- หน้าแรก
- ผมเป็นพลทหารโปรแกรม ที่มีบั๊ก
- บทที่ 7 - รถเกราะคุ้มกัน
บทที่ 7 - รถเกราะคุ้มกัน
บทที่ 7 - รถเกราะคุ้มกัน
บทที่ 7 - รถเกราะคุ้มกัน
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
เบื้องหน้าเปิดโล่งกว้าง ถนนยางมะตอยสีดำทอดยาวราวกับริบบิ้น มุ่งหน้าไปสู่ความเวิ้งว้างที่ไม่มีใครรู้จัก
ด้านซ้ายของถนนเป็นแนวสันเขา มีพุ่มไม้รกชัฏขึ้นกระจัดกระจาย ส่วนด้านขวาเป็นพื้นที่ราบลาดลงไป มีต้นไม้ใหญ่ขึ้นห่างๆ กัน ทำให้มองไม่เห็นว่าหลังแนวป่านั้นมีอะไรซ่อนอยู่
เดินตามถนนไปได้ประมาณสามร้อยเมตร มีทางแยกอยู่ข้างหน้า ทางทิศเหนือของแยกนั้นมีปั๊มน้ำมันตั้งโดดเดี่ยวอยู่แห่งหนึ่ง ในระยะนี้มู่เส้าอันมองเห็นเงาดำหลายร่างกำลังเคลื่อนไหวอย่างเชื่องช้า ไม่ต้องบอกก็รู้ว่านั่นคือพวกผู้ติดเชื้อ แต่ไม่รู้ว่ามีจำนวนเท่าไหร่ และมีพวกระดับสูงปะปนอยู่ด้วยหรือไม่
มู่เส้าอันไม่หันหลังกลับและไม่ลังเลแม้แต่น้อย เขาก้าวเท้าเดินลงไปตามทางลาดเนินเขา ลึกๆ ในใจเขาก็ประหม่าเหมือนกัน แต่เขารู้ดีว่าเวลานี้ไม่มีที่ว่างสำหรับการประนีประนอม ไม่เราตายมันก็ต้องตาย
เขาต้องการฐานที่มั่น และต้องการชัยชนะที่สมบูรณ์แบบเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับพลทหารเจ็ดคนนั้น พวกมันอาจไม่ใช่นักรบที่ดี แต่ต้องเป็นกรรมกรชั้นยอดแน่ๆ
เขาต้องใช้พวกมันสร้างฐาน
ไม่อย่างนั้นลำพังตัวคนเดียว เขาไม่มีทางยืนหยัดได้ครบยี่สิบแปดวันหรอก
"โฮก"
ขณะที่มู่เส้าอันกำลังเดินลงจากเนินลาดชัน เสียงคำรามต่ำก็ดังขึ้นจากป่าโปร่งทางขวามือ ซอมบี้ร่างยักษ์สูงอย่างน้อยสองเมตร ผิวหนังเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำ วิ่งตะบึงออกมาด้วยความเร็วที่เหนือกว่าคนปกติวิ่งเสียอีก
มู่เส้าอันตกใจวาบ เป็นไปตามคาด ระดับความยากของโลกนี้ถูกปรับขึ้นสูงมาก นี่ขนาดเป็นเวลากลางวันแสกๆ พวกผู้ติดเชื้อยังวิ่งเร็วปร๋อได้ขนาดนี้
เขาสูดหายใจลึก ตั้งสติไม่ให้ตื่นตระหนก รีบวางหอกไม้สั้นสองด้ามลงกับพื้น แล้วใช้สองมือกระชับหอกไม้ด้ามยาวที่สุด เอียงตัวลงในท่านั่งยอง ใช้เท้าข้างหนึ่งเหยียบโคนหอกไว้กับพื้น ตั้งปลายหอกเฉียงขึ้น เล็งไปที่ผู้ติดเชื้อที่กำลังพุ่งเข้ามา
เร็วมาก เร็วโคตรๆ
"ปัง"
วินาทีถัดมา ผู้ติดเชื้อตัวนั้นก็พุ่งชนเข้ามาอย่างจัง
แต่สิ่งที่มู่เส้าอันคาดไม่ถึงคือแรงปะทะของมันมหาศาลมาก และหอกไม้ในมือเขาก็เบี่ยงเป้าไปนิดหน่อย แทนที่จะแทงเข้ากลางอก กลับไปเสียบทะลุไหล่ซ้าย แม้จะแทงทะลุได้ แต่แรงกระแทกอันหนักหน่วงก็ทำเอามู่เส้าอันเสียหลักล้มกลิ้งไปกับพื้น
ส่วนหอกไม้ที่ทำจากกิ่งต้นหยางก็หักสะบั้นคาที่
โชคดีที่เขาปล่อยมือทัน ร่างยักษ์เหมือนวัวกระทิงของมันเลยไถลข้ามหัวไปตามแรงเหวี่ยง
เกือบไปแล้ว มู่เส้าอันรีบดีดตัวลุกขึ้น คว้าหอกไม้สั้นบนพื้นขึ้นมา แล้วกระโจนเข้าใส่ ปักหอกสั้นลงไปที่หลังคอของมันเต็มแรง
ชุดการเคลื่อนไหวนี้รวดเร็วมาก ต้องขอบคุณการฝึกฝนสามปีในกองทัพ ถึงตอนนั้นเขาจะทำตัวเหลวไหลไปบ้าง แต่พื้นฐานก็ยังเหนือกว่าคนทั่วไปคนละชั้น
มืออาชีพกับมือสมัครเล่นมันคนละระดับกัน
พอมั่นใจว่าแทงเข้าเป้า มู่เส้าอันก็รีบกระโดดฉากหลบออกมา เขาไม่อยากโดนข่วนจนติดเชื้อ
เจ้าผู้ติดเชื้อตัวนั้นยังไม่ตาย มันยังส่งเสียงคำราม แขนสองข้างเหวี่ยงไปมาอย่างบ้าคลั่ง ถ้าเป็นคนไม่มีประสบการณ์คงโดนตบคว่ำไปแล้ว
มู่เส้าอันหยิบหอกสั้นอีกด้ามขึ้นมา เดินวนดูเชิงรอบๆ พอสบโอกาสก็พุ่งเข้าไปแทงฉึกเข้าที่ขมับของมันอย่างแม่นยำ
"คุณสร้างความเสียหายรุนแรง 90 แต้มแก่เป้าหมาย คุณกำจัดผู้ติดเชื้อระดับ 2 สำเร็จ ได้รับค่าประสบการณ์ 10 แต้ม"
ข้อมูลการสังหารเด้งขึ้นมา มู่เส้าอันไม่แปลกใจเท่าไหร่ เขาคำนวณคร่าวๆ แล้ว ผู้ติดเชื้อระดับ 1 มีเลือดประมาณ 120 แต้ม ส่วนเจ้าระดับ 2 ตัวนี้น่าจะมีเลือดอย่างน้อย 230 แต้มขึ้นไป
แต่นั่นไม่สำคัญเท่ากับพละกำลังของมัน โดยเฉพาะตอนที่วิ่งชาร์จเข้ามา แรงยังกับรถสิบล้อเบรกแตก
เมื่อกี้ถ้าเขาไม่ใช้ท่าย่อตัวเอาเท้าค้ำหอกไว้ ลำพังแรงปะทะคงทำให้เขากระเด็นจนสลบ หรืออาจจะบาดเจ็บสาหัสได้เลย
แค่ตัวเดียวเขายังพอรับมือไหว แต่ไม่อยากจะนึกภาพตอนที่พวกมันดาหน้ากันเข้ามาเป็นสิบเป็นร้อยตัว นั่นมันกองทัพม้าเหล็กชัดๆ
ต้องรีบสร้างฐานให้เร็วที่สุด
คิดได้ดังนั้น มู่เส้าอันก็เริ่มค้นศพทันที
ผู้ติดเชื้อระดับ 2 ตัวนี้ร่างกายครบสามสิบสอง รองเท้าคอมแบตที่ใส่อยู่ยังสภาพดีเยี่ยม มู่เส้าอันไม่รังเกียจที่จะถอดทุกอย่างออกมาจนมันเหลือแต่กางเกงใน นอกจากเสื้อผ้าแล้ว เขายังเจอหมากฝรั่งหมดอายุหนึ่งแพ็ก บุหรี่ยับยู่ยี่ครึ่งซอง พวงกุญแจหนึ่งพวง นอกนั้นก็ไม่มีอะไรอีก ของดรอปกระจอกงอกง่อยเสียของกับขนาดตัวล่ำๆ นี่ชะมัด
"เอ๊ะ เดี๋ยวสิ ชุดนี้มัน..."
มู่เส้าอันก้มมองชุดที่ตัวเองเพิ่งเปลี่ยนมาใส่ เครื่องแบบสีเทามาตรฐาน บนอกมีตัวอักษรภาษาอังกฤษ ไหล่มีอาร์มติดอยู่ เขาอ่านไม่ออกหรอกแต่นั่นไม่ใช่อุปสรรคในการสังเกต
ชุดนี้ดูยังไงก็เป็นชุดรปภ. แต่ไม่ใช่ยามเฝ้าประตูธรรมดาๆ มันต้องเป็นพวกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยระดับสูง หรือพวกหน่วยคุ้มกันติดอาวุธ ยิ่งดูจากกล้ามแขนเป็นมัดๆ ของศพ กับพวงกุญแจที่ดูซับซ้อนนั่น มู่เส้าอันมั่นใจว่าเขาเจอเบาะแสสำคัญเข้าแล้ว
เขาจัดการเอาหอกสั้นสองด้ามและเศษหอกที่หักมาเหลาใหม่ ได้หอกสั้นรวมสี่ด้าม
จากนั้นเขาก็ย้อนรอยกลับไปทางที่ผู้ติดเชื้อระดับ 2 ตัวนี้วิ่งออกมา
เขาไม่รู้ว่าตัวเองเดาถูกไหม แต่ต้องลองเสี่ยงดู ตามความทรงจำในเกม ซอมบี้บางกลุ่มจะเดินร่อนเร่ไปทั่ว แต่บางกลุ่มจะเฝ้าอยู่ที่จุดเกิดเหตุเดิมไม่ไปไหน
ป่าโปร่งนี้กว้างขวาง แสงแดดส่องถึง หญ้าเลยขึ้นรกสูงท่วมหัว มองไปทางไหนก็เหมือนกันหมด
มู่เส้าอันพยายามสังเกตร่องรอย แต่สกิลแกะรอยของเขาคงยังไม่ถึงขั้น เลยมองไม่เห็นเบาะแสอะไรในพงหญ้านี้เลย
ผ่านไปสิบกว่านาที เขาก็ยังไม่เจออะไร
มองดูท้องฟ้า เขายิ่งร้อนใจ ตอนนี้น่าจะเก้าโมงเช้าแล้ว เขาต้องรีบแข่งกับเวลา ถ้ามืดเมื่อไหร่แล้วยังไม่มีฐานที่มั่น ก็เตรียมตัวตายยกทีมได้เลย
มู่เส้าอันพ่นลมหายใจ ตัดสินใจว่าจะหาต่ออีกครึ่งชั่วโมง ถ้าไม่เจอก็จะกลับ
เพื่อประหยัดเวลา เขาเริ่มวิ่งเหยาะๆ ทะลุป่าโปร่งออกมาห่างจากถนนเดิมสองร้อยกว่าเมตร ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือมีถนนอีกสายหนึ่งตัดผ่าน บนถนนมีผู้ติดเชื้อระดับ 1 เดินโซซัดโซเซอยู่สองสามตัว ระยะห่างขนาดนี้พวกมันคงจับสัมผัสเขาไม่ได้
เขามุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออกต่อไป ลางสังหรณ์บอกว่าเจ้าตัวระดับ 2 เมื่อกี้ไม่ได้เดินมาจากปั๊มน้ำมันทางทิศเหนือแน่ๆ ก่อนที่มันจะติดเชื้อ มันต้องมีจุดเกิดเหตุสักที่
เดินไปทางทิศตะวันออกอีกประมาณสามร้อยเมตร ลางสังหรณ์ของมู่เส้าอันก็เป็นจริง ตีนเขาที่เป็นรูปครึ่งวงกลมตรงหน้า มีรถขนเงินหุ้มเกราะจอดอยู่ หัวรถชนอัดกับก้อนหินจนยุบยับเยิน ดูทรงแล้วรถคงเสียหลักพุ่งลงมาจากถนนอีกฝั่งแล้วมาจอดสนิทอยู่ตรงนี้ ถ้าเขาไม่เดินลุยป่าเข้ามา คงไม่มีทางมองเห็นรถคันนี้จากถนนแน่ๆ
มู่เส้าอันก้มตัวต่ำ ย่องเงียบเข้าไป พอเข้าใกล้ระยะสี่สิบเมตร จู่ๆ ในตู้ท้ายรถก็มีเสียงกระแทกดังปังๆ พร้อมเสียงคำรามขู่
มู่เส้าอันกระตุกยิ้มมุมปาก ชัวร์แล้ว ระยะดมกลิ่นของพวกนี้อยู่ที่สี่สิบถึงเจ็ดสิบเมตร ขึ้นอยู่กับความมิดชิดของรถและทิศทางลมด้วย
เขาไม่สนใจเสียงโครมครามในตู้รถ แต่เดินสำรวจรอบๆ ก่อน ฝั่งคนขับหัวรถยุบไปแถบหนึ่ง แต่เบาะข้างคนขับไม่มีศพ แถมประตูยังเปิดอ้าอยู่
ภาพเจ้าซอมบี้ระดับ 2 ตัวเมื่อกี้ผุดขึ้นมาในหัว เจ้ายักษ์นั่นคงทนทานต่อไวรัสได้นานพอตัว วินาทีสุดท้ายเลยเปิดประตูหนีลงรถมาได้ ถึงสุดท้ายจะหนีไม่พ้นการติดเชื้อ แต่อย่างน้อยก็ไม่โดนรุมทึ้งจนเละเป็นโจ๊ก
เขาลองค้นหาในพงหญ้าใกล้ๆ สักพัก ก็เจอ "ปืนลูกซอง" กระบอกหนึ่งตกสงบนิ่งอยู่ ถ้าจำรุ่นไม่ผิด น่าจะเป็นเรมิงตัน 870 ซีรีส์สักรุ่น แต่นั่นไม่สำคัญ
พอหยิบขึ้นมา เขารีบเช็กกลไก ลำกล้อง รังเพลิง ไกปืน และตัวล็อกนิรภัยอย่างคล่องแคล่ว ทุกอย่างอยู่ในสภาพสมบูรณ์ ในรังเพลิงบรรจุกระสุนลูกโดดอานุภาพทำลายล้างสูงไว้หกนัดเต็มแม็ก
แจ่มแมว!
มู่เส้าอันเดินไปค้นศพคนขับที่เน่าเฟะ แต่น่าเสียดายที่ไม่เจออาวุธอื่น เขาเลยหันไปมองตู้ท้ายรถขนเงิน
ยิ่งเดินเข้าไปใกล้ เสียงอาละวาดข้างในยิ่งดังสนั่นหวั่นไหว ดูท่าจะเป็นผู้ติดเชื้อระดับ 2 อีกตัว แรงกระแทกหนักหน่วงขนาดนี้ไม่ใช่เล่นๆ
แต่ก็ไร้ประโยชน์
มู่เส้าอันมายืนอยู่หน้าประตูท้ายรถ สะพายปืนลูกซองเก็บไว้ เขาไม่คิดจะใช้ของดีพร่ำเพรื่อ กระสุนมีน้อยต้องเก็บไว้ใช้ยามคับขันเท่านั้น
มือข้างหนึ่งกำหอกยาว อีกหลายด้ามวางกองไว้แทบเท้า เช็กความพร้อมเสร็จสรรพ มู่เส้าอันก็หยิบพวงกุญแจออกมา ไขเปิดประตูตู้รถอย่างรวดเร็ว แล้วย่อตัวฮวบลงไปหลบใต้ท้องรถทันที
วินาทีเดียวกัน ประตูรถที่บุบเบี้ยวก็ถูกกระแทกเปิดออกดังปัง เงาดำร่างหนึ่งพุ่งพรวดออกมา หันหลังให้มู่เส้าอันพอดี
นี่แหละจังหวะที่เขารอคอย มือซ้ายจับหอกไม้แทงสวนขึ้นไปที่หว่างขาของเจ้าระดับ 2 ตัวนั้นอย่างแรง ลึกเข้าไปเป็นฟุต แล้วปล่อยมือ ฉากหลบไปทางขวา พอเจ้าผู้ติดเชื้อร้องลั่นด้วยความเจ็บปวดแล้วหันกลับมาทางซ้าย มู่เส้าอันก็ดีดตัวกระโดดหมุนตัว ใช้หอกในมือขวาแทงสวนเข้าที่กกหูซ้ายของมันอย่างแม่นยำ
โจมตีเสร็จก็ถอยฉากทันที แต่มู่เส้าอันประเมินพลังทำลายของการโจมตีจุดตายสองครั้งซ้อนต่ำไปหน่อย เจ้าผู้ติดเชื้อระดับ 2 ร่างยักษ์กรีดร้องโหยหวน แล้วล้มตึงลงไปนอนกองกับพื้นสิ้นใจคาที่
[จบแล้ว]