เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 55 : บทสรุป - เหนือกว่า

Chapter 55 : บทสรุป - เหนือกว่า

Chapter 55 : บทสรุป - เหนือกว่า


เวลาผ่านไปวันแล้ววันเล่า โจวเฉินพบเจอกับคนอื่นๆในช่วงหลายวันก่อนของภารกิจเซอร์ไววัลและพลัดคิวกันจัดการมอนสเตอร์ที่เข้าโจมตี หาฟืนหรือตักน้ำจนถึงช่วงเวลาสุดท้ายของภารกิจ

ในช่วงที่ผ่านมาพวกเขาต้องเผชิญหน้ากับการจู่โจมของมอนสเตอร์อย่างที่คาดแต่ด้วยความแข็งแกร่งของพวกเขาที่ก็ไม่ได้อ่อนแอและใช้ต้นไม้ในป่าเป็นกำบังปิดกั้นจุดบอดบวกกับยุทธวิธีสู้ไปถอยไป ใช้เวลาไม่นานนักพวกเขาก็สามารถสังหารมอนสเตอร์ทั้งหมดลงได้และได้รับทั้งอาหารและอุปกรณ์มา

โชคของโจวเฉินนั้นเรียกได้ว่าปานกลางเท่านั้น หลังจากได้สร้อยคอเหมันต์มาก็มีเพียงกระบองเหล็กเท่านั้นที่ดรอปออกมาแต่นอกจากของพวกนี้แล้วเขาก็ได้อาหารมามากมายดังนั้นเขาจึงไม่เคยหิวอีกเลย

สิ่งที่ทำให้พวกเขาประหลาดใจก็คืออสูรต้นไม้ภายในป่าไม่เข้าโจมตีพวกเขาเลยสักครั้งเดียว

โจวเฉินและคนอื่นๆถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ถ้าอสูรต้นไม้ในป่าทั้งหมดพร้อมใจกันบ้าคลั่งขึ้นมาก็มีโอกาสสูงมากที่พวกเขาจะถูกกำจัดทิ้งทุกคน

“อย่างน้อยระบบมันก็ยังมีมนุษยธรรม! ต้นไม้พวกนี้เป็นมอนสเตอร์แน่นอนแต่ตราบใดที่พวกเราไม่ไปยั่วยุพวกมันพวกมันก็จะอยู่เฉยๆไม่ทำอะไร”

ในคืนสุดท้ายหญิงสาวผมหางม้าที่นั่งอยู่ใกล้กับกองไฟและกำลังกินขนมปังขาวอยู่เอ่ยขึ้นมา

ภารกิจเซอร์ไววัลอย่างเป็นทางการครั้งที่สี่ของโจวเฉินซึ่งเป็นครั้งที่กินระยะเวลายาวนานที่สุดด้วยได้ผ่านพ้นไปอย่างสมบูรณ์ อัตราการรอดชีวิตเองก็ค่อนข้างสูงและมีเพียงสองจากหกคนเท่านั้นที่ตายลงไป

[ท่านผ่านภารกิจเซอร์ไววัลเรียบร้อยแล้ว รางวัลที่ได้รับ : คัมภีร์กายา (ทองแดงขั้นต่ำ) 1 เล่ม , เรือแคนูขนาดเล็ก (ทองแดงขั้นต่ำ) 1 ลำ , โพชั่นต้านทานความเย็น(ทองแดงขั้นต่ำ) 1 ขวด]

“ได้เรือแคนูมาด้วยแฮะ...”

โจวเฉินบื้อใบ้ไปชั่วขณะเมื่อเห็นรางวัลที่ได้รับ เขาที่บรรลุภารกิจเซอร์ไววัลและกลับมายังโซฟาภายในห้องเช่าห้องใหม่อีกครั้งไม่ได้เลือกที่จะนำเอาเรือแคนูที่ได้มาออกมาดูทันที เขาเพียงแค่ปรายตามองมันในช่องเก็บของอยู่ซักพักก่อนจะหยิบคัมภีร์กายาออกมาใช้งานและหยิบโพชั่นต้านทานความเย็นออกมาดู

[โพชั่นต้านทานความเย็น]

[ประเภท : โพชั่นระดับทองแดงขั้นต่ำ]

[คำอธิบาย : หลังจากใช้งานจะจขัดความหนาวและเพิ่มความสามารถในกานต้านทานความเสียหายจากความเย็นให้กับผู้ดื่มชั่วระยะเวลาหนึ่ง ยิ่งดื่มมากเท่าไหร่ก็ยิ่งส่งผลนานเท่านั้น โพชั่นหนึ่งขวดจะมีผลอยู่ได้หนึ่งวัน]

“โพชั่นสำหรับรับมือกับสถานการณ์พิเศษแบบนี้น่าจะมีประโยชน์ในอนาคต”

โจวเฉินยัดโพชั่นต้านทานความเย็นกลับเข้าช่องเก็บของและตรวจสอบไอเทมอื่นๆ

“หอก ดาบยาว มาเชเต้ โล่กลม ดาบ ขวาน กระบองเหล็ก ยาฟื้นฟูพลังชีวิต2ขวด หน้ากาก ไฟแช็ก ขวดโค้ก เทียน มันฝรั่งย่าง...แล้วก็เงินจำนวนมากกว่าแสนเหรียญมังกร”

โจวเฉินลองทดสอบเกี่ยวกับเรื่องของเงินภายในช่องเก็บของดูแล้วแล้วพบว่าระบบได้ทำข้อจำกัดบางอย่างเอาไว้ เงินนี้ไม่สามารถนำออกมาจากช่องเก็บของได้ในช่วงภารกิจ ความเป็นไปไม่ได้ที่สูงที่สุดก็น่าจะเป็นเพราะมันไม่ได้ถูกสร้างโดยระบบ

“อาวุธส่วนใหญ่น่าจะขายได้และอีกไม่นานก็คงมีเงินพอจ่ายภาษีซักที”

โจวเฉินคิดอยู่ซักพักก่อนจะตัดสินใจวางขายกระบองเหล็กและดาบลงบนพื้นที่แลกเปลี่ยน

ท้ายที่สุดเขาก็เปิดหน้าต่างค่าสถานะตัวละครขึ้นมาเพื่อดูค่าสถานะที่เปลี่ยนแปลงไปของตัวเอง

[ชื่อ : โจวเฉิน]

[ร่างกาย : 1.9]

[ความเร็ว : 1.7]

[จิตวิญญาณ : 1.8]

[พรสวรรค์ : ช่วงชิงสกิลติดตัว]

[สกิลเรียกใช้งาน : ย่างก้าวสายลม (ระดับ1)]

[สกิลติดตัว : พิษซากศพ(ระดับ1) , พิษงู(ระดับ1) , เสริมแกร่งความเร็ว(ระดับ1) , เสริมแกร่งจิตวิญญาณ(ระดับ1) , เสริมแกร่งกายา(ระดับ1) , พลังช้างสาร(ระดับ1) , ศาสตร์การต่อสู้(ระดับ1) , ศาสตร์การใช้หอก(ระดับ1) , มองเห็นในที่มืด(ระดับ1) , ฟื้นฟูพลังชีวิต(ระดับ1) , หายใจใต้น้ำ(ระดับ1) , กลั้นลมหายใจ(ระดับ1) , ฟื้นฟูร่างกาย(ระดับ1) , แปลงพลังงานแสง(ระดับ1)]

[พลังรบโดยรวม : ทองแดงขั้นต่ำ]

“ยังหนีไม่พ้นระดับทองแดงขั้นต่ำอีกแฮะ สงสัยจริงๆว่าเมื่อไหร่ถึงจะยกระดับไปเป็นทองแดงขั้นกลาง”

หลังจากจัดการทั้งหมดนี้จนแล้วเสร็จโจวเฉินก็ถอดชุดพรางกายในทะเลทรายที่สวมใส่อยู่ออกและนำไปซัก

“วันนี้เป็นวันเสาร์ไม่ต้องไปทำงาน”

เพราะว่าเป็นวันหยุดเขาจึงไม่จำเป็นต้องออกไปไหน หลังจากอาบน้ำเสร็จเขาจึงล้มตัวลงนอน

แม้ว่าภารกิจเซอร์ไววัลที่ผ่านมาจะเป็นภารกิจที่ยาวนานที่สุดที่เขาเคยพบเจอมาแต่หลังจากออกมาจากภารกิจเขากลับไม่หิวเลยดังนั้นเขาจึงไม่ได้หาอะไรกินก่อนนอน

หลังจากหลับไปได้สี่ชั่วโมงเขาก็ตื่นขึ้นมาอีกครั้งในช่วงบ่ายและพบว่าดาบที่เขาวางขายนั้นถูกขายออกไปแล้ว เงินที่เขามีพุ่งทะลุ200,000เป็นที่เรียบร้อย

“ตอนนี้ก็พอจ่ายภาษีซักที อายุแบบเราควักเงินจ่ายทีเดียว200,000ก็อาจจะดึงดูดความสนใจมากเกินไปดังนั้นควรจะผ่อนจ่ายดีกว่า”

หลังจากคิดอยู่ซักพักโจวเฉินก็ตัดสินใจไม่จ่ายเงินรวดเดียวแต่เลือกที่จะผ่อนจ่ายแทน

เขาสวมใส่เสื้อผ้าสะอาดชุดใหม่และเดินออกไปจากห้องเช่า โจวเฉินนำเอาเงินออกมาจากช่องเก็บของหลายหมื่นเหรียญมังกรและฝากมันเข้าไปในบัตรธนาคาร จากนั้นเขาก็มุ่งหน้าไปยังสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าเมืองหยางเพื่อจัดการเรื่องค่าใช้จ่าย

หลังจากใช้เวลาอยู่ซักพักเขาก็จัดการปัญหาที่เจ้าของร่างเดิมทิ้งเอาไว้ได้เสียที

เมื่อเขากลับออกมาจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าก็มีสายเข้ามาจากเถ้าแก่หลิว

“เสี่ยวโจวเจ้าแก่หวางนั่นพาคนมาท้าสู้ที่โรงฝึกอีกแล้ว วันนี้เธอว่างรึเปล่า?”

“ผมว่างอีกซักพักน่าจะไปถึง”

ในฐานะของหัวหน้าผู้ช่วยประจำโรงฝึกโจวเฉินจึงไม่อิดออดที่จะทำงานล่วงเวลา

ไม่นานนักเขาก็มาถึงโรงฝึกเว่ยเจียงและเห็นว่ามีชายร่างกำยำส่วนสูงปานกลางรออยู่ด้านใน ชายหนุ่มผู้นี้สวมชุดนักสู้สีดำบวกกับทรงผมทรงสกินเฮดทำให้ดูดุดันพอสมควร

“นายคือคนที่มาท้าสู้ใช่ไหม?”

ใจของโจเวฉินสงบนิ่งดุจสายน้ำแม้จะต้องเผชิญหน้ากับชายหนุ่มที่ดูดุดันผู้นี้ ยังไงซะเขาก็สังหารคนมาหลายคนแล้วและสภาวะจิตใจเองก็เติบโตจนแตกต่างจากคนทั่วไปไกลริบ

“ใช่ อย่ามัวแต่ไร้สาระพวกเราจะเริ่มได้เมื่อไหร่?”

วาจาของชายหนุ่มร่างกำยำไม่มีความสุภาพเลยแม้แต่น้อย

“ตอนนี้เลย”

คนที่มาท้าสู้ผู้นี้ไม่ได้กล่าววาจาไร้สาระให้มากความเช่นเดียวกันกับโจวเฉิน เขาเดินไปยังด้านข้างเวทีและกระโดดข้ามเชือกขึ้นไปบนเวทีในทันที

ดวงตาของชายหนุ่มร่างกำยำเปล่งประกายขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นการกระโดดของโจวเฉิน เขาเองก็รีดเร้นพลังกายกระโดดขึ้นไปบนเวทีเช่นเดียวกันแต่เห็นได้ชัดเลยว่าเขาทำไม่ได้อย่างลื่นไหลเหมือนกับโจวเฉิน

นี่ไม่ใช่เพราะชายหนุ่มผู้นี้อ่อนแอแต่เป็นเพราะเวทีของโรงฝึกค่อนข้างสูงและถูกขึงล้อมรอบเอาไว้ด้วยเชือกหนา การจะกระโดดข้ามไปนั้นเป็นเรื่องยากมาก อย่างน้อยคนธรรมดาก็ไม่มีทางทำได้แน่นอน

“เริ่มเลย!”

เมื่อชายหนุ่มขึ้นมาบนเวทีแล้วเขาก็ประกาศเริ่มการต่อสู้โดยไม่รีรอ เขายกแขนขึ้นมาป้องกันบริเวณศรีษะเอาไว้ขณะเดียวกันก็ใช้สเต็ปเท้าอันปราดเปรียวเคลื่อนไหวเข้าหาโจวเฉิน

...

สิบนาทีให้หลัง

มีเพียงโจวเฉินคนเดียวเท่านั้นที่ยังยืนอยู่บนเวทีได้อย่างมั่นคงขณะที่ชายหนุ่มร่างกำยำนั้นมอบแต้อย่างเหนื่อยอ่อนไปแล้ว

แขนและขาของอีกฝ่ายปูดบวมจนทำให้ชุดต่อสู้ที่ค่อนข้างรัดรูปโป่งพองผิดรูปไปอย่างชัดเจน  บนใบหน้าเองก็เขียวช้ำทำให้สภาพของเขาตอนนี้ดูน่าอนาถเป็นอย่างยิ่ง

โจวเฉินยังคงอยู่ในสภาพปกติ ทั่วร่างของเขาเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อแต่กลับไม่มีส่วนไหนบนร่างกายเลยที่ปรากฏร่องรอยบาดเจ็บ

“ฉันแพ้แล้ว...อีกสองเดือนฉันจะมาท้าสู้กับนายอีก”

ซักพักหนึ่งชายหนุ่มร่างกำยำก็พยุงกายลุกขึ้นยืนและประกาศยอมรับความพ่ายแพ้ จากนั้นเขาก็ลากสังขารอันบอบช้ำออกไปจากโรงฝึกเว่ยเจียง

โจวเฉินเองหลังจากพักผ่อนช่วงสั้นๆแล้วก็จากไปเช่นเดียวกัน เดิมทีเขาวางแผนว่าจะมาฝึกร่างกายอยู่แล้วแต่ในเมื่อผ่านการต่อสู้ไปแล้วเขาก็คิดว่าวันนี้ข้ามเรื่องการฝึกฝนไปคงดีกว่า

“ร่างกายที่ถูกระบบยกระดับนี่ทรงพลังจริงๆ ทักษะการต่อสู้ของเราเป็นรองอย่างเห็นได้ชัดแต่เพราะเราทั้งอึดกว่า ทรงพลังกว่าและมีปฏิกริยาตอบสนองเร็วกว่ารวมไปถึงประสาทสัมผัสที่เหนือกว่าทำให้จัดการกับคู่ต่อสู้ที่ทรงพลังแบบนี้ได้อย่างง่ายดาย”

การต่อสู้ครั้งนี้ทำให้โจวเฉินได้เห็นระดับในปัจจุบันของตัวเอง

จบบทที่ Chapter 55 : บทสรุป - เหนือกว่า

คัดลอกลิงก์แล้ว