราการถือกำเนิดของประชากรและให้การรับรองด้านสุขภาพของประชากรตั้งแต่ช่วงอายุวัยรุ่นไปจนถึงวัยกลางคน”

“ประธานองค์กรกีฬาแห่งจักรวรรดิได้มีการเข้าประชุมกันหลายครั้งในช่วงเช้าที่ผ่านมาเกี่ยวกับการฟื้นฟูศิลปะการต่อสู้และขอเสนอให้มีการยกระดับศาสตร์การต่อสู้และคุณลักษณะทางกายภาพของประชากรในประเทศ...”

หลังจากอ่านข่าวซักพักโจวเฉินก็รู้สึกว่าอิทธิพลที่ระบบมีต่อจักรวรรดิมังกรนั้นไม่น้อยเลย หัวข้อข่าวตั้งแต่ความคืบหน้าทางด้านการรักษามะเร็งและเอดส์ตามที่บอกกล่าวนั้นน่าจะเกี่ยวข้องกับโพชั่นฟื้นฟูของทางระบบไม่ผิดแน่

การเพิ่มอัตราการถือกำเนิดเองก็น่าจะเป็นเพราะเหตุการณ์ที่มีชาวจักวรรดิวัยกลางคนและวัยรุ่นหายไปเป็นจำนวนตัวมากซึ่งถ้าจะกล่าวให้ถูกก็คือพวกเขาตายในภารกิจเซอร์ไววัลไปแล้วนั่นเอง แม้ว่าจำนวนในปัจจุบันจะยังไม่ส่งผลร้ายแรงต่อจำนวนประชากรที่มีมากมายของจักรวรรดิ แต่ทางคนระดับสูงน่าจะตรองแล้วว่ามันจะนำมาซึ่งผลร้ายในระยะยาวดังนั้นพวกเขาจึงมีการเสนอให้เพิ่มอัตราการสืบพันธุ์เช่นนี้

การฟื้นฟูศิลปะการต่อสู้เองก็เกี่ยวข้องเช่นเดียวกัน ทางรัฐบาลน่าจะต้องการเพิ่มอัตราการรอดชีวิตของประชากรโดยการยกระดับพลังต่อสู้

เวลาผ่านเลยไปอย่างสบายๆ อาทิตย์นี้จัดว่าเป็นอาทิตย์ที่โจวเฉินผ่อนคลายมากที่สุดแล้ว เขาเพียงแค่ไปที่โรงฝึกเพื่อฝึกซ้อมและหลังจากฝึกซ้อมเสร็จก็หาอะไรกินเพื่อให้สภาพร่างกายอยู่ในสภาวะสมบูรณ์ที่สุดเท่านั้นก็เพียงพอ

สองวันให้หลังภารกิจเซอร์ไววัลครั้งใหม่ก็มาถึง

[ภารกิจเซอร์ไววัลกำลังจะเริ่มต้นขึ้น โปรดเตรียมตัวให้พร้อม]

[เริ่มต้นการเคลื่อนย้าย...]

[ระดับความยาก : ทองแดงขั้นต่ำ]

[ภารกิจ : กลับสู่ดาวขั้วฟ้าผ่านทางแท่นเคลื่อนย้ายซึ่งตั้งอยู่บนชั้นที่สามของเมืองใต้ดิน]

[คำแนะนำ : ในดันเจี้ยนแห่งนี้มีหีบสมบัติซ่อนอยู่ ไอเทมที่ได้จากหีบสมบัติสามารถนำกลับมายังดาวขั้วฟ้าได้]

โจวเฉินถูกส่งมายังทางเดินหินแคบๆแห่งหนึ่ง บริเวณกำแพงของทางเดินมีตะเกียงน้ำมันห้อยอยู่ดังนั้นพื้นที่บริเวณนี้จึงค่อนข้างสว่างทีเดียว

นอกจากโจวเฉินแล้วก็ยังมีชายอีกหกคนและสตรีอีกสามคน รวมทั้งสิ้นแล้วในภารกิจครั้งนี้มีเซอร์ไวเวอร์ถึงสิบคน

คนทั้งหมดนั้นแต่งตัวแตกต่างกันไปและดูมีอายุไม่ถึงสี่สิบกันทั้งนั้น สายตาของพวกเขาทุกคนจับจ้องมองไปยังส่วนลึกของทางเดินด้วยสีหน้าตื่นเต้นแต่ก็สุขุมในเวลาเดียวกัน

“ฉันเคยอ่านโพสต์เกี่ยวกับดันเจี้ยนเมืองใต้ดินนี่บนฟอรั่มมาก่อน พวกเขาบอกกันว่าในดันเจี้ยนแห่งนี้มีกับดักและสมบัติอยู่มากมาย!”

ชายหนุ่มที่มีท่าทีสุภาพอ่อนน้อมกล่าวออกมาเป็นคนแรก

“แล้วนายจำตำแหน่งของกับดักได้รึเปล่า? นายมาเป็นคนนำทางดีไหม?”

สาวสวยขยิบตาให้ชายหนุ่มเล็กน้อย

“ฉันจะไปจำได้ยังไง? หรือต่อให้จำได้จริงๆก็ไม่มีความหมาย ระบบไม่มีทางออกแบบดันเจี้ยนแบบเดียวกันออกมาอยู่แล้ว ต่อให้เป็นดันเจี้ยนที่มีชื่อเดียวกันก็ย่อมมีโครงสร้างที่ต่างกันอยู่ดี”

ชายหนุ่มท่าทางสุภาพส่ายหัว

ขณะที่พวกเขาคุยกันอยู่นั้นชายสองคนก็ได้เดินหายเข้าไปในส่วนลึกของทางเดินแล้ว การกระทำเช่นนี้ของพวกเขาทำให้คนอื่นๆต้องเคลื่อนไหวบ้างเพราะทุกๆคนนึกขึ้นมาได้ว่าระบบได้บอกเอาไว้อย่างชัดเจนแล้วว่ามีหีบสมบัติซุกซ่อนอยู่ที่นี่และพวกเขาก็ไม่อยากให้คนอื่นๆคว้ามันไปครองก่อนด้วย

โจวเฉินเดินตามหลังคนอื่นๆไป มือข้างหนึ่งของเขากระชับหอกและอีกข้างก็กำโล่เอาไว้แน่น ขณะเดียวกันเขาก็คอยสอดส่ายสายตาไปรอบๆทางเดินและเคลื่อนที่ไหอย่างช้าๆไม่รีบร้อน

‘เนื่องจากตรงนี้เป็นจุดเริ่มถ้างั้นเส้นทางสายนี้ก็น่าจะปลอดภัย’

ขณะที่คิดนั้นเขาก็พลันได้ยินเสียงพูดคุยดังขึ้นมาจากด้านหน้า

“ดูสิ! มีทางแยกด้วย!”

มีใครบางคนที่เดินนำอยู่ด้านหน้าโจวเฉินไปสัมผัสโดนกลไกบางอย่างเข้าจนทำให้กำแพงแยกออกจากกันเผยให้เห็นทางเดินมืดสนิทอีกเส้นหนึ่ง

“ใครมีแสงบ้าง? ไปดูขางในกันเถอะ ในนี้มันต้องมีอะไรดีๆอยู่แน่ๆ”

ชายวัยกลางคนอายุราวสามสิบดูเหมือนจะสนใจเส้นทางสายนี้มากทีเดียว

แต่ก่อนที่คนอื่นๆจะทันได้ตอบอะไรออกมาก็มีเสียงอะไรบางอย่างดังขึ้นมาจากด้านในเสียก่อน จากนั้นมอนสเตอร์ลักษณะคล้ายกิ้งก่าแต่มีความยาวราวสองเมตรหลายตัวก็พากันคลานออกมา

เมื่อเห็นเช่นนี้คนที่อยู่ด้านหน้าก็รีบวิ่งเข้าไปในส่วนลึกของทางเดินในทันทีโดยที่ไม่มีท่าทีว่าจะหันกลับมาสู้กับอสูรกิ้งก่าพวกนี้เลยซักนิด คนอื่นๆที่อยู่ด้านหลังจึงไม่มีทางเลือกได้แต่ต้องหยิบอาวุธออกมาสู้กับอสูรพวกนี้เพราะเส้นทางด้านหลังก็เป็นทางตันและเส้นทางด้านหน้าเองก็ถูกพวกมอนสเตอร์ขวางเอาไว้แล้ว

โจวเฉินเองก็เป็นหนึ่งในบรรดาคนเหล่านี้ เขาสะบัดหอกในมืออย่างสบายๆแต่กลับเจาะทะลุหัวของอสูรกิ้งก่าที่กระโจนเข้ามาอย่างแม่นยำ มอนสเตอร์ตัวอื่นๆเองก็ใกล้จะถูกเผด็จศึกโดยชายหนุ่มร่างบางกับหญิงสาวผมยาวแล้วเช่นกัน

ส่วนคนอื่นๆที่อยู่ห่างออกไปหน่อยพอเห็นว่าคนทั้งสามด้านหลังทรงพลังเพียงใดพวกนั้นก็พากันวิ่งไล่คนที่นำหน้าเข้าไปยังส่วนลึกของทางเดินในทันที

[พรสวรรค์ช่วงชิงสกิลติดตัวทำงาน : ท่านได้ขโมยสกิลติดตัวของกิ้งก่าทมิฬ ‘มองเห็นในที่มืด(ระดับ1*)’ ต้องการดูดซับเลยหรือไม่?] (*สกิลเดิมที่พระเอกมีคือโลว์ไลท์วิชั่นส่วนอันนี้คือดาร์ควิชั่น - เดี๋ยวสกิลโลว์ไลท์วิชั่นผมจะเปลี่ยนเป็นมองเห็นในที่สลัวแทน)

“ดูดซับเลย!”

ทันทีที่ระบบแจ้งเตือนดังขึ้นมาในสมองโจวเฉินก็ตอบตกลงและดูดซับสกิลติดตัวมองในที่มืดอย่างไม่ลังเล

สกิลมองเห็นในที่มืดนี้ก็เหมือนกับสกิลมองเห็นในที่สลัวแต่ความสามารถค่อนข้างแตกต่างกัน สกิลมองเห็นในที่มืดจะทำให้เขามองเห็นสิ่งต่างๆในสภาพแวดล้อมมืดสนิทได้ขณะที่สกิลมองเห็นในที่สลัวนั้นจะทำให้เขามองเห็นในสภาพแวดล้อมสลัวๆหรือมีแสงน้อยได้นั่นเอง

หลังจากผสานเข้ากับสกิลติดตัวมองเห็นในที่มืดแล้วโจวเฉินก้เดินเข้าไปยังทางแยกที่ถูกเปิดขึ้นมาใหม่เพื่อดูด้านใน ภาพที่เขาเห็นด้านในปรากฏให้เห็นเป็นภาพขาวดำแสดงให้เห็นพื้นที่กว้างที่เต็มไปด้วยหลุมกับดักและกล่องไม้กล่องหนึ่ง

‘เจอหีบสมบัติเร็วปานนี้เชียว?’

โจวเฉินเดินเข้าไปทันทีขณะที่มือก็คอยแกว่งหอกไปรอบๆเพื่อตรวจสอบกับดัก

ชายหนุ่มร่างบางด้านหลังของเขาตะโกนขึ้นมา

“อย่าเข้าไป! ข้างในมันมืดมากและอาจจะมีอันตรายได้!”

โจวเฉินหันหัวกลับมาแล้วยิ้มบางๆให้กับอีกฝ่าย

“สบายๆน่าฉันรับมือได้”

จากนั้นเขาก็หายตัวไปท่ามกลางความมืด

แน่นอนว่าคนอื่นๆเห็นเพียงความมืดเท่านั้นแต่จากมุมมองสายตาของโจวเฉินทุกอย่างที่อยู่ด้านในล้วนมองเห็นได้อย่างชัดเจนแต่มองเห็นเป็นภาพสีขาวดำก็เท่านั้น

เขากระแทกพื้นด้วยหอกครั้งแล้วครั้งเล่าเพื่อให้มั่นใจว่าพื้นที่บริเวณนี้สามารถเดินเข้าไปได้อย่างปลอดภัย

เขาวนอ้อมหลุมกับดักมาสามหลุมและค่อยๆใกล้หีบสมบัติที่อยู่ส่วนลึกมากขึ้นเรื่อยๆ

เมื่อเข้ามาใกล้โจวเฉินก็สังเกตุเห็นอสูรที่มีลักษณะคล้ายค้างคาวตัวหนึ่งยืนอยู่บนหีบสมบัติและจ้องเขม็งมาที่เขา

“มองอะไรไม่ทราบ?”

โจวเฉินไม่รีรอแทงหอกออกไปทันทีทำให้เจ้าอสูรตัวน้อยนั่นหวาดกลัวจนหลบหนีไป

โจวเฉินแน่นอนว่าย่อมไม่คิดจะไล่ล่าเจ้าอสูรตัวน้อยนี่

“กล่องนี้ดูเหมือนจะไม่ได้ล็อคเอาไว้นะ”

โจวเฉินมองไปที่หีบสมบัติที่อยู่ห่างออกไปราวสองเมตรและพยายามใช้หอกในมือแงะฝาหีบออก

กระบวนการดังกล่าวเป็นไปอย่างราบลื่น ไม่กี่วินาทีให้หลังเขาก็มองเห็นด้านในของหีบสมบัติใบนี้ว่ามัน...ไม่มีอะไรเลย

“ไม่จริงน่า...หีบเปล่าเรอะเนี่ย?”

โจวเฉินรู้สึกพูดไม่ออกขึ้นมาดื้อๆ หีบสมบัติใบนี้ถูกล้อมรอบเอาไว้ด้วยกับดักมากมายและกระทั่งซ่อนอยู่ในพื้นที่มืดสนิทแท้ๆ ตามหลักเหตุผลแล้วมันก็ไม่ควรจะไร้ค่าแบบนี้สิ

ในตอนที่เขาคิดจะตรวจสอบดูว่ามันมีพื้นที่ชั้นในซ่อนอยู่ในหีบสมบัติอีกชั้นหนึ่งรึเปล่านั้นหีบสมบัติทั้งใบจู่ๆก็พลันกระโจนเข้าใส่เขาโดยที่ฝาหีบนั้นเล็งงับมาที่คอของเขาอย่างชัดเจน

“ไอ้เปรตนี่มันมอนสเตอร์นี่หว่า”

ในที่สุดโจวเฉินก็ได้รู้แล้วว่าเจ้าสิ่งนี้ที่ดูไม่ต่างจากหีบสมบัติทั่วๆไปเลยนั้นแท้จริงแล้วกลับเป็นมอนสเตอร์...เขาหลบการโจมตีของมันได้ทันท่วงทีและแทงสวนกลับไปด้วยหอกในมือ

จบบทที่ Chapter 56 : เมืองใต้ดิน

คัดลอกลิงก์แล้ว