เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 40 - แขกผู้มาเยือนคนแรก

บทที่ 40 - แขกผู้มาเยือนคนแรก

บทที่ 40 - แขกผู้มาเยือนคนแรก


บทที่ 40 - แขกผู้มาเยือนคนแรก

✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿

พอได้ยินบิชอปแอนนาพูดแบบนี้ คุณนายแคทเธอรีนก็ขมวดคิ้วทันที เธอมองบิชอปแอนนาด้วยสายตาสงสัย

จะมีใครที่เหมาะสมไปกว่าพวกเธอ อดีตสมาชิกทีมปฏิบัติการพิเศษที่เคยเอาชนะองค์กรจันทร์โลหิตมาแล้ว ในการรับมือกับพวกจันทร์โลหิตที่คิดจะกลับมาผงาดอีกครั้ง

บิชอปแอนนายิ้มให้เธอ ส่งสายตาให้ความมั่นใจ แต่พอเห็นว่าคุณนายแคทเธอรีนยังไม่คลายปมคิ้ว เธอจึงจำต้องอธิบายให้คุณนายแคทเธอรีนฟังนิดหน่อยว่า

"คนที่ฉันคิดจะส่งไป คือยอดฝีมือที่เคยจัดการปีศาจระดับ 5 ได้ด้วยตัวคนเดียว แถมยังถอยออกมาได้โดยไร้รอยขีดข่วนเลยนะคะ"

พูดตามตรง การต้องมาเอ่ยปากชมผลงานของเย่เฮ่อ ทำให้บิชอปแอนนารู้สึกตะขิดตะขวงใจแปลกๆ แต่เธอเชื่อว่าพูดแบบนี้ไปแล้ว คุณนายแคทเธอรีนน่าจะวางใจ

เป็นไปตามคาด คุณนายแคทเธอรีนทำหน้าตกตะลึงทันที เธอมองบิชอปแอนนาแล้วเงียบไปพักหนึ่ง สุดท้ายก็พยักหน้ายอมรับ

"ถ้าเป็นยอดฝีมือระดับนั้น ดิฉันก็ไม่มีความเห็นอื่นแล้วค่ะ"

"หึๆ วางใจเถอะค่ะ เป้าหมายต่อไปของหน่วยขับขานก็คือเมืองนอร์ทเทนเหมือนกัน มีพวกเธออยู่ด้วย องค์กรจันทร์โลหิตต้องถูกจำกัดการเคลื่อนไหวอย่างหนักแน่นอน"

บิชอปแอนนาใช้ประโยคนี้ปลอบประโลมคุณนายแคทเธอรีนจนสงบลง และเดินไปส่งคุณนายแคทเธอรีนถึงหน้าประตูโบสถ์ มองส่งเธอจากไป

แม่ของเธอเสียชีวิตเพราะคลอดลูกยาก บิชอปแอนนาจึงได้รับการดูแลจากคุณนายแคทเธอรีนที่เป็นแม่ชีในตอนนั้นมาตั้งแต่เด็ก ดังนั้นถ้าเลือกได้ เธอก็ไม่อยากให้คุณนายแคทเธอรีนต้องไปเสี่ยงอันตราย

"ท่านบิชอปคะ"

ได้ยินเสียงเรียก บิชอปแอนนาหันกลับไป ก็เห็นเด็กสาวร่างสูงในชุดเกราะเงินกำลังเดินเข้ามาหา

"อ้อ หัวหน้าเนเฟิเลีย สวัสดีตอนค่ำค่ะ"

ผู้มาเยือนคือเนเฟิเลีย หัวหน้าทีมหน่วยขับขาน เธอกระพริบตามองบิชอปแอนนาอย่างจริงจัง แล้วถามบิชอปสาวผู้นี้ว่า

"เกิดปัญหาอะไรขึ้นหรือเปล่าคะ ด้านหลังโบสถ์มีความวุ่นวายอยู่ตลอด ลูกทีมของฉันได้กลิ่นคาวเลือดด้วยค่ะ"

บิชอปแอนนาคิดดูแล้ว เรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องปิดบังหน่วยขับขาน เธอเลยอธิบายสถานการณ์ที่คนขององค์กรจันทร์โลหิตมาแก้แค้นให้ฟังคร่าวๆ

"จันทร์โลหิต... องค์กรของพวก [สาวกโลหิต] องค์กรที่อันตรายขนาดนั้น พวกมันไม่ได้สร้างความเสียหายให้ชาวเมืองไซดาเวลใช่ไหมคะ"

เนเฟิเลียรู้จักดีว่า [สาวกโลหิต] คือตัวอะไร ผู้ร่วงหล่นชนิดนี้เป็นภัยต่อประชาชนอย่างร้ายแรง แถมยังแพร่กระจายความเสียหายได้ง่ายมาก

"ไม่ต้องกังวลค่ะ [สาวกโลหิต] พวกนี้มาเพื่อแก้แค้นลูกทีมคนหนึ่งในหน่วยลาดตระเวนของเรา แต่พวกมันดันโชคร้ายไปเจออดีตสมาชิกทีมปฏิบัติการพิเศษเข้าพอดี อ้อ จริงสิ ลูกทีมคนนั้นของเรา ก็เป็นอดีตหัวหน้าทีมปฏิบัติการพิเศษด้วยนะคะ"

บิชอปแอนนาอธิบายให้เนเฟิเลียฟังอย่างใจเย็น ทั้งสองเดินเข้าโบสถ์ไปด้วยกัน และหาที่นั่งคุยกันในโถงโบสถ์

"ทีมปฏิบัติการพิเศษเหรอคะ"

เนเฟิเลียได้ยินบิชอปแอนนาพูดคำนี้ ก็ทำหน้างงๆ

"หึๆ นี่เป็นชื่อเรียกเมื่อนานมาแล้วค่ะ อืม... ชื่อนี้คุณน่าจะเคยได้ยิน [ตุลาการแสงจันทร์]"

บิชอปแอนนานึกชื่อนี้ขึ้นมาได้ นี่เป็นชื่อทางการที่พ่อของเธอ ซึ่งตอนนั้นเป็นบิชอปประจำไซดาเวล เป็นคนตั้งให้ทีมปฏิบัติการพิเศษของไซดาเวล

"อะไรนะคะ"

พอได้ยินชื่อนี้ เนเฟิเลียก็ทำหน้าตกใจสุดขีด เห็นได้ชัดว่าเธอรู้ว่าชื่อนี้หมายถึงอะไร

ยี่สิบกว่าปีก่อน จักรวรรดิลอเรนต์อยู่ในช่วงผลัดเปลี่ยนแผ่นดิน การแย่งชิงบัลลังก์รุนแรงถึงขั้นนองเลือด ส่งผลให้ทั่วจักรวรรดิเต็มไปด้วยปีศาจ แม้แต่ปีศาจระดับ 5 ก็โผล่ออกมาไม่น้อย

ในช่วงการคัดเลือกราชานี้ กองทัพจำนวนมากของจักรวรรดิไม่สามารถเคลื่อนไหวสุ่มสี่สุ่มห้าได้ เพื่อป้องกันความเข้าใจผิด ดังนั้นโบสถ์ต่างๆ จึงต้องออกมาปกป้องผู้ศรัทธาและประชาชนของจักรวรรดิ

เพื่อคานอำนาจกับ [ผู้พิพากษาสุริยัน] ของ [โบสถ์สุริยัน] ทาง [โบสถ์ [แสงจันทร์]] จึงได้จัดตั้งทีมต่อสู้เพื่อรับมือกับปีศาจระดับ 5 โดยเฉพาะ นั่นคือ [ตุลาการแสงจันทร์]

ปีศาจระดับ 5 คือตัวตนที่แม้แต่หน่วยขับขานยังต้องระดมพลทั้งทีม และต้องเตรียมใจที่จะมีสมาชิกเสียชีวิต ถึงจะพอรับมือไหว

ยิ่งไม่ต้องพูดถึงปีศาจระดับ 5 ที่มากันหลายตัว

ต่อมา ทั้งสองทีมนี้ก็ถูกยุบไปด้วยเหตุผลต่างๆ นานา แต่ผลงานของพวกเขานั้นไม่ต้องพูดถึง แค่ดูความสงบสุขของจักรวรรดิลอเรนต์ในตอนนี้ก็รู้แล้ว

"เป็นแบบนี้นี่เอง ฉันเข้าใจแล้วค่ะ" พอนึกถึงวีรกรรมต่างๆ ของเหล่าตุลาการที่ตัวเองเคยรู้มา เนเฟิเลียก็พยักหน้าอย่างวางใจ

เพราะเรื่องที่เธอได้ยินบ่อยที่สุด ก็คือวีรกรรมที่เหล่าตุลาการพวกนี้ จัดการปีศาจที่เพิ่งวิวัฒนาการขึ้นเป็นระดับ 6 ได้สำเร็จ

"แต่ว่า ข้อมูลอื่นขององค์กรจันทร์โลหิต ท่านมีอีกไหมคะ ถ้าต้องการกำลังของพวกเรา ก็สั่งมาได้เลยนะคะ"

"โอเคค่ะโอเค ไม่ต้องห่วงนะคะ หัวหน้าองค์กรจันทร์โลหิตที่เคยปรากฏตัว ก็แค่มีความแข็งแกร่งระดับปีศาจระดับ 5 เท่านั้น ตอนนี้ต่อให้มีเศษเดนคิดจะฟื้นคืนชีพ ก็คงเก่งไม่เท่าไหร่หรอกค่ะ ฉันได้ข่าวว่าตอนนี้พวกมันเคลื่อนไหวอยู่ที่เมืองนอร์ทเทน ฉันเตรียมจะส่งเย่เฮ่อไปที่นั่นแล้วค่ะ"

บิชอปแอนนาบอกข้อมูลทั้งหมด รวมถึงแผนการของเธอให้เนเฟิเลียรู้ เป้าหมายต่อไปของหน่วยขับขานคือนอร์ทเทน และเพราะความขัดแย้งระหว่างอลิซ ฟาฟน่ากับเย่เฮ่อ เธอเลยคิดว่าควรบอกเนเฟิเลียไว้ก่อน

"เขา... ฉันเข้าใจแล้วค่ะ"

เนเฟิเลียเองก็รู้กิตติศัพท์ของเย่เฮ่อดี บาทหลวงสุดแปลกคนนี้ ถ้าเทียบกับเหล่าตุลาการแล้วก็คงไม่ด้อยไปกว่ากัน เผลอๆ อาจจะเหนือกว่าด้วยซ้ำ

จัดการปีศาจระดับ 5 ด้วยตัวคนเดียวแถมยังไร้รอยขีดข่วน นี่เป็นผลงานที่เนเฟิเลียไม่กล้าแม้แต่จะคิด

เพียงแต่ความขัดแย้งระหว่างท่านบาทหลวงเย่เฮ่อกับอลิซ...

เนเฟิเลียพยายามเกลี้ยกล่อมปรับความเข้าใจกับอลิซหลายครั้งแล้ว คุณหนูตระกูลฟาฟน่าคนนี้ ปกติก็ว่านอนสอนง่ายดี

แต่พอเธอเอ่ยชื่อเย่เฮ่อขึ้นมา อลิซจะหน้าตึงทันที แล้วก็ปฏิเสธที่จะเล่าให้เนเฟิเลียฟัง ว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างเธอกับเย่เฮ่อ

แสดงท่าทีชัดเจนว่ามีฉันต้องไม่มีมัน

ในเมื่อต่างฝ่ายต่างเป็นคนของศาสนจักร งั้นทั้งสองฝ่ายก็น่าจะไม่ได้ทำความผิดร้ายแรงอะไร

หวังว่าเวลาจะช่วยเยียวยาทุกอย่างนะ

มองดูแสงจันทร์ที่สาดส่องเข้ามาในโบสถ์ เนเฟิเลียสวดภาวนาในใจเงียบๆ

วันที่ 14 สิงหาคม

เช้าตรู่ บ้านของเย่เฮ่อต้อนรับแขกคนแรกหลังจากที่เขามาอยู่ที่นี่

"เชิญดื่มชาค่ะท่านบิชอป"

หลังจากเสิร์ฟชาแดงให้บิชอปแอนนา ยูเลียก็ไปยืนสงบเสงี่ยมอยู่ข้างๆ

จะบอกว่าไม่เกร็งก็คงโกหก เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้อยู่ใกล้ชิดกับผู้ดูแลโบสถ์เทพที่แท้จริงประจำไซดาเวลขนาดนี้

โชคดีที่หลังจากทำงานบ้านเย่เฮ่อ เธอเติบโตขึ้นมาก ถึงได้ไม่แสดงอาการผิดปกติอะไรออกมา

บิชอปแอนนาก็ไม่ได้มองสาวใช้ตัวน้อยคนนี้ตั้งแต่ต้นจนจบ เพราะเย่เฮ่อนั่งอยู่ตรงหน้าเธอ

บาทหลวงที่ในนามเป็นลูกน้องของเธอคนนี้ ไม่มีความจริงจังหรือความเกรงใจเวลาเจ้านายมาเยี่ยมบ้านเลยสักนิด เขาไม่แม้แต่จะติดกระดุมเสื้อเชิ้ตให้ครบ กระดุมสองเม็ดที่ปลดออกนั้น ทำให้บิชอปแอนนารู้สึกหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก

เรื่องเสียมารยาทก็เรื่องหนึ่ง บิชอปแอนนาไม่ได้เป็นโรคย้ำคิดย้ำทำ แต่แผลเป็นหลายรอยที่ดูเหมือนเพิ่งหายดีบนหน้าอกที่เปิดเผยของเย่เฮ่อ มันทำให้บิชอปแอนนาอดไม่ได้ที่จะใส่ใจ

"ตกลงว่า ท่านบิชอปมีธุระอะไรครับ ไหนบอกว่าจะให้หยุดงานไง"

เย่เฮ่อรู้ดีว่าถ้าไม่มีเรื่องคงไม่มา ไม่ใช่ว่าไม่เจอกันวันเดียว ท่านบิชอปจะคิดถึงเขาหรอกนะ

บิชอปแอนนาหรี่ตาลง หันไปมองยูเลียที่ยืนอยู่ข้างๆ

"เธอเป็นคนของผม มีอะไรก็พูดเถอะ ไม่เป็นไร"

คำพูดของเย่เฮ่อทำให้สาวใช้ตัวน้อยหน้าแดงด้วยความเขิน แต่บิชอปแอนนายังคงส่งสายตาให้เย่เฮ่อ สื่อว่าเรื่องที่จะพูดเป็นความลับของศาสนจักร ไม่ควรให้คนนอกอยู่ด้วย

"ชิ ก็ได้ ยูเลีย เธอขึ้นไปดูพี่สาวเธอหน่อยไป"

"ค่ะ"

รอกระทั่งสาวใช้ตัวน้อยขึ้นไปข้างบนแล้ว เย่เฮ่อถึงได้รับแจ้งจากบิชอปแอนนา "ทางนอร์ทเทนพบร่องรอยขององค์กร [สาวกโลหิต] หรือกลุ่มจันทร์โลหิต ฉันอยากให้คุณไปนอร์ทเทนเพื่อจัดการพวกมันค่ะ"

"ตอนนี้เลยเหรอ"

"ใช่ค่ะ ตอนนี้เลย"

พูดจบ บิชอปแอนนาก็หยิบตั๋วรถไฟไอน้ำจากไซดาเวลไปนอร์ทเทนออกมาวางตรงหน้าเย่เฮ่อ

มองดูตั๋วใบนั้น เย่เฮ่อหรี่ตาลงเล็กน้อย แต่เขาก็ผ่อนคลายลงอย่างรวดเร็ว พูดกับบิชอปแอนนาสบายๆ ว่า "ขอโทษด้วยครับ สองวันนี้ผมคงออกจากไซดาเวลไม่ได้"

บิชอปแอนนาได้ยินเย่เฮ่อพูดแบบนั้นก็ขมวดคิ้วทันที เธอถามเย่เฮ่อว่า "เหตุผลล่ะคะ ฉันเห็นคืนนั้น คุณดูอยากจะปะทะกับพวก [สาวกโลหิต] จำนวนมากไม่ใช่เหรอ"

"หึๆ ถึงผมจะเป็นพวกบ้าสงคราม แต่ผมก็มีเหตุผลเพียงพอ และแยกแยะความสำคัญก่อนหลังได้ อืม... คุณตามผมมาสิครับ"

พูดจบเย่เฮ่อก็ลุกขึ้น เดินนำไปที่ห้องห้องหนึ่งที่ชั้นล่างของบ้าน

บิชอปแอนนาลุกตามไปอย่างสงสัย เหตุผลที่เย่เฮ่อไปนอร์ทเทนไม่ได้ อยู่ในบ้านเขาเนี่ยนะ

ตอนที่ประตูห้องเปิดออก กลิ่นคาวเลือดก็พุ่งออกมาทันที กระแทกจมูกบิชอปแอนนาจนเธอรู้สึกคลื่นไส้ไปทั้งตัว

แล้วเธอก็เห็น ในห้องที่ว่างเปล่า มีผู้ชายคนหนึ่งถูกมัดห้อยหัวลงมาจากเพดาน ร่างกายโชกไปด้วยเลือด

บนพื้นมีเลือดหยดลงมาจากตัวผู้ชายคนนี้กองใหญ่ และเริ่มแห้งเกรังแล้ว

บิชอปแอนนาพยายามมองเย่เฮ่อในแง่ร้ายที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้ว แต่เธอก็คิดไม่ถึงว่า เย่เฮ่อจะกล้าตั้งศาลเตี้ย ทรมานคนอย่างโหดเหี้ยมในห้องห้องหนึ่งในบ้านตัวเองแบบนี้

"คุณ..."

"คนนี้คือแอนดรูว์ นักบัญชีของโรงงานไอน้ำ และเป็น [ผู้เฝ้าประตู] ของ [หอคอยแห่งความฝัน] ครับ"

ในขณะที่บิชอปแอนนามองภาพตรงหน้าด้วยความตกตะลึงและเตรียมจะต่อว่าเย่เฮ่อ เย่เฮ่อก็แนะนำด้วยประโยคเดียว ที่เปลี่ยนท่าทีของบิชอปแอนนาไปอย่างสิ้นเชิง

"[หอคอยแห่งความฝัน]! นักบัญชี... โรงงานไอน้ำ?"

บิชอปแอนนาไตร่ตรองข้อมูลที่เย่เฮ่อบอก แล้วหันไปมองแอนดรูว์ด้วยสายตาเย็นชา

เย่เฮ่อมองแอนดรูว์ที่ร่อแร่เต็มที แล้วถามบิชอปแอนนาด้วยน้ำเสียงจนปัญญาหน่อยๆ ว่า

"หึๆ ดูเหมือนคุณจะเข้าใจความอันตรายของ [หอคอยแห่งความฝัน] มากกว่าผมนะ ช่วยเล่าให้ฟังหน่อยได้ไหม เจ้านี่มีข้อจำกัดบางอย่าง ข้อมูลลึกกว่านี้มันพูดออกมาไม่ได้"

เมื่อคืนเขาใช้อุปกรณ์เก็บของมิติย่อยของ G13 เจ้าหนูจอมวินัย พาแอนดรูว์กลับมาบ้าน แล้วใช้ความพยายามไปไม่น้อย แต่ก็ได้ข้อมูลแค่สถานะของอีกฝ่ายเท่านั้น

"แหงล่ะ ฉันก็คงถามไม่ได้เหมือนกัน พวกผู้ร่วงหล่นของ [หอคอยแห่งความฝัน] มีลูกไม้แพรวพราวมาก พวกมันยึดถือแนวคิดที่ว่า [ความฝันคือความจริง ความจริงคือสิ่งลวง ทุกคนล้วนเป็นเทพเจ้าแห่งความฝัน] บางที ความทรงจำสำคัญของมัน อาจจะถูกระดับสูงในองค์กรปิดผนึกไว้ในความฝันแล้วก็ได้"

บิชอปแอนนาอธิบายหลักการของ [หอคอยแห่งความฝัน] ให้เย่เฮ่อฟังคร่าวๆ แล้วเธอก็ฉุกคิดขึ้นได้ หันขวับมามองเย่เฮ่อด้วยสายตาประหลาด "คุณไปรู้ตัวจริงของมันได้ยังไงคะ"

"ถ้าผมบอกว่า มันเปิดเผยตัวตนแล้ววิ่งมาชนผมเอง คุณคงไม่เชื่อแน่ หึๆๆ

แต่ความจริงก็คือแบบนั้น อย่าลืมสิครับ ผมมาไซดาเวลเพื่อสืบเรื่องสถาบันวิจัยจักรวรรดิ

โรงงานไอน้ำเป็นหน่วยงานลูกของสถาบันวิจัย และเป็นที่ที่ค่อนข้างเปิดกว้าง ผมก็ต้องเริ่มสืบจากที่นี่อยู่แล้ว"

พูดจบ เย่เฮ่อก็ชี้ไปที่แอนดรูว์ ยิ้มให้บิชอปแอนนาแล้วพูดว่า "ท่าน [ผู้เฝ้าประตู] คนนี้ คือผลงานในระยะนี้ของผมครับ ท่านบิชอป ตอนนี้ ท่านยินดีจะช่วยผมสืบเรื่องสถาบันวิจัยจักรวรรดิหรือยังครับ"

หน้าของบิชอปแอนนามืดครึ้มลงทันที

ครึ่งชั่วโมงต่อมา เวสต์ คนขับรถม้าประจำตำแหน่งของโบสถ์ ก็เอาโลงศพบางๆ มาใบหนึ่ง เก็บแอนดรูว์ที่ปางตายเข้าไป แล้วบิชอปแอนนาก็นั่งรถม้าของเขา ออกจากบ้านเย่เฮ่อไปพร้อมกัน

บิชอปแอนนาเกลี้ยกล่อมเย่เฮ่อ ขอเอาเชลยคนนี้กลับไป เพราะที่โบสถ์มีคนเก่งเยอะ อาจจะมีวิธีง้างปากเชลยได้

เย่เฮ่อเองก็อยากรู้ว่าพวกมันวางแผนอะไรกันแน่ เลยยอมตกลงตามคำขอของบิชอปแอนนา

ตอนที่เขาเรียกยูเลียลงมา ให้ช่วยทำความสะอาดคราบเลือดในห้อง ยูเลียสังเกตเห็นว่าคนหายไปแล้ว ก็หันมามองเย่เฮ่อด้วยความประหลาดใจ

"มีอะไรเหรอ"

เย่เฮ่อรู้สึกว่าสายตาของสาวใช้ตัวน้อยน่าสนใจดี

"เปล่าค่ะ... คือว่า... ที่แท้เจ้านาย ก็ทำงานให้โบสถ์จริงๆ เหรอคะ"

เมื่อคืนตอนเย่เฮ่อเอาแอนดรูว์ที่ถูกมัดเป็นปูออกมาจากอุปกรณ์กลไกประหลาด เขายังให้ยูเลียช่วยใช้ผลของ "ความเงียบ" ใส่แอนดรูว์ด้วย

ตอนนั้นยูเลียตกใจแทบแย่ นึกว่าเย่เฮ่อจะทำพิธีกรรมชั่วร้ายอะไร

จนกระทั่งแอนดรูว์บอกที่มาของตัวเอง ยูเลียถึงเข้าใจว่า เย่เฮ่อจับผู้ใช้ปีศาจที่เป็นศัตรูกับเขามาได้

และวันนี้ผู้ดูแลโบสถ์มาถึงบ้าน แล้วยังเอาตัวผู้ใช้ปีศาจคนนี้ไป ยิ่งทำให้ยูเลียเข้าใจว่า เย่เฮ่อไม่ได้ทำเรื่องไม่ดีจริงๆ

"แน่นอนสิ ฉันเป็นบาทหลวงของเทพธิดานะ ไม่ใช่เหรอ"

เย่เฮ่อนั่งลงบนโซฟา กางหนังสือพิมพ์ภาคค่ำซิกวิกออกอ่านอย่างสบายใจ

บาทหลวงนั่งอ่านหนังสือพิมพ์ชิลๆ ในห้องนั่งเล่น ส่วนในห้องข้างๆ สาวใช้ตัวน้อยกำลังเช็ดเลือดที่นองเต็มพื้น ฉากที่ดูขัดแย้งกันนี้กลับดูกลมกลืนอย่างน่าประหลาด

วันนี้คงไม่มีเรื่องอะไรแล้ว การหายตัวไปของแอนดรูว์ เป็นก้าวแรกที่จะกระตุ้นให้คนของ [หอคอยแห่งความฝัน] คนอื่นที่อาจแฝงตัวอยู่ในโรงงานไอน้ำ หรือสถาบันวิจัย "เคลื่อนไหว" เย่เฮ่อไม่สนหรอกว่าพวกมันจะทำอะไร เขาแค่กลัวว่าอีกฝ่ายจะปอดแหกจนไม่กล้าทำอะไรเลยมากกว่า

แน่นอน บิชอปแอนนาที่รู้ข้อมูลนี้แล้ว ก็คงจะใช้วิธีของเธอ ไปหาทางกระตุ้นพวกผู้ใช้ปีศาจพวกนี้เหมือนกัน

ต่างจากพวก [หอสมุดเงียบงัน] ที่ไม่ค่อยมีการเคลื่อนไหว ไม่ว่า [หอคอยแห่งความฝัน] จะมีแผนการอะไร โรงงานไอน้ำในฐานะศูนย์กลางพลังงานของไซดาเวล เป็นสถานที่สำคัญในสายตาของโบสถ์และผู้บริหารเมือง แทบจะเทียบเท่าศูนย์ราชการเมืองเลยทีเดียว

พวกเบื้องบนไม่มีทางยอมให้ผู้ใช้ปีศาจมาแทรกแซงสถานที่พวกนี้แน่ นี่เป็นเหตุผลที่เย่เฮ่อไตร่ตรองแล้วตัดสินใจส่งแอนดรูว์ให้บิชอปแอนนา

ตอนนี้ เขาแค่รอให้เมืองนี้วุ่นวายขึ้นมาก็พอ

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 40 - แขกผู้มาเยือนคนแรก

คัดลอกลิงก์แล้ว