- หน้าแรก
- ผมเป็นพลทหารโปรแกรม ที่มีบั๊ก
- บทที่ 31 - หัวขโมย
บทที่ 31 - หัวขโมย
บทที่ 31 - หัวขโมย
บทที่ 31 - หัวขโมย
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
อาหารที่อุดมสมบูรณ์มักนำมาซึ่งความสุขไม่รู้จบ
ดังนั้นเรื่องขุ่นข้องหมองใจเล็กๆ น้อยๆ ก็ผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็ว หลังจากกินอิ่มหนำสำราญกันแล้ว 11990 ถึงได้มีโอกาสแนะนำมู่เส้าอันกับ 11984 ให้ทุกคนรู้จัก
ไม่ใช่ว่าเธอเสียมารยาทนะ แต่ตอนที่คนกลุ่มใหญ่นั่งจ้องอาหารตาเป็นมันเหมือนหมาป่าหิวโซ ต่อให้พูดจาสละสลวยแค่ไหนก็ไม่มีใครฟังหรอก
ต้องรอจนทุกคนกินอิ่มจนพุงกาง ไม่อยากขยับตัวไปไหนนั่นแหละ 11990 ถึงชูขวดน้ำขึ้นมา แล้วตะโกนเสียงดังว่า "แด่อาหารมื้ออร่อย"
ทุกคนขานรับกันเกรียวกราว ไม่มีใครคิดจะเป็นศัตรูกับท้องไส้ตัวเองหรอก
แต่ทันใดนั้น ผู้หญิงคนนั้นก็หันมายิ้มให้มู่เส้าอัน พยักหน้าให้ทีหนึ่ง ก่อนจะพูดต่อว่า "แด่เจ้าของอาหารมื้อนี้ ขอบคุณในความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ของเขา ทุกคนคงยังไม่รู้สินะคะว่าสุภาพบุรุษสองท่านนี้ ลุยเดี่ยวกวาดล้างฟาร์มหมายเลข 1 จนเกลี้ยง ฆ่าผู้ติดเชื้อที่ยึดครองที่นั่นจนหมด แค่ความกล้าหาญของพวกเขา ก็สมควรแก่การคารวะแล้ว"
คราวนี้เงียบกริบ หรือจะพูดให้ถูกคือทุกคนอึ้งไปเลย ถึงเมื่อกี้จะกินกันเปรมปรีดิ์ก็เถอะ แต่ไอ้คนนอกสองคนนี้มีสิทธิ์อะไรมาถึงปุ๊บก็ได้รับเกียรติสูงส่งขนาดนี้ แล้วพวกเราที่เหนื่อยยากสร้างฐานกันแทบตายล่ะ จะเอาหน้าไปไว้ไหน
อีกอย่าง อะไรคือฟาร์มหมายเลข 1 เป็นของเขา ก็พวกเราวางแผนกันดิบดีแล้วไม่ใช่เหรอว่าจะบุกยึดในวันที่สิบ
ผ่านไปพักใหญ่ ถึงค่อยมีเสียงตอบรับแห้งๆ ดังขึ้นมาประปราย
มู่เส้าอันนั่งอยู่ตรงนั้น ค่อยๆ ย่างเนื้อกวางตากแห้ง ข้าวโพดหวานฉ่ำ ไส้กรอกรสเลิศ กินอย่างใจเย็น นานๆ ทีก็กระดกเบียร์กระป๋องที่หมดอายุแล้วแต่รสชาติยังใช้ได้เข้าปาก ใช่แล้ว เขากินแยกวงต่างหาก
ถึงตอนที่ 11984 ขนเสบียงพวกนั้นมาเขาจะคัดค้าน แต่พอถึงเวลาเสพสุขเขาก็ไม่เกรงใจ เดิมทีเขาก็ไม่ขี้เหนียวที่จะแบ่งให้ 11984 หรอก แต่ในเมื่อเจ้าทึ่มนั่นเข้ากันได้ดีกับเพื่อนใหม่จนกลมกลืนไปแล้ว เขาก็ถือโอกาสปลีกวิเวกซะเลย
จะว่าคนฐาน 21 ไร้มารยาท ดูถูกเขาที่เป็นคนนอกก็ไม่ได้ เพราะพฤติกรรมของมู่เส้าอันมันช่างล่อตีนเหลือเกิน โดยเฉพาะต่อหน้าฝูงชนที่หิวจนตาลายแบบนั้น
แน่นอนว่าเขาไม่สนบรรยากาศมาคุพวกนี้หรอก แค่ยิ้มตาหยีชูประป๋องเบียร์ให้ผู้หญิงคนนั้นทีหนึ่ง แล้วก็ก้มหน้าก้มตากินมื้อค่ำสุดหรูของตัวเองต่อ
เขาไม่ได้แกล้งทำเท่นะ แต่เขามีสิทธิ์ที่จะทำแบบนี้
เขาเกือบจะลุยเดี่ยวกวาดล้างผู้ติดเชื้อทั้งเมืองมาแล้ว แต่คนฐาน 21 พวกนี้ล่ะ หกวันที่ผ่านมามัวแต่กลัวหัวหด เอาแต่สร้างป้อมปราการ ไม่กล้าแม้แต่จะบุกเมืองทางตะวันออก ไอ้ฝรั่งร่างยักษ์นั่นมีพละกำลังตั้ง 15+ แต่ดันหดหัวอยู่ในฐานทำงานก่อสร้างเนี่ยนะ
ถ้าไม่ใช่เพราะเขากับ 11984 บังเอิญไปโผล่ที่ฟาร์ม ป่านนี้พวกนั้นก็คงยังนั่งหิวโซกันอยู่
หรือว่าพอความจำเสื่อม ก็ลืมคำว่าความกตัญญูรู้คุณไปหมดแล้ว
เอาเถอะ ฉันเข้าใจความกังวลของพวกนาย เข้าใจยุทธวิธีแบบค่อยเป็นค่อยไปของพวกนาย แต่ในเมื่อเป็นแบบนั้น ก็ต้องยอมรับความไม่เท่าเทียมในตอนนี้ให้ได้สิ เป็นไง เห็นฉันกินเนื้อกินเหล้าแล้วขัดลูกตาเหรอ
ถุย แน่จริงก็ออกไปหาเองสิวะ มาจ้องเนื้อย่างกับเบียร์ของฉันแล้วคิดว่าโลกไม่ยุติธรรม มันใช้ตรรกะไหนคิดวะ
แต่มู่เส้าอันไม่มีอารมณ์จะไปเทศนาคนพวกนั้นหรอก
งานเลี้ยงยังคงดำเนินต่อไป ความสุขไม่ได้ลดน้อยลงเพราะเรื่องขัดใจเล็กๆ น้อยๆ พวกกินจุยังคงยัดทะนานไม่หยุด ครั้งนี้พวกเขาขนอาหารมาเยอะมาก แถมยังมีฟาร์มทางใต้เป็นคลังสำรอง เลยไม่ต้องจำกัดปริมาณการกิน
แต่จู่ๆ เสียงร้องโหยหวนก็ดังขึ้นที่มุมห้อง ชายผอมแห้งคนหนึ่งกระโดดตัวลอย ร้องโอดโอยเหมือนผีโดนข้าวสารเสก
เสียงนี้ทำเอาหลายคนตกใจจนสะดุ้ง บางคนที่กำลังกินเพลินๆ ถึงกับสำลักตาเหลือกเกือบตายคาที่
ผ่านไปพักใหญ่กว่าทุกคนจะตั้งสติได้ แล้วก็เห็นชัดว่าฝ่ามือซ้ายของชายผอมแห้งคนนั้นถูกมีดสั้นคมกริบปักทะลุ เลือดสดๆ ไหลโจ๊ก สภาพดูสยดสยองมาก
"เกิดอะไรขึ้น" 11990 ตะโกนถามเป็นคนแรก
ชายผอมแห้งที่ยังร้องโอดโอยชี้มือไปที่มู่เส้าอัน ทันใดนั้นห้องโถงชั้นสองก็เงียบกริบ สายตาโกรธแค้นหลายสิบคู่พุ่งเป้าไปที่จุดเดียว
แต่ก็ยังมีคนที่มีเหตุผลสงสัยอยู่บ้าง พวกเขามองไม่ทันว่าเกิดอะไรขึ้น และตำแหน่งที่มู่เส้าอันนั่งอยู่ก็ห่างจากชายคนนั้นตั้งสิบห้าเมตร การใส่ร้ายป้ายสีไม่ใช่เรื่องดีนะ
"เรื่องเป็นยังไงกันแน่" 11990 ก็รู้สึกว่าเรื่องนี้ไม่น่าเกี่ยวกับมู่เส้าอัน เลยหันไปถามชายผอมแห้งเสียงเข้ม เกินไปแล้วนะ ไม่รู้จักมารยาทกันบ้างเลยเหรอ
"มันนั่นแหละ มันนั่นแหละที่ทำ ผมแค่จะไปหยิบน้ำกิน จู่ๆ มือก็โดนมีดปักเข้าไปแล้ว" ชายผอมแห้งตาแทบถลนด้วยความโกรธ ดูน่าสงสารชะมัด
"เหลวไหล" 11990 ตวาดลั่น นี่มันเหตุผลบ้าบออะไรกัน
คนอื่นๆ ก็เริ่มได้สติ รู้สึกว่ามันแปลกๆ ต่อให้ไม่ชอบขี้หน้าหมอนั่นก็ไม่เห็นเป็นไร พวกเราก็ไม่ชอบเหมือนกัน แต่อย่ามาใส่ร้ายกันมั่วซั่วสิ มันเกินไป
"มันจริงๆ นะ หัวหน้า ฝีมือมันแน่ๆ ไม่ผิดหรอก ผม... ผม... ก็แค่เห็นว่าในเป้มันยังมีเบียร์เหลืออยู่ ก็เลยอยากจะขอกินแก้กระหายหน่อย นี่ถือเป็นความผิดเหรอ ผม... อาหารของพวกเราเป็นของกองกลางไม่ใช่เหรอ" ชายผอมแห้งอึกอัก สุดท้ายก็ยอมคายความจริงออกมา
ไม่พูดก็แล้วไป พอพูดออกมาสายตาของทุกคนก็เปลี่ยนเป็นแปลกประหลาดทันที แต่ไม่มีใครกล้าจ้องหน้ามู่เส้าอันด้วยความโกรธอีกแล้ว บ้าเอ๊ย ระยะห่างตั้งสิบห้าเมตร ต่อให้แสงไฟสลัวจนมองไม่ชัด แต่การลงมือนี่มันจะเร็วเกินไปไหม
"ขอโทษจริงๆ ค่ะ" 11990 ยิ้มเจื่อนๆ ขอโทษมู่เส้าอันก่อน แล้วค่อยหันไปตวาดชายผอมแห้ง "หุบปากไปเลย นายไม่รู้สึกขายขี้หน้าบ้างหรือไง แล้วก็จำไว้ ใครห้ามแตะต้องของส่วนตัวของคุณ 11982 อีก ใครฝ่าฝืนโดนลงโทษหนักแน่"
เรื่องวุ่นวายปนตลกจบลงอย่างรวดเร็ว แต่บรรยากาศครื้นเครงของงานเลี้ยงก็หายเกลี้ยง 11990 รีบจัดเวรยามเฝ้าระวัง แล้วก็แนะนำหัวหน้าฝ่ายต่างๆ ของ ฐาน 21 ให้มู่เส้าอันรู้จักอย่างเป็นทางการ
ส่วนคนอื่นๆ ก็ได้แต่นั่งฟังอยู่ข้างๆ
ต้องยอมรับว่าฐานที่ 21 ถึงจะดูอ่อนแอ แต่ก็มีการจัดระเบียบองค์กรได้ครบเครื่องทีเดียว
ในกลุ่มนี้ 11990 เป็นหัวหน้าใหญ่ เพราะเธอเป็นคนเกลี้ยกล่อมให้ฐานอื่นๆ มารวมตัวกันได้ตั้งแต่แรก ตอนนั้นเธอติดต่อไปห้าฐาน แต่ฐาน 01 ตายเรียบไปแล้ว ด้วยความสามารถนี้เธอเลยได้รับการยกย่องเป็นหัวหน้า
แน่นอนว่าแค่นั้นยังไม่พอ ผู้หญิงคนนี้ยังยิงปืนแม่นมาก ค่าพื้นฐานอาวุธปืนปาเข้าไป 75 แต้ม ถือว่าเป็นมือสไนเปอร์ได้เลย
รองจาก 11990 ก็มีหัวหน้าฝ่ายอีกสามคน คนหนึ่งคุมงานก่อสร้าง คนหนึ่งคุมงานตัดไม้ อีกกลุ่มรับผิดชอบขุดหลุมพรางและเหลาไม้ทำหอก กลุ่มสุดท้ายคือหน่วยลาดตระเวน
ตอนแรก 11990 จัดให้คนทั้งสี่กลุ่มนี้ผลัดกันออกไปล่าผู้ติดเชื้อ แต่ก็นั่นแหละ คนขี้ขลาดย่อมมีมากกว่าผู้กล้าเสมอ
หลังจากลองผิดลองถูกมาหลายวัน 11990 ก็คัดเลือกคนได้แค่สองกลุ่มที่กล้าออกไปล่า ซึ่งส่วนใหญ่ก็เคยผ่านการฆ่าฟันมาแล้ว
ปกติทีมล่าจะมี 12 คน ส่วนอีก 6 คนจะคอยลาดตระเวนในฐาน
คน 12 คนที่มู่เส้าอันเจอที่ฟาร์มก่อนหน้านี้ ก็คือกองกำลังหลักของฐานที่ 21 นั่นเอง
ที่ 11990 ยังรักษาบารมีไว้ได้ ก็เพราะเธอแทบจะเป็นคนนำทีมออกล่าทุกวัน
แต่จะบอกว่าฐานที่ 21 ไม่มีแววรุ่งก็ไม่ถูก เพราะฐานนี้สร้างได้ดีจริงๆ แถมในกลุ่มพลทหารโปรแกรมยังมีคนรู้วิธีทำหน้าไม้ ตอนนี้ทำออกมาได้ห้าคันแล้ว ระยะหวังผลห้าสิบเมตรก็พอมีอานุภาพสังหารอยู่บ้าง
ถ้าโชคดีหน่อย ก็น่าจะยื้อไปได้ถึงวันที่ยี่สิบเอ็ด
หลังจากแนะนำสถานการณ์คร่าวๆ จบ 11990 ก็ถามด้วยความอยากรู้อยากเห็นว่า "คุณ 11982 เรื่องนกซอมบี้พวกเรารู้แล้วและจะรีบเตรียมการป้องกัน แต่ผู้ติดเชื้อประเภทแมงมุมที่คุณพูดถึงมันเป็นยังไงคะ ทำไมพวกเราไม่เคยเห็นมาก่อนเลย"
"เรื่องผู้ติดเชื้อประเภทแมงมุมผมบอกไปแล้ว พวกมันปีนข้ามสิ่งกีดขวางได้ทุกชนิด แต่ไม่ต้องกังวลมากนักหรอก ขอแค่ระวังตัวไว้ก่อน ก็พอจะจัดการมันได้ เพราะพวกนี้เลือดน้อยตัวบาง แต่สิ่งที่ผมอยากจะบอกคือ พวกคุณควรจะกังวลเรื่องผู้ติดเชื้อระดับบอส หรือระดับ 4 มากกว่า ถ้ามันโผล่มาแม้แต่ตัวเดียว มันสามารถทำลายการป้องกันที่พวกคุณภูมิใจหนักหนาจนพังยับเยินได้ อย่าทำหน้าไม่เชื่อแบบนั้นสิ ผมไม่ได้ล้อเล่นนะ เอาเป็นว่า ถ้าถึงเวลานั้นจริงๆ ผมหนีรอดได้แน่ แต่พวกคุณคงตายกันหมด เพราะงั้นการมาตั้งแง่กับผมมันไม่มีประโยชน์หรอก" มู่เส้าอันพูดตรงๆ ไม่ปิดบัง เพราะบอกตามตรง เขาก็เดาไม่ออกเหมือนกันว่าคลื่นซอมบี้ที่จะมาในวันพรุ่งนี้มันจะน่ากลัวขนาดไหน
[จบแล้ว]