- หน้าแรก
- ทหารรับจ้างในคราบนักบุญ
- บทที่ 15 - การขอความช่วยเหลือ
บทที่ 15 - การขอความช่วยเหลือ
บทที่ 15 - การขอความช่วยเหลือ
บทที่ 15 - การขอความช่วยเหลือ
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
"ผมเข้าใจแล้วครับ รบกวนเวลาคุณแอนนาแค่นี้นะครับ"
เย่เฮ่อไม่ได้ใช้เวลาขบคิดนานนัก เขาจดจำข้อมูลที่บิชอปแอนนาบอกไว้ทั้งหมด แล้วลุกขึ้นขอตัวกลับ
หลังจากเขาออกจากห้องทำงาน กลับไปอ่านหนังสือที่หอสมุดต่อได้ไม่นาน บิชอปแอนนาก็ออกจากโบสถ์ไป
แม้จะเป็นแค่ภาพร่างคร่าวๆ แต่ก็มีความหมายในการรายงาน เย่เฮ่อจะต้องอยู่ในไซดาเวลอีกพักใหญ่ การรวบรวม "ภาพร่าง" หลายๆ แผ่นเข้าด้วยกัน ย่อมทำให้ได้ข้อมูลรูปลักษณ์ของปืนที่สมบูรณ์และชัดเจนในที่สุด
เว้นเสียแต่ว่า... เย่เฮ่อจะเปลี่ยนปืนที่ใช้ไปเรื่อยๆ ทุกครั้ง
วันนี้เป็นวันพุธ ไม่ใช่วันประกอบพิธีมิสซา เหล่าสาวกถ้าไม่มีธุระอะไรก็จะไม่มาที่โบสถ์
แต่ทว่า เย่เฮ่อที่กำลังหาที่นั่งอ่านคัมภีร์อยู่ในโบสถ์อย่างสบายใจ กลับบังเอิญเจอกับสาวกที่ "มีธุระ" เข้าพอดี
"ท่านบาทหลวงครับ ท่านต้องช่วยผมด้วยนะครับ!"
ชายที่มีสีหน้าทุกข์ตรมคนนี้ พอเดินเข้ามาในโบสถ์ก็สังเกตเห็นเย่เฮ่อในชุดบาทหลวงทันที
เขาเดินตรงเข้ามาหาเย่เฮ่อโดยไม่ลังเล แล้วเอ่ยปากขอความช่วยเหลือ
"อื้ม อย่าเพิ่งใจร้อนนะครับ มา นั่งตรงนี้ก่อน คุณเจอเรื่องยุ่งยากอะไรมาเหรอครับ"
ปากของเย่เฮ่อเอ่ยแนะนำชายคนนั้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนราวกับบาทหลวงผู้เปี่ยมเมตตา แต่สายตากลับสำรวจร่างกายของอีกฝ่ายอย่างละเอียด
จากการแต่งกาย เย่เฮ่อประเมินรายได้และลักษณะงานของเขาได้คร่าวๆ
ผิดคาดแฮะ ดูเหมือนเขาจะมีงานที่มีรายได้สูงมากเมื่อเทียบกับมาตรฐานของไซดาเวล ดูได้จากนาฬิกาข้อมือที่สวมและเข็มขัดที่เดินด้ายทอง
แถมร่างกายยังขาดการออกกำลังกาย กล้ามเนื้อหย่อนยาน ผิวขาวซีดเกินไป น่าจะไม่ค่อยได้สัมผัสแสงแดดอันสดใสของไซดาเวล แสดงว่าทำงานในร่มและเดินทางด้วยรถม้าเป็นหลัก
เป็น... เจ้าหน้าที่ฝ่ายเอกสารของเทศบาลเหรอ? หรือว่าเป็นพ่อค้าผู้ร่ำรวย?
ชายนั่งลงตรงตำแหน่งที่เย่เฮ่อชี้ เขาเหลือบมองรูปปั้นเทพธิดาแสงจันทร์ที่อยู่ไม่ไกลแวบหนึ่ง แววตาฉายความหวาดกลัวลึกๆ ออกมาวูบหนึ่ง ก่อนจะหันกลับมามองเย่เฮ่อ แล้วระบายความทุกข์ใจออกมา:
"คุณพ่อครับ ภรรยาผมช่วงนี้ทำตัวแปลกๆ กลางคืนก็ไม่ยอมหลับยอมนอน เอาแต่พึมพำว่ามีเสียงคนคุยด้วยที่ข้างหู บอกว่ากำลัง "เรียกหา" เธอ ผมสงสัยว่าเธอจะโดนปีศาจสิง! ลูกๆ ที่บ้านก็กลัวกันมาก ท่านต้องช่วยผมด้วยนะครับ!"
อืม ปากก็พูดแบบนั้น แต่เย่เฮ่อที่สังเกตเขามาตลอดกลับมองเห็น "อะไร" ที่มากกว่านั้น
ตอนที่เขาพูดคำว่า "ภรรยา" สีหน้าของเขาดูลุกลี้ลุกลน ส่วนคำว่า "ลูกๆ" นั้นเหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้เลยรีบเติมเข้าไปเพื่อให้ดูสมจริง
ถ้าเย่เฮ่อยังเป็นทหารรับจ้างในชาติก่อน คนโกหกหน้าตายแบบนี้เขาคงไม่เสียกระสุนให้สักนัดและคงเมินใส่ไปแล้ว
แต่ตอนนี้เขาเป็นบาทหลวงนี่นา
"ได้ครับ" เย่เฮ่อปิดคัมภีร์แล้วลุกขึ้นทันที ยิ้มให้ชายคนนั้นแล้วบอกว่า "ไปกันเถอะครับ เราไปที่บ้านคุณกัน ไปดูอาการภรรยาของคุณหน่อย"
ในเมื่อบอกว่า "กลางคืนไม่ยอมนอน" ก็คงไม่ใช่ [วิมานแสนสุข] ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่มีโอกาสมาขอความช่วยเหลือที่โบสถ์ได้
ลองไปดูหน่อยแล้วกัน ไม่ว่าจะมีจุดประสงค์อะไร การที่กล้าบุกมาถึงถิ่นเทพธิดาเพื่อจะ "ลักพาตัว" คนของโบสถ์แบบนี้ เย่เฮ่อตัดสินใจว่าจะให้เกียรติความกล้าหาญของเขาสักหน่อย
ท่าทางกระฉับกระเฉงของบาทหลวงหน้าตาเอเชียคนนี้ทำเอาชายคนนั้นอึ้งไปนิดหน่อย ปกติเจอสถานการณ์แบบนี้ บาทหลวงคนอื่นน่าจะแค่ปลอบใจ แล้วบอกให้พาภรรยามาทำพิธีที่โบสถ์ไม่ใช่เหรอ
แต่ความกระฉับกระเฉงของเย่เฮ่อก็ตรงใจเขาพอดี การช่วยภรรยาให้พ้นจากมือ "ปีศาจ" ได้เร็วที่สุดย่อมดีกว่า
ดังนั้นเขาจึงรีบแสดงสีหน้าดีใจและตื่นเต้น รีบลุกขึ้นยืนเตรียมพาเย่เฮ่อออกจากโบสถ์ไปดู "ภรรยา" ของเขา
"ท่านบาทหลวง?"
ซิสเตอร์ไดอาน่าที่เดินผ่านหน้าประตูโบสถ์พอดี บังเอิญมาเจอสองคนนี้เข้า
"อ้อ รบกวนช่วยเอาเล่มนี้ไปคืนทีนะครับ ผมจะออกไปกับสาวกท่านนี้สักครู่"
เย่เฮ่อพูดพลางส่งคัมภีร์ในมือให้ซิสเตอร์ไดอาน่า แล้วส่งสัญญาณให้ชายข้างๆ ก่อนจะเดินนำออกไป
ซิสเตอร์ไดอาน่ารับคัมภีร์เล่มหนามาจากเย่เฮ่ออย่างงงๆ มองส่งเย่เฮ่อกับชายคนนั้นเดินจากไป
พอตั้งสติได้ เธอก็อดบ่นพึมพำไม่ได้ว่า:
"แปลกจัง... สุภาพบุรุษท่านนั้นเป็นใครกันนะ... ทำไมฉันไม่เคยเห็นหน้าเลย?"
หน้าโบสถ์มีรถม้าว่างรออยู่เสมอ ทั้งสองขึ้นรถม้า ชายคนนั้นบอกที่อยู่กับคนขับรถม้า แล้วก็นั่งคู่กับเย่เฮ่อในตู้โดยสาร
เย่เฮ่อสัมผัสได้ถึงความกระสับกระส่ายของชายคนนั้น ดูเหมือนเขาจะลืมไปว่าเวลานี้ควรจะแสดงสีหน้าซาบซึ้งขอบคุณเย่เฮ่อ
ช่างเถอะ ในเมื่อ [เนตรแสงจันทร์] ของเขามองไม่เห็นพลังปีศาจในตัวผู้ชายคนนี้ แสดงว่าหมอนี่อาจจะเป็นแค่คนซวยที่โดนข่มขู่มา การแสดงจะห่วยแตกไปหน่อยก็ไม่เป็นไร ยังไงเขาก็ไม่ได้ใส่ใจหมอนี่อยู่แล้ว
แต่พอรถม้าวิ่งออกจากเขตเมืองใต้ มุ่งหน้าไปยังย่านที่พักอาศัยในเขตเมืองตะวันตก ปลายทางนี้ทำให้รอยยิ้มบนหน้าเย่เฮ่อกว้างขึ้นไปอีก
เขตเมืองตะวันตก บิชอปแอนนาบอกว่าเป็นถิ่นของ [โบสถ์สุริยัน] ไม่ใช่เหรอ?
คนที่อยู่ที่นี่ ยอมลำบากถ่อมาขอความช่วยเหลือที่โบสถ์ [แสงจันทร์] เนี่ยนะ?
ถึงจะอ้างได้ว่าชายคนนี้เป็นสาวกของ [เทพธิดาแสงจันทร์] แต่ทั้ง [เทพธิดาแสงจันทร์] และ [เทพสุริยัน] ต่างก็เป็นเทพฝ่ายธรรมะที่จักรวรรดิรับรอง ในสายตาของสาวกที่บ้านกำลังเกิดเรื่องคอขาดบาดตาย คงไม่มานั่งแบ่งแยกอะไรขนาดนั้นหรอกมั้ง
"ที่นี่แหละครับ คุณพ่อ"
หลังจากลงจากรถม้า ชายคนนั้นก็รีบจ่ายค่ารถ แล้วชี้ไปที่บ้านตรงหน้าบอกเย่เฮ่อ
แต่สายตาที่เขามอง "บ้าน" ตัวเอง กลับเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ราวกับกลัวอะไรบางอย่างในบ้านนั้น
นี่ไม่ใช่สายตาที่เป็นห่วงภรรยาเลยสักนิด เย่เฮ่อมองเขาด้วยสายตาลึกล้ำ แต่ก็ยังไม่เปิดโปงเขา แค่ผายมือให้เขานำทางเข้าไป
ชายคนนั้นถึงได้ล้วงกุญแจออกมาไขประตู ประตูบ้านเปิดออก ภายในบ้านมืดตึ๊ดตื๋อ ผู้อยู่อาศัยข้างในดูจะไม่ชอบแสงแดดจ้าตอนกลางวันของไซดาเวลเอาเสียเลย ถึงได้ปิดม่านหน้าต่างทุกบานจนมิดชิด
พอเปิดประตู ชายคนนั้นก็ถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว เหมือนกำลังระวังตัวแจ แล้วถึงนึกขึ้นได้ว่านี่มัน "บ้าน" เขาเอง
เขาหันมาทำท่าเชิญเย่เฮ่อ แล้วฝืนยิ้มพูดว่า "โอ้ ขอโทษทีครับ เชิญครับคุณพ่อ"
"ครับ" เย่เฮ่อเดินตรงไปที่ประตูอย่างเปิดเผย แต่พอไปถึงข้างตัวชายคนนั้น ก่อนจะก้าวเข้าประตู เขากลับหยุดเดินกะทันหัน
ชายที่เหงื่อแตกพลั่ก พอเห็นเย่เฮ่อหันมามองด้วยสายตาลึกล้ำ ก็ยิ่งลนลานเข้าไปใหญ่
ไม่นึกว่าเย่เฮ่อจะยิ้มกว้าง แล้วถามเขาว่า "จริงสิ ผมยังไม่รู้ชื่อคุณเลย"
"เอ่อ... ขอโทษครับ ขอโทษจริงๆ คุณพ่อ ผมชื่อแกตส์บี้ เดริค แกตส์บี้ครับ"
"ครับ คุณเดริค ไม่ต้องกลัวนะครับ "ภรรยา" ของคุณ จะต้องไม่เป็นอะไร"
เย่เฮ่อเน้นเสียงคำว่า "ภรรยา" จนชายคนนั้นแทบจะทำตัวไม่ถูก จากนั้นเขาถึงก้าวเท้าเข้าไปในบ้าน
ผ้าม่านหนาทึบบดบังหน้าต่างบ้านนี้ไว้ แต่ก็ยังมีแสงสลัวๆ เล็ดลอดเข้ามา พอให้คนสายตาปกติมองเห็นสภาพในห้องได้ลางๆ
เย่เฮ่อมี [เนตรแสงจันทร์] ที่มองเห็นในที่มืดได้อยู่แล้ว ความมืดแค่นี้ไม่มีผลอะไรกับเขาเลย
"ปัง!!!"
หลังจากเย่เฮ่อเดินลึกเข้าไปในบ้านไม่กี่ก้าว ประตูข้างหลังเขาก็ถูกปิดกระแทกอย่างแรงตามคาด
"กริ๊ง!"
เดริคถึงขั้นเสียบกุญแจล็อคประตู ราวกับกลัวว่าเย่เฮ่อจะหนีออกมาจากบ้านได้
เย่เฮ่อไม่ได้หันกลับไปมองประตูด้วยซ้ำ พอได้ยินเสียงล็อค เขาก็แคยกยิ้มมุมปาก ส่ายหน้าเบาๆ
จากนั้นเขาถึงเริ่มสำรวจบ้านหลังนี้อย่างละเอียด เมื่อกี้มองผ่านๆ ไม่ได้สังเกตรายละเอียดมากนัก ตอนนี้เย่เฮ่อมีเวลาเหลือเฟือ
เฟอร์นิเจอร์ จานชาม มีร่องรอยการใช้งาน แต่ของพวกนี้มีฝุ่นจับบางๆ เหมือนไม่ได้ใช้งานมาสักพักแล้ว
จะว่าไป ที่นี่ก็เป็น "บ้าน" ของเดริคจริงๆ นั่นแหละ เพราะเย่เฮ่อเห็นรูปถ่ายวางอยู่บนตู้ข้างเตาผิง ในรูปเดริคกำลังกอดผู้หญิงสาวคนหนึ่ง ยิ้มหน้าบานเชียว
"เอาล่ะ..."
เย่เฮ่อไม่ได้โง่เหมือนเดริค เขาไม่ได้เดินสำรวจทีละห้อง แต่เงยหน้าขึ้นมอง "เงาดำ" ที่ปกคลุมเพดานห้องรับแขกทั้งห้อง แล้วยิ้มพูดว่า:
"คุณนายแกตส์บี้ สีหน้าดูดีนี่ครับ?"
"ครืดดดด!"
เสียงไม้บิดตัวดังมาจาก "เงาดำ" บนเพดาน จากนั้น "เงาดำ" ผืนนั้นก็ "ร่วง" ลงมาโดยมีเย่เฮ่อเป็นศูนย์กลาง แล้วหยุดลอยอยู่ตรงหน้าเย่เฮ่อ!
ใบหน้าผู้หญิงที่เรียบเฉยโผล่ออกมาจากเงาดำ อยู่ตรงหน้าเย่เฮ่อพอดี ปลายจมูกของทั้งสองห่างกันไม่ถึงสิบเซนติเมตร
"เจ้า... ไม่... กลัว... ทำไม?"
"ผู้หญิง" คนนั้นพูดได้ด้วย
เย่เฮ่อเหลือบมองรูปถ่ายบนตู้เพื่อยืนยันอีกครั้ง มั่นใจว่า "ผู้หญิง" คนนี้หน้าตาเหมือนในรูป คือ "ภรรยา" ของเดริคจริงๆ เขาเรียก "คุณนายแกตส์บี้" ก็คงไม่ผิดคน แล้วเขาก็พูดกับ "เธอ" อย่างใจเย็นว่า:
"พระเจ้าตรัสว่า ความกลัวเกิดจากความไม่รู้ ผมรู้ว่าคุณคือคุณนายแกตส์บี้ แล้วทำไมผมต้องกลัวคุณด้วยล่ะครับ"
ดูเหมือนจะคาดไม่ถึงว่าเย่เฮ่อจะพูดแบบนี้ "เธอ" หดกลับไปทางเพดานนิดหน่อย จากนั้นขาแมลงที่มีขนยุบยับนับร้อยขาที่เหมือนขาแมงมุมยักษ์ ก็ห้อยลงมาจากเพดาน
"งั้น... แบบนี้ล่ะ?"
"เธอ" ลืมตาขึ้น ดวงตาประกอบนับไม่ถ้วนอัดแน่นอยู่ในเบ้าตาของ "เธอ" อารมณ์เกลียดชัง ริษยา และขยะแขยง ถูกปลดปล่อยออกมาจากดวงตาคู่นั้น พุ่งตรงมาที่เย่เฮ่อ
ประกอบกับขาแมงมุมยักษ์ยั้วเยี้ยรอบตัว ราวกับเย่เฮ่อกลายเป็นอาหารอันโอชะของแมงมุมยักษ์ตัวนี้ไปแล้ว ถ้าเป็นคนอื่นมาเจอคงสติแตกหรือเป็นลมไปแล้ว
แต่เย่เฮ่อไม่แม้แต่จะเบิกตากว้างขึ้น เขายังคงไร้ซึ่งความกลัว
ก็แค่ [วิญญาณริษยาสร้างรัง] ปีศาจระดับ 3 เอง แถมยังเป็นปีศาจประเภทวิญญาณที่ไม่มีกายหยาบ ต่อให้เย่เฮ่อนอนในบ้านนี้เป็นสิบวันสิบคืน ขอแค่เขาไม่กลัว ไม่ริษยา ไอ้นี่ก็ทำอันตรายเขาไม่ได้
อ้อ จริงสิ เมื่อเช้าเคธี่เพิ่งบอกว่า ปีศาจในตัวเคลนท์ก็น่าจะเป็น [วิญญาณริษยาสร้างรัง] เหมือนกันใช่ไหม?
เหตุผลเดียวที่ทำให้เย่เฮ่อยังไม่ลงมือจัดการปีศาจตนนี้ คือเขารู้สึกสนใจ "คุณนายแกตส์บี้" ที่เห็นชัดๆ ว่าเป็นภรรยาคนปกติของเดริค แต่กลับกลายร่างเป็น [วิญญาณริษยาสร้างรัง] ได้อย่างน่าฉงน
คนธรรมดากลายร่างเป็นปีศาจได้ด้วยเหรอ? หรือว่า "คุณนายแกตส์บี้" ไปเจอพวก [ผู้ร่วงหล่น] ที่บิชอปแอนนาพูดถึง แล้วโดนทำอะไรเข้า?
"คุณนายแกตส์บี้ครับ คุณจำได้ไหมครับว่าคุณกลายเป็นแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?"
เย่เฮ่อไม่เพียงไม่แสดงความกลัว แต่ยังนั่งลงบนโซฟาโดยไม่สนฝุ่น ทำตัวราวกับเป็นบาทหลวงที่มา "เยี่ยมเยียน" สาวกที่บ้านจริงๆ
[วิญญาณริษยาสร้างรัง] เห็นแบบนั้นก็ทำอะไรเย่เฮ่อไม่ได้ หลังจากเงียบไปพักใหญ่ เธอก็ค่อยๆ หดขาแมงมุมและหัวของตัวเองกลับเข้าไปใน "เงาดำ" บนเพดาน
"คุณผู้หญิง... คุณอยากกลับไปเป็นมนุษย์ไหมครับ?"
คำพูดของเย่เฮ่อทำให้ "คุณนายแกตส์บี้" ชะงักกึก เธอโผล่หัวออกมาอีกครั้ง คราวนี้หัวของเธอลากเอายาวๆ ที่เป็นปล้องๆ เหมือนลำตัวตะขาบ ยื่นลงมาตรงหน้าเย่เฮ่อที่นั่งอยู่ แล้วถามด้วยความตกใจว่า:
"คุณ... มีวิธี?"
"ฮ่ะๆ คุณผู้หญิงครับ อย่างที่คุณเห็น ผมเป็นบาทหลวง เป็นสาวกของพระเจ้า และพระเจ้าทรงทำได้ทุกสิ่ง"
เย่เฮ่อกางแขนออก โชว์ชุดบาทหลวงบนตัว
"บาท... หลวง? ฉัน... มองไม่เห็น มองอะไรไม่เห็นเลย ฉันแค่ "ได้กลิ่น"... คุณคือ... บาทหลวง? ช่วยด้วย! ช่วยฉันด้วย!"
ความสามารถทางภาษาของ "คุณนายแกตส์บี้" ไหลลื่นขึ้นมาก น้ำเสียงเริ่มมีความเจ็บปวดแบบมนุษย์ปนออกมาในที่สุด
เย่เฮ่อกระตุกยิ้มมุมปาก "ผมจะช่วยคุณอย่างสุดความสามารถครับ คุณผู้หญิง
ตอนนี้ ช่วยบอกผมหน่อยว่า คุณพบว่าตัวเองกลายเป็นแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ"
"...จำไม่ค่อยได้ เหมือนกับ... ตื่นมา... ก็มองไม่เห็นอะไรเลย อยากกิน หิว..."
"ครับ แล้ว... ก่อนเช้าวันนั้น คุณได้เจอคนแปลกหน้าบ้างไหมครับ คุณจำได้ไหมว่าวันก่อนหน้านั้น ทั้งกลางวันและกลางคืน คุณทำอะไรไปบ้าง"
เย่เฮ่อถามนำทางอย่างใจเย็น ไม่รีบร้อนเลยสักนิด
"...วันก่อนหน้า... ตื่นนอน... ทำอาหารเช้า... จ่ายตลาด... แล้วก็ซื้อ... ดอกกุหลาบสวยมากดอกหนึ่ง... หอมมาก... อาหารเที่ยง... ทำความสะอาด... อาหารเย็น... อยู่กับที่รัก..."
หลายนาทีต่อมา
เย่เฮ่อใช้กุญแจไขประตูเปิดออกมาจากข้างใน แล้วเดินออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ เขามองเห็นเดริคที่นั่งยองๆ อยู่ไม่ไกลจากหน้าประตูทันที
เดริคเองก็มองเย่เฮ่อที่ดูไร้รอยขีดข่วนด้วยความตกตะลึง จนกระทั่งเย่เฮ่อเดินเข้ามาใกล้ แล้วยิ้มพลางยื่นพวงกุญแจที่เป็นของภรรยาเขาใส่มือ เขาก็ยังดึงสติกลับมาไม่ได้
"คุณพ่อ... ผม... เธอ..."
เห็นชายคนนี้พูดไม่เป็นภาษาคนแล้ว เย่เฮ่อกลับพูดปลอบเขาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า "ไม่ต้องรีบ ไม่ต้องรีบครับคุณเดริค ผมดูอาการภรรยาคุณแล้ว ตอนนี้ปัญหายังไม่ใหญ่มากครับ"
ปัญหา... ไม่ใหญ่?
เดริคกระโดดโหยงด้วยความตื่นเต้นทันที
ยังไม่ใหญ่อีกเหรอ?
เธอกลายเป็นสัตว์ประหลาดแบบนั้นไปแล้วนะ!
ยังไม่ใหญ่อีกเหรอ?!!!
ข้อมูลปีศาจ
ตระกูล D (Jealousy - ความริษยา)
D019: [วิญญาณริษยาสร้างรัง]
ระดับปีศาจ: 3
ขอบเขตอิทธิพล: เล็ก (เดี่ยว)
ระดับความอันตราย: ต่ำ~ปานกลาง
ควบคุมได้ไหม: ควบคุมได้โดยสังเขป
คำอธิบาย: วิญญาณริษยาสร้างรังเป็นปีศาจประเภทวิญญาณที่มีลักษณะคล้ายสัตว์ขาปล้องขนาดมหึมาผสมกัน กินอารมณ์ด้านลบเป็นอาหาร
วิญญาณริษยาสร้างรังวิวัฒนาการมาจาก D018 วิญญาณริษยา (ระดับ 2)
จากบันทึกการเคลื่อนไหวของปีศาจชนิดนี้ มันจะกินเฉพาะอารมณ์ด้านลบของเหยื่อเท่านั้น ไม่สามารถสร้างความเสียหายทางกายภาพต่อร่างกายเหยื่อได้ (ปล. ผู้ถูกสิงสู่เคลนท์รายงานว่า หลังจากสิงสู่แล้ว วิญญาณริษยาสร้างรังจะมีพลังทำลายทางกายภาพ)
วิญญาณริษยาสร้างรังมีสัญชาตญาณหวงถิ่น ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงการยึดครองสิ่งก่อสร้างหนึ่งหลัง หรือมนุษย์หนึ่งคนเป็น "อาณาเขต" ปีศาจชนิดนี้จะใช้วิธีข่มขวัญต่างๆ เพื่อขับไล่สิ่งที่เป็นอันตรายต่อ "อาณาเขต" ที่มันยึดครอง
ปีศาจชนิดนี้สามารถสร้างความเสียหายต่อปีศาจตนอื่นได้
จากบันทึกการ [ลบล้าง] ในกรณีที่ [ลบล้าง] และ [ลบล้าง] วิญญาณริษยาสร้างรังจะวิวัฒนาการเป็น D020 ธิดาแห่งความริษยา (ระดับ 4) หรือวิวัฒนาการเป็น K020 ธิดาแห่งความกลัว (ระดับ 4)
[จบแล้ว]