- หน้าแรก
- ทหารรับจ้างในคราบนักบุญ
- บทที่ 20 - การสังเกตการณ์
บทที่ 20 - การสังเกตการณ์
บทที่ 20 - การสังเกตการณ์
บทที่ 20 - การสังเกตการณ์
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
"กรี๊ด!"
ซีน่าตกใจเสียงระเบิดรุนแรงที่ดังมาจากข้างหลัง
พอหันกลับไป ก็เห็นร้านดอกไม้ที่ตัวเองเพิ่งเดินออกมา จมอยู่ในทะเลเพลิงเสียแล้ว!
เศษซากสิ่งก่อสร้าง เศษต้นไม้ และดิน กระเด็นกระดอนเต็มถนนไปหมด นึกภาพออกเลยว่าจุดระเบิดต้องอยู่ภายในร้านดอกไม้แน่ๆ
อ๊ะ คุณนายอามันดาจะเป็นอะไรไหมนะ?
ในใจของสาวขายดอกไม้ผู้จิตใจดี นึกถึงภาพเจ้าของร้านสาวขึ้นมาทันที เธอไม่สนฝูงคนที่แตกตื่นวิ่งหนี รีบวิ่งเข้าไปใกล้ร้านดอกไม้ที่ไฟกำลังลุกท่วม
หนึ่งก้าว สองก้าว สามก้าว ฝีเท้าของซีน่าจากที่เร่งรีบ ค่อยๆ ช้าลงจนหยุดนิ่ง
ไม่ใช่เพราะจู่ๆ เธอก็รู้สึกว่าตัวเองไม่มีความสามารถจะไปดับไฟหรือช่วยคน แต่เป็นเพราะตำแหน่งดวงตาของเธอ ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ถูกดอกกุหลาบสีแดงสดสองดอก แทงทะลุลูกตา งอกออกมาจากสมองของเธอจนมิด!
ฆ่า...
เสียงของคุณนายอามันดาดังขึ้นในหัวของซีน่า ยึดครองความคิดทั้งหมดของเธอไปในพริบตา
"ฆ่า..."
ปากของซีน่าพึมพำคำนี้ออกมาอย่างเลื่อนลอย ศีรษะค่อยๆ เอียง ให้ดอกกุหลาบที่ดวงตา หันไปพร้อมกับใบหน้าที่ค่อยๆ บิดเบี้ยว มองไปที่ฝั่งตรงข้ามถนน มองไปที่เย่เฮ่อที่เพิ่งลุกขึ้นยืน
ฆ่า!
"ฆ่า!"
"ปัง!"
ซีน่าที่ถูกควบคุมยังไม่ทันได้พุ่งเข้าไปฉีกกระชากผู้ชายคนนั้น ก็ถูกกระสุนพลังเทพสีเงินขาวเจาะเข้าที่ใบหน้า แสงสีขาวที่ระเบิดออกเผาผลาญดอกกุหลาบสองดอกจนมอดไหม้อย่างรวดเร็ว ซีน่าร้องโหยหวนแล้วสลบเหมือดไป
"ขนาดนี้ยังไม่ตาย... หนีไปแล้วเหรอ?"
เย่เฮ่อลดปืนลง มองซีน่าที่หมดสติ แล้วมองทะเลเพลิงที่ค่อยๆ มอดลงจนกลายเป็นซากปรักหักพังของร้านดอกไม้ อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจด้วยความเสียดาย
เขาไม่มีความสามารถในการแกะรอย [เนตรแสงจันทร์] ก็มองทะลุสภาพตอนระเบิดฝั่งตรงข้ามไม่ได้ แต่ดูจากการเปลี่ยนแปลงของซีน่า และในร้านไม่มีชิ้นส่วนมนุษย์ที่ถูกเผาไหม้หลงเหลืออยู่ เจ้าของร้านสาวคนนั้นน่าจะหนีไปได้แล้ว
"เฮ้อ ประหยัดไม่ได้เลยจริงๆ"
เย่เฮ่อลูบเครื่องยิงจรวดข้างมือ ถอนหายใจให้กับความ "ประหยัดมัธยัสถ์" ของตัวเอง
กระสุนระเบิดพลังเทพนัดนี้ผลาญแต้มศรัทธาของเขาไปหลายร้อยแต้ม แต่ดูเหมือนจะฆ่าปีศาจไม่ได้สักตัว เย่เฮ่อไม่ได้รับผลตอบแทนอะไรกลับมาเลย
นานๆ ทีจะขาดทุนย่อยยับแบบนี้ เย่เฮ่อส่ายหน้า แล้วหันไปสนใจสาวขายดอกไม้ที่สลบอยู่
หวังว่าสาวน้อยคนนี้ จะมี "เซอร์ไพรส์" อะไรให้เขาบ้างนะ
ในเวลาเดียวกัน ห่างจากตัวเมืองไซดาเวลไปหลายกิโลเมตร ในหุบเขาลึกที่รกร้างและไม่ได้อยู่ในเขตชานเมืองไซดาเวลด้วยซ้ำ
พื้นดินจู่ๆ ก็ปูดนูนขึ้น แล้วดอกตูมขนาดยักษ์ก็ผุดขึ้นมาจากใต้ดิน!
เห็นได้ชัดว่าพื้นผิวของดอกตูมเกินครึ่งไหม้เกรียมเป็นตอตะโก กลีบดอกฉีกขาดเสียหายไปหลายพันกลีบ ทำให้ตอนที่ดอกตูม "บาน" ออก ด้านหนึ่งดูสมบูรณ์ แต่อีกด้านกลับเละเทะ
เจ้าของร้านสาว อามันดา ที่ตัวดำเมี่ยมและมีควันขาวลอยออกมาจากตัวไม่หยุด ปรากฏตัวออกมาจากดอกตูม แขนข้างหนึ่งและขาข้างหนึ่งของเธอหายไป รอยไหม้สาหัสทั่วร่างดูไม่เหมือน "มนุษย์" ที่ยังมีชีวิตอยู่เลย
"อึก... อ้า..."
แต่อามันดายังมีชีวิตอยู่จริงๆ ดอกตูมใต้ร่างช่วยย้ายร่างที่บาดเจ็บสาหัสของเธอจากร้านดอกไม้ถนนลินเด็น 71 มาที่นี่ แล้วก็เหี่ยวเฉาลงอย่างรวดเร็ว กลายเป็นพลังงานสีชมพูซึมซับเข้าไปในร่างกายที่พังยับเยินของเธอ
เวลาผ่านไปทีละนาที จนพระอาทิตย์ตกดิน พระจันทร์ลอยเด่น แสงจันทร์สาดส่องลงมาในหุบเขา ผิวหนังไหม้เกรียมบนตัวอามันดาถึงได้เริ่มปริแตก แล้ว "อามันดา" ที่ร่างกายสมบูรณ์ ผิวพรรณเนียนละเอียด ดูเหมือนจะเด็กลงกว่าเดิม ก็ "ลอกคราบ" ออกมาจากเปลือกไหม้ๆ นั้น
"ซี๊ด... เฮ้อ..."
อามันดาที่มีเมือกสีเขียวเกาะอยู่ตามตัว ยืนนิ่งอยู่ใต้แสงจันทร์สักพัก ถึงได้เริ่มหายใจ แล้วลืมตาขึ้น
ใต้แสงจันทร์ ในดวงตาทั้งสองข้างของเธอ ปรากฏภาพดอกไม้ที่เกิดจากกลีบดอกไม้ต่างชนิดมาประกอบกัน ข้างละดอก ผ่านไปสักพักใหญ่ๆ ใต้แสงจันทร์ ภาพนั้นถึงค่อยๆ จางหายไป
รูม่านตาของเธอกลับมาโฟกัสได้อีกครั้ง เธอก้มมองร่างกายที่สมบูรณ์ มองมือและเท้าที่งอกขึ้นมาใหม่
แล้วเงยหน้ามองพระจันทร์เต็มดวงบนท้องฟ้า อามันดาก็แสยะยิ้มอย่างบ้าคลั่ง เธอเอื้อมมือไปบนฟ้า ลูบไล้อากาศราวกับกำลังลูบไล้ดวงจันทร์
"บาทหลวง..."
เสียงพึมพำของเธอเต็มไปด้วยความเกลียดชังเข้ากระดูกดำ บาทหลวงที่ยิ้มแย้มแล้วจู่ๆ ก็ยิงระเบิดถล่มร้านดอกไม้ของเธอ อามันดาแค้นฝังหุ่นไปแล้ว
แสงจันทร์ตกกระทบลงบนร่างของ "ช่างจัดดอกไม้" ที่ถือกำเนิดใหม่ และสาดส่องเข้าไปในเมืองไซดาเวล
ผ่านกระจกหน้าต่าง แสงจันทร์ทาบทับลงบนเตียงนุ่ม ตกกระทบใบหน้าของสาวขายดอกไม้ที่กำลังหลับใหล
แสงจันทร์ที่อ่อนโยนราวกับช่วยเยียวยาบาดแผล คลายคิ้วที่ขมวดมุ่นของซีน่าลง ความเจ็บปวดที่มาจากสมองสลายไปในที่สุด ในความผ่อนคลายหลังความเจ็บปวด ซีน่ารู้สึกเหมือนได้ยินเสียงที่อ่อนโยนที่สุด กำลังเรียกเธอเบาๆ ว่า:
"...ตื่นได้แล้ว..."
ซีน่าลืมตาขึ้น
"อ้าว? ตื่นแล้วเหรอ รู้สึกไม่สบายตรงไหนไหมครับ"
เสียงผู้ชายที่คุ้นหูนิดๆ ดังขึ้นข้างหัวของซีน่า
ซีน่าหันไปมอง ในดวงตาของเธอสะท้อนภาพดวงจันทร์นอกหน้าต่าง และบาทหลวงรูปหล่อผมดำตาดำที่นั่งอยู่ริมหน้าต่าง อาบแสงจันทร์อยู่
"บาท... หลวง?"
"ครับ ผมเอง"
เย่เฮ่อยิ้มให้ซีน่า ภายใต้แสงจันทร์ที่นุ่มนวล รอยยิ้มของเขาดูอ่อนโยนยิ่งกว่าแสงจันทร์เสียอีก ทำเอาซีน่าเหม่อไปครู่หนึ่ง ถึงค่อยๆ ตั้งสติได้
"ท่านบาทหลวง... ที่นี่คือ? ฉัน..."
"ที่นี่บ้านผมครับ คุณเป็นลมกลางถนน ผมเลยพามาปฐมพยาบาล อ้อ หมอมาดูอาการแล้วครับ เขาบอกว่าคุณไม่เป็นอะไรมาก"
หมอไม่ได้มาหรอก เพราะเย่เฮ่อไม่มีเบอร์ติดต่อหมอในไซดาเวลเลยสักคน
หลังจากพาสาวขายดอกไม้ที่ถูก "ดัดแปลง" ไปครึ่งหนึ่งคนนี้กลับมา เย่เฮ่อตรวจดูดวงตาของเธอ พบกิ่งก้านกุหลาบที่ตกค้างอยู่ในลูกตา เขาเลยยิงซ้ำเข้าไปในลูกตาของซีน่าอีกสองนัด
โลกนี้คงไม่มี "ยาเฉพาะทาง" อะไรดีไปกว่าพลังเทพของเทพธิดาแล้วล่ะ
เย่เฮ่อไม่เคยได้ยินว่าโลกนี้มี "เทพแห่งการแพทย์" ด้วย
หืม? หรือว่านี่จะเป็นอีกหนึ่งตำแหน่งงานว่าง ที่จะช่วย "เรียกร้อง" ให้เทพธิดาได้นะ?
"ฉัน... ขอบคุณท่านมากค่ะที่ช่วยเหลือ ท่านบาทหลวง"
ซีน่าลุกขึ้นนั่ง เธอรู้สึกปวดเมื่อยไปทั้งตัว อ่อนเพลียเหมือนเพิ่งหายป่วยหนัก แต่ก็ไม่รู้สึกเจ็บปวดตรงไหนแล้ว
เธอพยายามจะลุกจากเตียง แล้วบอกเย่เฮ่อที่เข้ามาประคองว่า "ขอโทษนะคะท่านบาทหลวง ดึกป่านนี้แล้ว ที่บ้านต้องเป็นห่วงฉันแน่ๆ ฉัน ฉันต้องกลับแล้วค่ะ วันหลังจะมาขอบคุณท่านใหม่นะคะ"
"อื้ม ผมเข้าใจครับ ผมเรียกรถม้าไว้แล้ว มาครับ ผมไปส่งคุณเอง"
ได้ยินเย่เฮ่อพูดแบบนี้ ซีน่าก็อึ้งไป ความเอาใจใส่ของเย่เฮ่อ ทำให้เธอรู้สึกถึงความห่วงใยที่อบอุ่นอย่างที่ไม่เคยได้รับมาก่อน สาวขายดอกไม้ผู้อ่อนต่อโลกซาบซึ้งจนน้ำตาคลอ
เย่เฮ่อช่วยเธอใส่รองเท้า ประคองเธอออกจากบ้าน ขึ้นรถม้า แถมยังนั่งไปเป็นเพื่อน ส่งเธอถึงตึกแถวซอมซ่อในย่านสลัมของไซดาเวล
หลังจากส่งซีน่าให้ครอบครัวที่เป็นห่วงเป็นใย เย่เฮ่อก็ช่วยพูดปลอบโยนครอบครัวเธอ กำชับให้เธอพักผ่อนเยอะๆ แล้วถึงได้ออกจากบ้านซีน่า นั่งรถม้ากลับ
"ท่านบาทหลวง ท่านช่างเป็นคนที่มีจิตใจเมตตาจริงๆ เลยครับ!"
คนขับรถม้าเห็นการกระทำของเย่เฮ่อทั้งหมด รวมถึงเมื่อเช้าที่เย่เฮ่อนั่งรถม้าเขาพาซีน่ากลับไปดูแลที่บ้านด้วย
ธนบัตร 50 ปอนด์ จ้างเขาวิ่งรถวันนี้เหลือเฟือ ยิ่งได้ร่วมทำความดีกับบาทหลวงด้วยแล้วยิ่งคุ้ม
"ฮ่ะๆ นี่เป็นสิ่งที่ผมควรทำครับ"
เย่เฮ่อวางตัวได้ไร้ที่ติ สองสามวันนี้เขายังต้องมาเยี่ยมซีน่าอีกหลายรอบ
เพราะตัวอย่างการทดลองที่ถูกดัดแปลงให้เป็นกึ่งปีศาจแบบซีน่า มันหายากและน่าสนใจเกินไป
ท่ามกลางคำเยินยอของคนขับรถม้า รถม้าวิ่งผ่านปากทางถนนลินเด็น เย่เฮ่อเหลือบมองเข้าไปนิดหน่อย
ร้านดอกไม้เลขที่ 71 ถูกสารวัตรจากจัตุรัสไคลน์เอาแถบกั้นมาปิดล้อมไว้ แล้วติดประกาศว่า "ท่อส่งไอน้ำ" ระเบิด
ชาวเมืองไซดาเวลเชื่อเรื่องแบบนี้ ต่อให้ระเบิดครั้งนี้จะเวอร์วังอลังการแค่ไหนก็ตาม
แต่ทางฝั่งศาสนจักร บิชอปแอนนาบุกมาถามเย่เฮ่อถึงที่ว่าเขาไปทำอะไรมา
เย่เฮ่อพูดแค่สี่คำว่า [สวนบุปผาบาน] บิชอปแอนนาที่ตั้งท่าจะมาเอาเรื่อง ก็ต้องกลืนความโกรธลงคอ แถมยังชมเย่เฮ่ออีกว่า:
"งั้น... ทำได้ดีมาก แต่คราวหน้าช่วยบอกทางโบสถ์ล่วงหน้าหน่อยได้ไหม?"
"ท่านบาทหลวง"
จูลี่กับยูเลียรอรับเย่เฮ่อที่กลับมาจากการไปส่งคนอยู่ที่ห้องนั่งเล่น ตั้งแต่เย่เฮ่อช่วยสาวขายดอกไม้กลับมาต่อหน้าต่อตาพวกเธอ แล้วยังไปส่งถึงบ้าน สายตาที่สองพี่น้องเมดมองเย่เฮ่อก็เปลี่ยนไป
ต่างจากสายตาที่เยิ้มฉ่ำและร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ ของพี่สาว สายตาของยูเลียเต็มไปด้วยความซับซ้อน
เมื่อเช้าไปหาอาจารย์ และรู้ "ตัวตนที่แท้จริง" ของเย่เฮ่อแล้ว ยูเลียก็คิดจะหนีไปจากเย่เฮ่ออีกครั้ง
ถ้าบอกว่าสิ่งที่เกี่ยวข้องกับ "เทพเจ้า" เป็นสัญลักษณ์ของความลึกลับและยิ่งใหญ่ งั้นทุกสิ่งที่เกี่ยวข้องกับ "เทพจากต่างมิติ" ก็เป็นสัญลักษณ์ของความอันตรายที่บริสุทธิ์และถึงขีดสุด โดยไม่มีข้อยกเว้น!
ตัวอย่างของ "ความอันตราย" แบบนี้ มีตำนานเล่าขานในวงการ [ผู้ใช้ปีศาจ] มากมายเหลือเกิน
ตัวอย่างที่ง่ายที่สุดคือ: ที่ทะเลทางตะวันออกของจักรวรรดิลอเรนต์ ถัดออกไปในมหาสมุทร เคยมีเกาะขนาดใหญ่ที่อุดมสมบูรณ์และเดินทางสะดวกอยู่เกาะหนึ่ง
แค่เพราะ [ผู้ใช้ปีศาจ] ที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่คนหนึ่ง ไปจัดพิธีกรรมบนเกาะนั้น เพื่อร้องขอความรู้และพลังจาก "เทพจากต่างมิติ" ที่อยู่นอกโลก นอกดวงดาว
เกาะทั้งเกาะก็หายวับไป
บนผิวน้ำที่เกาะเคยตั้งอยู่ เหลือไว้เพียงหลุมยักษ์ที่บิดเบี้ยวและลึกสุดหยั่ง!
ราวกับมีหนวดที่บิดเบี้ยวตกลงมาจากฟากฟ้า ทำลายเกาะนั้นจนย่อยยับ และทิ้งรอยแผลที่ไม่มีวันสมานไว้บนโลกใบนี้
แต่ขณะที่ยูเลียกำลังคิดในห้องว่าจะลาออก หรือจะหนีไปดื้อๆ ดี เธอก็เห็นฉากการทำความดีของเย่เฮ่อที่ช่วยคนกลับมา
ตอนที่เย่เฮ่อไปดูแลเด็กสาวคนนั้นด้วยตัวเอง ยูเลียยังไปหาพี่สาว ถามยืนยันว่าเย่เฮ่อมีอะไร "ผิดปกติ" ไหม
นอกจากเรื่อง "ความยาวพิเศษ" ของเย่เฮ่อที่จูลี่เล่าด้วยใบหน้าแดงก่ำแล้ว เย่เฮ่อก็ดูเหมือนจะไม่ได้มีอันตรายแบบที่เกี่ยวข้องกับ "เทพจากต่างมิติ" เลย
"เอาล่ะ ดึกแล้ว พวกคุณก็ไปพักผ่อนเถอะ"
คำทักทายของเย่เฮ่อ ทำให้ยูเลียตัดสินใจได้เด็ดขาดขึ้นอีกนิด
อยู่ต่ออีกหน่อย สังเกตการณ์อีกสักพักแล้วกัน
ยังไงซะ การ "สังเกต" สิ่งอันตราย ก็ถือเป็นการสะสมความรู้อย่างหนึ่ง
จริงสิ อาจารย์ก็ไม่ได้บอกให้ฉันอยู่ห่างจากเย่เฮ่อนี่นา
"นายท่าน... คือว่า..."
จูลี่เห็นเย่เฮ่อพูดจบก็จะขึ้นข้างบน เธอรีบเอ่ยรั้งเย่เฮ่อไว้ หน้าแดงพลางถามว่า "ท่าน... ต้องการนวดไหมคะ?"
"ได้สิ"
เย่เฮ่อไม่ปฏิเสธ วันนี้เขาเดินมาหน่อยนึง ไม่ได้เปลืองแรงอะไรมาก
"อ๊ะ คือว่า..."
แต่ตอนที่เย่เฮ่อจะพาจูลี่ที่หน้าบานขึ้นไปข้างบน ยูเลียกลับพูดแทรกขึ้นมา: "คือว่า... หนู... หนูอยากเรียน... วิธีนวดของพี่สาว ท่านบาทหลวงจะให้หนูไปดูด้วยได้ไหมคะ?"
บอกตามตรง เย่เฮ่อตกใจกับความใจกล้ากะทันหันของยูเลีย แต่เขาก็พยักหน้า ไม่ได้ขัดข้องอะไร
จูลี่ยิ้มให้ยูเลียอย่างดีใจ ส่งสายตาประมาณว่า "ในที่สุดเธอก็อยากโตเป็นผู้ใหญ่แล้วสินะ" ไปให้ ทำเอายูเลียหน้าแดงกว่าเดิม
อือ... ทั้งหมด... ทั้งหมดก็เพื่อ "การสังเกตการณ์"! "การสังเกตการณ์" ด้วยตาตัวเอง! ไม่ใช่เพราะสนใจ "ความยาวพิเศษ" อะไรนั่นหรอกนะ...
ยูเลียได้แต่หลอกตัวเองแบบปากไม่ตรงกับใจไปอย่างนั้น
พระจันทร์นอกหน้าต่างยังส่องสว่าง ดึกแล้ว แต่คืนนี้ยังอีกยาวไกล
"หัวหน้า! ได้ข่าวว่าเมื่อวานไประเบิดถนนมาเหรอ? เป่าถนนลินเด็นกระจุยเลย?"
เก้าโมงเช้า เย่เฮ่อก้าวเข้าห้องทำงานทีมลาดตระเวนตรงเวลาเป๊ะ ก็โดนเคธี่ที่ไปได้ยินข่าวลือมาจากไหนไม่รู้ดักหน้าทันที
สมาชิกคนอื่นในทีมก็ส่งสายตาอยากรู้อยากเห็นมาให้เย่เฮ่อ แม้แต่ซิสเตอร์ไดอาน่าก็ไม่เว้น
เย่เฮ่อยังสังเกตเห็นว่า ประตูห้องทำงานของบิชอปแอนนาเปิดอยู่ เจ้าตัวถือถ้วยชายืนพิงกรอบประตูอยู่เลย
"หึ" เย่เฮ่อกดหัวเคธี่ ขยี้หัวเล็กๆ ที่ยิ่งขยี้ยิ่งนุ่มนิ่มนั้น แล้วอธิบายว่า "แค่ร้านดอกไม้ร้านเดียว "ช่างจัดดอกไม้" ข้างในหนีไปได้ วันหลังทุกคนออกปฏิบัติภารกิจหรือลาดตระเวน ก็ให้ระวังตัวกันหน่อย"
แววตาของทุกคนจริงจังขึ้น พยักหน้าให้เย่เฮ่อ พวกเขาพอรู้เรื่องผู้ใช้ปีศาจ และรู้ถึงความเจ้าเล่ห์และน่ากลัวของพวกมัน
การที่หนีรอดจากมือเย่เฮ่อได้ ก็พิสูจน์ความร้ายกาจของมันได้ในทางอ้อมแล้ว
"ท่านบาทหลวง เชิญทางนี้หน่อยค่ะ"
เห็นเรื่องวุ่นวายตอนเช้าจบลง บิชอปแอนนาก็เรียกเย่เฮ่อเข้าไปในห้องทำงาน
เธอไม่ได้บอกให้เย่เฮ่อปิดประตู เย่เฮ่อเลยปล่อยประตูเปิดไว้ เรื่องที่จะคุยคงไม่ใช่ "เรื่องใหญ่" อะไร
บิชอปแอนนาเลื่อนจดหมายฉบับหนึ่งบนโต๊ะมาให้เย่เฮ่อ แล้วอธิบายคร่าวๆ ว่า "ไอ้ [วิมานแสนสุข] ที่พวกคุณจัดการไปเมื่อสองวันก่อน ไม่ใช่เจอศพนักศึกษาชั้นปีหนึ่งของมหาวิทยาลัยไซดาเวลเหรอ? ทางมหาวิทยาลัยเขาขอให้เราส่งคนไปอธิบายสถานการณ์ให้พวกเขาฟังหน่อยน่ะ"
[จบแล้ว]