- หน้าแรก
- ผมเป็นพลทหารโปรแกรม ที่มีบั๊ก
- บทที่ 22 - แผนการฟาร์มเลเวล
บทที่ 22 - แผนการฟาร์มเลเวล
บทที่ 22 - แผนการฟาร์มเลเวล
บทที่ 22 - แผนการฟาร์มเลเวล
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
สองวันที่ผ่านมา ยามว่างมู่เส้าอันมักจะขบคิดเรื่องรูปแบบการต่อสู้ของตัวเอง แต่ก่อนเพื่อเอาชีวิตรอด อะไรใกล้มือก็คว้ามาใช้ได้หมด อิฐก้อนเดียวก็เป็นอาวุธเทพได้
แต่ตอนนี้เขามีเขี้ยวเล็บพอตัว ที่สำคัญคือมีทักษะการต่อสู้เป็นของตัวเองแล้ว
แม้จนถึงตอนนี้เขาจะยังไม่เคยใช้สกิล 'เฮฟวี่สไตรค์' ได้สักครั้ง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะละเลยมัน
หลังจากไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วน มู่เส้าอันคิดว่าในบรรดาอาวุธประชิดที่เหมาะกับการใช้คู่กับสกิลเฮฟวี่สไตรค์ที่สุด ก็คือโล่
แน่นอน นี่ไม่ได้แปลว่าเขาจะทิ้งทักษะการขว้างปา
ในสายตาเขา ทักษะการขว้างปายังพัฒนาไปได้อีกไกล และจะเป็นไม้ตายก้นหีบของเขาต่อไปในอนาคต
ทว่า แม้หอกขว้างจะรุนแรงระดับสี่ดาว เหมาะกับการระเบิดพลังสร้างความเสียหายมหาศาล แถมยังโจมตีได้กึ่งระยะไกล แต่ข้อเสียก็ชัดเจน ระยะหวังผลสั้น กินพลังงานเยอะ และพกพาได้น้อย
ไม่เหมือนหน้าไม้ พกลูกดอกร้อยดอกยิงเล่นได้ครึ่งค่อนวัน
ดังนั้น ในขณะที่ยึดหอกขว้างเป็นท่าไม้ตาย เขาจำเป็นต้องมีรูปแบบการต่อสู้ที่มั่นคงและครอบคลุมกว่านี้
นั่นคือเหตุผลที่มู่เส้าอันเลือกโล่
ไม่ต้องถึงกับโล่ใหญ่สองมือ แค่โล่มือเดียวก็พอ จะจับคู่กับดาบโล่ หรือมีดโล่ ก็ได้หมด ยามคับขันจะใช้หอกโล่ก็ไม่เลว
รูปแบบการโจมตีผสมผสานแบบนี้คือสิ่งที่เขาต้องการ ได้ทั้งรุกและรับ
ในฐานะพลทหารโปรแกรม การรักษาชีวิตตัวเองต้องมาก่อน
แถมรูปแบบนี้ยังเกื้อหนุนกับการขว้างหอกได้ดีเยี่ยม
มู่เส้าอันมั่นใจว่า ถ้าทักษะการขว้างปาพื้นฐานของเขาแตะ 100 แต้มเมื่อไหร่ เขาสามารถใช้หอกไม้ปิดบัญชีศัตรูที่เคลื่อนที่ไม่ได้เร็วเวอร์วังได้ภายในระยะ 50 เมตร
ช่วยลบจุดอ่อนที่ต้องวิ่งไล่กวดศัตรู
และตอนขว้างหอก มือซ้ายเขาก็ยังถือโล่ป้องกันตัวได้
ต่อให้เจอศัตรูที่มีปืนหรือธนู เขาก็จะไม่ตกเป็นเป้านิ่งให้ยิงเล่นฝ่ายเดียว
สรุปแล้ว รูปแบบการต่อสู้นี้เหมาะกับสถานการณ์ปัจจุบันของมู่เส้าอันที่สุด ในเมื่อไม่มีทีมที่ไว้ใจได้ ก็ต้องพึ่งตัวเองนี่แหละ
แต่เมื่อเลือกทางนี้ เขาต้องใช้ค่าประสบการณ์มหาศาล ไม่เพียงต้องอัปเกรดค่าสถานะพื้นฐานทั้งสี่ให้สมดุล ยังต้องปลดล็อกและอัปเกรดทักษะการป้องกันพื้นฐานเพิ่มอีก
โชคดีที่ภารกิจรอบนี้ความยากไม่สูง ไม่มีตัวไวรัสของจริง เขาเลยมีโอกาสได้ฟาร์มเลเวลอย่างสบายใจ
พูดตรงๆ ตอนนี้เขาแอบดีใจที่ไม่มีฐานทัพมาเป็นภาระ ไม่งั้นต้องแบ่งเวลาไปบริหารฐาน หาวัสดุก่อสร้าง เขาไม่มีเวลามาเสียกับเรื่องพวกนั้นหรอก!
ตอนนี้ตัวคนเดียวสบายใจเฉิบ ตัดทิ้งเรื่องไร้สาระ เหลือแค่การต่อสู้ ต่อสู้ และต่อสู้!
ส่วนเรื่องภารกิจรีสตาร์ตระบบหลังครบ 28 วัน ก็ไม่ใช่เรื่องยาก ทุกๆ เจ็ดวัน เขาจะหาฐานสักแห่งขอเข้าไปหลบภัย เลือกฐานที่มีอนาคตหน่อย หรือถ้าจนตรอกจริงๆ จะไปเข้ากับฐาน 17 ก็ยังได้
ในแผนระยะยาวของมู่เส้าอัน ความขัดแย้งเล็กน้อยกับฐาน 17 เป็นเรื่องขี้ประติ๋วที่มองข้ามได้
เขาแค่ต้องการเวลาและพื้นที่ในการพัฒนาตัวเองให้แข็งแกร่งขึ้นโดยเร็ว
เพื่อที่ภารกิจหน้า เขาจะได้มีโอกาสรอดชีวิตสูงขึ้น
——
มู่เส้าอันอยากได้โล่ แต่หาของสำเร็จรูปไม่ได้ จะตีโล่เหล็กก็ทำไม่เป็น เลยต้องเอาโต๊ะกินข้าวไม้วอลนัทตัวนี้มาทำแทน
รูปทรงโล่ไม้ที่เขาต้องการไม่ต้องใหญ่มาก ตามที่คำนวณไว้ แค่ตัดไม้แผ่นนี้เป็นรูปหกเหลี่ยมเส้นผ่านศูนย์กลาง 50 เซนติเมตรก็พอ
ใจจริงเขาอยากได้โล่กลม แต่เครื่องมือไม่พร้อม และไม่มีเวลามานั่งขัดแต่ง
พอกะรูปร่างเสร็จ มู่เส้าอันก็ใช้เลื่อยตัดไม้แผ่นหกเหลี่ยม เจาะร่องสี่จุด แล้วเอาลวดเหล็กที่หามาได้มัดให้แน่น สุดท้ายใช้เศษผ้ากับลวดทำเป็นหูจับ เท่านี้ก็ได้โล่ไม้อย่างง่ายแล้ว
"11984 แบกของซะ เราจะไปทำเรื่องใหญ่กัน"
มู่เส้าอันเรียก แล้วพากันออกจากเมือง อ้อมไปทางตะวันออก แล้วมุ่งหน้าขึ้นเหนือ เป้าหมายคือกลับไปจัดการพวกผู้ติดเชื้อที่ยังติดอยู่ในโรงหนัง
รอบนี้เขาพกความมั่นใจมาเต็มเปี่ยม
หลังจากเดินอ้อมมาพักใหญ่ มู่เส้าอันก็พา 11984 ที่ยังงงๆ มาหยุดอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ห่างจากทางเข้าโรงหนังประมาณสี่ห้าร้อยเมตร
"นี่ บอกมาตามตรง ด้วยปืนไรเฟิลล่าสัตว์กระบอกนี้ ระยะสี่ร้อยเมตรนายยิงโดนร้อยนัดร้อยเป้าไหม?" มู่เส้าอันถามเสียงเครียด
"หา? สี่ร้อยเมตร ร้อยนัดร้อยเป้า? ด้วยปืนนี้น่ะเหรอ?" 11984 อ้าปากค้าง รีบส่ายหัวรัวๆ
มู่เส้าอันหัวเราะหึๆ เขารู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ ปืนนี้ระยะยิงสูงสุดก็แค่สี่ร้อยเมตรเอง
เขาเลยลดสเปก "โอเค ไม่ต้องถึงสี่ร้อยเมตร เห็นโรงหนังนั่นไหม ฉันจะให้นายคอยยิงกดดันศัตรูจากระยะร้อยห้าสิบเมตร... เอ่อ เอาเป็นว่า ถ้านายเห็นซอมบี้หมาหรือพวกระดับ 2 โผล่ออกมาจากโรงหนัง นายช่วยยิงสกัดให้หน่อย ไม่ต้องถึงกับฆ่าให้ตายก็ได้ แล้วก็คอยระวังทางอื่นด้วย เสียงปืนอาจจะเรียกแขกมา อย่าให้โดนกัดล่ะ ถ้าติดเชื้อพระเจ้าก็ช่วยนายไม่ได้!"
สุดท้าย มู่เส้าอันย้ำด้วยความไม่ไว้ใจ "ที่สำคัญ ห้ามยิงโดนฉันเด็ดขาด!"
11984 ฉีกยิ้ม ตื่นเต้นขึ้นมา "ถ้าระยะสามร้อยห้าสิบเมตรผมมั่นใจเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ครับ"
"อย่าหาทำ เอาแค่ร้อยห้าสิบเมตรพอ ไม่ใช่ไม่เชื่อใจ แต่ชีวิตฉันมีค่ามาก" มู่เส้าอันตบไหล่ 11984 แล้วทิ้งเป้ใหญ่ สะพายหอกสั้นสองอัน ปืนลูกซอง เติมกระสุนปืนพกทั้งสองกระบอกให้เต็มแล้วเสียบไว้ใต้รักแร้ มือซ้ายถือโล่ไม้ทำเอง เอวเหน็บมีดกูรข่า มือขวากำหอกขว้าง วิ่งดาหน้าเข้าใส่โรงหนังอย่างดุดัน
ต่อไปนี้คือมหกรรมฟาร์มมอนสเตอร์
ภูมิประเทศของโรงหนังเอื้ออำนวยมาก เก้าอี้ที่กองไว้ในโถงชั้นล่างกั้นผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่ไว้ พวกมันต้องเบียดกันออกมาตามทางเดินแคบๆ มู่เส้าอันจะยืนรอดักตีหัวคิวอยู่ข้างนอก
เดิมทีเขาไม่มั่นใจนัก เพราะในโรงหนังมีซอมบี้หมาตั้งสามตัว แถมพวกระดับ 2 อีกเพียบ ถ้าพูดภาษาเกม ก็เหมือนมีมอนสเตอร์ระดับ Elite เต็มไปหมด
แต่ตอนนี้มี 11984 สไนเปอร์จำเป็นคอยซัพพอร์ตข้างหลัง มู่เส้าอันเลยกล้าเสี่ยง
พอวิ่งเข้าไปถึงระยะร้อยเมตร เสียงเห่าก็ดังขึ้น จมูกพวกซอมบี้หมานี่ไวจริงๆ เสียงคำรามดังระงมมาจากในโรงหนัง ผู้ติดเชื้อระดับ 1 ที่เดินเพ่นพ่านอยู่ข้างนอกสองสามตัวก็เริ่มตื่นตัว
มู่เส้าอันไม่ลังเล เร่งฝีเท้าพุ่งเข้าไป พอพวกระดับ 1 ปรี่เข้ามา เขาก็ซัดหอกในมือขวาเปรี้ยงเดียว หัวระเบิดไปหนึ่ง!
เขาไม่หยุดวิ่ง ชักมีดกูรข่าออกมา กระชับโล่ไม้แนบอก ย่อตัวลงเล็กน้อย แล้วพุ่งชนผู้ติดเชื้อตัวที่ใกล้ที่สุดราวกับกระสุนปืนใหญ่
ความเร็วของทั้งคู่ไม่ธรรมดา แต่พละกำลังของมู่เส้าอันเหนือกว่าเห็นๆ โดยเฉพาะเมื่อใช้โล่กระแทก เสียง "ปัง" ดังสนั่น ผู้ติดเชื้อตัวนั้นเสียหลักล้มกลิ้งหงายท้อง มึนงงไปชั่วขณะ!
มู่เส้าอันเซไปนิดหน่อยจากแรงสะท้อน แต่มันช่วยให้เขาทรงตัวได้ จังหวะที่มันยังไม่ทันลุก เขากระโดดลอยตัว เงื้อมีดกูรข่าในมือขวาสับลงไปที่คอ ขาดสะบั้นในมีดเดียว
แต่มือขวาและข้อมือของมู่เส้าอันก็ชาหนึบ นี่เป็นเพราะค่าพละกำลังของเขายังไม่สูงพอ ไม่เกี่ยวกับความอึดหรือพลังระเบิด
ความอึดและพลังระเบิดกำหนดปริมาณและความต่อเนื่องในการปล่อยพลัง
แต่ค่าพละกำลังคือกุญแจสำคัญที่กำหนดค่าความเสียหายเฉลี่ยและความแข็งแกร่งของร่างกาย
สองค่านี้เข้าใจง่ายมาก เช่น คนอ้วนหนักสองร้อยกิโล ยกหินหนักร้อยชั่งได้สบาย นี่คือพละกำลังเยอะ แต่วิ่งร้อยเมตรก็หอบแฮกๆ นี่คือความอึดน้อย
ส่วนคนผอมหนักห้าสิบกิโล ยกหินสี่สิบชั่งแทบไม่ไหว นี่คือพละกำลังน้อย แต่ดันวิ่งมาราธอนได้หลายกิโล นี่คือความอึดเยอะ
ดังนั้น มีแต่ความอึดไม่มีแรงก็ไม่ได้ มีแต่แรงไม่มีความอึดก็ไปไม่รอด
[จบแล้ว]