- หน้าแรก
- ผมเป็นพลทหารโปรแกรม ที่มีบั๊ก
- บทที่ 42 - บอสจอมระเบิด
บทที่ 42 - บอสจอมระเบิด
บทที่ 42 - บอสจอมระเบิด
บทที่ 42 - บอสจอมระเบิด
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
"ตั้งสติไว้ อย่าตื่นตูม ค่อยๆ ยิง ถ้าไม่มีบอสพวกมันบุกเข้ามาชั้นหนึ่งไม่ได้หรอก คิดซะว่าพวกนี้คือค่าประสบการณ์ทั้งนั้น พวกนายไม่อยากเก่งขึ้นหรือไง!"
มู่เส้าอันตะโกนลั่นพลางโยนปืนลูกซองทิ้ง เวลานี้หอกยาวก็เกะกะเกินไปแล้ว เขาตัดสินใจชักมีดกูรข่าออกมาถือโล่ไม้แล้วพุ่งเข้าใส่ศัตรู ทางเดินบนกำแพงกว้างสามเมตรนี้คือสมรภูมิที่เหมาะกับเขาที่สุด ไม่ต้องกลัวว่าจะโดนรุมล้อม แถมยังจำกัดจำนวนผู้ติดเชื้อที่จะดาหน้าเข้ามาได้ด้วย
ยิ่งไปกว่านั้น ตัวเขาในตอนนี้แข็งแกร่งกว่าเมื่อเจ็ดวันก่อนไม่รู้กี่เท่า แค่เทคนิคการใช้มีดคู่กับโล่ก็เพียงพอที่จะแสดงแสนยานุภาพการรบอันน่าเกรงขาม
ไม่ว่าจะเป็นผู้ติดเชื้อระดับ 1 หรือระดับ 2 พอพุ่งเข้ามาก็มีแต่ตายกับตาย ฟันหนึ่งทีร่วงหนึ่งตัว เด็ดขาดไม่มีลังเล!
นอกจากนี้ มือปืนบนชั้นสามยังช่วยแบ่งเบาภาระให้เขาได้ส่วนหนึ่ง ส่วนทีมหน้าไม้บนชั้นสองก็คอยจัดการพวกผู้ติดเชื้อที่หลุดเข้าไปถึงตัวตึกหลัก ระยะห่างแค่สามสี่เมตรแถมยังยิงจากที่สูง หลับตายิงยังโดน
ด้วยเหตุนี้ แม้แนวป้องกันชั้นนอกจะแตกพ่ายตั้งแต่ช่วงแรก แต่สถานการณ์โดยรวมยังถือว่าคุมอยู่
เสียงปืนดังต่อเนื่องไม่ขาดสาย ลูกดอกหน้าไม้ปลิวว่อน แสงจากคมมีดวูบวาบ ทุกคนลืมความกลัวไปหมดสิ้น แต่ละคนเปรียบเสมือนฟันเฟืองในเครื่องจักรกลอันซับซ้อนที่ทำหน้าที่สู้รบอย่างแข็งขัน
ผู้ติดเชื้อล้มลงตัวแล้วตัวเล่า แม้จำนวนจะดูไม่ลดลงเลย แต่ในใจของทุกคนกลับเปี่ยมไปด้วยความหวัง ทุกครั้งที่มองเห็นหัวคนยั้วเยี้ยเบื้องล่าง สายตาของพวกเขาจะเลื่อนไปจับจ้องที่กำแพงไม้นั้น มู่เส้าอันเพียงลำพังยืนหยัดมั่นคงดุจหินผา ราวกับรากงอกติดอยู่ตรงนั้น ฝูงผู้ติดเชื้อโถมเข้ามาเหมือนคลื่นยักษ์แต่กลับต้องแตกกระเจิงกลายเป็นเศษซาก ราวกับปาฏิหาริย์
แต่ในขณะนี้ มู่เส้าอันกลับมีความรู้สึกที่แตกต่างออกไป มันไม่เกี่ยวกับการรักษาฐานที่ 21 และการต่อสู้ครั้งนี้ก็ไม่ใช่การแหกปากตะโกนปลุกใจบ้าเลือดอีกต่อไป จิตสำนึกของเขาเหมือนถูกดึงแยกออกมาจากสนามรบ เพื่อเฝ้าสังเกตการณ์ทุกอย่างด้วยความเยือกเย็น
แม้เขาจะต้องรับมือศัตรูพร้อมกันห้าหกตัว เจ็ดแปดตัว หรือกระทั่งสิบกว่าตัว แม้แทบจะไม่มีเวลาได้พักหายใจ และบางครั้งยังโดนผู้ติดเชื้อลอบโจมตีจากด้านหลัง
แต่เขาก็ยังคุมเกมได้ทั้งหมด เขาสามารถสังเกตการณ์ทุกอย่างด้วยความสุขุม แล้วจัดระเบียบการเคลื่อนไหวของตัวเองได้อย่างแม่นยำ ไม่ว่าจะตั้งรับ ออกมีด สลับเท้า หมุนตัว หรือสังหาร ทุกท่วงท่าล้วนพอเหมาะพอเจาะ จนถ้าใครมาเห็นเข้าคงจะเกิดภาพลวงตาว่าพวกผู้ติดเชื้อจงใจวิ่งเอาตัวมาชนคมมีดของเขาเอง
ในมุมมองของเขา เรื่องน่าเสียดายเพียงอย่างเดียวคือมีดกูรข่าเล่มนี้มันไม่ค่อยเข้ากับสไตล์การต่อสู้ของเขาเท่าไหร่
"ระวัง! ทุกคนระวัง ทิศ 11 นาฬิกา พบเป้าหมายสงสัยระดับบอส แย่แล้ว มันคือซอมบี้ตำรวจ 11982 รีบหลบเร็ว!"
เสียงตะโกนของ 11984 ดังขึ้นกะทันหันพร้อมกับเสียงปืน มู่เส้าอันที่กำลังสู้ติดพันอยู่บนกำแพงสะดุ้งโหยง ไม่สนใจอะไรทั้งนั้น รีบหันหลังกระโดดลงจากกำแพงแล้วม้วนตัวกลิ้งหลบไปไกลกว่าสิบเมตร
แทบจะในวินาทีเดียวกัน เสียงระเบิดตูมตามก็ดังสนั่น ของเหลวสีเขียวก้อนมหึมาตกลงตรงจุดที่เขาเคยยืนอยู่เมื่อครู่ เพียงแค่ตูมเดียว ผู้ติดเชื้อนับสิบตัวในบริเวณนั้นก็ถูกละลายจนเหลวเป๋ว กำแพงไม้แถวนั้นพังครืนลงไปครึ่งแถบ อานุภาพทำลายล้างขนาดนี้มันจะสยองเกินไปแล้ว
แรงกว่าในเกม 7 Days to Die อย่างน้อยสี่ห้าเท่า
มู่เส้าอันตะเกียกตะกายลุกขึ้นจากพื้น แล้ววิ่งไปอีกฝั่งของฐานอย่างไม่ลังเล บอสประเภทถึกทนแรงเยอะอย่างตัวก่อนหน้านี้เขายังพอกล้าแลกหมัดด้วย แต่ไอ้บอสอ้วนจอมระเบิดนี่มันจนปัญญาจะสู้จริงๆ!
ผ่านไปไม่ถึงสามวินาที ของเหลวสีเขียวที่มีฤทธิ์กัดกร่อนอีกก้อนใหญ่ก็ระเบิดใส่กำแพงไม้ ไอ้เจ้านี่นอกจากจะกัดกร่อนได้แล้วยังระเบิดได้อีกด้วย โดนเข้าไปสองทีติด กำแพงไม้ถึงกับเป็นรูโหว่ขนาดใหญ่ ผู้ติดเชื้อจำนวนมากทะลักเข้ามาเหมือนเขื่อนแตก
โชคยังดีที่มือปืนบนชั้นสามไม่สติแตก พวกเขาระดมยิงสองชุดรวดโดยมี 11984 เป็นแกนนำ และสุดท้าย 11984 ก็เป็นคนปิดบัญชีเจ้าบอสจอมระเบิดนั่นจนได้
ดูท่าทางเจ้านี่พลังป้องกันจะไม่สูงเท่าไหร่ มีดีแค่เลือดเยอะกับท่าโจมตีที่น่าขยะแขยง ถ้าจู่ๆ โผล่มาพร้อมกันสักสามสี่ตัว พวกเขาคงจบเห่กันพอดี
"เคลียร์สถานการณ์ได้แล้ว!"
ทุกคนรวมถึงมู่เส้าอันถอนหายใจอย่างโล่งอก เขาไม่รอช้ารีบปีนกลับขึ้นไปบนกำแพง เพราะจำนวนผู้ติดเชื้อเยอะเกินไป ตอนนี้พวกมันแห่กันเข้ามาในกำแพงชั้นในหมดแล้ว ต่อให้มั่นใจแค่ไหน เขาก็ไม่บ้าพอจะไปยืนให้ซอมบี้หลายร้อยตัวรุมทึ้งหรอกนะ อาศัยความได้เปรียบของชัยภูมิสู้เอาน่าจะดีกว่า
จากนั้น ทุกคนก็สู้กันแบบลืมตาย ลืมความกลัวไปจนหมดสิ้น เคราะห์ดีที่พวกเขาสะสมกระสุนและลูกดอกหน้าไม้ไว้เยอะมาก ตราบใดที่พวกผู้ติดเชื้อยังพังประตูชั้นหนึ่งไม่ได้ พวกเขาก็ยิงเก็บกินไปเรื่อยๆ
ถ้ามีการจัดอันดับการสังหารตอนนี้ มู่เส้าอันคงครองที่หนึ่งแน่ๆ แต่ 11984 ก็คงตามมาติดๆ แบบหายใจรดต้นคอ
ประเด็นสำคัญคือฝีมือการยิงปืนของหมอนั่นเหมือนจะพัฒนาขึ้นไปอีกขั้นในระหว่างต่อสู้ ยิงแต่ละนัดเข้าเนื้อเน้นๆ หนึ่งนัดหนึ่งศพ เร็วกว่ามู่เส้าอันเสียอีก แถมไม่ต้องพะวงเรื่องค่าพลังระเบิดด้วย เผลอๆ จบศึกนี้ยอดฆ่าของหมอนั่นอาจจะแซงมู่เส้าอันไปเลยก็ได้
อันดับสองรองลงมาน่าจะเป็นผู้หญิงรหัส 11990 ดูเหมือนเธอใกล้จะทะลวงขีดจำกัดได้แล้ว รวมถึงมือปืนคนอื่นๆ ก็เช่นกัน แรงกดดันเมื่อครู่มันหนักหนามาก แต่พวกเขาก็ทนผ่านมาได้ ขอแค่ยิงไปเรื่อยๆ อย่างมั่นคง รักษาสภาพจิตใจให้ดี และมีกระสุนซัพพอร์ตไม่ขาดสาย มันจะมีเหตุผลอะไรที่พวกเขาจะพัฒนาตัวเองไม่ได้ล่ะ?
ส่วนทีมหน้าไม้บนชั้นสองก็โชว์ฟอร์มได้ดีขึ้นเรื่อยๆ คนที่แย่ที่สุดในกลุ่มยังฆ่าผู้ติดเชื้อไปได้ตั้งยี่สิบสามสิบตัว ช่วงสงครามนี่แหละที่คนจะพัฒนาได้ก้าวกระโดดที่สุด ไม่ใช่แค่มู่เส้าอันคนเดียวที่เก่งขึ้นแบบติดจรวด
มองในแง่นี้ การที่ฐานอื่นโยนภาระทั้งหมดมาให้ฐานที่ 21 ก็ถือว่าเป็นเรื่อง 'ในร้ายมีดี' เหมือนกัน
ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่น ถ้าฐานที่ 21 สามารถปั้นมือปืนที่มีค่าทักษะ 70 แต้มได้สักสิบคน มู่เส้าอันก็กล้าวางแผนรับมือคลื่นซอมบี้รอบที่สี่แล้ว
หนึ่งชั่วโมงผ่านไป
สองชั่วโมงผ่านไป จำนวนผู้ติดเชื้อยังคงเยอะอยู่ แต่ทุกคนรู้ดีว่าศึกนี้พวกเขาชนะแล้วแน่นอน
รอบตัวมู่เส้าอันบนกำแพงไม้เต็มไปด้วยซากศพ ไม่มีผู้ติดเชื้อตัวไหนปีนขึ้นมาได้อีก ตามตัวเขามีบาดแผลเพิ่มขึ้นหลายแห่ง แต่พลังชีวิตยังเหลือตั้ง 70 แต้ม
แถมค่าพลังระเบิดก็ยังไม่หมดเกลี้ยง ประเมินคร่าวๆ เขาน่าจะฆ่าซอมบี้หมาไปราว 200 ตัว และผู้ติดเชื้อทั่วไปอีก 200 ตัว ตัวเลขนี้ดูสวยหรู แต่มันคงไม่ใช่สถิติที่ดีที่สุด เพราะเสียงปืนบนชั้นสามฟังดูมั่นคงขึ้นเรื่อยๆ ลูกดอกหน้าไม้จากชั้นสองก็เฉียบคมขึ้น ทุกคนกำลังเติบโต
เมื่อชั่วโมงที่สี่ผ่านพ้นไป ผู้ติดเชื้อตัวสุดท้ายก็ถูกสังหาร สภาพภายในและภายนอกฐานที่ 21 เต็มไปด้วยกองภูเขาซากศพ หลังจากความเงียบสงบชั่วครู่ ทุกคนก็ระเบิดเสียงโห่ร้องกึกก้อง
"ชนะแล้ว! พวกเราชนะแล้วโว้ย!"
ค่ำคืนที่อบอวลไปด้วยกลิ่นเลือดนี้ได้เปลี่ยนทุกคนให้กลายเป็นคนใหม่
มู่เส้าอันเริ่มรู้สึกว่าความคิดเดิมของตัวเองอาจจะไม่ถูกต้องเสมอไป ฐานที่ 17 หรือฐานที่ 32 ที่เอาตัวรอดไปวันๆ พวกนั้นคือฐานที่มีศักยภาพสูงสุดจริงๆ หรือ?
ไม่แน่หรอก
ความลำบากสร้างวีรบุรุษ ความสบายฉุดรั้งวิญญาณ!
เขาคิดผิด ศักยภาพของฐานทัพไม่ได้วัดกันที่ภาระหนักหนาแค่ไหน แต่วัดกันที่ว่าพวกเขามีความกล้าที่จะเผชิญหน้ากับความยากลำบากหรือไม่ มีความกล้าที่จะฝ่าฟันอุปสรรคทั้งปวงหรือไม่?
มีความกล้าพอที่จะประกาศก้องต่อทั้งโลกว่า—ข้านี่แหละคือที่หนึ่งในใต้หล้า!
มู่เส้าอันแสยะยิ้มแล้วตะโกนด่า "จะแหกปากหาอะไร! รีบไปดูสิว่ารางวัลรอบนี้คืออะไร?"
ทุกคนหัวเราะร่า กำแพงที่เคยกั้นกลางระหว่างพวกเขาได้ทลายหายไปในนาทีนี้ จากนั้นทุกคนก็วิ่งกรูกันไปที่ชั้นสองราวกับเด็กๆ แย่งกันไปดูของรางวัลที่จะปรากฏขึ้นบนหินอาณาเขต
แต่มู่เส้าอันไม่ได้ตามไปดู ชัยชนะครั้งนี้เขาไม่ได้ออกแรงมากนัก ดังนั้นรางวัลที่น่าจะมหาศาลนี้ควรตกเป็นของพวกเขาทุกคน
มู่เส้าอันถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะกระโดดลงจากกำแพงไม้ คว้าคบเพลิงเดินออกไปข้างนอกเพื่อตามหาศากศพของบอสสองตัวนั้น ตอนนี้เขายังคงคาดหวังว่าจะหาอุปกรณ์สวมใส่ดีๆ ได้สักชิ้น
[จบแล้ว]