เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 50 : มอนสเตอร์เงาและการคาดเดา

Chapter 50 : มอนสเตอร์เงาและการคาดเดา

Chapter 50 : มอนสเตอร์เงาและการคาดเดา


ราตรีค่อยๆมาเยือน หญิงสาวผมหางม้าและชายหนุ่มชุดทหารยังคงนอนหลับอย่างสงบไม่รู้เรื่องรู้ราว

เมื่อคิดได้ว่ายังมีอันตรายจากมอนสเตอร์เงาเหลืออยู่โจวเฉินจึงลุกขึ้นยืนและเดินไปปลุกคนทั้งสอง

เขาเริ่มจากปลุกชายหนุ่มชุดทหารเป็นคนแรก เมื่อเขาตื่นขึ้นมาก็รีบคลึงศรีษะตัวเองแล้วกล่าวออกมาว่ารู้สึกมึนหัวและอ่อนแรงเล็กน้อย

หญิงสาวผมหางม้าเองก็ไม่ต่างกัน หลังจากตื่นขึ้นมาเธอก็กล่าวว่าร่างกายของเธอชาและรู้สึกหนักหัวมาก

“เจ้าชีเปลือยล่ะ? ไปไหนแล้ว?”

ไม่นานนักหญิงสาวก็รู้สึกตัวว่าชายหนุ่มกางเกงในไม่ได้อยู่รอบกองไฟจึงเอ่ยถามโจวเฉินว่าอีกฝ่ายหายไปไหน

“ฉันเองก็ไม่มั่นใจ เมื่อตอนที่ฉันตื่นขึ้นมาก็พบว่าอีกฝ่ายหายตัวไปแล้ว คิดว่าน่าจะไปหาฟืนหรือไม่ก็ผลไม้ล่ะมั้ง”

โจวเฉินกล่าววาจาเลื่อนลอยไร้แก่นสารโดยที่สีหน้าไม่เปลี่ยนเลยแม้แต่นิดเดียว

“ฉันคิดว่าผลไม้ที่เขาส่งมาให้กินน่าจะมีปัญหาแน่ๆ ฉันแค่คิดจะงีบเฉยๆแต่กลับหลับไปเลยซะอย่างนั้น แถมยังรู้สึกไม่ค่อยสบายตัวเท่าไหร่ด้วย”

ชายหนุ่มชุดทหารเอ่ยขัด เขาขมวดคิ้วและเห็นได้ชัดเลยว่าอารมณ์ไม่ค่อยดีนัก

“ตอนนี้เกือบจะมืดแล้วฉันคิดว่าพวกมอนสเตอร์เงาพวกนั้นใกล้จะมากันแล้ว ทุกๆคนเตรียมตัวให้พร้อม”

โจวเฉินมองไปที่คนทั้งสองแล้วเอ่ยเตือนออกมา

“ไม่ดีเลย...สภาพฉันในปัจจุบันคงถูกเงาถูกนั้นเล่นเอาแน่ๆ”

หญิงสาวผมหางม้าเริ่มกังวลขึ้นมาเมื่อได้ยินคำกล่าวของโจวเฉิน เธอรู้สึกว่าร่างกายของเธอตอนนี้ไม่ได้อยู่ในสภาพที่ดีซักเท่าไหร่นัก

โจวเฉินเองก็ทำอะไรไม่ได้ เขากระชับมีดมาเชเต้เอาไว้ในมือข้างหนึ่งและอีกข้างหนึ่งก็ถือโล่ทรงกลมเอาไว้เพื่อเตรียมรับมือกับมอนสเตอร์เงา

เวลาค่อยๆผ่านไปอย่างเชื่องช้า คืนที่สองเองก็ไม่ต่างจากคืนแรกเท่าไหร่นัก หลังจากผ่านไปซักพักใหญ่ๆก็ยังคงไม่ปรากฏมอนสเตอร์เข้าโจมตีพวกเขา จนกระทั่งช่วงกลสงดึกจู่ๆกก็พลันปรากฏปิศาจเงาคลานออกมาจากใต้พื้นดินและเข้าจู่โจมคนทั้งสามที่นั่งล้อมวงกันอยู่รอบกองไฟ

ในคืนแรกมีมอนสเตอร์เงาเข้าโจมตีเพียงตัวเดียวเท่านั้นแต่ในคืนที่สองนี้เหล่าเซอร์ไวเวอร์แต่ละคนต่างก็ต้องรับมือกับมอนสเตอร์เงากันคนละตัว

ค่าสถานะจิตวิญญาณของโจวเฉินสูงมากจึงทำให้การรับรู้ของเขาสูงตามไปด้วย ในคืนแรกเขากระทั่งสามารถหลบการลอบโจมตีของมอนสเตอร์เงาได้ มาตอนนี้ที่ตัวเขาเตรียมพร้อมรับมือยิ่งกว่าเดิมจึงไม่มีทางถูกอีกฝ่ายโจมตีแน่นอน

เขายกโล่ทรงกลมขึ้นมาขวางเอาไว้ ไม่นานนักก็ปรากฏเสียงกงเล็บกรีดลงไปบนโล่ไม้ดังขึ้นมาให้ได้ยิน จากนั้นเขาก็กวาดมีดมาเชเต้ที่อยู่อีกมือออกไปเบื้องหน้าและตัดผ่านร่างของอสูรสี่ขาร่างกายพร่ามัวขนาดตัวพอๆกับแมวที่เหยียดยื่นกงเล็บออกมา

มีดมาเชเต้อันคมกริบตัดผ่านร่างกายของมอนสเตอร์ไปราวกับตัดผ่านอากาศ มอนสเตอร์เงาดูเหมือนจะไม่ได้รับบาดเจ็บเลยแม้แต่น้อย มันเพียงแค่จมกลับลงไปในพื้นอีกครั้งเท่านั้น

“นี่...มันต้านทานการโจมตีทางกายภาพอย่างสมบูรณ์แบบจริงๆดิ?”

โจวเฉินอดรู้สึกปวดหัวขึ้นมาไม่ได้เมื่อเห็นเช่นนี้ มอนสเตอร์ตัวนี้อาจจะกล่าวได้ว่าเป็นของแสลงของเขาเลยก็ว่าได้ ไม่ว่าเขาจะทรงพลังเท่าไหร่แต่ก็ไม่อาจแตะได้แม้เส้นผมของมันอยู่ดี

“ไม่ถูกสิ ถ้ามอนสเตอร์นี่ต้านทานการโจมตีทางกายภาพได้จริงๆแล้วมันจะโจมตีใส่โล่เราได้ยังไง? หรือจะมีเพียงแค่ส่วนร่างกายเท่านั้นที่ไร้รูปร่าง?”

โจวเฉินสับสนยิ่งนักแต่ก็ไม่อาจหาคำตอบได้

“ช่างมันเถอะลองใช้ไฟดูแล้วกัน”

เขาหมุนกายกลับไปและหยิบกิ่งไม้ขึ้นมาจากกองไฟโดยวางแผนว่าจะใช้มันแทนอาวุธเพื่อรับมือกับการโจมตีครั้งถัดไปของมอนสเตอร์เงา

“ไอ้พวกน่ารำคาญพวกนี้! ทำไมถึงชอบเล็งที่หน้าฉันกันนักนะ? อิจฉาที่ฉันสวยกว่ารึไง?”

ในเวลาเดียวกันหญิงสาวผมหางม้าเองก็ถูกมอนสเตอร์เงาเข้าจู่โจมไม่ต่างกัน ในตอนที่อยู่ในสภาพดีสุดตอนคืนแรกเจ้าหล่อนก็ยังไม่อาจหลบการโจมตีของมันได้อย่างสมบูรณ์ด้วยซ้ำ มาตอนนี้ที่ร่างกายต้องพิษจึงกลายเป็นฝ่ายถูกเล่นงานอยู่ฝ่ายเดียว บนใบหน้าของเจ้าหล่อนมีรอยบาดยาวสามรอยปรากฏจนทำให้เจ้าหล่อนรู้สึกโกรธเป็นอย่างยิ่ง

ชายหนุ่มในชุดทหารยังคงประคองสถานการณ์เอาไว้ได้ เขาไม่ได้บ่นออกมาแต่ก็ถูกโจมตีเข้าที่หน้าอกไปหนหนึ่งแล้ว บนชุดทหารของเขาปรากฏรอยตัดเพิ่มมาอีกสามรอยและเลือดเองก็เริ่มไหลซิบๆออกมา

อาการบาดเจ็บที่พวกเขาได้รับเป็นเพียงอาการบาดเจ็บเล็กน้อยเท่านั้นยังห่างไกลจากคำว่าสาหัสอยู่มาก ยังไงก็ตามการถูกลอบโจมตีอยู่ฝ่ายเดียวเรื่อยๆแบบนี้ก็ทำให้สมองของพวกเขาเกิดความตรึงเครียดสะสมเหมือนกัน

โจวเฉินไม่สนใจทางฝั่งนั้นและหันมาแผ่สัมผัสรอบกายเพื่อเตรียมใช้โล่ในมือป้องกันการโจมตีที่อาจจะเกิดได้ทุกเมื่อและเตรียมที่จะตอบโต้อกฝ่ายด้วยคบเพลิงในมือไปในเวลาเดียวกัน

ไม่ถึงนาทีต่อมาเขาก็ถูกมอนสเตอร์เงาที่มีขนาดเท่าแมวโตเต็มวัยเข้าโจมตีอีกครั้ง

ความเร็วในการลงมือของมันยังคงรวดเร็วเช่นเดิมและไม่มีสัญญาณบ่งบอกก่อนจะโจมตีเลยด้วยซ้ำ ในตอนที่โจวเฉินสัมผัสได้ถึงการเคลื่อนไหวผิดปกติที่เกิดขึ้นข้างกายก็คือเวลาเดียวกับที่กงเล็บของอีกฝ่ายอยู่ห่างจากใบหน้าของเขาไปเพียงสิบเซ็นต์เท่านั้น

โจวเฉินรีบฉากหลบออกด้านข้างและยกโล่ขึ้นมาป้องกันใบหน้าเอาไว้จากการโจมตีในทันที ในเวลาเดียวกันคบเพลิงในมือของเขาเองก็ถูกแทงออกไปจนทะลุร่างพร่ามัวของอีกฝ่าย

เปลวเพลิงจากปลายคบเพลิงยังคงเผาไหม้อยู่ด้านในร่างกายของมันแต่มอนสเตอร์เงากลับดูคล้ายว่าจะไม่ได้รับความเสียหายใดๆเลย หากแต่โจวเฉินก็ยังสังเกตุเห็นได้ว่าหลังจากที่มันถูกเปลวเพลิงโจมตีมันก็รีบหนีกลับลงไปใต้ดินในทันที ปฏิกริยาหลบหนีของมันรวดเร็วกว่าครั้งที่ถูกมีดมาเชเต้ฟันเสียอีก

“ไร้ประโยชน์แต่ก็ใช่ว่าจะไม่ได้ผลสินะ”

โจวเฉินพูดไม่ออก เขารู้สึกว่าแม้การโจมตีด้วยไฟจะล้มเหลวแต่ก็ไม่ได้ล้มเหลวไปเสียทั้งหมด

หลังจากคิดอยู่ซักพักเขาก็ตัดสินใจแชร์ข้อมูลนี้กับอีกสองคน

“มอนสเตอร์เงาพวกนี้ดูเหมือนจะกลัวไฟอยู่บ้าง พวกนายลองใช้คบเพลิงป้องกันตัวดู!”

หญิงสาวผมหางม้าและชายหนุ่มชุดทหารยังไม่ถูกจู่โจมครั้งที่สอง พวกเขาได้ยินคำกล่าวของโจวเฉินและเมื่อเห็นว่าโจวเฉินยังคงไร้รอยขีดข่วนก็รีบถอนฟืนที่ติดไฟออกมาจากกองไฟและหันไปเตรียมป้องกันมอนสเตอร์เงากันต่อทันที

ค่ำคืนค่อยๆผ่านไปอย่างเชื่องช้า คืนนี้ไม่เหมือนกับตอนคืนแรก มอนสเตอร์เงาไม่ได้เว้นช่วงในการโจมตียาวนานเหมือนเมื่อคืนอีกต่อไป คนทั้งสามจะถูกมอนสเตอร์เงาเหล่านี้เข้าโจมตีอยู่เป็นระยะๆเมื่อผ่านไปซักพัก แม้จะสามารถใช้คบเพลิงขับไล่พวกมันไปได้แต่บาดแผลบนร่างกายยิ่งเวลาผ่านไปก็ยิ่งมากขึ้นเรื่อยๆ

กระทั่งโจวเฉินที่เคยสบายๆก็ยังถูกมอนสเตอร์ฝากรอยแผลเอาไว้ที่หน้าท้องสามรอยเช่นเดียวกัน

บาดแผลสามเส้นนี้เป็นเพียงบาดแผลตื้นๆเท่านั้น ด้วยค่าสถานะร่างกายและสกิลฟื้นฟูพลังชีวิตของเขาใช้เวลาแค่วันเดียวก็คงหายเป็นปลิดทิ้ง

แต่โจวเฉินก็ยังคงไม่พอใจอยู่ดี เขาโมโหมากที่ทำได้เพียงป้องกันและต้องตกเป็นฝ่ายรับการโจมตีอยู่ฝ่ายเดียวเช่นนี้

“แมร่งไม่มีทางสู้จริงๆหรอวะ?”

โจวเฉินรู้สึกว่าการออกแบบของมอนสเตอร์ตัวนี้มันค่อนข้างน่ารังเกียจเกินไปหน่อย แม้ว่ามันจะโจมตีไม่บ่อยแต่ก็ทำให้เหล่าเซอร์ไวเวอร์ตกอยู่ภายใต้ความหวาดผวา พวกเขาทำได้เพียงถูกปั่นหัวไปเรื่อยๆแบบไม่รู้จบเท่านั้น

“บางทีน่าจะลองสวนกลับไปตอนที่มันโจมตีมาบ้าง บางทีร่างกายของมันอาจจะมีตัวตนเฉพาะเวลามันโจมตีก็เป็นได้”

โจวเฉินถูกมอนสเตอร์ตัวนี้ทรมานเกือบทั้งคืนและพอจะอนุมานความสามารถของมันได้บ้าง เขารู้สึกว่ามันอาจจะเป็นมอนสเตอร์ที่รวดเร็วซึ่งสามารถเปลี่ยนร่างให้กลายเป็นเงาได้แต่ก็ใช่ว่าจะมีร่างกายเป็นนามธรรมอย่างสมบูรณ์แต่อย่างใด

จบบทที่ Chapter 50 : มอนสเตอร์เงาและการคาดเดา

คัดลอกลิงก์แล้ว