- หน้าแรก
- ทหารรับจ้างในคราบนักบุญ
- บทที่ 47 - เลือดแห่งเทพ
บทที่ 47 - เลือดแห่งเทพ
บทที่ 47 - เลือดแห่งเทพ
บทที่ 47 - เลือดแห่งเทพ
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
ตอนที่แอนนาเห็นศีรษะมนุษย์หัวนั้น เธอตกใจจนลืมหายใจไปชั่วขณะ โชคดีที่เธอจำได้ในทันทีว่านั่นคือศีรษะของรัฐมนตรีคลังประจำเมืองไซดาเวล ไม่ใช่ศีรษะของมาร์ควิสวอลฟ์กัง
"สถานการณ์เป็นยังไงบ้าง เกิดอะไรขึ้น"
เจมส์พาแอนนา เย่เฮ่อ และคนอื่นๆ เดินเข้าไปสมทบกับเพื่อนร่วมงานของเขา พร้อมกับช่วยเอ่ยถามเพื่อนตำรวจแทนท่านบิชอปที่หน้าซีดเผือด
นายตำรวจคนหนึ่งยิ้มแห้งๆ ตอบเจมส์ว่า
"ยังดีที่สารวัตรกลับมาเร็วครับ เมื่อกี้พวกมันปล่อยตัวพนักงานออกมาหลายคน แต่พวกขุนนางและท่านมาร์ควิสยังอยู่ข้างใน
หัวนี่พวกมันเพิ่งโยนออกมา แล้วฝากคำพูดมาบอกว่า พวกมันจะฆ่าตัวประกันหนึ่งคนทุกๆ ครึ่งชั่วโมง จนกว่าจะได้เจอท่านบิชอปครับ"
พูดจบนายตำรวจก็หันไปมองแอนนาในชุดคลุมบิชอป
เมื่อมองดูบิชอปสาวผู้เลอโฉม พวกเขาต่างพากันเงียบกริบด้วยความกระอักกระอ่วน ในใจเต็มไปด้วยความโกรธแค้นและความรู้สึกไร้หนทาง
"ไม่เป็นไรค่ะ พวกคุณรออยู่ที่นี่ ฉันจะเข้าไปเอง"
แอนนาหันมาสั่งทุกคน แล้วเตรียมจะเดินเข้าไปในคฤหาสน์เพียงลำพัง
ตอนนี้เองที่คนของหน่วยขับขานและหน่วยลาดตระเวนเพิ่งจะรู้ว่า พวกโจรต้องการพบแอนนาแค่คนเดียว และบังคับให้เธอเข้าไปคนเดียว
มีคนทำท่าจะแย้งขึ้นมา แต่ถูกเย่เฮ่อยกมือห้ามไว้
เพราะอลิซที่ถูกปิดตายังอยู่ตรงนั้น เย่เฮ่อไม่อยากพูดอะไรมาก เขาเพียงแค่ปรายตามองแอนนาที่กำลังเดินมุ่งหน้าไปทางคฤหาสน์ แล้วใช้ท่าทีที่ผ่อนคลายของเขาสื่อสารให้ทุกคนรู้ว่า แอนนามีวิธีป้องกันตัว
จากนั้นเขาก็มองไปรอบๆ ด้วยความที่ที่นี่เคยเป็นคฤหาสน์ส่วนตัวของวอลฟ์กัง สิ่งก่อสร้างรอบข้างจึงถูกสร้างไว้อยู่ไกลพอสมควร เพื่อป้องกันไม่ให้มีใครใช้ธนูหรือหน้าไม้ลอบสังหารคนในตระกูล
แต่ระยะห่างสองสามร้อยเมตรนี้ อาจจะปลอดภัยสำหรับธนูและหน้าไม้ แต่สำหรับเย่เฮ่อแล้ว มันแทบไม่มีผลอะไรเลย
เขาคำนวณระยะทางและตำแหน่งในใจครู่หนึ่ง แล้วเดินแยกตัวออกไปทางตึกหลังหนึ่งที่อยู่ไกลออกไป
เจมส์มองดู "คู่รัก" ที่ดูเหมือนจะ "ทางใครทางมัน" คู่นี้ด้วยความสงสัย
เขาพูดอะไรไม่ได้มาก จัตุรัสไคลน์มีปืนไรเฟิลไอน้ำซุ่มยิงที่กองทัพส่งมาให้ แต่มันเทอะทะ เสียงดัง และระยะยิงก็ไม่ได้ไกลอย่างที่คิด บนตึกที่เย่เฮ่อกำลังเดินไปนั้นก็มีมือสไนเปอร์ของฝ่ายเขาประจำการอยู่ แต่ก็ได้แต่รอ "โอกาส" อยู่แบบนั้น
เย่เฮ่อเคลื่อนที่ค่อนข้างเร็ว กว่าเขาจะขึ้นไปถึงดาดฟ้าของตึกหลังนั้น และจ๊ะเอ๋กับมือสไนเปอร์ของจัตุรัสไคลน์ ซึ่งเป็นเด็กสาวที่กำลังเบิกตากว้างมองเขา แอนนาก็เดินไปถึงข้างๆ ศีรษะของรัฐมนตรีคลังแล้ว
"คุณ... คุณคือท่านบาทหลวงเหรอคะ ตรงนี้ไม่สะดวกนะคะ รบกวนเปลี่ยนที่ได้ไหม"
เด็กสาวผมสั้นสีน้ำตาลเกาลัดพูดพลางตบหม้อต้มไอน้ำขนาดเล็กที่ส่งเสียงหึ่งๆ อยู่ข้างกาย
ถึงจะบอกว่าขนาดเล็ก แต่มันก็ใหญ่พอๆ กับหม้อหุงข้าว ปืนไรเฟิลไอน้ำที่ต่อพ่วงอยู่ก็ดูเหมือนท่อเหล็กย่อส่วนที่เทอะทะ ไม่มีความประณีตเอาซะเลย เย่เฮ่อเห็นแล้วปวดหัวตึ้บ
อุปกรณ์ทั้งชุดนี้น่าจะหนักเป็นร้อยโล กล้ามเนื้อที่เป็นมัดๆ บนแขนของเด็กสาวคนนี้ คงจะได้มาจากการแบกเจ้าสิ่งนี้สินะ
"ไม่ต้องสนใจฉันหรอก เพื่อนร่วมอาชีพ"
เย่เฮ่อตอบส่งๆ ปล่อยให้เด็กสาวมองเขาด้วยความประหลาดใจ
เขาเดินไปที่กำแพงเตี้ยๆ ริมดาดฟ้า เหยียบเท้าข้างหนึ่งขึ้นไปบนกำแพง แล้วล้วงมือเข้าไปในระลอกคลื่นสีเงินที่ปรากฏขึ้นข้างตัว หยิบปืนไรเฟิลซุ่มยิง AWP ออกมา
ทันทีที่ปืนสีดำทมึนรูปทรงปราดเปรียวปรากฏขึ้น เด็กสาวก็ตาโตด้วยความตะลึง
นี่มัน... ปืนซุ่มยิงเหรอ ทำไมถึงเล็กขนาดนี้ แล้วก็... สวยงามขนาดนี้! แล้วหม้อต้มไอน้ำอยู่ไหนล่ะ มันยิงได้ยังไง
เธอมองดูเย่เฮ่อปรับแต่งปืนกระบอกนั้นอย่างคล่องแคล่ว แล้วยกขึ้นเล็งหลายครั้ง เหมือนกำลังส่องดูสถานการณ์ทางฝั่งแอนนาผ่านกล้องเล็ง เด็กสาวข้างๆ คันไม้คันมือด้วยความอยากรู้อยากเห็นจนแทบทนไม่ไหว
แต่เมื่อสังเกตเห็นสีหน้าจริงจังของเย่เฮ่อ เธอก็รู้ว่าไม่ใช่เวลามากวน จึงจำใจกดความอยากรู้อยากเห็นลงไป แล้วหันกลับไปมองทางคฤหาสน์ผ่านกล้องเล็งของเจ้าปืนยักษ์เทอะทะของเธอแทน
พอมองไป เธอก็เห็นผู้หญิงในชุดบิชอปแห่งโบสถ์แสงจันทร์กำลังก้าวเข้าไปในประตูใหญ่ของคฤหาสน์พอดี
"ยินดีต้อนรับครับ ท่านบิชอป"
คนที่มาเปิดประตูคือฟิลิป อดีตเพื่อนร่วมงานของเดริค เขาโค้งคำนับแอนนาอย่างนอบน้อม ก่อนจะเชิญเธอเข้าไปด้านใน
ก่อนปิดประตู เขายังจงใจหันมาแสยะยิ้มเย้ยหยันใส่พวกตำรวจและนักบวชที่อยู่ด้านนอก ทำให้ทุกคนขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ
นิ้วของเย่เฮ่อไม่ได้แตะที่ไกปืน แค่ลูกกระจ๊อกคนหนึ่ง ไม่สำคัญอะไร แต่การมองไม่เห็นเหตุการณ์ข้างใน ไม่รู้ว่า [หอคอยแห่งความฝัน] ต้องการอะไรจากแอนนา ทำให้เย่เฮ่อรู้สึกหงุดหงิด
แต่ไม่นาน สถานการณ์ก็พลิกกลับมาเข้าทางเย่เฮ่อ
ตัวอาคารหลักของคฤหาสน์วอลฟ์กังเป็นบ้านหลังใหญ่ บนชั้นสองเหนือประตูทางเข้า มีระเบียงเปิดโล่งขนาดใหญ่
ระเบียงนี้น่าจะเคยเป็นที่นั่งจิบน้ำชายามบ่ายของท่านมาร์ควิส แต่พอเปลี่ยนเป็นศูนย์ราชการ ก็ไม่มีโต๊ะเก้าอี้วางอยู่ ปล่อยให้โล่งว่าง
เย่เฮ่อเห็นคนเปิดประตูระเบียงออกมา แล้วรีบขนชุดโต๊ะเก้าอี้ออกมาวาง จากนั้นแอนนาและคนอื่นๆ ก็ถูกกลุ่มคนที่สวมชุดสีดำลายขาวแบบเดียวกัน "เชิญ" ให้มานั่งที่ระเบียงนี้ ดูท่าทางพวกมันตั้งใจจะเจรจากับแอนนาที่นี่
ฮ่า! มีเรื่องดีๆ แบบนี้ด้วยเหรอ
"ชิ บ้าจริง อยู่นอกระยะยิงพอดีเลย ให้ตายสิ ทำไมแถวนี้ไม่มีตึกที่ใกล้กว่านี้นะ"
เสียงบ่นพึมพำของเด็กสาวดังมาจากข้างๆ เย่เฮ่อปรายตามองเธอแวบหนึ่ง แล้วยิ้มมุมปากโดยไม่พูดอะไร
ระยะยิงหวังผลของปืนไรเฟิลไอน้ำซุ่มยิงอยู่ที่ห้าร้อยเมตร ซึ่งพอๆ กับ AWP
แต่ดาดฟ้าตึกนี้ห่างจากระเบียงนั้นหกร้อยเมตรกว่าๆ พอดี
ที่ระยะนี้ ความแม่นยำของปืนไรเฟิลไอน้ำจะลดฮวบจนน่าเกลียด และต่อให้กระสุนที่ขับดันด้วยไอน้ำจะลอยไปถึงและแม่นยำ ก็คงไม่เหลือแรงปะทะเท่าไหร่แล้ว
แต่ AWP ไม่เหมือนกัน ระยะหกร้อยเมตรเป็นแค่ระยะพื้นฐาน เย่เฮ่อแค่ปรับกล้องเล็งนิดหน่อย ต่อให้ไม่ใช่สไนเปอร์มืออาชีพ เขาก็ยิงโดนเป้าหมายในระยะหนึ่งกิโลเมตรได้สบายๆ
แต่ศัตรูมีเยอะเกินไป การจะยิงเก็บทีละคนสำหรับเย่เฮ่อแล้วถือว่ากินแรงไปหน่อย
เขาจึงหันไปมองเด็กสาวข้างๆ
"เธอชื่ออะไร"
"คะ?"
เด็กสาวสะดุ้งเมื่อจู่ๆ เย่เฮ่อก็คุยด้วย พอเงยหน้าขึ้นก็สบตาเข้ากับเย่เฮ่อที่จ้องเธออยู่
ด้วยความ "ด้อยกว่าเรื่องอุปกรณ์" เด็กสาวจึงตอบเย่เฮ่อไปอย่างประหม่าว่า "คริสตินค่ะ"
"ฉันเย่เฮ่อ" เย่เฮ่อกระโดดลงจากกำแพง ดึงคริสตินที่นอนราบอยู่กับพื้นเล็งปืนไรเฟิลไอน้ำให้ลุกขึ้น แล้วจับมือเธอมาดูรอยด้าน
เมื่อมั่นใจว่ารอยด้านบนมือเธอเป็นรอยของมือสไนเปอร์ ซึ่งถูกใจเขามาก เย่เฮ่อก็ยัด AWP ใส่มือเธอทันที และเริ่มสอนวิธีใช้งานเจ้าปืนกระบอกนี้
ระหว่างนั้น คริสตินยังงงๆ และตกใจกลัวเย่เฮ่ออยู่ แต่พอได้สัมผัส AWP จิตวิญญาณแห่งสมาธิที่น่าทึ่งก็ระเบิดออกมาจากตัวเด็กสาว
ภายใต้การชี้แนะของเย่เฮ่อ เธอเรียนรู้วิธีใช้ปืนซุ่มยิง "รุ่นใหม่ล่าสุด" นี้ได้อย่างรวดเร็ว จากนั้นก็กระโดดขึ้นไปบนกำแพงตามอย่างเย่เฮ่อ แล้วเล็งไปที่คฤหาสน์
ภาพที่คมชัดผ่านกล้องเล็ง และน้ำหนักที่ "เบาหวิว" แต่กระชับมือสำหรับเธอ ทำให้เธอหลงรัก AWP เข้าเต็มเปา จนอยากจะยิงรัวๆ สักสองแม็กกาซีนให้หนำใจ!
แต่ความตื่นเต้นอยู่ได้ไม่นาน
นอกจากชื่นชม AWP แล้ว คริสตินก็นึกขึ้นได้ว่า ถ้าปืนอยู่กับเธอ แล้วเย่เฮ่อจะใช้อะไร
พอคิดได้เธอก็หันไปมองเย่เฮ่อ แล้วสาวน้อยที่เพิ่งเห่อปืนใหม่ก็ต้องเบิกตากว้าง
อาวุธสังหารที่สามารถนิยามด้วยคำว่า "บ้าคลั่งหลุดโลก" ถูกเย่เฮ่อดึงออกมาจากระลอกคลื่นสีเงิน ขาตั้งสำหรับยึดลำกล้องทั้งสามคู่กางออก ยึดปืนใหญ่ซุ่มยิงหนักพิเศษกระบอกนี้ไว้ตรงตำแหน่งที่คริสตินเคยนอนอยู่
ทั้งที่ปากกระบอกปืนของเจ้าปืนใหญ่นี้มีขนาดพอๆ กับปืนไรเฟิลไอน้ำของคริสติน แต่เมื่อเทียบกับปืนไรเฟิลไอน้ำที่ถูกเย่เฮ่อดันไปไว้ข้างๆ ใครดูก็รู้ว่ากระบอกไหนเท่กว่า ประณีตกว่า และทรงพลังกว่า!
นี่คือ [อัสนีกัมปนาท]
ปืนใหญ่ที่ดัดแปลงมาจากบาเรตต์ด้วยพลังเวท ถ้าเย่เฮ่อต้องการ เขาเอาไปยิงเครื่องบินรบยังได้เลย
เมื่อไม่กี่วันก่อน เย่เฮ่อเพิ่งใช้ปืนใหญ่นี้ยิงสวนพวกชนเผ่าทรายที่บุกโจมตีโบสถ์ ตอนนั้นเขาไม่รู้ว่าพวกชนเผ่าทรายเป็นแค่พวกคลั่งศาสนา นึกว่าพวกมันมีพลังพิเศษอะไร ก็เลยยอมเสียเวลาชีวิตหนึ่งพันวัน ดัดแปลงบาเรตต์ที่มีอยู่ให้กลายเป็น [อัสนีกัมปนาท] กระบอกนี้
อานุภาพของมันก็เห็นได้ชัดเจนตามชื่อที่จารึกไว้บนปืน ทีมเก็บกวาดศพพวกชนเผ่าทรายถึงกับต้องใช้พลั่วตักเศษซากกันเลยทีเดียว
เดิมทีบาเรตต์ก็เป็นปืนต่อต้านวัตถุที่มีระยะยิงไกลอยู่แล้ว [อัสนีกัมปนาท] ที่ผ่านการดัดแปลงก็ยังคงความสามารถในการซุ่มยิงระยะไกลไว้ และยังมีกระสุนพิเศษสำหรับการซุ่มยิงระยะไกลสุดกู่อีกด้วย
กระสุนพิเศษราคาสูงลิ่ว แต่เย่เฮ่อไม่ขี้เหนียวกับเรื่องพวกนี้ เขาใช้เวลาชีวิตสิบวันแลกแม็กกาซีนมาหนึ่งอัน ข้างในมีกระสุนเจาะเกราะพิเศษสำหรับซุ่มยิงอยู่แค่สิบนัด
ตอนที่เย่เฮ่อเห็นหัวกระสุนของกระสุนชนิดนี้ ซึ่งเป็นโครงสร้างโปร่งรูปทรงแปลกตา เขาก็ชะงักไปเล็กน้อย
ชื่อของมันคือกระสุนซุ่มยิง แต่บนแม็กกาซีนกลับสลักข้อความเพิ่มเติมไว้ว่า:
[คุณจะไม่ได้ยินเสียงคำรามไร้เสียงของมัจจุราช]
[กระสุนซุ่มยิง]: เฉพาะสำหรับ [อัสนีกัมปนาท], กระสุนประเภทเน้นการซุ่มยิง
เพิ่มระยะยิงสูงสุดเป็น 5,000 เมตร, ไร้เสียงตลอดวิถีกระสุน
คำอธิบายกระสุนมีแค่นั้น เย่เฮ่อคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วบรรจุกระสุนใส่ปืน จากนั้นสุ่มเลือกผู้โชคดีคนหนึ่งที่ชั้นล่างของคฤหาสน์ ซึ่งเดินเข้าไปในห้องที่มีเขาอยู่คนเดียว แล้วเหนี่ยวไกทันที
คริสตินรู้ว่าเย่เฮ่อลั่นไกแล้วจากการขยับนิ้วของเขาและแรงสั่นสะเทือนที่ส่งผ่านมาทางพื้นดาดฟ้าที่เธอยืนอยู่
เธอไม่ได้ยินเสียง!
ทำไมกัน
เธอยก AWP ขึ้น มองผ่านกล้องเล็งไปยังคฤหาสน์ด้วยความสงสัย
สัญชาตญาณของมือสไนเปอร์อาชีพทำให้เธอหาตัวผู้โชคดีคนนั้นเจออย่างรวดเร็วที่ชั้นล่าง
ชายคนนั้น ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มโจร ถูกอะไรบางอย่างเจาะทะลุศีรษะ ตรึงติดอยู่กับผนังห้อง
"อ๋อ เอฟเฟกต์เป็นแบบนี้นี่เอง"
เย่เฮ่อพยักหน้าอย่างพอใจ ในฐานะคนยิง เขาเห็นทุกอย่างชัดเจน
อย่างแรก [อัสนีกัมปนาท] ที่บรรจุกระสุนซุ่มยิงจะไม่ส่งเสียงคำรามกึกก้องเหมือนตอนใช้กระสุนแบบอื่น
เพราะอาวุธจะระบุชนิดกระสุนพิเศษที่บรรจุเอง และปรับเปลี่ยนรูปแบบการยิงให้เหมาะสม
โครงสร้างพิเศษของกระสุนซุ่มยิง ไม่ได้อยู่ที่หัวกระสุนโปร่งเท่านั้น แต่ยังอยู่ที่ส่วนท้ายของกระสุนด้วย
มันไม่ได้ใช้ดินปืน แต่ใช้ก๊าซเฉื่อยอัดแรงดัน!
เมื่อเย่เฮ่อเหนี่ยวไก เข็มแทงชนวนพิเศษสำหรับกระสุนซุ่มยิงจะเจาะส่วนท้ายของกระสุน ปล่อยก๊าซเฉื่อยที่ถูกอัดไว้ระเบิดออกมา ส่งหัวกระสุนพุ่งออกไปเหมือนหลักการของลูกดอกเป่า
และหัวกระสุนนี้ ในระหว่างที่บินด้วยความเร็วสูง มันจะยืดตัวออกโดยอัตโนมัติ จนกลายเป็นแท่งแหลมยาวเกือบหนึ่งเมตร พุ่งเข้าหาเป้าหมายอย่างเงียบเชียบ
นั่นคือสาเหตุที่ "ผู้โชคดี" คนนั้นถูกตรึงติดกับผนัง เขาถูกหัวกระสุนที่ยืดออกตอกตรึงไว้นั่นเอง
เท่าที่ดู เย่เฮ่อคิดว่ากระสุนซุ่มยิงนี่ใช้ได้เลย ไร้เสียงตลอดทาง สมคำร่ำลือ
แต่หลังจากไปตรวจศพผู้โชคดีคนนั้น เย่เฮ่อถึงได้รู้ว่า เขาประเมินความน่ากลัวของประโยค "คุณจะไม่ได้ยินเสียงคำรามไร้เสียงของมัจจุราช" ต่ำไป
หัวกระสุนของกระสุนซุ่มยิงชนิดนี้ เห็นได้ชัดว่าทำจากโลหะจำรูปที่เปลี่ยนรูปร่างตามอุณหภูมิ
วินาทีที่กระทบเป้าหมายที่มีอุณหภูมิ แท่งหัวกระสุนที่ยืดออกจะขยายตัวและยืดออกอย่างรวดเร็วภายในตัวเป้าหมาย พร้อมทั้งแตกตัวออกไม่หยุด สุดท้ายจะกลายเป็น "ช่อดอกไม้" โลหะที่มีหนามแหลมเล็กละเอียดแผ่กระจายออกมาเต็มร่างของเหยื่อ!
ดังนั้น ต่อให้เย่เฮ่อไม่ได้ยิงโดนหัว แต่ยิงโดนแขนหรือส่วนอื่น กระสุนที่จะ "งอก" เข้าไปในร่างกายโดยอัตโนมัตินี้ ก็จะทรมานเหยื่อจนตายทั้งเป็น!
พอเห็นเย่เฮ่อควัก [อัสนีกัมปนาท] ที่ใหญ่กว่า เท่กว่า แถมยังเป็นอาวุธสังหารที่ซุ่มยิงได้แบบไร้เสียงออกมา คริสตินก็เริ่มรู้สึกว่า AWP ในมือไม่ค่อยหอมซะแล้ว
ตัดกลับมาที่เหตุการณ์เมื่อไม่กี่นาทีก่อน
ฟิลิปปิดประตู แล้วหันมาส่งยิ้มให้แอนนา "ท่านบิชอป ในที่สุดท่านก็มา พวกเรารอท่านอยู่นานแล้ว เชิญตามผมมาครับ"
พูดจบ เขาก็พาแอนนาเดินไปทางบันไดขึ้นชั้นสองของคฤหาสน์
ตั้งแต่ก้าวเข้ามา แอนนาก็สังเกตการณ์ภายในชั้นล่างตลอด
ศพไร้หัวที่น่าจะเป็นของรัฐมนตรีคลังนอนคว่ำหน้าอยู่ไม่ไกลจากประตู เลือดกองใหญ่จากบาดแผลไหลนองพื้น
ในโถงใหญ่ยังมีคนแต่งตัวเหมือนฟิลิปจับกลุ่มคุยกันอย่างสบายใจอยู่สองสามกลุ่ม มีทั้งชายและหญิง
พวกเขาคุยเล่นกันอย่างผ่อนคลาย ไม่สนใจศพที่อยู่ห่างไปไม่ไกลเลยสักนิด
แอนนาไม่เห็นมาร์ควิสวอลฟ์กังและรัฐมนตรีคนอื่นๆ ที่ชั้นล่าง จนกระทั่งตามฟิลิปขึ้นมาบนชั้นสองถึงได้เจอ
ท่านมาร์ควิสและเหล่ารัฐมนตรีถูกจับแยกขังไว้ในห้องหนึ่งบนชั้นสอง พอฟิลิปตะโกนบอกว่า "ท่านบิชอปมาแล้ว" พวกเขาถึงถูกพาตัวออกมา
แอนนาสบตากับมาร์ควิสวอลฟ์กัง ชายวัยกลางคนร่างกายกำยำที่มีผมขาวแซมสองข้างหูทันที เมื่อเห็นว่าเขาดูไม่ได้รับบาดเจ็บอะไร เธอถึงโล่งอกไปเปราะหนึ่ง
แต่มาร์ควิสวอลฟ์กังกลับขมวดคิ้วทันทีที่เห็นแอนนา ดูเหมือนเขาจะคิดว่าแอนนาไม่ควรบ้าจี้ตามคำเรียกร้องของพวกโจรแล้วเข้ามาแบบนี้
"ไปกันเถอะครับท่านๆ ทั้งหลาย เราไปหาที่โล่งๆ คุยกันดีกว่า พวกนาย ไปขนโต๊ะเก้าอี้ออกไป"
ชายวัยกลางคนที่ดูเหมือนหัวหน้าเดินออกมาจากอีกห้องหนึ่ง แล้วสั่งการทุกคน
เขาแต่งตัวเหมือนฟิลิปและคนอื่นๆ แต่รัศมีผู้นำฉายชัด และผู้ร่วงหล่นคนอื่นๆ ก็ดูเคารพยำเกรงเขามาก
พวกฟิลิปรีบไปขนโต๊ะเก้าอี้มาจัดวางที่ระเบียงชั้นสองอย่างว่าง่าย แล้วเชิญแอนนาและคนอื่นๆ นั่งลง
แอนนานั่งข้างมาร์ควิสวอลฟ์กัง ตรงข้ามคือชายวัยกลางคนคนนั้น รัฐมนตรีคนอื่นๆ นั่งขนาบข้าง ส่วนพวกผู้ร่วงหล่นยืนอยู่ด้านหลังชายคนนั้น
"ผมขอแนะนำตัวก่อน ผมชื่อ แม็กซ์เวลล์ [ผู้ไล่ตามความฝัน] แห่ง [หอคอยแห่งความฝัน]"
ไม่ต้องรอให้แอนนาหลอกถาม ชายคนนี้ก็แนะนำตัวออกมาเอง
เขาดูเป็นคนคุยเก่ง มีมาดผู้ดีและดูมีการศึกษา ไม่เหมือนคนชั่วที่กล้าวางระเบิดโรงงานไอน้ำ ฆ่าล้างโบสถ์สุริยัน และยึดศูนย์ราชการเลยสักนิด
แต่ภาพลักษณ์ภายนอกไม่อาจกลบเกลื่อนความผิดที่เขาก่อไว้ แอนนาและมาร์ควิสวอลฟ์กังสบตากัน ท่านมาร์ควิสจึงเป็นฝ่ายเอ่ยถามแม็กซ์เวลล์ว่า
"คุณแม็กซ์เวลล์ คุณ... ต้องการอะไร"
คำถามของท่านมาร์ควิสตรงประเด็น ความคิดของเขาคล้ายกับสิ่งที่เย่เฮ่อเพิ่งบอกแอนนาไปเมื่อครู่
การกระทำของคนเราย่อมมีเป้าหมาย ชายคนนี้ก่อ "เรื่องใหญ่" ขนาดนี้ ล่วงเกินขั้วอำนาจมากมาย เป้าหมายของเขาต้องไม่ธรรมดาแน่
"ถามได้ดี!"
แม็กซ์เวลล์ดูพอใจกับคำถามของท่านมาร์ควิส แต่เขาปรายตามองไปทางแอนนา แล้วหันหน้าไปทางท่านมาร์ควิสแต่ตามองแอนนาพร้อมกล่าวว่า
"ของที่ผมอยากได้ จริงๆ แล้วมันง่ายมาก แต่ต้องได้รับความยินยอมจากท่านบิชอป ผมถึงจะเอามันมาได้"
หมายความว่ายังไง
มาร์ควิสวอลฟ์กังมองแอนนาด้วยความสงสัย แอนนาเองก็งง แต่เธอก็รีบถามแม็กซ์เวลล์ว่า
"คุณพูดมาสิ ว่ามันคืออะไร"
"หึหึ" แม็กซ์เวลล์ยิ้มให้แอนนา รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่แฝงความมั่นใจว่าถือไพ่เหนือกว่านั้น ทำให้แอนนานึกถึงเย่เฮ่อขึ้นมาอย่างประหลาด
สองคนนี้คงไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันหรอกนะ
สีหน้าของแอนนาแย่ลงเล็กน้อย และเมื่อแม็กซ์เวลล์เอ่ยชื่อของสิ่งที่เขาต้องการ สีหน้าของเธอก็มืดมนจนถึงขีดสุด
"สิ่งที่ผมต้องการคือ [เลือดแห่งเทพ] ของทางโบสถ์ที่เก็บรักษาไว้ในสถาบันวิจัยจักรวรรดิ"
เลือดแห่งเทพ คำคำนี้มีความหมายที่หนักหนาเกินบรรยาย ท่านมาร์ควิสและทุกคนต่างหันขวับไปมองแอนนาโดยพร้อมเพรียง
แม็กซ์เวลล์มองแอนนาด้วยรอยยิ้มกึ่งยิ้มกึ่งบึ้ง แล้วพูดต่อว่า "ใช่แล้ว มันคือเลือดจากสายสะดือของท่านบิชอป ตอนที่ท่านถือกำเนิดนั่นเอง!"
[จบแล้ว]