เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 23 อาจารย์เสวี่ยโจว

บทที่ 23 อาจารย์เสวี่ยโจว

บทที่ 23 อาจารย์เสวี่ยโจว


บทที่ 23 อาจารย์เสวี่ยโจว

“เสียดายที่ไม่ใช่เธอ”

“เคียงข้างฉันไปจนสุดทาง”

“ครั้งหนึ่งเคยเดินร่วมทางแต่กลับเดินไปผิดเส้นทาง”

ในขณะที่หลินโจวกำลังสงสัยอยู่นั้น เพลงจากชั้นสองก็ยังคงดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง มันเป็นท่วงทำนองและเนื้อเพลง "เสียดายที่ไม่ใช่เธอ" อย่างชัดเจน

อย่างไรก็ตาม ซูชิงเหม่ยใช้เปียโนบรรเลง เสียงร้องของเธอก็นุ่มนวลกว่า ฟังดูโศกเศร้าและนุ่มนวลกว่าการเล่นกีต้าร์และร้องเพลงของหลินโจว

หลินโจวพยักหน้า เพลงนี้เดิมทีก็ขับร้องโดยนักร้องหญิงบนโลก เคยได้รับความนิยมอย่างมากในตอนนั้น และกลายเป็นหนึ่งในเพลงที่คนเลือกร้องคาราโอเกะมากที่สุด

เมื่อซูชิงเหม่ยเป็นผู้ร้องเพลงนี้ หลินโจวก็รู้สึกราวกับว่าได้ฟังเพลงต้นฉบับจากโลก

แน่นอน เนื่องจากซูชิงเหม่ยยังไม่ฟื้นฟูจากอาการเจ็บป่วย จึงเห็นได้ชัดว่ายังมีข้อบกพร่องในการควบคุมลมหายใจและการเปลี่ยนโน๊ต นอกจากนี้ เนื่องจากเธอพึ่งเคยฝึกร้องเพลงนี้เป็นครั้งแรก เธอจึงยังไม่เข้าใจรายละเอียดของเพลงมากนัก

คนที่อยู่บนชั้นสองคงรู้สึกแบบเดียวกับหลินโจว หลังจากร้องไปได้ครึ่งเพลงเธอก็หยุดร้อง

จากนั้นก็เริ่มฝึกร้องทีละประโยค บางครั้งก็ร้องประโยคเดียวซ้ำๆ มากว่าสิบรอบ

หลินโจวฟังเพลงอยู่สักพัก อันใดนั้นก็มีข้อความปรากฏขึ้นตรงหน้าเขาอีกครั้ง:

กำลังคัดลอกความทรงจำของโลกคู่ขนาน เพลง [พบเจอ] คืบหน้า 95%...

กำลังคัดลอกความทรงจำของโลกคู่ขนาน เพลง [ผู้กล้าหาญที่โดดเดี่ยว] คืบหน้า 45%...

กำลังคัดลอกความทรงจำของโลกคู่ขนาน [รวมบทกวีสมัยราชวงศ์ถังและซ่ง] คืบหน้า 80%...

กำลังคัดลอกความทรงจำของโลกคู่ขนาน แผนงานผลิตรายการ "เอ็กซ์ตรีมชาเลนจ์" คืบหน้า 10%...

แน่นอนว่าตอนนี้มีเพียงสองวิธีเท่านั้นที่จะช่วยเพิ่มความเร็วในการคัดลอกความทรงจำของโลกคู่ขนาน หนึ่งคือการฟังซูชิงเหม่ยร้องเพลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการฟังเธอร้องเพลงสด การดูจากบันทึกการแสดงหรือบันทึกรายการโทรศัพท์นั้นไม่นับ

สองคือการมีการสัมผัสทางกายกับซูชิงเหม่ย ยิ่งสัมผัสใกล้ชิดเธอมากเท่าไหร่ ความเร็วในการคัดลอกก็จะยิ่งเร็วขึ้นเท่านั้น

แต่เขาก็ยังไม่เข้าใจว่า ทำไมถึงเกี่ยวข้องกับซูชิงเหม่ยทั้งหมด?

‘หรือว่าถ้าฉันต้องการผลงานบันเทิงคลาสสิกของโลกมากกว่านี้ ฉันก็จำเป็นต้องอยู่กับซูชิงเหม่ยเท่านั้น?’

แต่เขาเป็นเพียงแค่ผู้ช่วยชั่วคราว มีสัญญาจ้างระยะสั้นแค่เพียงสามเดือน

หลินโจวรู้สึกว่ามันควรจะมีมากกว่าสองวิธีนี้ เพียงแต่เขายังไม่ศึกษามันให้มากพอ

แม้ว่าซูชิงเหม่ยจะเป็นผู้หญิงที่สวยมากคนหนึ่ง แต่หลินโจวก็ไม่ได้มีความคิดแบบนั้นกับเธอ เขาไม่มีทางที่จะตามติดเธอเพื่อฟื้นฟูความทรงจำของโลกคู่ขนาน

คงทำได้เพียงรอดูต่อไป บางทีอาจจะมีวิธีอื่นที่ช่วยเร่งความเร็วในการคัดลอกความทรงจำของโลกคู่ขนาน

หลินโจวไม่ได้คิดมากอีก เขามองดูข้อความตรงหน้าอย่างระมัดระวัง และพบว่าคราวนี้มีแผนการผลิตรายการวาไรตี้ปรากฏเพิ่มขึ้นมา

"เอ็กซ์ตรีมชาเลนจ์" เขาจำได้รางๆ ว่ารายการวาไรตี้นี้เคยได้รับความนิยมอย่างมากในจีนขณะนั้น

โดยเฉพาะสองซีซั่นแรก แทบจะกลายเป็นรายการวาไรตี้ระดับตำนานของจีนเลยก็ว่าได้

เมื่อพิจารณาจากคำอธิบายข้อความ ความทรงจำนี้ควรเป็นแผนผลิตราการ "เอ็กซ์ตรีมชาเลนจ์" ฉบับสมบูรณ์

หรือนี่จะเป็นโอกาศให้เขากลายเป็นโปรดิวเซอร์ราการวาไรตี้? หรือเขาจะขายมันให้กับสถานีโทรทัศน์ไปเลยดี?

สัปดาห์หน้าซูชิงเหม่ยจะต้องไปถ่ายรายการที่ "I Am a Singer" ที่สตาร์ซิตี้ทีวีอีกครั้ง ถึงตอนนั้นเขาอาจลองติดต่อกับฝ่ายจัดรายการของสตาร์ซิตี้ทีวีดู

ทันใดนั้น สาวน้อยใบหน้ารูปไข่ก็ปรากฏขึ้นในหัวของเขา

เธอก็คือผู้ช่วยหลิวที่คอยวิ่งจัดการงานต่างๆ ในตอนนั้น

บางทีเขาอาจจะลองเริ่มจากการติดต่อเธอดูก็ได้

ขณะที่หลินโจวกำลังคิดอยู่ โทรศัพท์ของเขาก็สั่น เป็นกู่เหม่ยที่ส่งข้อความมาทางเอสสเตชั่น: “ท่อนฮุคที่สองฉันควรจะจัดการลมหายใจยังไง?”

หลินโจวสะดุ้ง จากนั้นเขาก็มองขึ้นไปบนชั้นสอง แล้วรีบตอบกลับกู่เหม่ย: “อย่าจงใจควบคุมลมหายใจ เพลงนี้ทดสอบช่วงเสียงต่ำของนักร้อง เธอสามารถใช้กระบังลมเข้าช่วยได้”

สิ่งที่เรียกว่า “กระบังลม” อยู่บริเวณใต้ปอดเหนือกระเพาะอาหาร การออกเสียงโดยใช้กระบังลมจะทำให้ลำคอผ่อนคลาย ลมหายใจก็จะมั่นคงมากขึ้น จะไม่มีสถานการณ์เสียงต่ำลงไม่สุด เสียงสูงขึ้นไม่ถึง

นักร้องมืออาชีพย่อมรู้เทคนิคนี้อยู่แล้ว คำแนะนำของหลินโจวเห็นผลทันตา เสียงเปียโนและเสียงร้องเพลงก็ดังขึ้นจากบนชั้นสองอีกครั้ง

คราวนี้ ซูชิงเหม่ยสามารถร้องเพลงได้อย่างชัดเจนและคล่องแคล่วมากขึ้น เสียงต่ำในท่อนฮุคที่สองก็เต็มไปด้วยเสน่ห์

หลินโจวตกตะลึง

กู่เหม่ยคือ ซูชิงเหม่ย? !

คนอย่างเทพธิดาน้ำแข็งชอบเยี่ยมชมแพลตฟอร์มมือสมัครด้วยเหรอ?

ดูไม่สอดคล้องกับภาพลักษณ์ของเธอเลย!

หลินโจวนึกขึ้นได้ว่ากู่เหม่ยเคยบอกว่าเธอเป็นนักร้อง แถมยังเป็นประเภทที่ผู้คนสามารถจดจำได้ทันทีที่ได้ยินแสียง!

ดูเหมือนว่าเธอไม่ได้คุยโม้จริงๆ

ในฐานะนักร้องสาวขวัญใจมหาชนที่มีฐานแฟนคลับจำนวนมาก แน่นอนว่าเพียงแค่เธอร้องเพลงก็จะถูกคนจดจำได้ทันทีอยู่แล้ว!

หลินโจวคิดว่านี่เป็นเรื่องช่างบังเอิญมากจริงๆ

เมื่อหลินโจวเห็นซูชิงเหม่ยเป็นครั้งแรกในวันนั้น เขาก็รู้สึกเหมือนว่าเธอดูราวกับดอกบ๊วยที่โดดเดี่ยวในคืนที่หิมะตก แม้ว่าเธอจะยืนอยู่ท่ามกลางแสงแดดก็ตาม

นึกไม่ถึงว่า ชื่อออนไลน์ที่ซูชิงเหม่ยตั้งให้ตัวเองก็คือ "กู่เหม่ย" เช่นกัน

หลินโจวเงียบไป ดูเหมือนว่าความรู้สึกเขาจะถูกต้อง ซูชิงเหม่ยเธอคงจะรู้สึกโดดเดี่ยวจริงๆ ไม่อย่างนั้นเธอคงจะไม่ตั้งชื่อออนไลน์ให้ตัวเองแบบนั้น

ในไม่ช้า เสียงเพลงบนชั้นสองก็หยุดลงอีกครั้ง กู่เหม่ยก็ส่งข้อความมาถึงเขาอีกรอบ:

“ตั้งแต่ท่อนร้องไปจนถึงท่อนคอรัส การเปลี่ยนแปลงของฉันแข็งทื่อมาก แต่คุณร้องได้อย่างเป็นธรรมชาติ คุณทำได้ยังไง?” ซูชิงเหม่ยมาขอคำแนะนำจากเขาอีกครั้ง

แต่ผู้หญิงคนนี้ก็จริงๆเลย เธอบกพร่องด้านการสื่อสารจริง ๆ กล่าวสิ่งที่เธอต้องการออกมาตรงๆ โดยไม่แม้แต่จะเรียกเขาว่า “อาจารย์” ด้วยซ้ำ

หลินโจวอยากจะแกล้งเธอเล่นซักหน่อย แต่เมื่อคิดถึงนิสัยของเธอดูอีกทีแล้ว เขาก็โยนความคิดนั้นทิ้งไป ตอบคำถามของซูชิงเหม่ยอย่างละเอียด

จากนั้นเสียงเปียโนและเสียงร้องเพลงบนชั้นสองก็ดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ ซูชิงเหม่ยก็ฝึกร้องเพลงตามรายละเอียดที่เขาเพิ่งบอกไป ครั้งนี้เธอทำได้ไม่เลวเลย

แต่หลังจากร้องเพลงไปได้แค่สองท่อน ซูชิงเหม่ยก็พบข้อผิดพลาดอีกครั้ง เธอจึงหยุดร้อง ส่งข้อความถึงเสวี่ยโจวเพื่อขอคำแนะนำ

หลินโจวนั่งอยู่บนโซฟาในห้องนั่งเล่น อธิบายไขข้อสงสัยของซูชิงเหม่ยไปพลาง ฟังเธอร้องเพลงไปพลาง ตอบทุกคำถามที่เธอส่งมา

สถานการณ์นี้นับว่าค่อนข้างประหลาดอยู่บ้าง ทั้งๆที่มีนักแต่งเพลงและนักร้องต้นฉบับอยู่ที่ชั้นล่าง แต่เธอกลับต้องพยายามพิมพ์ข้อความเพื่อขอคำแนะนำจากเขา

มันดูเหมือนการ "สอนทางไกล" แต่จริงๆ แล้วทั้งสองอยู่ใต้ชายคาเดียวกัน

...

ช่วงเวลาทั้งบ่ายผ่านไปอย่างรวดเร็วด้วยการฝึกซ้อมร้องเพลงแบบแปลกๆ และ "การสอนทางไกล" ของเขา

ประมาณห้าโมงเย็น หลินโจววางโทรศัพท์มือถือลงและเริ่มทำอาหาร

นี่เป็นส่วนหนึ่งของงานเขาในฐานะของผู้ช่วยส่วนตัวด้วย

แต่ละมื้อเขาแค่ต้องเตรียมอาหารสำหรับคนสองคนเท่านั้นซึ่งถือว่าไม่ได้ลำบากอะไร หลินโจวทำอาหารเสร็จอย่างรวดเร็ว จากนั้นเขาก็เดินไปยังบันไดและตะโกนขึ้นไปยังชั้นบน:

“คุณซูครับ ลงมาทานอาหารเย็นก่อนครับะ”

ไม่มีเสียงตอบรับจากชั้นสอง เสียงเพลงยังคงดังอยู่เช่นเดิม

ซูชิงเหม่ยหมกมุ่นอยู่กับการฝึกซ้อม

หลินโจวไม่มีทางเลือกนอกจากตะโกนอีกครั้ง: "คุณซู พักก่อน ถึงเวลาอาหารเย็นแล้วครับ..."

แต่เสียงเปียโนก็ยังคงบรรเลงต่อไปไม่หยุด ไม่นานหลังจากนั้น ซูชิงเหม่ยที่ฝึกซ้อมร้องเพลงอยู่ก็พบข้อบกพร่องอีกครั้ง เธอจึงส่งข้อความขอคำแนะนำจาก “เสวี่ยโจว” "บรรทัดสุดท้ายของท่อนคอรัส ท่อนที่ว่า' ยังคงรู้สึกอบอุ่นอยู่ที่อกของฉัน' ควรจะเพิ่มคีย์ขึ้นอีกหน่อยดีไหม”

หลินโจวตอบเธอด้วยความหงุดหงิดโดยใช้ชื่อเสวี่ยโจว: "ผมจะทานมื้อเย็น เธอก็ควรพักไปหาอะไรกินได้แล้ว"

ไม่นานเขาก็ได้ยินเสียงฝีเท้าบนชั้นสอง ซูชิงเหม่ยเดินลงบันไดมา และเห็นหลินโจวยืนอยู่ในห้องนั่งเล่น เธอเอ่ยถามขึ้นด้วยน้ำเสียงไม่เป็นธรรมชาติ: “ถึงเวลามื้อเย็นแล้วเหรอ?”

หลินโจวอดไม่ได้ที่จะหัวเราะอยู่ในใจ "เรียกเธอตั้งนานเธอก็ไม่ฟัง แต่พออาจารย์เสวี่ยโจวพูดคำเดียวเธอก็รีบลงมาเลย?"

จบบทที่ บทที่ 23 อาจารย์เสวี่ยโจว

คัดลอกลิงก์แล้ว