- หน้าแรก
- ผมเป็นพลทหารโปรแกรม ที่มีบั๊ก
- บทที่ 5 - หินอาณาเขต
บทที่ 5 - หินอาณาเขต
บทที่ 5 - หินอาณาเขต
บทที่ 5 - หินอาณาเขต
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
กระสุนไรเฟิลห้านัดกับซองปืนเปล่าถูกนำมาวางคืนตรงหน้ามู่เส้าอันอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย
พลทหารโปรแกรมอีกแปดคนอาจจะถูกล้างสมองให้มีความกล้าหาญที่จะแลกชีวิตกับไวรัสก็จริง แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะเป็นยอดมนุษย์ผู้ไม่เกรงกลัวความตายจริงๆ สักหน่อย
และจากภารกิจรอบก่อน มู่เส้าอันรู้ดีว่าการฆ่าพลทหารฝ่ายเดียวกันไม่มีบทลงโทษอะไรทั้งนั้น ไม่ใช่ว่าฐานทัพแห่งความโกลาหลสนับสนุนให้ฆ่ากันเอง แต่เป็นเพราะชีวิตของพลทหารโปรแกรมอย่างพวกเขามันไร้ค่าเกินไป ตายไปก็ตายไป ฐานทัพไม่มองว่าเป็นความเสียหายด้วยซ้ำ
มู่เส้าอันพ่นลมหายใจเบาๆ เขาไม่แม้แต่จะปรายตามองพลทหารทั้งแปดคนนั้น ตอนนี้ความสนใจทั้งหมดของเขาอยู่ที่หินอาณาเขตในมือ
มองในแง่หนึ่ง นี่มันของโคตรดีเลยล่ะ
ชื่อ: หินอาณาเขต
คุณสมบัติ: ใช้สำหรับรีสตาร์ตระบบที่ถูกไวรัสทำลาย เพียงแค่นำไปวางฝังไว้ที่ตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่งก็จะทำงานทันที แต่โปรดระวัง เมื่อวางหินอาณาเขตสำเร็จ พวกติดเชื้อจะถูกดึงดูดเข้ามาเพื่อทำลายมันอย่างไม่ขาดสาย
ฟังก์ชัน: หลังจากวางหินอาณาเขตสำเร็จ หินจะผลิตทรัพยากรให้อัตโนมัติทุกวัน ได้แก่ น้ำบริสุทธิ์สองกิโลกรัม บิสกิตอัดแท่งสิบชิ้น กระสุนไรเฟิลหนึ่งร้อยนัด ไม้หนึ่งร้อยหน่วย หินหนึ่งร้อยหน่วย เศษเหล็กหนึ่งร้อยหน่วย และยังมีโอกาสสุ่มได้รับชิ้นส่วนปืนหรือเครื่องมือช่างบางอย่างด้วย
หมายเหตุ: ทุกครั้งที่ป้องกันฐานได้ครบเจ็ดวันและทำลายฝูงซอมบี้ได้ หินอาณาเขตจะสร้างกล่องของขวัญรางวัลออกมาให้หนึ่งกล่อง
พอได้เห็นคุณสมบัติของหินอาณาเขตชัดๆ มู่เส้าอันก็ต้องแปลกใจ ไม่ใช่แปลกใจที่ฐานทัพแห่งความโกลาหลใจป้ำแจกของเยอะขนาดนี้ แต่เขาตระหนักได้ทันทีว่าความยากในการเอาชีวิตรอดของโลก 7 Days to Die แห่งนี้ มันยากกว่าระดับสูงสุดในเกมเสียอีก
ถ้าไม่ยากนรกแตกแบบนั้น ฐานทัพคงไม่แจกตัวช่วยมาให้เยอะขนาดนี้หรอก
อีกอย่างเขายังมองเห็นนัยบางอย่าง
ในเกม 7 Days to Die ผู้เล่นจะต้องเน้นไปที่การรวบรวมทรัพยากร ขุดแร่ แล้วสร้างป้อมปราการเจ๋งๆ มากันซอมบี้
แต่ในโลกใบนี้ เกรงว่าพวกเขาคงไม่มีเวลาและพื้นที่มากพอให้ไปเดินชิลเก็บของหรือขุดแร่แน่ๆ
และที่สำคัญ ห้ามแตกคอกันอีกเด็ดขาด
ความคิดในหัวมู่เส้าอันแล่นเร็วปรู๊ดปร๊าด เขาตัดสินใจยื่นหินอาณาเขตส่งให้พลทหารคนที่อยู่ใกล้ที่สุด
"พวกนายมีสิทธิ์รู้ความจริง ดูคุณสมบัติของหินนี่ซะ เราไม่มีทางและไม่ควรจะไปเดินตามหาทีมอื่นให้เสียเวลา เพราะอีกเจ็ดวันฝูงซอมบี้มหาโหดจะบุกมาแล้ว เราหนีไม่ได้ หลบก็ไม่ได้ เพราะฉะนั้นตอนนี้พวกนายมีทางเลือกแค่สองทาง จะตามฉันมาและทำตามคำสั่งฉัน หรือจะแยกตัวออกไป แต่ฉันรับประกันเลยว่าพวกนายจะไม่มีชีวิตรอดไปเห็นพระอาทิตย์วันพรุ่งนี้แน่นอน"
มู่เส้าอันเปลี่ยนแผน เขาต้องดึงพลทหารแปดคนนี้มาเป็นพวกให้ได้ ไม่งั้นลำพังตัวคนเดียว เขาต้านซอมบี้ในอีกเจ็ดวันข้างหน้าไม่ไหวแน่
หินอาณาเขตถูกส่งต่อให้พลทหารทั้งแปดดูทีละคน สีหน้าของพวกเขาเปลี่ยนจากมึนงงกลายเป็นตื่นตะลึง บางคนที่แอบคิดอยากจะฮุบหินไว้เองก็ยิ้มเจื่อนๆ เพราะหินนี้ต้องวางติดตั้งถึงจะทำงาน ขืนเก็บไว้ในเป้มันก็เป็นแค่ก้อนหินธรรมดาๆ
คำขู่ของมู่เส้าอันอาจจะมีผลแค่ส่วนเดียว แต่สิ่งที่ซื้อใจพลทหารพวกนี้ได้จริงๆ คือคุณสมบัติเทพๆ ของหินอาณาเขตต่างหาก
"11982 แล้วเราจะเอายังไงต่อ หาที่วางหินเลยไหม" พลทหารคนหนึ่งถามขึ้นหลังจากดูหินเสร็จ เขาประคองส่งหินคืนมาอย่างระมัดระวังพร้อมรอยยิ้มประจบประแจง ท่าทางแบบนั้นทำเอามู่เส้าอันรู้สึกขัดลูกตาชะมัด
"ตรงนี้ไม่เหมาะจะวางหิน เราต้องปักหลักสู้ตั้งยี่สิบแปดวัน ลำพังทรัพยากรที่หินผลิตให้วันต่อวันมันไม่พอใช้อยู่แล้ว เพราะงั้นฐานของเราควรจะอยู่ใกล้แหล่งน้ำ ใกล้ป่า และต้องอยู่ไม่ไกลจากเมืองด้วย ตอนนี้พวกนายแบ่งคนมาสี่คน ช่วยกันแบกศพไอ้นี่ไป ถ้าเราเจอพวกติดเชื้อระหว่างทาง ศพนี่จะเป็นเหยื่อล่อชั้นดี ส่วนอีกสี่คนที่เหลือ ให้กระจายกันค้นหาของสองข้างทางถนนในระยะสามสิบเมตร ถ้าเจอไอ้ดอกไม้สีเหลืองๆ หรือแดงๆ ก็เก็บมาซะ ถ้าโชคดีอาจจะเจอถุงขยะด้วย จำไว้ว่าอย่ามองข้ามของที่ดูไร้ค่า เศษผ้า ขวดแก้วเปล่า กระป๋องเปล่า กล่องเหล็ก ตะปู พวกนี้เก็บมาให้หมด วันดีคืนดีของพวกนี้อาจจะช่วยชีวิตพวกนายก็ได้"
"ฉันจะเดินนำไปก่อนห้าสิบเมตร ห้ามเดินแตกแถว คอยสังเกตรอบตัวตลอดเวลา มีอะไรผิดปกติให้รีบบอกทันที"
มู่เส้าอันเน้นเสียงหนักแน่น เขาต้องทำให้แปดคนนี้รู้สำนึกว่าสถานการณ์มันซีเรียสแค่ไหน ห้ามมีความคิดแปลกแยกเด็ดขาด
ยังดีที่ตอนนี้ทุกคนเห็นคุณสมบัติของหินอาณาเขตแล้ว ตราบใดที่หินยังอยู่กับเขา พวกนี้ก็คงไม่กล้าแยกตัวหรือก่อกบฏง่ายๆ
มู่เส้าอันเก็บหินใส่เป้ แล้วออกเดินนำไปตามถนน ขายาวๆ ก้าวย่างอย่างมั่นคง สมองก็ขบคิดแผนการต่อไปไม่หยุด
ถ้าเป็นเกม 7 Days to Die ของจริง เขามีวิธีร้อยแปดพันเก้าที่จะสร้างฐานเทพๆ มารับมือซอมบี้ได้สบาย ต่อให้เหลือตัวคนเดียวก็เถอะ
แต่นี่ไม่ใช่เกมแล้ว
ถึงโครงสร้างหลักจะเหมือนเดิม แต่รายละเอียดปลีกย่อยต้องต่างกันแน่
อย่างเช่นการสร้างขวานหิน ในเกมใช้แค่หญ้าแห้ง หินก้อน แล้วก็ไม้แป๊บเดียวเสร็จ แต่ในโลกจริง มู่เส้าอันให้ตายก็ไม่เชื่อว่าจะทำได้ง่ายๆ แบบนั้น
ดังนั้นสิ่งที่ต้องรีบทำด่วนที่สุดมีสามเรื่อง
เรื่องแรก หาทำเลเหมาะๆ วางหินอาณาเขต จะได้มีทรัพยากรพื้นฐานใช้ทันที
เรื่องที่สอง ต้องพาไอ้แปดคนนี้ไป 'เจิมเลือด' ให้ได้เห็นความน่ากลัวของพวกติดเชื้อกับตาตัวเอง ไม่งั้นพวกมันคงไม่สำนึกว่านรกมีจริง ลำพังเอาหินอาณาเขตมาล่อใจอาจจะยังไม่พอ ลองคิดดูสิ น้ำเปล่าสองกิโลกับบิสกิตสิบชิ้นจะไปพอยาไส้ผู้ใหญ่เก้าคนได้ยังไง
ถึงตอนนั้นจะแบ่งกันยังไง มู่เส้าอันคงจะใช้วิธีข่มขู่ไปตลอดทั้งยี่สิบแปดวันไม่ได้หรอก เขาเองก็ต้องหลับต้องนอนบ้าง
เรื่องที่สาม ต้องหาเครื่องมือกับอาวุธที่ถนัดมือ เช่น ขวานตัดไม้ หรือมีดปอกผลไม้ ส่วนไอ้ขวานหินตลกๆ ในเกมนั่น ลืมไปได้เลย
มู่เส้าอันเดินนำลิ่วๆ ในระยะสายตายังไม่เห็นซอมบี้ หรือที่เรียกว่าผู้ติดเชื้อ พลทหารแปดคนข้างหลังแบ่งหน้าที่กันแล้ว สี่คนหามศพ อีกสี่คนค้นหาของข้างทาง แต่ไม่ต้องหันไปมองมู่เส้าอันก็รู้ว่าพวกมันกำลังอู้อยู่ รับปากส่งเดชไปงั้นแหละ
ถึงจะความจำเสื่อม แต่สันดานความขี้เกียจของมนุษย์มันฝังรากลึกจริงๆ
บนถนนเงียบกริบ ท้องฟ้าดูสดใสไม่เหมือนโลกที่โดนมลพิษเล่นงาน หญ้าขึ้นเขียวขจี นานๆ ทีจะเห็นดอกไม้ป่าสีเหลือง ถ้ามู่เส้าอันจำไม่ผิด มันคือ 'ดอกกิเลนทอง' พืชเฉพาะถิ่นของเกมนี้ เอาดอกมาต้มน้ำร้อนทำชาดอกกิเลนทองได้ สรรพคุณแก้ท้องร่วงโรคบิด แล้วก็ช่วยเพิ่มเลือดได้นิดหน่อย
มู่เส้าอันกำชับให้สี่คนนั้นเก็บดอกไม้นี้มาเยอะๆ ไม่รู้ว่าจะทำตามหรือเปล่า
แต่ตอนนี้เขาขี้เกียจไปจู้จี้แล้ว กะว่าพอตั้งหลักได้ จะปล่อยให้พวกมันกินน้ำสกปรกจนท้องเสียขี้แตกขี้แตนกันให้เข็ด ถึงตอนนั้นพวกมันจะซึ้งเองว่าดอกไม้บ้านี่สำคัญแค่ไหน
ถนนทอดตัวสูงขึ้น ข้างหน้าเป็นเนินเขา สองข้างทางเริ่มมีต้นสน ต้นหยาง ต้นหลิว และต้นยูคาลิปตัสให้เห็น บางครั้งก็มีกวางวิ่งตัดหน้า มีผีเสื้อบินว่อน บนต้นสนมีอีกาเกาะส่งเสียงร้อง
บรรยากาศพวกนี้มันหลอกตาชะมัด และมันทำให้พลทหารแปดคนนั้นยิ่งเริงร่าเข้าไปใหญ่ คนหามศพก็เดินๆ หยุดๆ บ่นกระปอดกระแปดจะขอเปลี่ยนเวร ส่วนไอ้สี่คนที่หาของก็วิ่งพล่านเหมือนหมาหลุดโซ่ ลืมคำสั่งมู่เส้าอันที่บอกว่าห้ามออกนอกระยะสามสิบเมตรไปจนหมด แค่เจอรังนกในพงหญ้าก็ตื่นเต้นยืนดูกันเป็นวันแล้ว
มู่เส้าอันมองด้วยหางตาแต่ไม่ห้าม เขาสังหรณ์ใจว่าพอข้ามเนินเขานี้ไป น่าจะเจอปั๊มน้ำมันหรืออะไรทำนองนั้น ซึ่งเป็นแหล่งรวมพวกติดเชื้อ ถึงตอนนั้นคงไม่ต้องบอกให้หยุดวิ่งเล่นหรอก เดี๋ยวก็ขาสั่นกันเอง
"กรี๊ดดด! ผีหลอก!"
จังหวะที่มู่เส้าอันกำลังจะข้ามเนินเขา เสียงกรีดร้องโหยหวนของผู้หญิงก็ดังมาจากด้านหลังห่างไปร้อยกว่าเมตร เป็นเสียงของหมายเลข 11980 ผู้หญิงคนเดียวในกลุ่ม หน้าตาจัดว่าสวยใช้ได้ ที่สำคัญคือยังสาวและชอบทำเสียงอ้อนให้ผู้ชายเคลิ้ม
มู่เส้าอันรีบหันขวับ ก็เห็นแก๊งสี่คนหาของไม่รู้ไปรวมกลุ่มกันตอนไหน แถมยังวิ่งออกไปทางขวาของถนนไกลตั้งเกือบเก้าสิบเมตร
แม่สาว 11980 วิ่งไปไกลสุด ในมือยังกำดอกไม้ป่า บนหัวสวมมงกุฎดอกไม้ เธอกำลังกรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง ส่วนผู้ชายสามคนข้างหลัง คนหนึ่งกำลังไล่จับผีเสื้อ คนหนึ่งเก็บดอกไม้ อีกคนยืนบื้อทำหน้าเอ๋อรับประทาน
ไอ้พวกหื่นกาม สมองคงไหลไปกองอยู่ส่วนล่างหมดแล้ว!
ข้างหน้าผู้หญิงคนนั้นมองไม่เห็นอะไร แต่มู่เส้าอันนึกออกทันทีว่าเป็นตัวอะไร ซอมบี้คลาน ตัวพวกนี้ขาขาดแต่ใช้ข้อศอกคลานได้ไวโคตรๆ ในเกม 7 Days to Die มันชอบซุ่มเงียบๆ ในพงหญ้า พอเหยื่อเดินผ่านก็พุ่งเข้าใส่ ถึงจะน่าขยะแขยงแต่มันก็เป็นมอนสเตอร์ที่จัดการง่ายที่สุดในเกมแล้ว
ขอแค่หันหลังวิ่งหนี มันก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว
เสียงกรีดร้องของ 11980 ยังดังไม่หยุด เธอตกใจจนก้าวขาไม่ออก ส่วนไอ้ผู้ชายสามคนที่ตามก้นเธอไป พอเห็นท่าไม่ดีก็ใส่เกียร์หมาทิ้งเธอไว้ข้างหลังทันที
มู่เส้าอันหันหลังวิ่งย้อนกลับไปทางนั้น ไม่ได้กะจะไปช่วย เพราะดูทรงแล้วช่วยไม่ทัน เพียงแค่ชั่วพริบตาเดียว เธอก็ล้มลงไปนอนดิ้นพราดกับพื้น เสียงร้องยิ่งโหยหวนขึ้นไปอีก แต่ก็สายไปเสียแล้ว
"อย่าวิ่งเพ่นพ่าน! อยู่บนถนนไว้!"
มู่เส้าอันตะโกนสั่งขณะวิ่ง เขาละกลัวจริงๆ ว่าพวกไก่อ่อนพวกนี้จะสติแตกวิ่งหนีกระเจิงหายไปคนละทิศละทาง
ระยะร้อยกว่าเมตร มู่เส้าอันใส่เต็มสปีดยังต้องใช้เวลาสิบกว่าวินาที พอเขาไปถึง เสียงร้องของผู้หญิงคนนั้นก็แผ่วลงจนแทบไม่ได้ยิน เธอนอนหงายอยู่บนพื้นหญ้า ซอมบี้คลานตัวหนึ่งกำลังก้มหน้าก้มตากัดกินท้องของเธออย่างตะกละตะกลาม เครื่องในลำไส้เลือดสดๆ ไหลทะลักเต็มพื้น ส่วนซอมบี้คลานอีกตัวกำลังแทะคอหอยเธออย่างเอร็ดอร่อย คอหายไปเกือบครึ่งแถบ
[จบแล้ว]