เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 5 จับเจ้านายทุ่ม

บทที่ 5 จับเจ้านายทุ่ม

บทที่ 5 จับเจ้านายทุ่ม


หลินโจวทำความสะอาดบันไดและห้องนั่งเล่นอย่างง่ายๆ เช็ดคราบน้ำที่ไหลมาจากห้องน้ำบนชั้น 2 ส่วนประตูห้องน้ำที่เสียหายนั้น คงต้องเรียกให้ช่างเข้ามาซ่อมในภายหลัง หลินโจวมองขึ้นไปบนชั้นสองอีกครั้ง แต่ก็ไม่พบการเคลื่อนไหวใดๆ

บางทีซูชิงเหม่ยอาจจะหลับไปแล้ว

หลินโจวกลับไปที่ห้องของเขา ปิดประตู แล้วหยิบกีตาร์ขึ้นมา

แม้ว่าเขาจะไม่ได้เดบิวต์เป็นศิลปิน แต่เขาก็ยังคงชอบเล่นดนตรีในยามว่าง

จริงๆ แล้ว ในบ้านที่เขาและเซิ่นเหยาเคยอาศัยอยู่ร่วมกันก่อนหน้านี้ มีเปียโนอยู่ตัวหนึ่ง ซึ่งมันก็เป็นของเขา แต่การขนย้ายมันนั้นไม่ค่อยสะดวก ดังนั้นหลินโจวจึงตัดสินใจนำเพียงกีตาร์ติดตัวออกมาด้วยเท่านั้น

เพลง "เสียดายที่ไม่ใช่เธอ" เวอร์ชันออริจินอลนั้นไม่มีกีตาร์ แต่ด้วยเงื่อนไขที่จำกัดในเวลานี้ หลินโจวจึงทำได้เพียงบรรเลงโดยใช้กีตาร์ไปก่อน

ที่จริงแล้ว ตราบใดที่มีทักษะดีพอ ก็สามารถบรรเลงและร้องเพลงอะไรก็ได้ด้วยกีตาร์เพียงตัวเดียว ผลลัพธ์นั้นไม่ได้แตกต่างกันมากนัก

ด้วยฝีมือการร้องบวกกับเนื้อร้องและท่วงทำนองที่สมบูรณ์แบบของเพลง "เสียดายที่ไม่ใช่เธอ" เพียงพอที่จะกวาดชาร์ทเพลงฮิตของ"เอสสเตชั่น" ได้อย่างง่ายดาย

แน่นอนว่า เพลงนี้เดิมทีเป็นเพลงที่เหมาะกับเสียงร้องของผู้หญิงมากกว่า แต่หลินโจวก็ไม่ได้ตั้งใจที่จะใช้เพลงนี้ทำให้เขาดังเปรี้ยงปร้างในชั่วข้ามคืน หรือแม้แต่ทำลายกำแพงระหว่างนักร้องมือสมัครเล่นและนักร้องมืออาชีพในคราวเดียว

อาวุธลับที่แท้จริงของเขาก็คือเพลง "ผู้กล้าหาญที่โดดเดี่ยว" เพลงนี้สื่อถึงความรู้สึกร่วมได้ดีมาก ทุกคนที่ได้ฟังมันจะรู้สึกซาบซึ้งในแบบของตัวเอง

เพลงแบบนี้ต้องปล่อยออกมาในช่วงเวลาที่เหมาะสมมากที่สุด รับรองว่ามันจะต้องดังระเบิดไปทั่วโลกออนไลน์อย่างแน่นอน อาจจะกลายเป็นเพลงฮิตระดับตำนานได้เลยด้วยซ้ำ

อย่างไรก็ตาม ความคืบหน้าในการคัดลอกเพลง "ผู้กล้าหาญที่โดดเดี่ยว" ในปัจจุบันยังคงอยู่ที่ 35% เท่านั้น ดูเหมือนว่ายังต้องอดทนรอต่อไป

หลินโจวหยิบกีตาร์ขึ้นมา ดีดสายสองสามครั้ง เพื่อทำความคุ้นเคย จากนั้นจึงเริ่มบรรเลงทำนองเพลง "เสียดายที่ไม่ใช่เธอ"

มันเหมือนกับว่ารายละเอียดทั้งหมดของเพลงนี้ถูกตราตรึงไว้ในสมองของเขา การแปลงเนื้อเพลงและโน้ตเพลงต้นฉบับให้กลายเป็นคอร์ดกีตาร์เขาก็สามารถทำได้อย่างง่ายดาย

หลังจากทดลองร้องเพลงกับกีตาร์ไปหลายรอบ หลินโจวก็พบว่าการบรรเลงเพลงนี้โดยใช้กีตาร์คลอไปกับเนื้อเสียงของผู้ชายก็ฟังดูดีเหมือนกัน มันสามารถกลบบางท่อนของเพลงต้นฉบับที่ไม่เหมาะกับช่วงเสียงผู้ชายได้อย่างแนบเนียน

เมื่อเขาฝึกซ้อมพอใช้ได้แล้ว หลินโจวก็ใช้โทรศัพท์มือถือของเขาตั้งกล้องถ่ายวิดีโออย่างจริงจัง จากนั้นจึงใช้โปรแกรมตัดต่อวิดีโอแก้ไขอีกเล็กน้อย

เพิ่มชื่อเพลงลงไป จากนั้นก็ใส่ชื่อนักร้อง นักแต่งเพลง ผู้เรียบเรียง และมือกีตาร์ อ้อ ขออภัย ทั้งหมดเป็นคนเดียวกัน — เสวี่ยโจว (เรือหิมะ)

“เสวี่ยโจว”

"เอสสเตชั่น"เป็นแพลตฟอร์มสำหรับมือสมัครเล่นในการเผยแพร่ผลงาน การอัปโหลดสิ่งต่าง ๆ นั้นสะดวกมาก เพียงแค่ใช้โทรศัพท์มือถือของคุณบันทึกวิดีโอ ตัดต่ออีกเล็กน้อย ก็สามารถอัปโหลดไปที่ "เอสสเตชั่น" ได้แล้ว

โดยปกติแล้ว หลินโจวเองก็มักจะแวะเวียนไปที่ "เอสสเตชั่น" อยู่บ่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นหมวดดนตรี หมวดบทกวี หรือคลิปตลก ดังนั้นเขาจึงมีบัญชีอยู่แล้ว ซึ่งชื่อ ID ก็คือ : เสวี่ยโจว

หลังจากใส่เนื้อเพลงลงไป ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย

ส่วนเรื่องหน้าตานั้น เขาไม่จำเป็นต้องใส่ฟิลเตอร์หรืออะไรทำนองนั้น เพราะหลินโจวได้ทำการปกปิดใบหน้าของตัวเองในวิดีโอแล้ว

เขาไม่ได้อยากเป็นแค่นักร้องเพียงอย่างเดียว แต่อยากเข้าสู่ในวงการในฐานะของนักร้องนักแต่งเพลง ก่อตั้งสตูดิโอของตัวเอง เติบโตจนกลายเป็นบริษัทบันเทิงในท้ายที่สุด

สิ่งที่เขาจะทำก็คือยื่นข้อเสนอสัญญาให้คนอื่น ไม่ใช่ให้คนอื่นมาเสนอสัญญาให้เขา

เคยเห็นเจ้านายคนไหนต้องออกไปโชว์ตัวตลอดทั้งวี่วันบ้าง?

ชายผู้บริสุทธิ์ในอดีตหายไปตั้งแต่วินาทีที่หย่ากับเซิ่นเหยาแล้ว ตอนนี้คนที่ยังคงอยู่ก็คือเครื่องจักรสร้างความสำเร็จที่ไร้หัวใจเท่านั้น

หลินโจวแตะหน้าจอโทรศัพท์เข้าสู่เข้าแอป "เอสสเตชั่น" เมื่อเข้าไปแล้วบัญชีไอดี “เสวี่ยโจว” ก็ล็อกอินเข้าสู่ระบบโดยอัตโนมัติ

จากนั้นเลือกไอคอน "อัปโหลดผลงาน" อัปโหลดวิดีโอเพลง "เสียดายที่ไม่ใช่เธอ" ลงไป

"โปรดเลือกหมวดหมู่สำหรับผลงานที่อัปโหลด"

‘หมวดดนตรี’

"โปรดเพิ่มคำบรรยายสำหรับผลงานของคุณ"

หลินโจวคิดอยู่ครู่หนึ่ง เพลงนี้เคยเป็นเพลงฮิตที่โด่งดังมากในชีวิตที่แล้วของเขา ผู้คนยังคงร้องเพลงนี้มาจนถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะบนโลกออนไลน์ มันเป็นอันดับต้นๆ ในแง่ของจำนวนครั้งในการกดเล่นมากที่สุด

หลายคนถึงกับร้องไห้เพราะเพลงนี้ โดยเฉพาะเหล่าคนอกหักทั้งหลาย

เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ มุมปากของหลินโจวก็ยกยิ้มน้อยๆ และรีบใส่คำบรรยายสำหรับผลงานแรกของเขาบน "เอสสเตชั่น" ทันที:

“เพลงต้นฉบับฮีลใจ คนอกหักจะหายขาดทันทีหลังจากได้ฟัง”

>>คลิกเพื่อยืนยันการอัปโหลด<<

จากนั้นก็มาถึงขั้นตอนการตรวจสอบ และการจดทะเบียนลิขสิทธิ์

หากเป็นเพลงต้นฉบับ หลังจากผ่านการอนุมัติแล้ว ทางแอปพลิเคชันก็สามารถช่วยเจ้าผลงานจดทะเบียนลิขสิทธิ์ได้โดยตรง

แพลตฟอร์มสำหรับมือสมัครเล่นนั้นมีประสิทธิภาพสูงมาก หลังจากผ่านไปเพียง 1 ชั่วโมง ขั้นตอนการจดทะเบียนลิขสิทธิ์ก็เสร็จสิ้น และได้รับการอนุมัติ

หลินโจวเลื่อนดูหน้าแรกของ "เอสสเตชั่น" ทันที แต่เขากลับหาวิดีโอของตัวเองไม่เจอ

เขาจึงค้นหาคำว่า "เสวี่ยโจว" จึงได้พบวิดีโอที่เพิ่งอัปโหลด รีบเข้าไปดูข้อมูล

รับชม: 2; ชอบ: 0; รางวัล: 0; บันทึก: 1

ก็น่ะ!! เพิ่งอัปโหลดไปไม่นาน อีกอย่างเขาก็ไม่ใช่เน็ตไอดอลชื่อดังอะไร หวังให้มีคนมาฟังเร็วขนาดนั้นได้ยังไง?

เพล้ง!!

ในขณะนั้นเอง หลินโจวก็ได้ยินเสียงอะไรบางอย่างจากข้างนอก

จู่ๆ หัวใจของหลินโจวก็กระตุกวูบ!

หรือว่าจะเป็นโรคจิตที่ส่งรูปคุกคามซูชิงเหม่ย นี่มันกล้าถึงขั้นบุกมาถึงบ้านเลยงั้นเหรอ?

เขาลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ เอื้อมไปปิดไฟในห้อง เดินไปที่ประตู แล้วค่อยๆ เปิดประตูออกไปอย่างเบามือ

ขณะนี้เป็นเวลาดึกสงัด ภายในห้องนั่งเล่นก็มืดสนิท แต่กลับมีเสียงอะไรบางอย่างดังออกมาอย่างแผ่วเบา!!

มีคนอยู่จริงๆ ด้วย!

หลินโจวหาอาวุธอะไรไม่ได้ในตอนนี้ เขาจึงทำได้เพียงย่องไปที่ห้องเล่นด้วยฝีเท้าที่เงียบที่สุด แต่เมื่อเขาลองฟังเสียงดูดีๆ อีกครั้ง เขากลับได้ยินเหมือนเสียงเคี้ยวอย่างชัดถ้อยชัดคำ เสียงนั้นก็กลายเป็นเสียงแหลมอีกครั้ง เหมือนกับว่ามีคนกำลังกินอะไรบางอย่างอยู่

เสียงนี้ดังมาจากในห้องครัว

นี่มันยิ่งอันตรายเข้าไปใหญ่!

ในครัวมีของมีคมเต็มไปหมด!

แต่ไอ้คนโรคจิตที่คุกคามซูชิงเหม่ยเข้าไปทำอะไรในห้องครัว? แล้วยังแอบกินของในครัวอีก หรือนี่จะเป็นเรื่องปกติที่พวกโรคจิตชอบทำ? คนปกติแบบเราคงไม่สามารถเข้าใจได้จริงๆ

หลินโจวไม่สนใจเรื่องพวกนั้นอีกแล้ว ยังไงซะซูชิงเหม่ยก็เป็นนายจ้างของเขา แถมเธอยังเป็นผู้หญิงตัวคนเดียวอีก เขาคงไม่สามารถหนีไป และทิ้งเธอไว้คนเดียวในบ้านได้หรอก

หลินโจวย่อตัวลง และเดินตามเสียง "แจ๊บๆๆ " เงียบ ๆ ไปเรื่อยๆ ในความมืด ก่อนจะมองเห็นเงาร่างๆ อยู่ข้างหน้า

หลินโจวสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ทันใดนั้นก็กระโจนออกไป รวบตัวร่างนั้นจากด้านหลัง แล้วทุ่มลงไปบนทันที เพื่อป้องกันไม่ให้อีกฝ่ายใช้อาวุธ หลินโจวจึงรัดแขนของอีกฝ่ายไว้แน่นจากด้านหลัง

ขาทั้งสองข้างของเขาก็รัดอีกฝ่ายเอาไว้เช่นกัน!

"อย่าขยับ!"

หลินโจวตะโกนลั่น หากเสียงของเขาสามารถปลุกให้ซูชิงเหม่ยตื่นได้ก็จะดีที่สุด ตัวเขาควบคุมตัวคนร้ายเอาไว้ แล้วให้เธอรีบโทรแจ้งตำรวจ

แต่จู่ๆ หลินโจวก็รู้สึกไม่ชอบมาพากล เขาไม่เข้าใจว่าทำไมไอ้โรคจิตนี่ถึงมีรูปร่างผอมขนาดนี้?

ผิวแขนเนียนนุ่ม บั้นเอวคอดกิ่ว ขาเรียวยาวได้รูป...

จากนั้นข้อความที่คุ้นเคยสองสามบรรทัดก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าต่อตาเขาอีกครั้ง:

กำลังคัดลอกความทรงจำของโลกคู่ขนาน เพลง [เส้นทางธรรมดา] คืบหน้า 90%...

กำลังคัดลอกความทรงจำของโลกคู่ขนาน เพลง [พบเจอ] คืบหน้า 80%...

กำลังคัดลอกความทรงจำของโลกคู่ขนาน เพลง [ผู้กล้าหาญที่โดดเดี่ยว] คืบหน้า 45%...

กำลังคัดลอกความทรงจำของโลกคู่ขนาน 《รวมบทกวีสมัยราชวงศ์ถังและซ่ง》คืบหน้า 30%...

ความคืบหน้าในการคัดลอกเพลงฮิตของโลกเก่าเพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อย และยังมีข้อความใหม่ปรากฏขึ้นอีกด้วย

รวมบทกวีสมัยราชวงศ์ถังและซ่ง?

นึกไม่ถึงว่านอกจากเพลงแล้ว ยังมีงานวรรณกรรมและศิลปะประเภทอื่นๆ บนโลกด้วย

เดี๋ยวก่อน!! ทำไมการกอดรัดฟัดเหวี่ยงกับไอ้โรคจิตที่ทำตัวลับๆ ล่อๆ คนนี้แล้วกระบวนการคัดลอกความทรงจำถึงได้เพิ่มขึ้นด้วย?

หรือว่าคนที่ฉันจับทุ่มจะเป็น...

"ปล่อยฉันนะ" เสียงเย็นชาที่แฝงความไม่พอใจดังขึ้น

“......”

หลินโจวตกตะลึง นี่เขาทุ่มซูชิงเหม่ยจริงๆ งั้นเหรอ? !

เดี๋ยวก่อน เธอแอบลงมาทำอะไรข้างล่างดึกๆ ดื่นๆ แล้วยังเสียง “แจ๊บๆๆ” นั่นอีก?

แบบนี้จะไม่ให้คนอื่นเข้าใจผิดได้อย่างไร?

หลินโจวรีบปล่อยเธอออกไป และลุกขึ้นไปเปิดไฟ ก่อนจะเห็นซูชิงเหม่ยในชุดนอนกำลังพยายามดันตัวเองลุกขึ้นมาจากบนพื้น

ในเวลานี้ เทพธิดาสาวผู้แสนเย็นชาตกอยู่ในสภาพยุ่งเหยิงเล็กน้อย ผมยาวของเธอกระชายปกคลุมใบหน้า เสื้อผ้าท่อนบนถูกดึงจนไม่เป็นระเบียบ เผยให้เห็นหน้าท้องขาวเรียบเนียนใต้เสื้อผ้า

รองเท้าแตะข้างหนึ่งของเธอไม่รู้ว่าหายไปไหนแล้ว เท้าสีขาวเนียนข้างหนึ่งไม่รู้ว่าจะวางไว้ที่ไหน จึงได้แต่วางแปะกับพื้นอย่างเก้ๆ กังๆ นิ้วโป้งเท้ากลมขยับไปมาโดยไม่รู้ตัว

“คุณซู ขอโทษครับ ผมคิดว่าคนร้ายที่คุกคามคุณลอบเข้ามา ว่าแต่ ทำไมคุณถึงไม่เปิดไฟเหรอครับ? แล้วคุณกำลังทำอะไรอยู่ในครัว?”

หลินโจวเองก็รู้เก้อเขินเช่นกัน

ตนเองเพิ่งเริ่มทำงานวันแรกก็เห็นเรือนร่างของเธอหมดแล้ว ตอนนี้เขายังจับเธอทุ่มอีก

นี่มันช่างวุ่นวายจริงๆ

หลินโจวอดไม่ได้ที่จะนึกถึงสิ่งที่ผู้ช่วยหน้าซาลาเปาอย่างโจวหยุนพูดไว้: "มันเป็นการคอยรักษาความปลอดภัยอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง!"

เอ่อ แบบนี้มันก็ดูจะใกล้ชิดเกินไปนะ...

ซูชิงเหม่ยไม่ตอบ เธอก้มหน้าลง ผมยาวยังคงปิดบังใบหน้าของเธอไว้ อย่างไรก็ตาม หลินโจวสังเกตเห็นรอยคราบเปื้อนน้ำมันที่มุมปากของเธอ เขาหันกลับไปมองบนโต๊ะอาหาร และพบกับจานข้าวราดแกงเนื้อที่ถูกกินไปครึ่งหนึ่งวางอยู่บนโต๊ะ . .

หลินโจวตกตะลึง: "นี่คุณลงมาทานข้าวงั้นเหรอครับ? "

จบบทที่ บทที่ 5 จับเจ้านายทุ่ม

คัดลอกลิงก์แล้ว