เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 22 ถูกบังคับให้ดื่มนม

บทที่ 22 ถูกบังคับให้ดื่มนม

บทที่ 22 ถูกบังคับให้ดื่มนม


บทที่ 22 ถูกบังคับให้ดื่มนม

วันรุ่งขึ้น เมืองหลินเจียง สวนเสวี่ยเหมย

“ชิงเหม่ย วันนี้ก็พักผ่อนให้เต็มที่ อย่าลืมเรื่องปรับตารางเวลา และอาหารการกินด้วย”

“พี่ชิงเหม่ย พี่หลิน สู้ๆ!”

จางหงขับรถพาซูชิงเหม่ย และหลินโจวมาส่ง ไปที่ลานจอดรถใต้ดินของชุมชน ก่อนจะออกไป เธอยังไม่ลืมกำชับซูชิงเหม่ยอีกครั้ง ขณะเดียวกันโจวหยุนยังยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์โบกมือให้ทั้งสองคน

ระหว่างเดินทางกลับจากสตาร์ซิตี้ จางหงหยิบเอาตารางการพักผ่อนที่เธอทำไว้เมื่อคืนให้กับซูชิงเหม่ย กำชับให้เธอทำตามตารางนี้อย่างเคร่งครัด

นี่ก็เป็นเพราะการ “อบรม” ที่หลินโจวพูดเมื่อวาน ได้จุดประกายความคิดให้กับจางหง เธอรู้สึกว่าหลินโจวนั้นพูดถูก สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับซูชิงเหม่ยในตอนนี้ก็คือดูแลร่างกายของตัวเอง พยายามฟื้นฟูสภาพเสียงของเธอกลับมาโดยเร็วที่สุด

มีเพียงวิธีนี้เท่านั้นที่พวกเขาจะมีโอกาสพลิกสถานการณ์ในรายการ "I Am a Singer" ตอนที่ 2 ในสัปดาห์หน้า

"อืม"

เมื่อได้ยินคำพูดของจางหงและโจวหยุน ซูชิงเหม่ยก็พยักหน้า หันหลังเดินเข้าลิฟต์ไป

หลินโจวโบกมือให้ทั้งสอง ลากกระเป๋าเดินทางเข้าไปในลิฟต์พร้อมกับซูชิงเหม่ย

ภายในลิฟต์เงียบมาก ซูชิงเหม่ยยังคงเย็นชาเช่นเคย แต่หลินโจวสังเกตเห็นว่าวันนี้เธอดูเหม่อลอยเล็กน้อย ราวกับว่าเธอกำลังคิดอะไรบางอย่าง

เมื่อทั้งสองคนกลับมาถึงบ้าน ซูชิงเหม่ยกำลังจะขึ้นไปชั้นสอง แต่กลับถูกหลินโจวเรียกไว้

“คุณซูครับ ช่วยรอสักครู่”

ซูชิงเหม่ยหยุดฝีเท้า หันกลับมามองเขา แต่กลับเห็นว่าหลินโจวหยิบกล่องนมออกมาจากตู้เย็น เทลงในแก้วจะทำบัตรเข้าไปอุ่นในไมโครเวฟ จากนั้นก็ยื่นมาตรงหน้าเธอ

เมื่อได้กลิ่นนม ซูชิงเหม่ยก็ขมวดคิ้วทันที รียกมือปิดปากแล้วถอยกลับไป 2 ก้าว มองหลินโจวด้วยดวงตาที่เย็นชาราวกับหิมะ

เธอไม่ชอบดื่มนม เรียกได้ว่าแค่ได้กลิ่นนมก็ทำให้เธออยากอาเจียนแล้ว

ดังนั้นที่บ้านจึงไม่เคยมีนมในตู้เย็น แต่เธอก็ไม่รู้ว่าทำไมวันนี้ในตู้เย็นของเธอถึงมีนมอยู่

เขาซื้อมันมาเหรอ?

เมื่อเห็นซูชิงเหม่ยจ้องมองเขาด้วยสายตาเย็นชา หลินโจวก็ยักไหล่: "คุณซูครับ ร่างกายของคนตอนนี้ไม่ดีเลย ควรบำรุงสักหน่อย การดื่มนมถือเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด"

ซูชิงเหม่ยยังคงปิดปากของเธอ น้ำเสียงเย็นชาเล็ดลอดออกมาจากระหว่างนิ้ว: "แต่ฉันไม่ชอบดื่มนม"

หลินโจวพูดอย่างช่วยไม่ได้: "ระหว่างทางกลับบ้าน พี่จางได้กำชับผมว่าให้ผมดูแลเรื่องอาหารการกินของคุณทั้งหมด เธอเป็นห่วงอยากให้ร่างกายของคุณฟื้นตัวโดยเร็ว"

ซูชิงเหม่ยเหลือมมองหลินโจวแต่ก็ยังคงยืนกรานปฏิเสธ: "ฉันไม่ดื่ม"

หลินโจวหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาโทรหาจางหงโดยกดปุ่มเปิดสปีกเกอร์โฟน

“พี่จางครับ ผมตั้งใจให้คุณซูดื่มนมวันละสองแก้ว แบบนี้ทั้งบำรุงร่างกายและยังดีต่อกระเพาะ แต่คุณซูกลับบอกว่าเธอไม่ชอบดื่มนม”

เสียงของจางหงดังมาจากอีกด้าน: "ชิงเหม่ย ฉันลืมบอกเธอไปเลยว่าฉันมอบหมายให้เสี่ยวหลินรับผิดชอบในการเตรียมอาหารแต่ละมื้อให้เธอ เธอต้องฟังเขานะ นี่ก็เพื่อประโยชน์ของตัวเธอเอง"

“พี่หง ทำไมฉันจะต้องฟังเขาด้วย” ซูชิงเหม่ยแทบจะไม่น่าเชื่อในสิ่งที่้เธอได้ยิน ผู้ชายคนนี้พึ่งจะมาที่นี่แค่สองวัน ทำไมพี่หงถึงไว้ใจเขามากขนาดนี้

จางหงพูดต่อว่า: "ชิงเหม่ยอย่าเอาแต่ใจ แต่ถ้าเธอไม่ชอบเสี่ยวหลิน งั้นเราก็เปลี่ยนผู้ช่วยเลยดีไหม?"

ซูชิงเหม่ยเงียบไป แม้ว่าเธอจะไม่ชอบให้ผู้ชายแปลกหน้ามาตามติด แต่หลินโจวก็ยังนับว่าอยู่ในเกณฑ์ที่เธอพอจะรับได้

ยิ่งไปกว่านั้น 2 คืนที่ผ่านมาเธอได้นอนห้องเดียวกับเขา เธอก็ไม่ได้รู้สึกอึดอัดใดๆ กลับกันมันทำให้เธอรู้สึกผ่อนคลายอย่างน่าประหลาด นอนหลับได้อย่างเต็มอิ่ม

ราวกับว่าผู้ชายคนนี้จะมีความสามารถพิเศษบางอย่างที่ทำให้คนที่อยู่ด้วยรู้สึกสบายใจอย่างบอกไม่ถูก

หากต้องเปลี่ยนผู้ช่วยส่วนตัวขึ้นมาจริงๆ ก็อาจจะไม่พบคนที่เหมาะสมไปกว่าเขา

ซูชิงเหม่ยคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะกัดริมฝีปากแล้วพยักหน้า: "ก็ได้"

จางหงรู้สึกมีความสุขมาก พูดเพิ่มเติมอีกสองสามประโยคก่อนจะวางสายไป

มุมปากของหลินโจวยกยิ้มขึ้นอย่างชั่วร้าย ก่อนจะยื่นแก้วนมไปตรงหน้าของซูชิงเหม่ยอีกครั้ง

ซูชิงเหม่ยมองเขาด้วยสายตาเย็นชา รับแก้วมา ยกขึ้นดื่มจนหมดแก้วด้วยความอึดอัดใจ

ใบหน้าอันงดงามของเธอในเวลานี้ดูทรมานเล็กน้อย เธอไม่คุ้นเคยกับการดื่มนม แต่ชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าอย่างจ้องมองเธออยู่อย่างนั้น เธอจึงทำได้เพียงใช้มือบีบจมูกแล้วดื่มมันลงไป

หลังจากดื่มแล้ว เขาก็ยัดแก้วใส่มือของหลินโจว หันหลังกลับและวิ่งขึ้นไปยังชั้นบน ราวกับเด็กน้อยที่กำลังฉุนเฉียว

หากแฟนคลับของซูชิงเหม่ยได้มาเห็นฉากนี้ พวกเขาคงจะตกตะลึงจนอ้าปากค้าง เทพธิดาผู้เย็นชาของพวกเขามีด้านที่น่ารักแบบนี้ด้วยเหรอ?

แต่หลินโจวกลับไม่ได้รู้สึกอะไรเลย สำหรับเขาแล้วนี่ก็เป็นแค่งานเท่านั้น

ยังไงซะ มันก็เป็นเพียงสัญญาจ้างระยะสั้นแค่ 3 เดือน เขาต้องรับผิดชอบหน้าที่ให้ดีที่สุด ให้คุ้มค่ากับค่าจ้างที่ได้รับมา พอหมดสัญญาก็จะสามารถจากไปได้อย่างสบายใจ

สำหรับคนอื่นๆ ซูชิงเหม่ยเปรียบเสมือนเทพธิดา แต่สำหรับเขาเธอก็เป็นเพียงนายจ้างเท่านั้น

เมื่อเห็นซูชิงเหม่ยขึ้นไปชั้นบนแล้ว หลินโจวก็กลับไปที่ห้องของเขา เปิดคอมพิวเตอร์ ลงชื่อเข้าใช้เว็บไซต์ “เอสสเตชั่น” ตรวจสอบข้อมูลของตัวเอง

ทันทีที่เขาล็อกอินเข้าไป เขาก็ได้รับการแจ้งเตือนใหม่จากระบบ:"ถึงคุณเสวี่ยโจวขอแสดงความยินดีตอนนี้คุณมีผู้ติดตามครบ 100,000 คนแล้ว หวังว่าคุณจะพยายามต่อไปเพื่อบรรลุเป้าหมายถึง 1 ล้านคน!"

หลินโจวรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย

โดยปกติแล้ว วิดีโอครีเอเตอร์ทั่วไปจะต้องปล่อยคลิปวีดีโอของตัวเองหลายรายการ ใช้เวลาสะสมสักระยะหนึ่ง และต้องโชคดีที่มีคลิปบอลคลิปเป็นกระแสนิยม จึงจะสามารถมีผู้ติดตามครบ 100,000 คน

ไม่น่าเชื่อว่า เขาเพียงปล่อยเพลงแรกออกมา ในเวลาเพียงแค่สามวัน จำนวนผู้ติดตามของเขาก็เกิน 100,000 คนแล้ว

แน่นอนว่านอกจากคุณภาพของเพลง "เสียดายที่ไม่ใช่เธอ" แล้ว ยังมีการโต้เถียงระหว่าง "เงือกสาวนักร้อง" และพวกเกรียนคีย์บอร์ดเมื่อวานนี้ด้วย

สิ่งนี้ทำให้เขาและเพลงนี้ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตอนนี้ยอดผู้เข้าชมเพลง "เสียดายที่ไม่ใช่เธอ" ก็สูงถึง 700,000 วิวแล้ว

แน่นอนว่ายิ่งได้รับความนิยมมากเท่าไหร่ พวกนักเลงคีบอร์ดก็จะยิ่งเยอะขึ้นมากเท่านั้น ในช่องแสดงความคิดเห็น ยังมีคนจำนวนมากที่แสดงความคิดเห็นพูดจาเหน็บแนม และตั้งคำถามว่าเขาลอกเลียนแบบจริงหรือไม่?

อย่างไรก็ตาม หลินโจวขี้เกียจเกินกว่าจะสนใจคนโง่เหล่านี้ เพราะทันทีที่เพลง “เส้นทางธรรมดา” ถูกปล่อยออกไป คนโง่เหล่านี้ก็จะหุบปากไปเอง

ในเวลานี้ “เงือกสาวนักร้อง” ก็ส่งข้อความส่วนตัวมาถึงเขา: “นี่ ฉันกำลังจะถ่ายวิดีโอเต้น ฉันอยากจะใช้เพลงของคุณเป็นเพลงประกอบได้ไหม?”

เมื่อวานนี้ หลินโจวขอบคุณ “เงือกสาวนักร้อง” สั้น ๆ ก่อนจะไปทำงาน แต่คิดไม่ถึงว่าวิดีโอครีเอเตอร์สาวที่มีผู้ติดตามนับล้านจะส่งข้อความมาถึงเขาอีกครั้งในวันนี้

หลินโจวคิดดูแล้ว เธอไม่ได้อยากร้องคัฟเวอร์เพลงนี้บนเวที แต่แค่ใช้เพลงนี้เป็นแค่เพลงประกอบ ซึ่งไม่เกี่ยวกับลิขสิทธิ์ และเธอยังช่วยเขาต่อสู้กับพวกเกรียนคีย์บอร์ดเหล่านั้น สาวน้อยคนนี้นับว่าเป็นคนที่ไม่เลว นี่เป็นเพลงเรื่องเล็กน้อยเท่านั้น ดังนั้นเขาจึงตอบกลับไปว่า:

"ไม่มีปัญหา"

หลังจากนั้น หลินโจวก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยเตือนเธอด้วยความหวังดี: "ผมเคยเห็นคุณเต้นมาก่อน เพลง "เสียดายที่ไม่ใช่เธอ" เป็นเพลงเศร้าสไตล์ผู้หญิงอ่อนหวาน ซึ่งอาจจะไม่เหมาะกับคุณเท่าไหร่"

หลินโจวกล่าวด้วยความจริงใจ เขาเคยดูวิดีโอของ“เงือกสาวนักร้อง”มาก่อน เธอเป็นผู้หญิงประเภทร้อนแรงเต็มไปด้วยชีวิตชีวา จึงไม่เหมาะกับการร้องและเต้นเพลงรักที่อ่อนหวาน

อย่างไรก็ตาม เจียงหยูเอ๋อที่อยู่อีกด้านกลับไม่ได้คิดแบบนั้น เธอถามกลับไปด้วยความไม่พอใจทันที: "นี่นายหมายความว่าฉันดูไม่เหมือนผู้หญิงที่อ่อนหวานพองั้นเหรอ?"

ทันใดนั้น หลินโจวก็ตระหนักได้ว่าตัวเองทำเรื่องผิดพลาดลงไปแล้ว รีบตอบกลับไปอย่างรวดเร็ว: "ผมมีธุระด่วน ไว้คุยกันทีหลังนะ"

จากนั้น เขาก็เดินไปที่ห้องนอนของตัวเอง โดยวางแผนที่จะเริ่มเขียนโน้ตเพลงของเพลง "เส้นทางธรรมดา" จากนั้นค่อยเริ่มฝึกร้องด้วยกีตาร์

ทันใดนั้น เสียงดนตรีท่วงทำนองที่คุ้นเคยก็ดังมาจากชั้นสอง ตามด้วยเสียงร้องของซูชิงเหม่ย:

“เวลานี้จู่ๆ ก็รู้สึกช่างคุ้นเคยเหลือเกิน”

“ราวกับฉากในอดีตและปัจจุบันเกิดขึ้นในขณะเดียวกัน”

หลินโจวอึ้งไป นี่มันเพลง "เสียดายที่ไม่ใช่เธอ" ของเขาไม่ใช่เหรอ?

ทำไมซูชิงเหม่ยถึงร้องเพลงของเขา?

จบบทที่ บทที่ 22 ถูกบังคับให้ดื่มนม

คัดลอกลิงก์แล้ว