- หน้าแรก
- ผมเป็นพลทหารโปรแกรม ที่มีบั๊ก
- บทที่ 14 - ผู้ติดเชื้อกลายพันธุ์
บทที่ 14 - ผู้ติดเชื้อกลายพันธุ์
บทที่ 14 - ผู้ติดเชื้อกลายพันธุ์
บทที่ 14 - ผู้ติดเชื้อกลายพันธุ์
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
เมื่อตัดสินใจได้แล้ว มู่เส้าอันก็เริ่มจากการเคลียร์พื้นที่สองข้างทางถนนฝั่งทิศเหนือ จัดการผู้ติดเชื้อที่เดินเพ่นพ่านไปสองสามตัวเพื่อให้มั่นใจว่าทางหนีทีไล่สะดวก จากนั้นเขาก็ขุดดินเอามาทาตัว ลบกลิ่นคาวเลือดที่ติดตัวมา แม้มันอาจจะหลอกจมูกพวกผู้ติดเชื้อไม่ได้ทั้งหมด แต่อย่างน้อยก็น่าจะพอช่วยได้บ้าง
เสร็จสิ้นขั้นตอนเตรียมตัว มู่เส้าอันหยิบหอกสั้นสำหรับขว้างมาถือไว้ในมือขวา มือซ้ายกระชับหอกไม้เอล์มยาว จริงๆ ปืนลูกซองกับปืนพกก็แรงดี แต่ปัญหาคือเสียงปืนดังสนั่นจะเรียกแขกทั้งเมืองมารุมทึ้ง ในสถานการณ์แบบนี้ มู่เส้าอันไม่โง่พอจะทำแบบนั้น
อีกอย่าง ตอนนี้เขายิ่งใช้หอกขว้างยิ่งคล่องมือ หอกสั้นในมือขวาทำจากไม้เอล์มเนื้อแข็ง เมื่อคืนเขาใช้มีดพับเหลาออกมาได้แค่สองเล่ม แต่งานละเอียดมาก ไม่มีรอยเสี้ยนสากมือ ผิวไม้เรียบเนียน ตัวหอกตรงเป๊ะ จุดศูนย์ถ่วงถ่วงได้ที่ ตลอดทางที่ผ่านมาเขาใช้หอกเล่มนี้สอยผู้ติดเชื้อระดับ 1 ร่วงไปเป็นสิบตัวแล้ว
ระยะยี่สิบเมตร ขอแค่เข้าจุดตาย ดาเมจไม่ต่ำกว่า 130 แน่นอน
มู่เส้าอันก้มตัวต่ำ เคลื่อนที่ผ่านพงหญ้ารกทึบอย่างเงียบกริบ ทุกระยะทางที่ผ่านไป เขาจะหยุดสังเกตการณ์รอบด้านอย่างระมัดระวัง เมื่อมั่นใจว่าปลอดภัยถึงค่อยขยับต่อ
แต่ตอนนี้ ผู้รอดชีวิตที่น่าจะเป็น NPC บนดาดฟ้าตึกสามชั้นกลับหยุดส่งสัญญาณแสงแล้ว
จริงๆ มู่เส้าอันอยากให้ทางนั้นใช้กระจกส่งรหัสมอร์สมาบอกสถานการณ์รอบๆ ตึกหน่อย
แต่ก็นะ ไม่ใช่ชาวบ้านทุกคนจะรู้รหัสมอร์สนี่หว่า
ระยะทางใกล้เข้ามาเรื่อยๆ มู่เส้าอันเริ่มได้กลิ่นเหม็นเน่าของซากศพโชยมา บ่งบอกว่าในเมืองนี้น่าจะมีผู้ติดเชื้ออยู่ไม่น้อย
แต่ข่าวดีคือ จนถึงตอนนี้เขายังไม่เห็นความผิดปกติอะไรแถวตึกนั้น ทุกอย่างดูเงียบสงบ
บอกตามตรง เขาเริ่มสงสัยแล้วว่าผู้รอดชีวิตคนนั้นใช้วิธีไหนหลบเลี่ยงการตรวจจับของผู้ติดเชื้อ?
ทาตัวด้วยอุจจาระ? อาบน้ำมันดีเซล? หรือใช้น้ำหอมกลบกลิ่น?
สมองคิดไป แต่ขาก็ไม่หยุดก้าว ตอนนี้เขาอยู่ห่างจากตึกสามชั้นไม่ถึง 150 เมตร มองเห็นชัดเจนแล้วว่ามันไม่ใช่ธนาคาร ไปรษณีย์ หรือห้าง แต่เป็นโรงหนังขนาดเล็ก ทางเข้ามีรถยนต์สิบกว่าคันจอดขวางระเกะระกะ มีผู้ติดเชื้อระดับ 1 เดินโซซัดโซเซอยู่ห้าหกตัว
ดูออกเลยว่าทางเข้าโรงหนังถูกปิดตายและเสริมความแข็งแกร่งด้วยฝีมือคน น่าจะเป็นชาวเมืองที่หนีเข้าไปหลบภัยหลังเกิดหายนะ
แต่กลับไม่เห็นร่องรอยว่ามีผู้ติดเชื้อพยายามบุกเข้าไป
มู่เส้าอันขมวดคิ้ว รู้สึกสังหรณ์ใจแปลกๆ แต่บอกไม่ถูกว่าคืออะไร
คิดไปคิดมา เขาก็ยังคงคลานต่ำเข้าไปใกล้ พอถึงระยะร้อยเมตร เขาก็หยุดกึก คิ้วขมวดแน่นกว่าเดิม ข้างหน้ามีซากศพเน่าเปื่อยกระจายอยู่ แต่ไม่ใช่ศพผู้รอดชีวิต มันเป็นศพผู้ติดเชื้อที่ถูกฆ่าตาย
หมายความว่าผู้รอดชีวิตในโรงหนังเคยขึ้นไปบนดาดฟ้าแล้วใช้ปืนหรือหน้าไม้ยิงสกัดผู้ติดเชื้อที่พยายามบุกเข้ามา
ซึ่งก็สอดคล้องกับสภาพทางเข้าที่ถูกปิดตาย
แต่... ปัญหามันอยู่ตรงนี้นี่แหละ
ถ้าในโรงหนังยังมีคนรอดชีวิต ผู้ติดเชื้อในเมืองไม่มีทางสงบเสงี่ยมแบบนี้แน่ ต่อให้คนข้างในจะอาบน้ำหอมหรือราดน้ำมันดีเซลมา ก็ต้องมีผู้ติดเชื้อมาป้วนเปี้ยนแถวนี้เยอะกว่านี้สิ
มันไม่สมเหตุสมผล!
สัญญาณเตือนภัยในหัวมู่เส้าอันดังลั่น ทว่าจังหวะที่เขากำลังจะลุกขึ้นถอยหนี บนดาดฟ้าโรงหนังก็มีร่างเล็กๆ โผล่ขึ้นมา เป็นเด็กผู้หญิงใส่ชุดกระโปรงยาวสีขาว สูงประมาณร้อยสามสิบเซนติเมตร ผมยาวสยาย ที่สำคัญคือในมือถือกระจกบานหนึ่งกำลังโบกไปมาทางทิศที่มู่เส้าอันซ่อนตัวอยู่
มีผู้รอดชีวิตจริงๆ ด้วยแฮะ!
มู่เส้าอันชะงัก แต่เสี้ยววินาทีต่อมา ความเย็นยะเยือกก็แล่นปราดจากปลายเท้าขึ้นสู่สมอง
ณ วินาทีนี้ ถ้าเป็นพลทหารโปรแกรมคนอื่นเห็นฉากนี้คงหลงกลเดินดุ่มๆ เข้าไปแล้ว เพราะพวกเขาความจำเสื่อม ไม่รู้ความ "ลึกซึ้ง" ของเกม 7 Days to Die
แต่มู่เส้าอันรู้! ในเกมนี้ นอกจากซอมบี้หมาที่น่ารังเกียจที่สุดแล้ว อันดับสองที่น่ารังเกียจไม่แพ้กันคือ... ซอมบี้เด็กผู้หญิงจอมเรียกพวก! ด้วยรูปลักษณ์ที่คล้ายผีซาดาโกะ คนเลยเรียกมันว่า 'ซอมบี้ซาดาโกะ'
อีหนูผีนี่มีความสามารถพิเศษคือการกรีดร้อง ขอแค่ส่งเสียงกรี๊ด มันจะเรียกซอมบี้จากทั่วสารทิศให้แห่กันมา รวมไปถึงระดับบอสด้วย
ในแง่หนึ่ง มันคือซอมบี้สายบัญชาการดีๆ นี่เอง
และในเมื่อโลก 7 Days to Die นี้ ผู้ติดเชื้อทุกตัวถูกอัปเกรดความโหดขึ้นเป็นเท่าตัว ไม่มีเหตุผลอะไรที่ซอมบี้สายซัมมอนตัวนี้จะไม่โดนอัปเกรดด้วย
งั้น... เด็กผู้หญิงชุดขาวที่เล่นกระจก รู้จักใช้แสงสะท้อนคนนี้ สรุปแล้วมันใช่ซอมบี้สายบัญชาการตัวนั้นหรือเปล่า?
มู่เส้าอันประเมินว่า มีความเป็นไปได้ 80%
แต่ตอนนี้ มันยังไม่กรีดร้อง แค่ใช้กระจกสะท้อนแสงเรียกเขาไม่หยุด เหมือนกำลังขอความช่วยเหลือ
มู่เส้าอันหรี่ตาลง แล้วตัดสินใจย่องเงียบเข้าไปต่อ ไม่ใช่เขาหน้ามืดตามัว แต่เขาตัดสินใจอย่างบ้าบิ่นแล้วว่า เขาจะชิงลงมือฆ่าเจ้าผู้ติดเชื้อที่มีสติปัญญาสูงตัวนี้ซะ!
เหตุผลง่ายๆ ผู้ติดเชื้อที่มีสมอง สั่งการได้ เรียกพวกได้ แบบนี้มันอันตรายเกินไป ถ้าวันนี้ไม่ฉวยโอกาสฆ่ามัน อีกหกวันข้างหน้าเมื่อถึงคืน Blood Moon (คืนที่ 7) ฐานของมู่เส้าอันที่อยู่ห่างไปสิบสามกิโลเมตรคงต้านทานไม่ไหวแน่
ถ้ามีผู้ติดเชื้อสายบัญชาการแบบนี้อยู่ในทัพ คลื่นซอมบี้ธรรมดาจะกลายเป็นกองทัพนรกแตกทันที
ใกล้เข้าไปอีก... ใกล้เข้าไปอีก...
เด็กหญิงชุดขาวบนดาดฟ้ายังคงส่องกระจกใส่เขา ส่วนผู้ติดเชื้อระดับ 1 ห้าหกตัวที่อยู่ห่างไปห้าหกสิบเมตรก็ทำเหมือนมองไม่เห็นมู่เส้าอัน ยังคงเดินวนเวียนไร้จุดหมาย บรรยากาศเงียบสงัด
แต่นั่นแหละที่ยืนยันว่านี่คือกับดัก!
มู่เส้าอันเร่งความเร็วขึ้น หกสิบเมตร... ห้าสิบเมตร...
ทันใดนั้น เด็กหญิงชุดขาวบนดาดฟ้าชั้นสามก็เงยหน้าขึ้น ภายใต้ใบหน้าซีดเผือด ริมฝีปากจิ้มลิ้มนั่นจู่ๆ ก็ฉีกกว้างจนสุดหู เผยให้เห็นฟันซี่เล็กถี่ยิบและลิ้นสีแดงสด
"กรี๊ดดดดดดดดด——"
เสียงกรีดร้องแหลมสูงเสียดแทงแก้วหู ดังสนั่นหวั่นไหว คลื่นเสียงน่าสะพรึงกลัวเกินกว่าที่มนุษย์จะเปล่งออกมาได้
แม้จะอยู่ห่างห้าสิบเมตร มู่เส้าอันยังถึงกับเซถลา
และแทบจะพร้อมกัน ทั่วทั้งเมืองก็มีเสียงคำรามตอบรับดังระงม รวมถึงข้างหลังมู่เส้าอันห่างออกไปไม่กี่ร้อยเมตรในจุดที่เขาสำรวจไม่ทั่ว ผู้ติดเชื้อจำนวนมากผุดออกมา ส่งเสียงคำรามประสานกัน วิ่งโอบล้อมเข้ามาหาตำแหน่งของมู่เส้าอัน
เป็นแผนการรบที่สมบูรณ์แบบ!
แต่ในวินาทีวิกฤตนี้ ใจของมู่เส้าอันกลับนิ่งสงบ เขารู้ว่าเขากำลังทำอะไร และรู้ว่าเขาทำอะไรได้บ้าง
ไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย เขาก้มตัวแล้วออกตัววิ่งเต็มสปีด เป้าหมายคือผู้ติดเชื้อสายบัญชาการบนดาดฟ้านั่น
เสียงลมหวีดหวิวข้างหู ภาพสองข้างทางถอยหลังไปอย่างรวดเร็ว ราวกับหลุดเข้าไปในโลกสโลว์โมชั่น พริบตาเดียวมู่เส้าอันก็วิ่งผ่านระยะยี่สิบกว่าเมตร ความเร็วพุ่งถึงขีดสุด เขาเหวี่ยงหอกไม้เอล์มยาวในมือซ้ายทิ้งไปข้างหน้า อาศัยแรงส่งจากการวิ่งกระโดดลอยตัวขึ้น แล้วขว้างหอกไม้เอล์มสั้นยาวเมตรครึ่งในมือขวาออกไปสุดแรงเกิด!
ท่วงท่าต่อเนื่องไหลลื่นเป็นเนื้อเดียว!
ครั้งนี้เขาเทหมดหน้าตัก ใช้ค่าพลังระเบิดไป 55 แต้ม ซึ่งเป็นค่าสูงสุดที่ร่างกายรับไหว ยิ่งใช้ค่าพลังระเบิดมาก ดาเมจก็ยิ่งรุนแรง
ผู้ติดเชื้อสายบัญชาการบนดาดฟ้ายังคงกรีดร้อง แต่หอกไม้ที่มู่เส้าอันขว้างออกไปดุจพายุคลั่งได้พุ่งผ่านระยะยี่สิบกว่าเมตรสุดท้ายในเสี้ยววินาที
เข้าเป้าเป๊ะ!
เสียง "ฉึก" ดังสนั่น หอกไม้พุ่งเสียบเข้าไปในปากที่ฉีกกว้างของมัน ทะลุเฉียงขึ้นไปด้านบน
การขว้างครั้งนี้คือผลงานระดับมาสเตอร์พีซของมู่เส้าอัน แต่จริงๆ แล้วเขาประเมินพลังป้องกันของมันสูงเกินไป เจ้าตัวนี้ถูกอัปเกรดก็จริง แต่สิ่งที่เพิ่มคือความฉลาดและตรรกะความคิด ไม่ใช่พลังป้องกันหรือเลือด
ดังนั้นการโจมตีนี้จึงระเบิดหัวของมันจนเป็นรูโหว่ขนาดเท่ากำปั้น หอกไม้ทะลุผ่านกะโหลกออกไปอย่างง่ายดาย
ตายคาที่ไม่มีลุ้น
ในเวลาเดียวกัน ข้อความสังหารก็เด้งขึ้นมา
"การขว้างหอกของคุณสร้างความเสียหายร้ายแรง 231 แต้มแก่เป้าหมาย คุณสังหารผู้ติดเชื้อกลายพันธุ์ระดับ 5 สำเร็จ ได้รับค่าประสบการณ์ 500 แต้ม และเนื่องจากความพิเศษของผู้ติดเชื้อกลายพันธุ์ คุณได้รับเหรียญเกียรติยศการสังหารระดับทองแดง 1 เหรียญ เป็นรางวัลพิเศษ"
[จบแล้ว]